<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>99412</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/04/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/04/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปชป.คึกสู้ศึก ชิงผู้ว่าฯกทม. เมิน2บิ๊กเนม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปชป.คึกพร้อมสู้ศึกสนามผู้ว่าฯ กทม. แย้มได้ตัวผู้สมัครแล้วคัดเหลือ 2 แคนดิเดตรอ กก.บห.เคาะ&amp;nbsp; นโยบายหาเสียงเตรียมไว้เสร็จสรรพ ลั่นไม่หวั่นเจอ &amp;quot;ชัชชาติ-บิ๊กแป๊ะ&amp;quot; เปรียบเหมือนนักมวยเต้นฟุตเวิร์ก ให้ดูวันชกจริงดีกว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 13 เมษายน นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และประธานยุทธศาสตร์กรุงเทพมหานคร ในฐานะผู้รับผิดชอบพื้นที่ กทม. กล่าวถึงการเตรียมความพร้อมการเลือกตั้งท้องถิ่นใน กทม.ว่า&amp;nbsp; ขณะนี้พรรคได้เตรียมไว้ 2 ส่วน คือ เลือกตั้งสมาชิกสภากรุงเทพฯ (ส.ก.) และผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เพราะคาดว่าจะเลือกตั้งพร้อมๆ กัน&amp;nbsp; โดยที่ผ่านมาเราได้เตรียมผู้สมัคร จัดทำนโยบายที่ใช้ในการหาเสียง และทีมงานช่วยดำเนินการรณรงค์หาเสียงไว้แล้ว จะมีนโยบายเข้ามาแก้ไขและพัฒนา กทม. ซึ่งได้จากการระดมความคิดเห็นจากบุคลากรของพรรค เช่น ส.ส., อดีต ส.ก., ส.ข., ตัวแทนสาขาพรรค และระดมความเห็นจากคนภายนอกที่มีหลากหลายรูปแบบ ขณะเดียวกันมีการเจาะลึกลงไปเฉพาะกลุ่ม เพื่อจะได้ทราบถึงความต้องการของคน กทม.อย่างแท้จริง ว่าอะไรที่เป็นปัญหาที่ควรแก้ไข โดยจัดความสำคัญ 5&amp;nbsp; ลำดับไว้ หากมีโอกาสได้เข้าไปทำงานไม่ว่าในสถานะ ส.ก.หรือผู้บริหาร ทั้งนี้นโยบายดังกล่าวพร้อมที่จะใช้รณรงค์หาเสียงเลือกตั้ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับตัวบุคคลที่จะส่งรับเลือกตั้ง ส.ก.นั้น พรรคมีบุคลากรอยู่แล้วประมาณกว่า 20 คน ส่วนใหญ่แสดงความจำนงที่จะลงสมัครรับเลือกตั้งกับพรรคต่อไป และพรรคต้องสรรหาใหม่อีกประมาณ 30 คน ขณะนี้มีประมาณ 90&amp;nbsp; เปอร์เซ็นต์ อีก 10 เปอร์เซ็นต์ที่เหลือบางเขตมีคนสนใจมากกว่า 1 คน&amp;nbsp; พรรคให้โอกาสทำงานในพื้นที่ เมื่อถึงเวลาเหมาะสมจะประชุมคณะทำงานสรรหาผู้สมัคร ส.ก.เพื่อพิจารณาว่าใครเหมาะสม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;สำหรับผู้สมัครเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. ประชาธิปัตย์ดำเนินการสรรหาตัวผู้สมัครมาตั้งแต่ก่อนที่จะมีการเลือกตั้ง ส.ส.แล้ว โดยมีการพูดคุยกับคนที่สนใจและคนที่พรรคคิดว่าน่าสนใจ 3-4 ท่าน จนขณะนี้เหลืออยู่ 2 ท่านที่อยู่ในข่ายพรรคจะพิจารณา เมื่อถึงเวลาเหมาะสมที่ต้องตัดสินใจ ก็จะมีการประชุมคณะกรรมการสรรหาและคณะกรรมการบริหารเพื่อตัดสินใจครั้งสุดท้าย คิดว่าคงไม่น่าจะมีใครมาขอลงสมัครเพิ่มอีกแล้ว เกณฑ์ในการเลือกผู้สมัครของเรา คือ มีความรู้ความสามารถ เป็นบุคคลสาธารณะ มีความมุ่งมั่น มีบุคลิกลักษณะที่พร้อมจะทำงานร่วมกับคนอื่นได้ และมีภาวะผู้นำผู้บริหารระดับสูง&amp;quot; รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวถามว่า พรรคสอบถามคนกรุงเทพฯ หรือไม่ว่าอยากได้ผู้ว่าฯ แบบใด นายองอาจกล่าวว่า ที่ผ่านมามีการสำรวจโพลออกมาจำนวนมากอยู่แล้ว พอที่จะสามารถนำมาประเมินได้ แต่พรรคเองมีการสำรวจเป็นระยะเช่นกัน&amp;nbsp; ตนคิดว่าผู้ใช้สิทธิ์ลงคะแนนทุกครั้งที่มีการเลือกตั้ง ใช้วิจารณญาณในการพิจารณาตัดสินใจหาคนที่เหมาะสมที่สุด ในการเข้ามารับผิดชอบทำงานแต่ละประเภทแต่ละช่วงเวลา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนที่นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ อดีต รมว.คมนาคม, พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา อดีต ผบ.ตร., พล.ต.อ.อัศวิน&amp;nbsp; ขวัญเมือง ผู้ว่าฯ กทม.คนปัจจุบัน ประกาศตัวจะลงสมัครรับเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.ด้วยนั้น นายองอาจกล่าวว่า พรรคไม่วิตกกังวลว่าใครจะลงสมัคร เพราะทุกครั้งพรรคต้องแข่งขันกับผู้สมัครที่น่าสนใจและเป็นคนดังๆ ทั้งนั้น คนที่แสดงตัวออกมาตอนนี้ก็เหมือนนักมวยที่กำลังฟุตเวิร์ก วอร์มอัพร่างกายก่อนเตรียมขึ้นชกเท่านั้น พอถึงเวลาชกจริงค่อยมาดูกันว่าใครจะชนะ หรือคนกรุงเทพฯ จะเลือกใครดีกว่า ทั้งนี้พรรคจะเน้นการเตรียมความพร้อมตั้งแต่รณรงค์หาเสียงจนถึงวันเลือกตั้ง หากประชาชนมอบความไว้วางใจให้ทำงานก็ต้องพร้อมตั้งแต่วันแรกที่ได้รับตำแหน่งเลย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามถึงผลการสำรวจล่าสุดที่คนกรุงเทพฯ อยากให้การสนับสนุนผู้สมัครอิสระมากกว่าผู้สมัครจากพรรคการเมือง รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์กล่าวว่า ขณะนี้มีแต่คนที่ประกาศตัวลงสมัครที่ชัดเจนว่าจะลงในนามอิสระ แต่ในส่วนของพรรคการเมืองยังไม่มีการเปิดออกมา จึงเป็นเรื่องธรรมดาที่ผลโพลจะออกมาลักษณะนี้ เพราะต้องให้ความเห็นกับคนที่เขารู้จักก่อน คิดว่าเมื่อพรรคเปิดตัวแล้วผลสำรวจอาจจะเปลี่ยนไปก็ได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;สนามการเลือกตั้งท้องถิ่นใน กทม.กับเลือกตั้งระดับชาติมีความแตกต่างกันอยู่แล้ว การตัดสินใจของประชาชนทุกครั้งจะพิจารณาเป็นเรื่องๆ เช่นในอดีตนายทักษิณ ชินวัตร ตั้งพรรคการเมืองในปี 42 และลงสมัครการเลือกตั้งทั่วไปในปี 44 เขากวาดที่นั่งได้เกือบทั้งหมด พรรคประชาธิปัตย์ได้ไม่กี่คน แต่พอมีการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.ในปี 47&amp;nbsp; มีคนมีชื่อเสียงแห่กันลงสมัครจำนวนมาก ปรากฏว่าคนกรุงเทพฯ กลับเลือกผู้สมัครของพรรคประชาธิปัตย์ คือนายอภิรักษ์ โกษะโยธิน ผู้สมัครหน้าใหม่นอกวงการที่ไม่มีใครรู้จัก ทั้งที่กระแสนิยมรัฐบาลนายทักษิณขึ้นสูงมาก พอผ่านมาอีกแค่ 6 เดือน คนกรุงเทพฯ กลับมาเลือก ส.ส.พรรคไทยรักไทยเกือบหมด ผู้สมัครของพรรคตกเกือบหมด ได้มาแค่ 2-3 คน มี ส.ส.เก่าเพียงคนเดียว คือผม&amp;nbsp; แสดงให้เห็นว่าคนกรุงเทพฯ เขาแยกเรื่องออกจากกัน&amp;quot;&amp;nbsp; นายองอาจระบุ&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ เป็นตัวอย่างหนึ่งในอดีตที่ทำให้เห็นว่า คนกรุงเทพฯ ใช้สิทธิ์ลงคะแนนเสียงเลือกตั้งพิจารณาเป็นเรื่องๆ ในแต่ละครั้ง เขาพิจารณาองค์ประกอบหลายๆ&amp;nbsp; อย่าง และพิจารณาบุคคลที่เขาเห็นว่าเหมาะสมที่สุดในเรื่องนั้นๆ และตนยังมั่นใจว่าเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.ครั้งนี้จะยังคงเหมือนเดิม คือมีอิสระในการตัดสินใจอยู่แล้ว แต่เราไม่รู้ว่าเขาจะเลือกใคร ขึ้นอยู่กับผู้สมัครของแต่ละพรรคการเมืองว่าจะส่งใคร นอกจากนี้การที่พรรคไม่มี ส.ส.ใน กทม.ก็ไม่เกี่ยวข้องแน่นอน เพราะในอดีตเราได้ ส.ส.น้อยกว่าพรรคไทยรักไทยถึง 1 ใน 3 แต่เรายังสามารถชนะเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.ได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนนโยบายประชานิยมของรัฐบาลภายใต้การนำของพรรคพลังประชารัฐ เช่น คนละครึ่ง, เรารักกัน ที่ดูเหมือนประชาชนจะพึงพอใจ จะทำให้พรรคต้องกังวลหรือไม่นั้น&amp;nbsp; นายองอาจกล่าวว่า อย่าลืมว่าพรรคร่วมรัฐบาลก็ยังมีพรรคประชาธิปัตย์และอีกหลายพรรคร่วมด้วย ถ้าไม่มีพรรคเหล่านี้ก็ไม่มีรัฐบาล อย่างไรก็แล้วแต่อยู่ที่ประชาชนจะคิดตัดสินใจ เรามีหน้าที่สรรหาคนที่ดีที่สุดเสนอให้เขาเลือกเท่านั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า นโยบายหาเสียงครั้งนี้จะเป็นเรื่องเก่าที่เป็นปัญหาเดิมๆ ใน กทม. หรือมีนโยบายใหม่เกิดขึ้น&amp;nbsp; นายองอาจกล่าวว่า จะมีทั้งปัญหาเดิมๆ และปัญหาใหม่&amp;nbsp; เช่น PM2.5 ในการเลือกตั้งปี 56 พรรคไม่ได้ชูเรื่องนี้&amp;nbsp; เพราะปัญหายังไม่รุนแรงขนาดนี้ เราจะต้องมีวิธีเสนอว่าจะแก้ปัญหาอย่างไร ส่วนปัญหาเก่าๆ น้ำท่วม ขยะ สิ่งแวดล้อม จราจร ปากท้องของประชาชนยังคงต้องมีอยู่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวถามว่า ดูเหมือนจะมีแต่พรรคประชาธิปัตย์ที่ส่งผู้สมัครรับเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.ในนามพรรคการเมือง&amp;nbsp; ส่วนพรรคอื่นๆ สนับสนุนผู้สมัครอิสระ นายองอาจกล่าวว่า&amp;nbsp; เป็นสิทธิ์ของแต่ละพรรคการเมืองจะตัดสินใจอย่างไร แต่พรรคประชาธิปัตย์ให้ความสำคัญกับการกระจายอำนาจท้องถิ่น ซึ่งเป็นอุดมการณ์ 1 ใน 10 ข้อของพรรคที่เริ่มตั้งแต่ก่อตั้ง ดังนั้นเราจะส่งเสริมการกระจายอำนาจ ให้ท้องถิ่นสามารถจัดการตนเองได้โดยคนของท้องถิ่นเอง และมีพรรคการเมืองสนับสนุน พิจารณาหาบุคคลที่เหมาะสมมาลงสมัคร และช่วยกันทำนโยบายที่สามารถนำไปใช้แก้ปัญหา พัฒนาให้ดียิ่งขึ้น ถือเป็นภาระหน้าที่พรรคการเมืองต้องทำอย่างเต็มที่.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/99412</URL_LINK>
                <HASHTAG>ปชป., ผู้ว่าฯ กทม., หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, องอาจ คล้ามไพบูลย์, เลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210315/image_big_604ec7e77baa5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>79801</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/10/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/10/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กกต.เล็งเลือกตั้งอบจ.20ธ.ค.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;กกต.เตรียมเรียกประชุม ผอ.กกต.จว.-ปลัด อบจ. รับเลือกตั้ง อบจ. &amp;ldquo;จรุงวิทย์&amp;rdquo; รับมีความเป็นไปได้กำหนด 20 ธ.ค.เป็นวันเลือกตั้ง ด้าน &amp;quot;วิษณุ&amp;quot; ปัดล็อกเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. ลำดับสุดท้ายปลายปี 64 เผย กกต.ขอร้องเว้นช่วงเลือกตั้งท้องถิ่นแต่ละประเภทห่าง 60 วัน รับแก้ รธน.อาจมีผลกระทบ เหตุทำประชามติ-ตั้ง ส.ส.ร. ชี้ใช้งบประมาณเยอะ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม พ.ต.อ.จรุงวิทย์ ภุมมา เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กล่าวถึงไทม์ไลน์ในการเลือกตั้งท้องถิ่นหลังคณะรัฐมนตรีมีมติให้จัดการเลือกตั้งท้องถิ่นว่า เรื่องวันเลือกตั้งขึ้นอยู่กับการพิจารณาของ กกต. จะเห็นว่าวันใดเหมาะสมระหว่างวันที่ 13 ธ.ค. หรือ 20 ธ.ค. แต่มีความเป็นไปได้ที่จะเป็นวันที่ 20 ธ.ค. เนื่องจากวันที่ 13 ธ.ค. เป็นช่วงวันหยุดยาว ซึ่งอาจจะมีความชัดเจนขึ้นหลังประชุม กกต.ในวันที่ 12 ต.ค.นี้ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยการเลือกตั้งท้องถิ่นครั้งแรกหลังใช้บังคับกฎหมายเลือกตั้งท้องถิ่นฉบับใหม่นี้ กกต.ก็จะเป็นผู้กำหนดวันเลือกตั้ง รวมถึงวันรับสมัครของนายกและสมาชิกองค์การบริหารส่วนจังหวัดเป็นวันเดียวกันทั้ง 76 จังหวัด เพื่อสะดวกในการบริหารจัดการ และหลังจากที่ กกต.ประกาศให้มีการเลือกตั้ง ก็จะเริ่มนับหนึ่งในการดำเนินการจัดการเลือกตั้ง ซึ่งจะจัดเลือกตั้งให้แล้วเสร็จภายใน 60 วัน ส่วนนายกและสมาชิกองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่ปฏิบัติหน้าที่อยู่ก็ต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่ทันทีตามกฎหมายกำหนด &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.ต.อ.จรุงวิทย์เผยว่า ขณะนี้ในส่วนกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้งท้องถิ่น กกต.ได้ดำเนินการเสร็จแล้ว จากนี้กำลังจะมีการเรียกประชุมผู้อำนวยการเลือกตั้งประจำจังหวัด ผู้อำนวยการเลือกตั้งประจำองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ซึ่งน่าจะเป็นปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัด มาประชุมร่วมกันที่กรุงเทพฯ ในช่วง 1-2 สัปดาห์นี้ก่อนที่ กกต.จะประกาศให้มีการเลือกตั้ง เพราะเมื่อ กกต.ประกาศให้มีการเลือกตั้งแล้ว ผู้สมัครก็จะเริ่มทำการหาเสียง ผู้อำนวยการเลือกตั้งก็ต้องปฏิบัติหน้าที่ควบคุมการจัดการเลือกตั้ง ส่วนเรื่องการป้องกันทุจริตต่างๆ สำนักงาน กกต.ก็ได้เตรียมจะเสนอแผนให้ กกต.พิจารณา โดยจะครอบคลุมทั้งเรื่องการปราบปรามและป้องกันทุจริต
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ในการประชุม ครม.เมื่อวาน กกต.ในฐานะผู้ควบคุมก็ได้ชี้แจงถึงแนวทางการควบคุมการจัดเลือกตั้ง ซึ่งแม้เรื่องนี้การจัดเลือกตั้งจะเป็นวาระจร แต่ใช้เวลาในการพิจาณาค่อนข้างนาน เนื่องจากมีการซักถามของรัฐมนตรีหลายท่านด้วยความเป็นห่วง ทางรัฐมนตรีมหาดไทยก็ได้มีการอธิบายเรื่องต่างๆ จน ครม.ก็มีมติให้มีการเลือกตั้งองค์กรบริหารส่วนจังหวัด เพราะว่าพร้อมที่สุด ส่วนการเลือกตั้งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอื่นที่จะตามมา กกต.ก็จะมีการพูดคุยกับมหาดไทยว่าพร้อมไหม เหมือนกับที่ กกต.ประชุมร่วมกับมหาดไทยเมื่อวันที่ 1 ต.ค.ที่ผ่านมา&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.ต.อ.จรุงวิทย์กล่าวอีกว่า ในส่วนของงบประมาณที่ กกต.ได้รับจัดสรรเพื่อใช้ในการเลือกตั้งท้องถิ่น ขณะนี้มีปัญหาอยู่บ้างว่าจะเพียงพอไปถึงควบคุมเลือกตั้งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นรูปแบบอื่นหรือไม่ เพราะที่ใช้กับเลือกตั้ง อบจ.ขณะนี้ก็เหลืออยู่ไม่มาก เนื่องจากต้องมีการเพิ่มในส่วนมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 ที่ต้องมีในทุกหน่วยเลือกตั้งประมาณ 97,000 หน่วยเลือกตั้ง และยังต้องมีการอบรม กปน.หน่วยละ 10 คน รวมประมาณ 1 ล้าน แต่ถ้าไม่เพียงพอก็จะต้องขอรับการจัดสรรงบประมาณเพิ่มจากรัฐบาล
ปัดเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.สิ้นปี 64
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ ให้สัมภาษณ์กรณีที่มีกระแสข่าวว่าการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กรุงเทพมหานครจะถูกจัดขึ้นเป็นลำดับสุดท้ายในการเลือกตั้งท้องถิ่น โดยจะจัดในปลายปี 2564 ว่า&amp;nbsp; ไม่จริง ไม่มีการพูดเช่นนั้น เป็นการคาดการณ์เท่านั้นเอง จะมีการเปลี่ยนแปลงอย่างไรก็ได้ ไม่เคยมีใครพูดว่าจะเอาการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.ไว้หลังสุด หากคิดว่าเอาไปไว้หลังสุด แล้วไม่เป็นเช่นนั้นเดี๋ยวก็อาจจะเตรียมตัวกันไม่ทัน ก็ให้รอเป็นระยะ เดี๋ยวเราจะแจ้งล่วงหน้า ไม่จู่โจมแน่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ กกต.ก็ขอมาว่าหากจะเลือกตั้งประเภทอะไรก็ตาม ก็ให้เว้นช่วงเวลาประมาณ 60 วันเป็นอย่างน้อย แล้วค่อยเลือกประเภทใหม่ ซึ่งก็ต้องระมัดระวังอย่าไปใกล้เคียงกับช่วงเวลาการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เช่น การลงประชามติหรือการตั้งสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) ถ้าหากว่าจะมี อย่าให้ใกล้เคียงกัน เพราะใช้ กกต.ชุดเดียวกันในการบริหาร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวถามว่า กระบวนการแก้ไข รธน.จะกระทบการเลือกตั้งท้องถิ่นหรือไม่ รองนายกฯ ตอบว่า ไม่กระทบ แต่ว่าต้องระวังว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญมีการทำประชามติ ก็คือการเลือกตั้งชนิดหนึ่งเพราะต้องมีการสมัครเข้าคูหากาบัตร จึงต้องอย่าใกล้กับการเลือกตั้งท้องถิ่น เพราะฉะนั้นจะบริหารไม่ถูก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามว่าจะต้องมีการจัดเลือกตั้งหลายครั้ง งบประมาณจะมีปัญหาหรือไม่ นายวิษณุกล่าวว่า งบประมาณมีปัญหา แต่ไม่ใช่เรื่องที่จะต้องมาบ่น สามารถบริหารจัดการได้ และการเว้นระยะจัดการเลือกตั้งแต่ละประเภทก็ทำให้เราบริหารจัดการได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) กล่าวถึงความพร้อมในการเลือกตั้งท้องถิ่น กรณี พปชร.จะส่งลงชิงเก้าอี้นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) ทุกจังหวัดหรือไม่ว่า ยังไม่ทราบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่าทางพรรคจะเลือกใช้วิธีสนับสนุนกลุ่มบุคคลโดยไม่ต้องลงในนามพรรคหรือไม่ หัวหน้าพรรค พปชร.ปฏิเสธว่า &amp;quot;ไม่รู้&amp;nbsp; มาเป็นเราสิจะได้รู้&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามว่ามีกระแสข่าว ส.ส.พปชร.ในจังหวัดต่างๆ แย่งชิงกันส่งผู้สมัครลงเลือกตั้งท้องถิ่น พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า ไม่มีแย่ง เดี๋ยวเอาเข้าคณะกรรมการบริหาร พปชร.ให้ตกลงกัน อย่าไปห่วงเรื่องนี้ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ซักว่ากระแสข่าวพรรคก้าวไกลมาแรง พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า มาแรงก็มาแรง ส่วนคณะก้าวหน้าจะเปิดตัวแคมเปญเลือกตั้งท้องถิ่นในเร็วๆ นี้ &amp;quot;ก็ว่าไป&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวถามว่า ก่อนการเลือกตั้งต้องคุยกับพรรคร่วมรัฐบาลหรือไม่ เพื่อป้องกันการแย่งคะแนนกันเอง พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า ก็ไม่ทราบ คงแล้วแต่พรรคต้องไปคุยกัน และเรื่องการเลือกตั้งท้องถิ่น และท้องถิ่นต้องคุยกันเอง
ไม่กลัวก้าวไกล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) ให้สัมภาษณ์ว่า พรรคมีความพร้อมอยู่แล้ว ซึ่งการประชุมจะเป็นสัปดาห์หน้าหรือไม่ ขอรอดูทางหัวหน้าพรรคกำหนดอีกที
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่าจะทันกับพรรคก้าวไกลหรือไม่ เพราะจะมีการเปิดแคมเปญเลือกตั้ง อบจ. โดยจะมีการเปิดนโยบายและเปิดตัวผู้สมัครในวันศุกร์ที่ 9 ต.ค.นี้แล้ว นายพุทธิพงษ์ยืนยันว่า ไม่มีปัญหา ทันแน่นอน ซึ่งสำหรับผู้สมัครของพรรคนั้น ทางพรรคคงต้องดูในเรื่องของหลักการ หลักคิดก่อน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;พรรคจะส่งหรือไม่ส่ง ถือเป็นอีกเรื่องหนึ่ง เพราะหลายพื้นที่อาจจะมีการทับซ้อนกันได้ของคนที่จะลง บางทีเป็นเครือข่ายของส.ส. และจังหวัดหนึ่งมี ส.ส.หลายคน ดังนั้นก็ต้องมาดูภาพรวม เราตัดสินใจไม่ได้ว่าจังหวัดไหน เขตไหนเป็นอย่างไร เพราะฉะนั้นต้องให้หัวหน้าพรรคและกรรมการบริหารพรรคดูให้รอบคอบอีกที&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายพุทธิพงษ์กล่าวว่า จากนั้นก็คงจะมีความชัดเจนในเรื่องของการจัดทีมไปช่วยผู้สมัครในพื้นที่ต่างๆ ขอให้รอดูว่าจะเป็นรูปแบบไหน เพราะบางพื้นที่ก็มีเงื่อนไขที่ไม่สามารถใช้กฎเกณฑ์เดียวกันได้ในทุกพื้นที่ เนื่องจากหลายจังหวัดมี ส.ส.หลายคน ซึ่งบางคนก็สนับสนุนนายก อบจ.คนละคนกัน ซึ่งก็ถือเป็นสิทธิ เพราะฉะนั้นก็ต้องดูภาพรวมทั้งหมดก่อน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ ในฐานะโฆษกคณะกรรมาธิการ (กมธ.) พิจารณาร่างรัฐธรรมนูญก่อนรับหลักการ รัฐสภา กล่าวภายหลังการประชุม กมธ.ว่า ที่ประชุมได้พิจารณาร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญในญัตติของรัฐบาล แต่ทั้งนี้ที่ประชุมอยากนำร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญของฝ่ายค้านมาร่วมพิจารณาควบคู่กันไป โดยเฉพาะการตั้ง ส.ส.ร.ว่ามีความเหมือนหรือแตกต่างกันอย่างไร ซึ่งกรรมาธิการรู้สึกเสียดายที่พรรคร่วมฝ่ายค้านไม่ส่งตัวแทนเข้ามาร่วมชี้แจงในครั้งนี้ เพื่อให้กรรมาธิการได้ซักถามและทำความเข้าใจร่วมกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โฆษก กมธ.กล่าวต่อว่า ส่วนในเรื่องของการทำประชามตินั้นขณะนี้ยังไม่มีข้อสรุป เพราะมีความเห็นเป็น 2 ทางคือ การแก้รัฐธรรมนูญฉบับเดิมที่สามารถทำได้โดยผ่านกระบวนการมาตรา 256 ส่วนอีกทางคือ หากมีการตั้ง ส.ส.ร. จะร่างรัฐธรรมนูญใหม่ทั้งฉบับ ซึ่งยังไม่มั่นใจว่าจะทำได้ตามกลไกมาตรา 256 หรือไม่ จึงต้องทำประชามติสอบถามได้ความเห็นของประชาชนก่อนดำเนินการแก้ไขทั้งฉบับหรือไม่
แก้ รธน.สำคัญกว่า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายชัยวุฒิกล่าวด้วยว่า ส่วนที่มีการสงสัยว่าการทำประชามติจะขัดแย้งกับการเลือกตั้งท้องถิ่นหรือไม่ ถ้าทำประชามติตรงกับเลือกตั้งท้องถิ่น อาจจะต้องเลื่อนการเลือกตั้งท้องถิ่นออกไปก่อน เพราะมองว่าเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นเรื่องสำคัญกว่า แต่หากผู้เกี่ยวข้องเห็นว่าการทำประชามติสามารถทำร่วมกับเลือกตั้งท้องถิ่นในวันเดียวกันได้ก็ไม่น่าจะมีปัญหา ซึ่งเรื่องนี้จะได้มีการหารือกันอีกครั้ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ประชาชนตั้งคำถามถึงเจตนารมณ์ของรัฐบาลว่ามีความจริงใจต่อการจัดให้มีการเลือกตั้งท้องถิ่นหรือไม่ ก่อนหน้านี้อ้างงบเลือกตั้งท้องถิ่นถูกดึงไปใช้กับโควิดจนหมด อ้าง กกต.ไม่พร้อม วันนี้อ้างเพิ่ม หากมีการเลือกตั้ง ส.ส.ร. อาจทำให้การเลือกตั้งท้องถิ่นล่าช้าออกไป ซึ่งไม่มีส่วนเชื่อมโยงเกี่ยวข้องกันเลย รัฐบาลอย่าจับเอาการเลือกตั้งท้องถิ่นเป็นตัวประกัน เพื่อยื้อชีวิตการไม่อยากแก้ไขรัฐธรรมนูญ การเลือกตั้ง อปท.แทนชุดที่ค้างอยู่เดิม และบางส่วนมาจากการแต่งตั้งด้วยเครื่องมือพิเศษของรัฐบาลจากการรัฐประหาร มีแต่ทำให้ประเทศเป็นประชาธิปไตยยากลำบากขึ้นเป็นลำดับ ขัดขวางการกระจายอำนาจ การคงไว้ซึ่งคนที่รัฐบาลแต่งตั้งให้เป็นผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นต่อไป นอกจากจะผลักประชาชนออกจากกระบวนการมีส่วนร่วม ยังอาศัยสถานการณ์ชุลมุนส่งคนของรัฐบาลเข้าไปเป็นมือเป็นไม้แอบสนับสนุนรัฐบาล อาจเป็นส่วนหนึ่งของการสืบทอดอำนาจของรัฐบาลหรือไม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ไม่มีอะไรที่รัฐบาลต้องกลัว ควรส่งเสริมให้ประชาชนได้เลือกตัวแทนมาเป็นผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นด้วยตัวเอง เร่งสร้างประชาธิปไตยที่ประชาชนมีส่วนร่วมโดยเร็ว&amp;rdquo; นายอนุสรณ์ กล่าว.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/79801</URL_LINK>
                <HASHTAG>กกต., หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อบจ., เลือกตั้ง อบจ., เลือกตั้งท้องถิ่น, เลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201007/image_big_5f7dce4b47d67.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>79695</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/10/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/10/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> ธันวาฯเลือกอบจ. กทม.นู้นปลาย64</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; ครม.เห็นชอบให้มีการเลือกตั้ง อบจ. 76 จังหวัด&amp;nbsp; นายกฯ เผยอาจเลือกตั้ง อบจ.ปลาย ธ.ค.63 อยากให้โปร่งใส เป็นธรรม ไม่ทุจริต เลขาฯ กกต.ย้ำปีนี้ได้เข้าคูหาแน่นอน รับอาจต้องใช้งบเพิ่ม เหตุต้องจัดให้สอดคล้องมาตรการป้องกันโควิด-19 เปิดไทม์ไลน์เบื้องต้นอาจเลื่อนเป็น 20 ธ.ค. เหตุตรงช่วงรัฐบาลสั่งหยุดยาว หวั่นซื้อเสียง ส่วนเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.หลังสุดปลายปี 64 &amp;quot;วิษณุ&amp;quot; ชี้หากตั้ง ส.ส.ร.-ประชามติ เลือกตั้งท้องถิ่นต้องเลื่อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันอังคาร นายอนุชา บูรพชัยศรี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า ครม.เห็นชอบให้มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) 76 จังหวัด โดยให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เป็นผู้กำหนดวันเลือกตั้งตามความเหมาะสม หลังจากที่ได้รับแจ้งจาก ครม.ภายใน 60 วัน ทั้งนี้ ปัจจุบันสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่นขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ได้แก่ องค์การบริหารส่วนจังหวัด เทศบาล องค์การบริหารส่วนตำบล กรุงเทพมหานคร และเมืองพัทยา ได้ครบวาระการดำรงตำแหน่งทั่วประเทศแล้วในเดือน พ.ค.61 แต่ยังคงอยู่ปฏิบัติหน้าที่ต่อไปตามคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) และประกาศ คสช.ที่เกี่ยวข้อง
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอนุชากล่าวว่า กระทรวงมหาดไทยและสำนักงาน กกต.ได้ประชุมหารือร่วมกันเพื่อเตรียมความพร้อมในการเลือกตั้ง โดยความพร้อมของกระทรวงมหาดไทย ได้แก่ 1.ข้อมูลจำนวนราษฎรที่ใช้ในการแบ่งเขตเลือกตั้งสำนักทะเบียนกลาง กรมการปกครองได้ประกาศจำนวนราษฎรทั่วราชอาณาจักรตามหลักฐานการทะเบียนราษฎร 2.การรวมหมู่บ้านเป็นเขตเลือกตั้งสำหรับการเลือกตั้งขององค์การบริหารส่วนตำบล กรณีหมู่บ้านใดในเขตองค์การบริหารส่วนตำบลมีราษฎรตามหลักฐานการทะเบียนไม่ถึง 25 คน ให้รวมหมู่บ้านนั้นกับหมู่บ้านที่มีพื้นที่ติดต่อกัน ดำเนินการเรียบร้อยแล้ว 3.การเตรียมความพร้อมด้านงบประมาณค่าใช้จ่ายในการเลือกตั้งของ อปท. กระทรวงมหาดไทยได้แจ้งจังหวัดกำชับอปท.เตรียมการจัดทำงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2564 เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่นไว้เป็นการล่วงหน้า โดยเฉพาะการจัดเตรียมงบประมาณเพิ่มเติมเพื่อรองรับการจัดการเลือกตั้งภายใต้สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 และ อปท.ได้ตั้งงบประมาณสำหรับการเลือกตั้งของ อปท.ในปีงบประมาณ พ.ศ.2564 ไว้พร้อมแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอนุชากล่าวอีกว่า ส่วนความพร้อมของสำนักงาน กกต. ได้แก่ 1.ออกระเบียบและประกาศ กกต.แล้ว 2.ดำเนินการแบ่งเขตเลือกตั้งของ อบจ.ครบทุกแห่ง และประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้ว 3.ดำเนินการสรรหา กกต.ประจำ อปท.ครบทุกองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นแล้ว 4.ดำเนินการอบรมผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำจังหวัด ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำ อปท. และผู้ปฏิบัติงานที่เกี่ยวข้องในระดับจังหวัดและระดับอำเภอ จำนวน 10,749 คน ดำเนินการเสร็จสิ้นแล้วในเดือนกันยายน 2563
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม กล่าวว่า กกต.ได้รายงานที่ประชุม ครม.ถึงการจัดการเลือกตั้งท้องถิ่น ทั้งนี้มีเรื่องของความจำเป็นในเรื่องของโควิด-19 และงบประมาณต่างๆ ที่เตรียมไว้ระดับหนึ่งแล้ว โดยมติ ครม.ให้มีการเลือกตั้ง อบจ.ก่อนเป็นอันดับแรก เพราะมีความพร้อมมากสุด ทั้งนี้ จะต้องมีการเลือกตั้งภายใน 60 วัน คาดว่าเลือกตั้ง อบจ.ได้ในเดือน ธ.ค.63 โดยวันเลือกตั้ง กกต.จะเป็นคนกำหนด และในปีหน้าจะทยอยเลือกตั้งประเภทอื่นๆ ต่อไป โดยต้องเตรียมการในเรื่องของงบประมาณต่างๆ ของปี 64
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เราก็อยากให้การเลือกตั้งโปร่งใส เป็นธรรม ไม่ทุจริต ได้คนดีมาทำงานท้องถิ่นที่มีอยู่ 5 ประเภท ทั้ง อบจ. อบต. เทศบาล กทม. และเมืองพัทยา ซึ่งจะไปดูที่เหลืออยู่จะทำอย่างไรให้เสร็จในปีหน้า ก็ขอให้ได้คนดี ซื่อสัตย์ สุจริต โปร่งใส ตรวจสอบได้ อยากให้เกิดเหตุขึ้นอีก หลายอย่างเป็นประสบการณ์อยู่แล้ว ซึ่งจะต้องเรียนรู้ไปด้วยกัน ทั้งรัฐบาล ครม. ประชาชน และผู้ที่ได้รับการเลือกตั้ง เมื่อเข้ามาแล้วจะต้องทำตัวอย่างไรให้สอดคล้องกับที่บอกว่าเป็นประชาธิปไตย ซึ่งประชาธิปไตยไร้ระบบโดยสิ้นเชิงก็คงไม่ใช่เหมือนกัน&amp;quot; พล.อ.ประยุทธ์กล่าว
ตั้ง สสร.เลือกตั้งท้องถิ่นเลื่อนอีก
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการประชุม ครม. พ.ต.อ.จรุงวิทย์ ภุมมา เลขาธิการ กกต. ได้มาชี้แจงถึงความพร้อมในการเลือกตั้งท้องถิ่น โดยนำเอกสารเกี่ยวกับการเลือกตั้งท้องถิ่น 5 ประเภท ได้แก่ อบจ. อบต. เทศบาล เมืองพัทยา และกรุงเทพมหานคร พร้อมระบุว่า กกต.มีความพร้อมในการจัดการเลือกตั้งทุกประเภทแล้ว ขณะที่ได้ ครม.ได้เห็นชอบให้จัดการเลือกตั้ง อบจ.ก่อน เพราะมีความพร้อมในเรื่องของงบประมาณ ที่จะใช้จำนวน 3,200 ล้านบาท และการเลือกตั้งที่คาดว่าจะเป็นลำดับถัดไปคือ เทศบาลและเมืองพัทยา ที่ยังไม่ได้ข้อสรุปว่าจะให้ทั้งสองประเภทนี้จัดพร้อมกันหรือไม่ จากนั้นจะมีการจัดการเลือกตั้ง อบต. และปิดท้ายด้วยการเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) ที่ยังมีปัญหาเรื่องข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับการมีอยู่สมาชิกสภาเขต (ส.ข.) เนื่องจากการเลือกตั้งแต่ละประเภทต้องทิ้งระยะห่างกัน 45-60 วัน ทำให้การเลือกตั้งผู้ว่าฯกทม. เร็วที่สุดอาจจะอยู่ช่วงปลายปี 2564 นอกจากนี้ในที่ประชุมนายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ ได้แสดงความเห็นว่าหากมีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ หรือให้มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) และการทำประชามติ จะส่งผลกระทบให้การเลือกตั้งท้องถิ่นต้องเลื่อนออกไปด้วย รวมถึงจะทำให้รัฐบาลมีภาระงบประมาณเพิ่มขึ้นด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พ.ต.อ.จรุงวิทย์ ภุมมา เลขาธิการ กกต. ให้สัมภาษณ์ภายหลังชี้แจง ครม.ว่า กกต.มาชี้แจงกับ ครม.ถึงความพร้อมของ กกต.หลังได้มีการหารือกับกระทรวงมหาดไทยก่อนหน้านี้ ส่วนรายละเอียดว่าจะให้จัดการเลือกตั้งท้องถิ่นประเภทใดก่อนหรือหลังนั้นขอให้มีมติ ครม.ออกมาก่อน จากนั้น กกต.ถึงจะไปประกาศวันเลือกตั้งและกำหนดวันรับสมัคร ส่วนภาพรวมการเตรียมความพร้อมของ กกต.นั้น ได้มีการออกประกาศและระเบียบ รวมถึงกฎหมายที่เกี่ยวข้องเรียบร้อยแล้ว ในเบื้องต้น กกต.ได้มีการแบ่งเขตเอาไว้เรียบร้อยแล้ว ได้ฝึกจัดอบรมเจ้าหน้าที่ระดับจังหวัดและอำเภอเสร็จเรียบร้อยแล้ว หากให้มีการจัดการเลือกตั้ง อบจ.เป็นประเภทแรก จะต้องมีการฝึกอบรมเจ้าหน้าที่ประมาณ 1 ล้านคน เพื่อรองรับสำหรับหน่วยเลือกตั้งที่จะเพิ่มขึ้น เนื่องจากต้องปฏิบัติตามให้เป็นไปตามมาตรการด้านสาธารณสุข ซึ่ง กกต.กับกรมควบคุมโรคได้หารือกันในรายละเอียดอยู่ตลอด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.ต.อ.จรุงวิทย์กล่าวว่า จะใช้งบประมาณของท้องถิ่นนั้นๆ ในการดำเนินการการเลือกตั้ง โดยกระทรวงมหาดไทยจะเป็นผู้ให้รายละเอียดในเรื่องนี้ เพราะแต่ละท้องถิ่นใช้ไม่เท่ากัน และเป็นไปได้ว่าที่อาจจะต้องใช้งบประมาณเพิ่ม เนื่องจากมีการปรับเปลี่ยนรูปแบบและเพิ่มหน่วยเลือกตั้ง ขณะที่ข้อปฏิบัติในการหาเสียงของผู้สมัครนั้น ต้องคำนึงถึงมาตรการด้านสาธารณสุข โดยเฉพาะการสวมหน้ากากอนามัยและเว้นระยะทาง ผู้สมัครและผู้จัดต้องคำนึงถึงสถานที่และจำนวนคนที่เหมาะสม รวมถึงสอดคล้องกับมาตรการด้านสาธารณสุข
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่าจะสามารถจัดการเลือกตั้งท้องถิ่นได้ภายในปีนี้เหมือนที่นายกฯ ระบุหรือไม่ พ.ต.อ.จรุงวิทย์กล่าวว่า ใช่ครับ ส่วนจะเป็นวันใดหรือจะเป็นช่วงวันหยุดยาวเดือน ธ.ค.หรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับที่ประชุมใหญ่ กกต.จะพิจารณา ตามขั้นตอนโดยปกติหลังจาก ครม.กำหนดว่าจะให้เลือกตั้งประเทศใดแล้ว กกต.จะต้องไปประกาศวันเลือกตั้งภายในระยะเวลา 45 ถึง 60 วัน คล้ายกับการเลือกตั้ง ส.ส. เพราะเมื่อประกาศแล้ว ผู้บริหารท้องถิ่นในระดับนั้นจะต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่ ทั้งนี้ ครม.ได้ให้ข้อสังเกตถึงเรื่องการรณรงค์หาเสียงเลือกตั้งท่ามกลางสถานการณ์ที่ยังคงมีการแพร่ระบาดของโควิด-19 ยืนยันว่า กกต.มีความพร้อมจัดการเลือกตั้งท้องถิ่นทุกประเภท
คาดเลือก อบจ. 20 ธ.ค.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตามไทม์ไลน์การเลือกตั้งท้องถิ่น สำนักงาน กกต.ได้มีการจัดทำขึ้นก่อนที่รัฐบาลจะประกาศวันหยุดพิเศษในเดือน ธ.ค. ที่จะให้หยุดยาว 4 วัน ตั้งแต่วันที่ 10-13 ธ.ค. เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ ดังนั้นหากมีการเสนอที่ประชุม กกต.อาจต้องมีการพิจารณาว่าการจะให้วันที่ 13 ธ.ค. เป็นวันเลือกตั้งนายกฯ และสมาชิกองค์การบริหารส่วนจังหวัดยังมีความเหมาะสมหรือไม่ จะมีปัญหาเรื่องการใช้สิทธิเลือกตั้งหรือการซื้อเสียงเลือกตั้งหรือไม่ มีความเป็นไปได้ที่จะขยับไปให้มีการเลือกตั้งในวันอาทิตย์ที่ 20 ธ.ค. ซึ่งก็ต้องมีการขยับวันประกาศกำหนดให้มีการเลือกตั้งของ กกต.ออกไปด้วย โดยต้องประกาศไม่เร็วกว่าวันที่ 22 ต.ค.เป็นต้นไปด้วย อย่างไรก็ตาม ในการประชุม กกต.วันนี้ ที่ประชุมก็ได้รับทราบที่ ครม.มีมติให้มีการเลือกตั้งนายกฯ และสมาชิก อบจ. และได้ให้สำนักงานไปพิจารณาเรื่องวันเลือกตั้ง เพื่อที่จะหารือเรื่องดังกล่าวอีกครั้งในการประชุมวันจันทร์ที่ 12 ต.ค.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าการสรรหาผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. ในส่วนของพรรค พปชร. ขณะนี้มีความชัดเจนแล้วหรือยังว่า ยัง ขอพูดคุยกับกรรมการบริหารพรรค (กก.บห.) ก่อน ส่วนกรณีนายสิระ เจนจาคะ ส.ส.กทม.พรรค พปชร.ออกมาโจมตี พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าฯ กทม.นั้น ก็ให้ไปถามนายสิระ มาถามอะไรตน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรและสหกรณ์ ในฐานะรองหัวหน้าพรรค พปชร. ให้สัมภาษณ์ภายหลังเข้าพบ พล.อ.ประวิตร ที่ตึกบัญชาการ 1 ถึงการสรรหาบุคคลเป็นตัวแทนลงสมัครรับเลือกตั้งท้องถิ่นว่า ขณะนี้ยังไม่ได้วางตัวบุคคลในการส่งสมัครรับเลือกตั้ง พล.อ.ประวิตร ได้นัดประชุมอย่างเป็นทางการสัปดาห์หน้า แนวทางเบื้องต้นบางพื้นที่จะลงรับสมัครในนามพรรค บางพื้นที่ลงในนามตัวเอง และกลุ่มของตัวเอง แต่ข้อสรุปต้องรอการประชุม กก.บห.ในสัปดาห์หน้า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ในฐานะรองหัวหน้าพรรค พปชร. ให้สัมภาษณ์ว่า พรรคต้องดูความพร้อมในแต่ละด้านของพรรค ซึ่งจะดูข้อมูลต่างๆ ประกอบกัน ในส่วนของผู้ว่าฯ กทม. โดยอาจจะดูเรื่องคะแนนนิยม หรือโพล ที่เราจัดทำทุกเดือน เพื่อนำมาประกอบการพิจารณาของ กก.บห.ด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนกรณีนายสิระ เจนจาคะ ส.ส.กทม. พรรค พปชร. ออกมากดดันให้ พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าฯ กทม.ลาออก เพื่อให้มีการจัดเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.โดยเร็ว นายพุทธิพงษ์กล่าวว่า ทุกอย่างเป็นไปตามขั้นตอน ความเห็นที่ออกมาเป็นเพียงความเห็นส่วนตัวของ ส.ส. แต่ภาพรวมต้องดูความพร้อมแต่ละด้าน โดยเฉพาะ กกต. ที่ต้องเป็นผู้จัดการเลือกตั้ง ซึ่งมีองค์ประกอบหลายเรื่อง จึงต้องฟัง กกต.เป็นหลัก.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/79695</URL_LINK>
                <HASHTAG>ครม., หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อบจ., เลือกตั้ง อบจ., เลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201006/image_big_5f7c6e29e670a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>72972</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>31/07/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>31/07/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> สยบข่าว‘ทักษิณ’ชี้นิ้วพท. ‘หน่อย’แค่สรรหาผู้สมัคร</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; เพื่อไทยแถลงสยบข่าว &amp;quot;ทักษิณ&amp;quot; ชี้นิ้วสั่ง &amp;quot;สุดารัตน์&amp;quot; สมัครผู้ว่าฯ กทม. แค่ให้เป็นประธานสรรหาผู้สมัครรับเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.-สนามท้องถิ่น กทม.เท่านั้น เตรียมทาบ &amp;quot;ชัชชาติ&amp;quot; เป็นคนแรก &amp;quot;สมพงษ์&amp;quot; ซูฮก! &amp;quot;แม้ว&amp;quot; เป็นแม่บททางประชาธิปไตย แต่วันนี้ไม่เกี่ยวกับพรรคแล้ว ขณะที่ &amp;quot;เจ๊หน่อย&amp;quot; เสียวสันหลัง ข่าวแบบนี้ถึงยุบพรรค อันตรายมาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 30 กรกฎาคม นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย และผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร, คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทย, น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ เลขาธิการพรรคเพื่อไทย, นายสุทิน คลังแสง ประธานวิปฝ่ายค้าน พร้อมด้วยคณะ ส.ส.เพื่อไทย ร่วมแถลงข่าวชี้แจงถึงกระแสข่าวพรรคได้มอบหมายให้คุณหญิงสุดารัตน์ลงสมัครรับเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสมพงษ์แถลงว่า พรรคเพื่อไทยได้หารือกันมาอย่างต่อเนื่องเกี่ยวกับการเลือกตั้งท้องถิ่นทั่วประเทศที่กำลังจะมาถึง ถือว่ามีความสำคัญต่อความเป็นอยู่ของพี่น้องประชาชน โดยเฉพาะในกทม. พรรคมี ส.ส.กทม. 9 คน ขอยืนยันว่าพรรคจะส่งผู้สมัครรับเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.ในนามพรรคเพื่อไทยอย่างแน่นอน พรรคมีฉันทานุมัติให้คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ เป็นประธานสรรหาผู้สมัครรับเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. เนื่องจากมีความเข้าใจปัญหาของกรุงเทพฯ เป็นอย่างดี เป็นผู้ที่มีประสบการณ์ทำงานให้ชาวกทม.มายาวนาน จึงมอบหมายให้เข้ามาคัดสรรผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. และผู้สมัครระดับท้องถิ่น กทม. เพื่อให้พรรคเพื่อไทยมีความพร้อมในทุกด้าน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หัวหน้าพรรคเพื่อไทยปฏิเสธว่ากระแสข่าวบีบคุณหญิงสุดารัตน์ให้ลดบทบาทภายในพรรคก็ไม่เป็นความจริง ผู้บริหารพรรคเพื่อไทยทุกคนยังมีความสมัครสมานสามัคคี ร่วมกันทำงานตามอุดมการณ์และเป้าหมายของพรรค โดยยึดเอาผลประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชนเป็นที่ตั้ง คุณหญิงสุดารัตน์ถือเป็นกำลังหลักของพรรคในการลงพื้นที่พบปะประชาชนและสะท้อนปัญหาต่างๆ อย่างต่อเนื่อง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนกระแสข่าวนายทักษิณ ชินวัตร เป็นผู้เคาะให้คุณหญิงสุดารัตน์มาลงสมัครรับเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. นายสมพงษ์กล่าวว่า ไม่เป็นความจริง ข่าวที่ปล่อยออกมา เป็นผู้ที่ไม่หวังดีกับพรรค เราเคารพนับถือนายทักษิณซึ่งเป็นแม่บททางประชาธิปไตย แต่ในวันนี้ท่านไม่เกี่ยวข้องกับพรรคแล้ว คนอยู่ทางไกลจะมาเกี่ยวข้องกับพรรคเพื่อไทยได้อย่างไร &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามว่าพรรคเพื่อไทยต้องพูดคุยกับพรรคร่วมฝ่ายค้านก่อนจะส่งผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม.หรือไม่ นายสมพงษ์ตอบว่า โดยมารยาทแล้วจำเป็นจะต้องคุยกัน พรรคอื่นๆ ก็พร้อมจะส่งผู้สมัครเหมือนกัน แต่ถ้าแข่งกัน อาจจะพลาดทั้งคู่&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านคุณหญิงสุดารัตน์ กล่าวถึงกระแสข่าวได้รับไฟเขียวจากนายทักษิณว่า กระแสข่าวดังกล่าวอาจทำให้พรรคถูกยุบได้ เป็นกระแสข่าวที่อันตรายมาก จึงขออย่าไปหลงเชื่อกระแสข่าวที่ไม่กล้าเปิดเผยชื่อ ส่วนจะเป็นใครนั้น ยังไม่ได้คิดว่าจะเป็นใคร แต่อยากเชิญชวนทุกคน โดยเฉพาะคนที่อยู่ในซีกประชาธิปไตยให้มาช่วยกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เรื่องดังกล่าวได้ปรึกษาหารือกับหัวหน้าพรรคและผู้ใหญ่ในพรรคว่าการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กรุงเทพฯ มีความสำคัญ โดยเฉพาะในยุคที่สถานการณ์บ้านเมืองเป็นเช่นนี้ พรรคเพื่อไทยในฐานะเป็นพรรคลำดับต้นๆ ที่ส่งเสริมการกระจายอำนาจ การปกครอง เพราะเชื่อว่าจะทำให้บ้านเมืองมีความเจริญ และเป็นโอกาสที่คนตัวเล็กจะเข้าถึงทรัพยากรและสามารถลืมตาอ้าปากได้&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประธานยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทยกล่าวว่า ได้หารือว่าตลอด 6 ปีที่ไม่มีการเลือกตั้งท้องถิ่นนั้น ทำให้ระบบสาธารณูปโภค สาธารณูปการของประชาชนคนกรุงเทพฯ ไม่ได้รับการดูแล พรรคเพื่อไทยจึงเห็นว่าการเลือกตั้งท้องถิ่นในทุกระดับ รวมถึงกรุงเทพฯ จะมติส่งการเมืองท้องถิ่นทั่วประเทศ โดยเฉพาะจังหวัด ที่พรรคเพื่อไทยมีความพร้อม ซึ่งตนเองจะทำหน้าที่คัดสรรผู้สมัคร ทำหน้าที่คล้ายเป็นหัวหน้าทีมในการแสวงหาคนที่มีความสามารถ ขอเปิดรับสมัครคนที่อยากทำงานเพื่อคนกรุงเทพฯ ไม่ว่าจะระดับส.ก., ส.ข. หรือผู้ว่าฯ กทม. มาร่วมทีม ได้มาแสดงฝีมือร่วมกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เธอแถลงว่า ในฐานะประธานคัดสรรผู้สมัครทั้งผู้ว่าฯ กทม., ส.ก. ส่วน ส.ข. แม้ คสช.จะยกเลิกไป แต่ทางพรรคก็กำลังต่อสู้ให้มีการเลือกตั้ง ส.ข. ในการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.และการเลือกตั้งท้องถิ่นใน กทม. เราจะทำแคมเปญ โดยจะหาผู้ร่วมอุดมการณ์ ที่มีคุณสมบัติมาร่วมทำงานเพื่อคน กทม. คนแรกที่เราจะไปเชิญคือ นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ อดีตรัฐมนตรีสมัยรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ถือเป็นผู้มีความรู้ความสามารถ เคยทำงานร่วมกับพรรคเพื่อไทย เคยเป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของเพื่อไทย เราเห็นคุณค่าและความสามารถ จึงอยากไปเชิญให้มาร่วมงานกับพรรคเพื่อไทย รวมทั้งจะไปเชิญผู้บริหารเอกชนที่มีความรู้ความสามารถ ขณะเดียวกันขอประกาศเชิญชวนผู้ที่ขันอาสาอยากจะเปลี่ยนโครงสร้าง กทม.ให้มาทำงานร่วมกับเรา&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า ถ้าพรรคเพื่อไทยหาคนเหมาะสมไม่ได้ จะมาลงสมัครผู้ว่าฯ กทม.เองหรือไม่ คุณหญิงสุดารัตน์ตอบว่า ตนมีหน้าที่สรรหา ได้ทำหน้าที่มาหลายครั้งแล้ว และมั่นใจจะสรรหาบุคคลที่เหมาะสมมาลงสมัครให้กับพรรคเพื่อไทยได้ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายสุทินกล่าวเสริมว่า คำถามที่ถามว่าหากพรรคเพื่อไทยหาผู้สมัครที่เหมาะสมไม่ได้ คุณหญิงสุดารัตน์จะลงสมัครเองหรือไม่ คิดว่าถึงวันนั้น คุณหญิงสุดารัตน์ก่อนตัดสินใจก็ต้องฟังเสียง ส.ส.พรรคเพื่อไทยก่อน&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังการแถลงข่าว นายสมพงษ์และคณะ ส.ส.ที่มีความสนิทสนมคุ้นเคยกับคุณหญิงสุดารัตน์ได้ร่วมมอบกุหลาบสีชมพูเพื่อร่วมแสดงความยินดีหลังจากได้รับการแต่งตั้งเป็นประธานสรรหาผู้สมัครรับเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานอีกว่า ภายหลังจากมีกระแสข่าวแพร่สะพัด นายทักษิณเป็นผู้ส่งสัญญาณให้คุณหญิงสุดารัตน์ลงสมัครรับเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.ในนามพรรคเพื่อไทย ได้มี ส.ส.อีสานคนหนึ่งส่งข้อความทางไลน์ไปถามนายทักษิณว่าจริงหรือไม่ ที่สนับสนุนให้คุณหญิงสุดารัตน์ลงสมัครผู้ว่าฯ กทม. โดยนายทักษิณตอบกลับมาว่า ไม่ทราบเรื่องเลย คนที่ปล่อยข่าวมาเช่นนี้ แย่มาก เลวมาก.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/72972</URL_LINK>
                <HASHTAG>พรรคเพื่อไทย, สมพงษ์ อมรวิวัฒน์, สุดารัตน์ เกยุราพันธุ์, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เลือกตั้งท้องถิ่น, เลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200730/image_big_5f22cc3684382.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
