<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>26834</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/01/2019 16:49</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/01/2019 16:49</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>หอการค้าคาดเลือกตั้ง 62 เงินสะพัด 80,000 ล้าน </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;17 ม.ค. 2562 - นางเสาวณีย์ &amp;nbsp;ไทยรุ่งโรจน์ อธิการบดี มหาลัยหอการค้าไทยกล่าวในงานสัมมนา&amp;rdquo;เศรษฐกิจไทยกับการเลือกตั้ง &amp;rdquo; &amp;nbsp;จัดโดยสมาคมผู้สื่อข่าวเศรษฐกิจ โดยระบุว่า ปี 2562 จะมีจุดเปลี่ยนสำคัญของประเทศไทยก็คือมีการเลือกตั้งเกิดขึ้นเพื่อให้นโยบายและแผนงานต่างๆเดินหน้า แต่ขณะเดียวกันก็ต้องติดตามสถานการณ์ภาวะเศรษฐกิจโลกด้วย &amp;nbsp;ซึ่งหากดูภาวะเศรษฐกิจไทยทางศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ หอการค้าไทยได้ประเมินไว้ว่าอัตราการเติบโตเศรษฐกิจไทยในปีนี้จะเติบโตไม่ต่ำกว่า 4% โดยในช่วงไตรมาสแรกอาจชะลอตัวเล็กน้อยแต่ยังเขื่อว่า หากการเลือกตั้งออกมาอย่างไร โดยการลงทุนของภาครัฐ และเอกชนเป็นตัวจักรสำคัญที่จะทำให้เศรษฐกิจไทยเติบโตได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ทางศูนย์ประเมินว่าจะมีเงินสะพัดจากการเลือกตั้งทั้งเลือกตั้งในระดับประเทศและเลือกตั้งท่องถิ่นได้มากกว่า 80,000 ล้านบาท แบ่งเป็นเงินสะพัดที่นำไปใช้ในการเลือกตั้งใหญ่กว่า 50,000 ล้านบาท ที่จะแบ่งเป็นการนำไปใช้ผ่านสื่อโฆษณาต่างๆ ผ่านกระตุ้นยอดค้าปลีก และอื่นๆโดยอีก 30,000 ล้านบาทจะเป็นเงินสะพัดจากการเลือกตั้งระดับท้องถิ่น โดยเงินสะพัดในการเลือกตั้งครั้งนี้จะดันยอดจีดีพีของไทยได้ถึง0.3%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot; ธุรกิจที่คาดว่าจะได้รับอานิสงค์จากการเลือกตั้ง ได้แก่ ธุรกิจการพิมพ์และการโฆษณา,การค้าส่งค้าปลีก,การจำหน่ายน้ำมัน,การผลิตกระดาษ,ภัตตาคารและร้านอาหาร,การผลิตน้ำมันปิโตเลียม,การบริการทางด้านธุรกิจ,โรงแรมและที่พัก,การผลิตไฟฟ้าและการผลิตรถยนต์/รถจักรยานยนต์&amp;quot; นางเสาวณีย์ &amp;nbsp; กล่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามปัจจัยสำคัญ ที่เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้งและพรรคการเมืองนั้นต้องไปดูว่าหลังการเลือกตั้งแล้วการเมืองจะมีเสถียรภาพมากน้อยแค่ไหนซึ่งหากเป็นไปในทิศทางที่ดีก็จะช่วยให้เศรษฐกิจไทยในปี 2562 ขยายตัวได้ที่ 4.2%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายไพบูลย์ นลินทรางกูร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บล. ทิสโก้ กล่าวว่า การเลือกตั้งของไทยในครั้งนี้ถือว่าสำคัญอย่างมาก มีความคาดหวังในภาคธุรกิจอย่างสูงที่อยากจะเห็นให้มีการเลือกตั้ง และทุกฝ่ายรับทราบว่ารัฐบาลชุดใหม่ที่จะเข้ามาจะเป็นรัฐบาลผสมและอยากเห็นแผนหรือนโยบายต่างๆให้เป็นนโยบายที่ต่อเนื่อง เพราะขณะนี้ ความคาดหวังต่อระบบเศรษฐกิจไทยอยู่ที่แผนการลงทุนของภาคเอกชนแบบระยะยาวที่จะสร้างความมั่นใจและพร้อมที่จะจัดทำแผนลงทุนได้ ดังนั้น หากไม่มีการเลือกตั้งยิ่งจะทำให้ระบบเศรษฐกิจมีปัญหาได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประธานสภาธุรกิจตลาดทุนไทย ยังกล่าวด้วยว่า ปัจจัยเสี่ยงของเศรษฐกิจไทยในปัจจุบันยังมีเรื่องของปัจจัยภายนอกเนื่องจากในช่วงสี่ถึงห้าปีที่ผ่านมาเศรษฐกิจไทยมีการพึ่งพาเศรษฐกิจจากนอกประเทศเยอะอย่างไรก็ตาม ปีนี้ยังเชื่อว่าเศรษฐกิจสหรัฐฯ จะยังไม่เข้าสู่ภาวะทดถอยดูได้จากตัวเลขการว่างงาน ที่อยู่ในระดับต่ำ การบริโภคที่ยังเติบโตได้ดี ขณะที่เศรษฐกิจจีนเชื่อว่าในปีนี้จะขยายตัวได้ ไม่น้อยกว่า 6% ดังนั้น เมื่อเศรษฐกิจจีนและสหรัฐยังเติบโตได้ดีก็เชื่อว่าภาวะเศรษฐกิจโลกก็จะยังไม่เข้าสู่ภาวพถดถอย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น.ส.กัณญภัค ตันติพิพัฒน์พงศ์ ประธานสภาผู้ส่งออกทางเรือแห่งประเทศไทย ( สรท.)กล่าวว่า ภาคการส่งออกคาดหวังว่าไทยจะมีการเลือกตั้ง แต่เมื่อมีรัฐบาลแล้วภาคเอกชนอยากเห็นรัฐบาลมีเสถียรภาพมากขึ้น เพราะอยากให้มีการแก้ไขกฎหมายที่เป็นอุปสรรคต่อภาคการส่งออกที่ยังมีหลายฉบับที่อยากให้รัฐบาลชุดใหม่มีการปรับแก้ไข รวมถึงกฎระเบียบของไทยที่อยากให้มีการปรับเปลี่ยนด้วย และอยากให้ประเทศไทยเข้าไปอยู่ในกรอบการเจรจา FTA ด้วยที่ต้องฝากรัฐบาลชุดใหม่ และสิ่งที่ภาคเอกชนโดยเฉพาะภาคการส่งออกอยากฝากให้ดูแลค่าเงินบาทไม่ควรที่จะแข็งค่ากว่ากลุ่มอาเซียนด้วยกัน ซึ่งไทยค่าเงินบาทแข็งกว่าประเทศเพื่อนบ้านมากกว่าร้อย 10 ถือว่าแข็งค่ามากเกินไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นาย วรวุฒิ อุ่นใจ ประธานสมาคมผู้ค้าปลีกไทยกล่าวว่า ภาคธุรกิจค้าปลีกไทยอยากเห็นให้มีการเลือกตั้ง เพราะหลายประเทศกำลังจับตาประเทศไทยอยู่โดยเฉพาะภาคธุรกิจค้าปลีกที่หลายประเทศอยากเข้ามาลงทุนค้าปลีกในประเทศไทย และสิ่งสำคัญอยากให้รัฐบาลใหม่ท่ามีการปรับเปลี่ยนในเรื่องของโครงสร้างภาษีต่างๆที่ไทยยังมีอัตราสูงกว่าประเทศเพื่อนบ้าน หากโครงสร้างภาษีไทยมีการปรับลดลงเชื่อว่าจะอำนวยความสะดวกให้หลายประเทศเข้ามาลงทุนและเป็นการกระตุ้นการค้าและการท่องเที่ยวของไทยสูงขึ้นเม็ดเงินจะไหลเข้าประเทศได้อีกจำนวนมหาศาล&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/26834</URL_LINK>
                <HASHTAG>สมาคมผู้สื่อข่าวเศรษฐกิจ, เงินสะพัด, เลือกตั้งปี 62, เศรษฐกิจไทยกับการเลือกตั้ง, เสาวณีย์  ไทยรุ่งโรจน์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190117/image_big_5c404f5ae2364.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>21320</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/11/2018 19:12</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/11/2018 19:12</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อ๋อย ห่วงเลือกตั้งไม่เป็นธรรม เรียกร้องต่างชาติสังเกตการณ์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;อ๋อย&amp;quot; มองปลดล็อคพรรค คสช.อาจดูที่ความพร้อมของพรรคที่สนับสนุน ขอคืนอำนาจให้ กกต.ตัดสินใจได้อย่างอิสระพร้อมเรียกร้ององค์กรต่างประเทศเข้าสังเกตการณ์การเลือกตั้งในไทยเพื่อให้เป็นที่ยอมรับนานาชาติ

&amp;nbsp;
นายจาตุรนต์ ฉายแสง แกนนำพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกระแสข่าวการปลดล็อคให้พรรคการเมืองในวันที่ 26 พฤศจิกายนนี้ว่า ถือเป็นเรื่องที่ช้าไปมาก เพราะที่ผ่านมาพรรคการเมืองควรได้ทำกิจกรรมการเมืองในหลายอย่าง อีกทั้งการทำนโยบายและการฟังความเห็นของประชาชนเป็นกระบวนการที่สำคัญตามระบอบประชาธิปไตย มองว่ากระบวนการวันนี้ถูกท่วงให้ช้า และพรรคการเมืองเสียโอกาสไปมาก

ส่วนที่นายกรัฐมนตรี ออกมาระบุตีกันห้ามวิจารณ์รัฐบาล มองว่าเป็นความพยายามที่จะปิดปากพรรคการเมืองและประชาชน สืบเนื่องจากกระแสเพลงประเทศกูมีที่ออกมาวิจารณ์รัฐบาล ทั้งที่ใกล้เลือกตั้งแล้วควรเปิดโอกาสให้ประชาชนสามารถวิพากษ์วิจารณ์ได้มากขึ้น

&amp;nbsp;เมื่อถามว่าการปลดล็อคของคสช.ยึดจากความพร้อมของพรรคพลังประชารัฐเป็นหลักใช่หรือไม่ นายจาตุรนต์ กล่าวว่า ยอมรับว่ามีส่วนเพราะเกรงว่าพรรคใหม่อย่างพรรคพลังประชารัฐอาจจะเสียเปรียบพรรคการเมืองเก่าได้ พร้อมทั้งเชื่อว่าสิ่งที่จะทำให้คสช.คลายล็อคให้กับพรรคการเมืองน่าจะดูที่ความพร้อมของพรรคที่สนับสนุนนายกรัฐมนตรี ไม่ใช่ความพร้อมของพรรคการเมืองอื่นๆหรือให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)ได้ตัดสินใจอย่างเป็นอิสระแต่จะคำนึงถึงผลประโยชน์ของคสช.เองเท่านั้น

&amp;nbsp;นายจาตุรนต์ ยังกล่าวว่ายังไม่ทราบว่าจะมีการปลดล็อคให้มากน้อยเพียงใดและคำสั่งห้ามชุมนุมเกิน 5 คนยังมีอยู่หรือไม่ พร้อมทั้งยังไม่รู้ว่าการเลือกตั้งครั้งนี้จะเสรีเป็นธรรมหรือไม่ ดังนั้นระหว่างนี้จึงมองว่าการเรียกร้องให้การเลือกตั้งมีความเสรีและเป็นธรรมมีความสำคัญมากรวมถึงการเปิดโอกาสให้องค์กรต่างประเทศเข้ามาสังเกตการณ์เป็นสิ่งจำเป็น โดยขอตำหนิการให้สัมภาษณ์ของรัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศ เกี่ยวกับการเข้ามาสังเกตการณ์ขององค์กรต่างประเทศที่ไม่เห็นถึงความสำคัญในเรื่องนี้ เพราะถือว่าไม่มีจิตวิญญาณของนักการทูต เพราะยิ่งบอกว่าไม่สำคัญ ยิ่งทำให้ภาพพจน์ประเทศเสียหายและไม่มีมาตรฐานควรเปิดโอกาสให้ต่างชาติเข้ามา

&amp;nbsp;เมื่อถามว่าการเลือกตั้งจะมีตามกำหนดในปีหน้าหรือไม่ นายจาตุรนต์ กล่าวเชื่อมั่นว่ายังคงมีการเลือกตั้งอยู่ เพราะรัฐธรรมนูญกำหนดไว้ต้องมีการเลือกตั้งภายในเดือนพฤษภาคม 2562แต่อาจมีเงื่อนไขหากพรรคที่สนับสนุนพลเอกประยุทธ์ ไม่พร้อมก็อาจทำให้การเลือกตั้งเลื่อนได้ ซึ่งเชื่อว่าหากเลื่อนจริงจะเกิดผลเสียต่อคสช.เอง

เมื่อถามถึงการเตรียมเชิญพรรคการเมืองพูดคุยกับกกต.และคสช.ในเดือนพฤศจิกายนนี้ พรรคเพื่อไทยจะเข้าร่วมหรือไม่ นายจาตุรนต์ กล่าวว่า หาก กกต.เชิญพรรคเพื่อไทยก็ยินดีไปร่วมพูดคุยด้วย แต่หากเป็นคสช.ไม่ว่าจะเป็นใคร พรรคเพื่อไทยยืนยันว่าก็จะไม่เข้าร่วมเด็ดขาด เนื่องจากเห็นว่าคสช.ไม่มีหน้าที่ ต้องให้เป็นอำนาจอย่างอิสระของกกต.เท่านั้น

พร้อมขอคสช.ให้กกต. ได้ทำหน้าที่อย่างอิสระด้วย ส่วนวงหารือก่อนหน้านี้ที่บางคำถามกกต.ไม่สามารถตอบได้นั้น มองว่า กกต.ก็ควรไปถามคสช.และควรไปบอกคสช.ให้กกต.มีหน้าที่เป็นอิสระด้วยอย่าทำการเลือกตั้งอย่างเผด็จการ

&amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม นายจาตุรนต์ ปฎิเสธตอบคำถามเกี่ยวกับโครงสร้างการดำเนินการภายในพรรคเพื่อไทย หลังมีการเลือกหัวหน้าพรรคคนใหม่&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/21320</URL_LINK>
                <HASHTAG>จาตุรนตฺ์ ฉายแสง, ต่างชาติสังเกตการณ์เลือกตั้ง, อ๋อย จาตุรนต์, เลือกตั้งปี 62</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181101/image_big_5bdab534804d9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>18203</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/09/2018 11:23</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/09/2018 09:13</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> ประชาชนหนุนใช้โซเชียลมีเดียหาเสียง แต่ยังชอบการฟังปราศรัยมากที่สุด </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผลสำรวจความคิดเห็น แนวทางหาเสียงเลือกตั้งครั้งหน้า ประชาชนหนุนใช้ สื่อโซเชียลมีเดีย แต่ยังชอบการตั้งเวทีปราศรัยมากที่สุด และหวังจะเจอการหาเสียงที่พูดจริง ทำได้จริง โม้โอ้อวด ขายฝัน นั้นเกลียดมาก&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;
หลังจากที่ คสช. ประกาศคลายล็อกให้พรรคการเมืองสามารถทำกิจกรรมได้ ยกเว้นการหาเสียงที่กำหนดห้ามใช้สื่ออิเล็กทรอนิกส์และโซเชียลมีเดีย กลายเป็นประเด็นร้อนที่ก่อให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ &amp;nbsp;เนื่องจากการเลือกตั้งอาจมีขึ้นเร็วในเดือนก.พ. ปีหน้า ทำให้พรรคการเมืองต่างๆจะต้องเร่งดำเนินการหาเสียงแข่งกับเวลา ที่เหลืออยู่ไม่มาก เพื่อสะท้อนความคิดเห็นของประชาชนที่มีต่อการหาเสียงเลือกตั้ง &amp;ldquo;สวนดุสิตโพล&amp;rdquo; มหาวิทยาลัยสวนดุสิต ดำเนินการสำรวจความคิดเห็นของผู้มีสิทธิเลือกตั้งทั่วประเทศ จำนวนทั้งสิ้น 1,174 คน ระหว่างวันที่ &amp;nbsp;18-22 กันยายน 2561 สรุปผลได้ ดังนี้
&amp;nbsp;
1.ผู้สมัคร ส.ส. หาเสียงแบบใด? จึงจะถูกใจประชาชน
อันดับ 1&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เน้นสิ่งที่ทำได้จริง พูดแล้วทำจริง ทำตามที่พูด ไม่สร้างภาพ&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;41.93%
อันดับ 2&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีนโยบายที่ทำเพื่อประชาชน ไม่เป็นประชานิยม มีแนวทางการทำงานที่เป็นรูปธรรม&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;32.29%
อันดับ 3&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ลงพื้นที่ จัดเวทีปราศรัย หาเสียงผ่านสื่อโซเชียลต่าง ๆ ไลฟ์สด&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;23.27%
อันดับ 4&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เคารพกฎกติกา ไม่ใส่ร้าย โจมตีกัน พูดมีสาระ สุภาพ น่าฟัง&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; 21.80%
อันดับ 5&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ดีเบตแบบในต่างประเทศ แสดงวิสัยทัศน์ออกทีวี&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;15.51%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2.&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สมัคร ส.ส. หาเสียงแบบใด? ที่ประชาชนไม่ชอบ
อันดับ 1&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คุยโม้โอ้อวด อวดอ้าง ขายฝัน ทำไม่ได้ตามที่พูดไว้&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;35.92%
อันดับ 2&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ซื้อเสียง ติดสินบน กระทำผิดกฎกติกาที่กำหนด&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;34.24%
อันดับ 3&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หาเสียงด้วยวิธีการรบกวนผู้อื่น เช่น รถแห่เสียงดัง ติดป้ายสมัครบังทาง รบกวนเวลาส่วนตัว&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;25.84%
อันดับ 4&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ใส่ร้ายผู้สมัครฝั่งตรงข้าม โจมตี สาดโคลนกันไปมา&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;18.28%
อันดับ 5&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไม่ลงพื้นที่เอง ใช้หัวคะแนนลงพื้นที่ ไม่เข้าหาประชาชน&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;14.92%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3.&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประชาชนคิดอย่างไร? กับการหาเสียงเลือกตั้ง ส.ส. ผ่านทางสื่อโซเชียลมีเดีย&amp;nbsp;
อันดับ 1&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เป็นวิธีการที่ดี ทันสมัย ช่วยประหยัดเวลาและงบประมาณ&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;48.15%
อันดับ 2&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประชาชนเข้าถึงได้ง่าย สะดวก สามารถแสดงความคิดเห็นถามตอบได้ &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;34.57%
อันดับ 3&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ควบคุมได้ยาก ตรวจสอบไม่ได้ อาจเกิดการใส่ร้ายโจมตีกัน&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;25.93%
อันดับ 4&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สื่อสารได้ตรงกลุ่มเป้าหมาย เป็นการหาเสียงเจาะกลุ่มเฉพาะ&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;17.04%
อันดับ 5&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ละเมิดพื้นที่ส่วนตัว ไม่สนใจอยากอ่าน แต่ต้องมาเห็นข้อความที่เข้ามา&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;13.58%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4.&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วิธีการหาเสียงเลือกตั้ง ส.ส. แบบใด? ที่ถูกใจประชาชนมากที่สุด
อันดับ 1&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตั้งเวทีปราศรัย &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;29.32%
อันดับ 2&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ใช้สื่อโซเชียลมีเดีย&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;26.00%
อันดับ 3&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เคาะประตูบ้าน&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;25.13%
อันดับ 4&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีขบวนรถหาเสียง&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; 9.08%
อันดับ 5&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผ่านเว็บไซต์ของพรรคการเมือง&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;6.98%
อันดับ 6&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ติดตั้งป้ายโฆษณาขนาดใหญ่ &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;6.81%
อันดับ 7&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่งข้อความผ่านโทรศัพท์มือถือ (SMS)&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; 0.52%
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;
5.&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประชาชนชอบการปราศรัยหาเสียงเลือกตั้ง ส.ส. บนเวทีหรือไม่
อันดับ 1&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ชอบ&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;61.88% &amp;nbsp;เพราะ &amp;nbsp;ได้เจอผู้สมัครตัวจริง ได้ฟังแนวคิด วิสัยทัศน์ นโยบายการทำงาน ได้เห็นท่าทาง อากัปกริยา ฯลฯ &amp;nbsp;
อันดับ 2&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไม่ชอบ&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;38.12% &amp;nbsp;เพราะ &amp;nbsp;คนเยอะ เสียงดัง วุ่นวาย รบกวนผู้อื่น คุยโม้ โอ้อวด ต้องหลีกเลี่ยงเส้นทางที่มีการปราศรัย ฯลฯ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6. &amp;nbsp;&amp;ldquo;สื่อ&amp;rdquo; ที่ใช้หาเสียงเลือกตั้ง ส.ส. ที่ประชาชนให้ความสนใจ&amp;nbsp;
อันดับ 1&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โทรทัศน์&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;33.85%
อันดับ 2&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สื่อบุคคล เช่น ตัวผู้สมัคร/หัวหน้าพรรค/ผู้สนับสนุน &amp;nbsp;27.55%
อันดับ 3&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โซเชียลมีเดีย&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;20.70%
อื่นๆ&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ได้แก่ หนังสือพิมพ์ วิทยุ รถหาเสียง แผ่นพับ ใบปลิว เป็นต้น &amp;nbsp;17.90%&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/18203</URL_LINK>
                <HASHTAG>ตั้งเวทีปราศรัย, สวนดุสิตโพล, สื่อโซเซียล, เลือกตั้งปี 62, แนวทางการหาเสียง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180923/image_big_5ba6f6994508d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>16011</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/08/2018 15:56</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/08/2018 14:05</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;วิษณุ&#039; เล็งชง คสช. คลายล็อกพรรคการเมือง 6 ข้อ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;23&amp;nbsp;ส.ค. 61 - ที่โรงแรมเซ็นทรา บายเซ็นทาราศูนย์ราชการและคอนเวนชันเซ็นเตอร์ แจ้งวัฒนะ นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีความคืบหน้าการเตรียมคลายล็อคให้พรรคการเมืองได้ดำเนินการเรื่องต่างๆ ว่า เรื่องนี้คณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.)ได้คุยกันมาระยะหนึ่งแล้ว โดยต้องการให้&amp;nbsp;1.พรรคการเมืองจัดประชุมใหญ่ เพื่อรับสมัครสมาชิกเพิ่มเติมได้&amp;nbsp;2.ให้ความเห็นเรื่องการแบ่งเขตเลือกตั้งได้&amp;nbsp;3.สามารถดำเนินการเกี่ยวกับไพรมารีโหวตได้&amp;nbsp;4.ตั้งกรรมการเพื่อสรรรหาผู้สมัครรับเลือกตั้งได้&amp;nbsp;5.ติดต่อประสานงานกับสมาชิกได้ ส่วนข้อ6.นั้นจำไม่ได้แต่ไม่ใช่การหาเสียงเลือกตั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวิษณุ กล่าวว่า เรื่องนี้พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช.จะใช้อำนาจตามมาตรา&amp;nbsp;44&amp;nbsp;เปิดทางให้สามารถดำเนินการได้ และการใช้ม.44&amp;nbsp;ก็ไม่เห็นจะเป็นประเด็นอะไร เพราะคำสั่ง คสช.ที่&amp;nbsp;53/2560&amp;nbsp;นั้นเปรียบเหมือนกฎหมาย การจะปรับเปลี่ยนคำสั่งนี้ก็จะต้องออกกฎหมาย โดยม.44&amp;nbsp;แต่ไม่ทราบว่า คสช.จะออกคำสั่งได้เมื่อใด ส่วนการทำไพรมารีโหวตนั้นรัฐธรรมนูญไม่ได้กำหนด เพราะกำหนดเพียงให้รับฟังความเห็นของสมาชิกพรรคในการเลือกผู้ที่จะลงสมัครรับเลือกตั้ง ซึ่งมีหลายวิธีการ แต่ไม่ขอบอกว่าจะเสนอให้ คสช.เลือกรูปแบบใด แต่จะบอกถึงข้อดี ข้อเสีย ทุกรูปแบบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;จะเสนอคสช.ได้เมื่อไหร่คงไม่ต้องพูดเพราะจะก่อให้เกิดการคาดการณ์ เกิดความสับสนอลหม่าน มีการขยายผล มีการวิจารณ์ ด่าไปก่อน ทำให้ทุกอย่างไขว้เขวไปหมด ส่วนที่นายกรัฐมนตรีบอกว่าพร้อมเซ็น เมื่อมีการเสนอมานั้นหมายถึง พร้อมเซ็นเมื่อมีการพิจารณาแล้วเสร็จ โดยต้องเข้ามาพิจารณาในที่ประชุม คสช.ก่อนจะมีการปรับปรุง และยื่นให้หัวหน้าคสช.เซ็น&amp;rdquo; นายวิษณุ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า เมื่อทำไพรมารีโหวตเสร็จพรรคการเมืองจะสามารถหาเสียงเลือกตั้งได้เลยหรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า ยังไม่ได้ เพราะการหาเสียงเลือกตั้งจะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อมีพระราชกฤษฎีกา(พ.ร.ฎ.) กำหนดวันเลือกตั้ง ส่วนพรรคการเมืองจะลงพื้นที่พบปะประชาชนหลังทำไพรมารีโหวตได้หรือไม่นั้นจะต้องถามกกต.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวิษณุ กล่าวว่า ส่วนที่ กกต.กางปฏิทินเบื้องต้นว่าจะสามารถออก พ.ร.ฎ.เลือกตั้งในเดือน ม.ค.&amp;nbsp;62&amp;nbsp;แล้วจัดการเลือกตั้งได้ในวันที่&amp;nbsp;24&amp;nbsp;ก.พ.62&amp;nbsp;นั้น เป็นสมมติฐานของกกต. คิดว่าไม่มีปัญหาในเรื่องของระยะเวลาเพราะสมัยที่พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ เป็นนายกรัฐมนตรีนั้น มีเวลาเตรียมตัวเลือกตั้งแค่&amp;nbsp;20&amp;nbsp;วัน จนทำให้ พรรคกิจสังคมของ ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมท ต้องขึ้นป้ายหาเสียงว่า คิดไม่ทันพี่น้องเอ๋ย เลือกกิจสังคม จึงไม่มีปัญหาเรื่องระยะเวลา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;การประกาศเพียงสั้นๆ การหาเสียงก็จะสั้น บางคนอาจรู้สึกว่าเสียเปรียบ แต่บางพรรคอาจชอบใจ เหมือนที่หนังสือพิมพ์เขียนวันนี้ว่าทุกพรรคการเมืองอยากให้การเลือกตั้งสั้นทั้งนั้นเพราะจะได้จ่ายเงินน้อย แต่ก็ยังขาดการสร้างความรู้ความเข้าใจ การตัดสินใจเลือกนโยบายของพรรคต่างๆ ทางที่ดีที่สุดคือเอาให้พอดี เพราะอย่าง&amp;nbsp;20&amp;nbsp;วันก็สั้นเกินไป&amp;nbsp;90&amp;nbsp;วันก็ยาวเกินไป&amp;rdquo;นายวิษณุ กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/16011</URL_LINK>
                <HASHTAG>คสช.ปลดล็อก, นายวิษณุ เครืองาม, เลือกตั้งปี 62, ไพรมารีโหวต</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180823/image_big_5b7e5b2255e27.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
