<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>36433</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/05/2019 22:02</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/05/2019 21:54</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กกต.อินโดนีเซียประกาศผลเลือกตั้ง ยืนยัน &#039;วิโดโด&#039; ชนะ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;คณะกรรมการการเลือกตั้งอินโดนีเซียประกาศผลการเลือกตั้งประธานาธิบดีก่อนกำหนดเมื่อวันอังคาร &amp;quot;โจโก วิโดโด&amp;quot; ชนะตามความคาดหมาย กองทัพส่งทหารควบคุมสถานการณ์ทั่วประเทศ หวั่นฝ่ายแพ้ตีรวน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประธานาธิบดีโจโก วิโดโด (กลาง) และมารุฟ อามิน ขณะออกเยี่ยมประชาชนในกรุงจาการ์ตา เมื่อวันที่ 21 พฤษภาคม 2562 / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอเอฟพีรายงานว่า เดิมทีคณะกรรมการการเลือกตั้งอินโดนีเซียมีกำหนดประกาศผลการนับคะแนนอย่างเป็นทางการฉบับสมบูรณ์ในวันพุธที่ 22 พฤษภาคมนี้ แต่พวกเขาชิงประกาศผลก่อนเมื่อเช้าวันอังคารโดยไม่ได้แจ้งล่วงหน้า ท่ามกลางความวิตกว่าจะเกิดเหตุการณ์ไม่สงบ เนื่องจากปราโบโว ซูเบียนโต คู่แข่งของวิโดโดเตือนไว้ว่าพวกเขาจะชุมนุมประท้วงหากวิโดโดเป็นฝ่ายชนะ โดยอ้างว่ามีการทุจริตเลือกตั้งอย่างกว้างขวาง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผลคะแนนพบว่า วิโดโดและมารุฟ อามิน ครูสอนศาสนาอิสลามที่เขาเลือกเป็นรองประธานาธิบดี ได้คะแนน 55.5% หรือราว 85.6 ล้านคะแนนจากคะแนนทั้งหมด 154 ล้านคะแนน ขณะที่ซูเบียนโตและซันเดียกา อูโน นักการเงินผู้มั่งคั่งที่เขาเสนอชื่อเป็นรองประธานาธิบดี ได้คะแนนแค่ 44.5%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;บรรยากาศในอินโดนีเซียอยู่ในภาวะตึงเครียดช่วงหลายวันที่ผ่านมานับแต่ตำรวจแถลงข่าวการจับกุมผู้ต้องสงสัยโยงใยกลุ่มรัฐอิสลาม (ไอเอส) เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ผู้ต้องสงสัยบางรายมีแผนจะจุดชนวนระเบิดกลางงานชุมนุมประท้วงผลการเลือกตั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในกรุงจาการ์ตาเมื่อวันอังคาร มีทหารรักษาการณ์อย่างเข้มงวด รวมถึงที่ด้านหน้าสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง ซึ่งเจ้าหน้าที่วางรั้วลวดหนามเป็นแนวป้องกันพร้อมทหารติดอาวุธ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นับแต่รู้ผลคะแนนอย่างไม่เป็นทางการ&amp;nbsp; ซูเบียนโต อดีตนายพลวัย 67 ปีกล่าวโจมตีคณะกรรมการการเลือกตั้งบ่อยครั้งว่าปล่อยให้มีการทุจริตเลือกตั้งมากมาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การเลือกตั้งของอินโดนีเซียเมื่อวันที่ 17 เมษายน นอกจากเป็นการเลือกตั้งประธานาธิบดีแล้ว ครั้งนี้ยังเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ที่อินโดนีเซียจัดการเลือกตั้งสมาชิกรัฐสภาและสมาชิกสภาท้องถิ่นพร้อมกันในคราวเดียว โดยมีผู้สมัครรับเลือกตั้งในตำแหน่งต่างๆ มากถึง 245,000 คน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/36433</URL_LINK>
                <HASHTAG>กกต.อินโดนีเซีย, ปราโบโว ซูเบียนโต, อินโดนีเซีย, เลือกตั้งอินโดนีเซีย, โจโก วิโดโด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190521/image_big_5ce405141d70c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>34638</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/04/2019 20:49</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/04/2019 20:41</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กกต.อินโดนีเซียโหมงานหนัก ป่วยตายแล้วมากกว่า 270 คน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;สลด เจ้าหน้าที่จัดการเลือกตั้งของอินโดนีเซียสังเวยงานหนักหลังจากการเลือกตั้งครั้งใหญ่ที่สุดในโลกที่จัดขึ้นภายในวันเดียว ส่งผลให้เจ้าหน้าที่ล้มป่วยเสียชีวิตแล้วมากกว่า 270 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ กรรมการการเลือกตั้งอินโดนีเซียใส่ชุดยอดมนุษย์ จดทะเบียนผู้มีสิทธิเลือกตั้งที่หน่วยเลือกตั้งเมืองสุราบายา เมื่อวันที่ 17 เมษายน 2562 / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานในเว็บไซต์ของสำนักข่าวรอยเตอร์เมื่อวันอาทิตย์ที่ 28 เมษายน 2562 กล่าวว่า การเลือกตั้งของอินโดนีเซียเมื่อวันที่ 17 เมษายน ถือเป็นครั้งแรกที่จัดให้มีการเลือกตั้งพร้อมกันหมด ทั้งการเลือกตั้งประธานาธิบดี, เลือกตั้งสมาชิกรัฐสภา และเลือกตั้งระดับภูมิภาค เพื่อประหยัดงบประมาณที่ใช้จัดการเลือกตั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อารีฟ ปริโย ซูซานโต โฆษกคณะกรรมการการเลือกตั้งอินโดนีเซีย (เคพียู) เผยเมื่อวันอาทิตย์ว่า ช่วงเวลา 10 วันตั้งแต่วันเลือกตั้งถึงคืนวันเสาร์ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่จัดการเลือกตั้งเสียชีวิตไปแล้ว 272 คน ส่วนใหญ่ป่วยเนื่องจากทำงานหนักมากเกินไปจากการนับบัตรเลือกตั้ง และมีเจ้าหน้าที่เลือกตั้งป่วย 1,878 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ข้อมูลชี้ว่ามีชาวอินโดนีเซียออกมาใช้สิทธิ์ 80% จากผู้มีสิทธิ์เลือกตั้ง 193 ล้านคน และแต่ละคนต้องลงคะแนนในบัตรเลือกตั้ง 5 ใบ โดยมีคูหาเลือกตั้งกว่า 800,000 คูหา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ซูซานโตเผยด้วยว่า กระทรวงสาธารณสุขอินโดนีเซียออกจดหมายเวียนเมื่อวันที่ 23 เมษายน ขอร้องให้โรงพยาบาลต่างๆ ให้การรักษาเจ้าหน้าที่ที่ป่วยอย่างดีที่สุด และกระทรวงการคลังกำลังดำเนินเรื่องเพื่ออนุมัติเงินชดเชยแก่ครอบครัวของเจ้าหน้าที่เลือกตั้งที่เสียชีวิต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เคพียูโดนวิจารณ์อย่างหนักเรื่องยอดผู้เสียชีวิตของเจ้าหน้าที่จัดการเลือกตั้งที่เพิ่มขึ้น เว็บไซต์ข่าว&amp;nbsp; kumparan.com รายงานว่าอาห์หมัด มูซานี รองประธานทีมหาเสียงของปราโบโว ซูเบียนโน ผู้สมัครชิงเก้าอี้ประธานาธิบดีอินโดนีเซีย คู่แข่งของประธานาธิบดีโจโก วิโดโด วิจารณ์การทำงานของเคพียูว่าขาดความรอบคอบในการจัดการปริมาณงานที่เหมาะสมให้เจ้าหน้าที่จัดการเลือกตั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เคพียูจะประกาศผลการเลือกตั้งประธานาธิบดีและสมาชิกรัฐสภาในวันที่ 22 พฤษภาคม.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/34638</URL_LINK>
                <HASHTAG>กกต.อินโดนีเซีย, อินโดนีเซีย, เลือกตั้งอินโดนีเซีย, โหมงานหนัก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190428/image_big_5cc5ae0deb927.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>33757</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/04/2019 13:54</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/04/2019 13:54</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เพจปชป.ย้อนอดีต15ปีที่แล้ว&#039;ชวน&#039;ได้รับเชิญสังเกตการณ์เลือกตั้งผู้นำอินโดฯในฐานะนักการเมืองมือสะอาด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;16 เม.ย.62-เพจพรรคประชาธิปัตย์ โพสต์ข้อความว่า วันพรุ่งนี้ (17 เม.ย.2562) จะเป็นวันที่ประเทศอินโดนีเซียจัดให้มีการเลือกตั้งสมาชิกรัฐสภา เลือกประธานาธิบดี และการเลือกตั้งระดับท้องถิ่นภายในวันเดียวกัน โดยประชาชนที่มีสิทธิลงคะแนนเลือกตั้งมากกว่า 193 ล้านคนจะต้องลงคะแนนเลือกตั้งบนบัตรลงคะแนนถึง 5 ใบในคราวเดียวกัน มีผู้ลงสมัครแข่งขันรับเลือกตั้งในตำแหน่งต่างๆ มากถึง 245,000 คน เพื่อชิงเก้าอี้ประธานาธิบดี สมาชิกวุฒิสภาจำนวน 136 ที่นั่ง สมาชิกผู้แทนราษฎรจำนวน 575 ที่นั่ง สมาชิกสภาจังหวัด 2,207 ที่นั่งใน 34 จังหวัด และสมาชิกรัฐบาลท้องถิ่นอีกกว่า 27,610 ที่นั่ง
.
ขณะที่เมื่อ 15 ปีที่แล้วในการเลือกตั้งประธานาธิบดีครั้งแรกของประเทศอินโดนีเซีย เมื่อวันที่ 5 กรกฎาคม 2547 อดีตนายกรัฐมนตรี นายชวน หลีกภัย ได้รับเกียรติจากองค์การ Carter Center ซึ่งเป็นองค์การนอกภาครัฐ มุ่งเน้นการส่งเสริมประชาธิปไตย และสิทธิมนุษยชนที่ได้รับการยอมรับการยอมรับจากนานาชาติ ภายใต้การนำโดย นายจิมมี่ คาร์เตอร์ อดีตประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ให้เข้าร่วมเป็นผู้นำสังเกตการณ์การเลือกตั้งประธานาธิบดีครั้งแรกของประเทศอินโดนีเซียในครั้งนั้นด้วย เนื่องจากเป็นการเลือกตั้งประธานาธิบดีโดยตรงตามระบอบประชาธิปไตย และนายชวน หลีกภัย ถือเป็นนักการเมืองที่ได้รับการยกย่องเป็น Mr. Clean หรือนักการเมืองมือสะอาด.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/33757</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชวน หลีกภัย, พรรคประชาธิปัตย์, เลือกตั้งอินโดนีเซีย, ใจซื่อมือสะอาด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190416/image_big_5cb57b6f20fbb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>28097</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/02/2019 21:22</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/02/2019 21:09</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เฟซบุ๊กสั่งปิด 800 บัญชี โยงกลุ่มสร้างข่าวปลอมในอินโดนีเซีย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;เฟซบุ๊กสั่งปิดบัญชีราว 800 บัญชี รวมถึงเพจและกรุ๊ปอีกหลายร้อยกรุ๊ปของอินโดนีเซีย หลังพบเชื่อมโยงกับกลุ่ม &amp;quot;ซาราเซน&amp;quot; ที่แพร่กระจายเฮทสปีชและข่าวปลอม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ วันที่ 13 มกราคม 2561 กลุ่มมุสลิมหัวแข็งกร้าว แนวร่วมปกป้องอิสลาม (เอฟบีไอ) ชุมนุมด้านนอกอาคารสำนักงานของเฟซบุ๊กในกรุงจาการ์ตา ประท้วงที่โดนเฟซบุ๊กบล็อกเพจ / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อปี 2559 ตำรวจอินโดนีเซียพบว่า มีกลุ่มที่เรียกตัวเองว่า &amp;quot;ซาราเซน&amp;quot; ที่เป็นแก๊งรับจ้างทำลายผู้คนทางไซเบอร์ มีสมาชิกกลุ่มนี้อย่างน้อย 1 คนโดนจำคุก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นาธาเนียล ไกลเชอร์ ผู้อำนวยการนโยบายความปลอดภัยไซเบอร์ของเฟซบุ๊ก แถลงเมื่อวันศุกร์ที่ 1 กุมภาพันธ์ว่า บัญชีและกลุ่มในเฟซบุ๊กเหล่านี้โดนสั่งปิดเนื่องจากพบการปกปิดสิ่งที่กำลังทำอยู่ และปกปิดการเชื่อมโยงกับกลุ่มซาราเซน โดยบัญชีและเพจเหล่านี้ส่งสารที่สร้างความหลงผิด เป็นเครือข่ายที่สร้างเรื่องราวก่อความแตกแยก โดยเฉพาะในประเด็นสำคัญที่เป็นข้อโต้แย้งในสังคมอินโดนีเซีย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไกลเชอร์เผยว่า บัญชีของเฟซบุ๊กในอินโดนีเซียที่เชื่อมโยงกับกลุ่มซาราเซนถูกสั่งปิดราว 800 บัญชี, 207 เพจ และ 546 กรุ๊ป นอกจากนี้เฟซบุ๊กยังระงับบัญชีอินสตาแกรม 208 บัญชี ที่เชื่อมโยงกับกลุ่มนี้ โดยอย่างน้อย 1 เพจที่โดนระงับนั้นมีผู้ติดตามราว 170,000 คน และมี 1 บัญชีอินสตาแกรมที่มีผู้ติดตามมากกว่า 65,000 คน การปิดบัญชีและกรุ๊ปนั้นมีสาเหตุจากพฤติกรรมการหลอกลวงที่เชื่อมโยงกับกลุ่มซาราเซน แต่ไม่เกี่ยวกับเนื้อหาที่โพสต์ เฟซบุ๊กจะทำงานอย่างต่อเนื่องเพื่อตรวจสอบและยุติกิจกรรมเช่นนี้ เนื่องจากไม่ต้องการให้เฟซบุ๊กถูกใช้เป็นเครื่องมือในการชักใยประชาชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อินโดนีเซียอยู่ระหว่างการหาเสียงเลือกตั้งสมาชิกสภาและประธานาธิบดีที่จะมีขึ้นในเดือนเมษายนปีนี้ ทำให้หลายฝ่ายกังวลเรื่องข่าวปลอมทางออนไลน์ ตำรวจปราบปรามอาชญกรรมทางไซเบอร์ของอินโดนีเซียเผยก่อนหน้านี้ว่า กลุ่มซาราเซนโพสต์เนื้อหาที่สร้างความแตกแยกในเรื่องศาสนาและชาติพันธุ์ รวมถึงข่าวปลอมและการใส่ร้ายป้ายสีเจ้าหน้าที่อินโดนีเซีย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/28097</URL_LINK>
                <HASHTAG>ข่าวปลอม, ซาราเซน, ปิดบัญชีเฟซบุ๊ก, อินโดนีเซีย, เฟซบุ๊ก, เลือกตั้งอินโดนีเซีย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190201/image_big_5c5453cee4c0d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
