<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>48873</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/10/2019 21:32</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/10/2019 21:23</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;โมราเลส&#039; นั่งเก้าอี้ ปธน.โบลิเวียต่อ หลายฝ่ายจี้เลือกตั้งรอบสอง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ประธานาธิบดีเอโบ โมราเลส แห่งโบลิเวีย ได้รับการประกาศให้เป็นผู้ชนะการเลือกตั้งอย่างเบ็ดเสร็จเด็ดขาดเมื่อวันพฤหัสบดี แม้ว่าก่อนหน้านี้ปัญหาอื้อฉาวเรื่องการนับคะแนนทำให้เกิดการประท้วงรุนแรง หลายฝ่ายเรียกร้องเลือกตั้งชี้ขาดในรอบสอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เอโบ โมราเลส ประธานาธิบดีโบลิเวีย แถลงที่กรุงลาปาซเมื่อวันพุธ / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คณะตุลาการการเลือกตั้งสูงสุด (ทีเอสอี) ของโบลิเวียประกาศเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 24 ตุลาคม ว่าประธานาธิบดีโมราเลสได้คะแนนสนับสนุน 47.1% จากคะแนนการเลือกตั้งเมื่อวันอาทิตย์ ที่นับเสร็จแล้ว 99.99% ในขณะที่คาร์ลอส เมซา คู่แข่งที่ใกล้เคียงที่สุดได้คะแนน 36.5% ผลต่างคะแนนมีมากกว่า 10% จึงทำให้โมราเลสเป็นผู้ชนะอย่างเด็ดขาดและไม่ต้องจัดการเลือกตั้งรอบที่ 2&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผลเลือกตั้งอย่างเป็นทางการทำให้องค์การรัฐอเมริกา (โอเอเอส) แสดงความวิตกกังวลเกี่ยวกับการนับคะแนน เดิมทีนั้นผลคะแนนเบื้องต้นชี้ว่าโมราเลสและเมซาจะต้องเลือกตั้งชี้ขาดกันอีกครั้งปลายปีนี้ แต่เมื่อวันจันทร์ การนับคะแนนค่อยๆ ปรากฏว่าโมราเลสมีคะแนนทิ้งห่างเมซาอย่างผิดหูผิดตา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สหภาพยุโรป (อียู) แถลงเมื่อวันพฤหัสบดีว่า อียูเห็นด้วยกับการประเมินของโอเอเอสว่าทางเลือกที่ดีที่สุดคือการจัดการเลือกตั้งรอบที่ 2 เพื่อฟื้นความเชื่อมั่นและรับประกันว่าการเลือกของประชาชนชาวโบลิเวียได้รับการเคารพอย่างเต็มที่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รัฐบาลสหรัฐ, บราซิล, อาร์เจนตินา และโคลอมเบีย ต่างก็เรียกร้องให้รัฐบาลโบลิเวียจัดการเลือกตั้งรอบที่ 2 เพื่อฟื้นความน่าเชื่อถือของระบบการเลือกตั้งโบลิเวีย นอกจากนี้กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐยังได้ปรับปรุงคำแนะนำด้านการเดินทางมาโบลิเวีย โดยเตือนพลเมืองอเมริกันให้เพิ่มความระมัดระวังเนื่องจากเกิดความไม่สงบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมาเกิดการประท้วงรุนแรงในหลายเมือง และในวันพฤหัสบดี ผู้สนับสนุนทั้งสองฝ่ายปะทะกันครั้งใหม่อีกที่เมืองซานตาครูซ เมืองหลวงทางเศรษฐกิจซึ่งเป็นฐานที่มั่นของฝ่ายค้าน เอเอฟพีรายงานว่าสำนักงานของคณะกรรมการการเลือกตั้งในเมืองนี้ถูกวางเพลิงเมื่อคืนวันพุธ ผู้ประท้วงยังปะทะกับตำรวจในเมืองลาปาซแห่งนี้และอีกหลายเมืองด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ชัยชนะในการเลือกตั้งจะทำให้โมราเลส ซึ่งดำรงตำแหน่งมาแล้ว 13 ปีและเป็นประธานาธิบดีที่ดำรงตำแหน่งยาวนานที่สุดในลาตินอเมริกา จะได้ครองอำนาจต่อไปจนถึงปี 2568&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โมราเลสวัย 59 ปี ได้นั่งเก้าอี้นี้เป็นสมัยที่ 4 ติดต่อกัน ทั้งที่รัฐธรรมนูญจำกัดการดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีไว้แค่ 2 สมัยติดต่อกัน เมื่อปี 2559 เขาพยายามแก้ไขบทบัญญัติดังกล่าวแต่กลับพ่ายแพ้ในการลงประชามติ กระนั้นปีถัดมา โมราเลสกลับได้ไฟเขียวจากศาลรัฐธรรมนูญให้ลงสมัครรับเลือกตั้งได้อีก นักวิจารณ์กล่าวหาว่าตุลาการในศาลรัฐธรรมนูญเป็นพวกเดียวกับเขา.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/48873</URL_LINK>
                <HASHTAG>คาร์ลอส เมซา, ประท้วงเลือกตั้ง, เลือกตั้ง, เลือกตั้งรอบสอง, เอโบ โมราเลส, โบลิเวีย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191025/image_big_5db30193ade97.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
