<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>85595</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/12/2020 11:14</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/12/2020 11:14</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ชวน&#039;เผยรัฐสภายังไม่ได้เตรียมความพร้อมสำหรับกระบวนการเลือกนายกรัฐมนตรีคนใหม่ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1 ธ.ค.63- นายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา กล่าวว่า รัฐสภายังไม่ได้มีการเตรียมความพร้อมสำหรับกระบวนการเลือกนายกรัฐมนตรีคนใหม่ เพราะเป็นเรื่องที่ศาลรัฐธรรมนูญจะวินิจฉัยในวันที่ 2 ธ.ค.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายชวน กล่าวอีกยังกล่าวถึงการประชุมร่วมรัฐสภา เพื่อพิจารณาร่าง พ.ร.บ. ว่าด้วยการออกเสียงประชามติ ฉบับของรัฐบาล โดยคาดว่าการพิจารณาจะเสร็จสิ้นในวันนี้ เพราะวาระไม่ได้ยาวมากและเป็นการพิจารณาในวาระแรก &amp;nbsp;ส่วนปัญหาที่ฝ่ายค้านเสนอแยกอีกฉบับ ก็ต้องดำเนินการไปตามขั้นตอน ที่ต้องพิจารณาในสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งจำเป็นต้องพิจารณาแยกกันไป กับฉบับของรัฐบาลที่เสนอให้พิจารณาในรัฐสภา &amp;nbsp;แต่คงไม่ถึงต้องไปเจรจาให้ใครถอนญัตติ แต่มีปัญหาต้องให้นายกรัฐมนตรีวินิจฉัยก่อนว่าเป็นร่างกฎหมายเกี่ยวกับการเงินหรือไม่ก่อนจะส่งมาให้สภาพิจารณา.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/85595</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชวน หลักภัย, เลือกนายกฯ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201111/image_big_5fabdaf48adfb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>73800</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/08/2020 12:02</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/08/2020 12:02</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ส.ว.วันชัย&#039; ยกธงขาว! หนุนแก้รธน. ตัดทิ้งอำนาจส.ว.โหวตเลือกนายกฯ -ผบ.เหล่าทัพนั่งวุฒิสภา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8 ส.ค. 63 - นายวันชัย สอนศิริ สมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) โพสต์ข้อความบนเฟซบุ๊กว่า เป็นที่แน่ชัดว่าทั้งฝ่ายรัฐบาล ฝ่ายค้าน มีแนวทางตรงกันว่าจะแก้รัฐธรรมนูญ เพียงแต่ละฝ่ายจะมีเงื่อนไขบางเรื่องบางประเด็นและระยะเวลาเท่านั้น นั่นก็หมายความว่าเรื่องการแก้รัฐธรรมนูญคงไม่ใช่เงื่อนไขที่จะเป็นปัญหาอีกต่อไป สถานการณ์ตอนนี้ ทั้งภัยธรรมชาติเศรษฐกิจ สังคมและการเมือง ทั้งภายในและภายนอก เราหมดเวลาที่จะทะเลาะกัน แบ่งแยกแตกสามัคคี ประเทศเราหายนะมามาก เสียเวลามามาก เลิกทะเลาะเบาะแว้งขัดแย้งกันได้แล้ว ถ้าทุกฝ่ายลด ละ ความเห็นแก่อำนาจและผลประโยชน์ของตน เอาประเทศและประชาชนเป็นตัวตั้ง ทุกสิ่งทุกอย่างมันก็เดินไปได้ &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เห็นกันอยู่หลัดๆ แค่โควิดมา ประเทศหยุด ทั้งโลกหยุด ทุกสิ่งทุกอย่างเปลี่ยนแปลงไปอย่างกระทันหัน ถ้าเรายังทะเลาะกัน แย่งอำนาจกัน ไม่ต้องรอโควิครอบ 2 หรอก ประเทศก็จะหยุดไปและล้าหลังเหมือนที่ผ่านมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เรายังมีเรื่องอื่นอีกเยอะที่ยังเห็นไม่ตรงกัน แต่เรื่องรัฐธรรมนูญทุกฝ่ายมีเป้าหมายตรงกันว่าจะต้องแก้ ก็รีบเดินหน้าไปเลยเพื่อจะได้ลดความขัดแย้งลงไปเปราะหนึ่ง อย่างที่ผมว่ามาแล้วไม่ต้องแก้ทั้งฉบับหรอก รัฐบาล ฝ่ายค้านและส.ว.รวมทั้งฝ่ายอื่นๆ มีประเด็นมีปัญหาอะไรต้องการแก้ตรงไหนว่ากันมาเลย เอากันให้ชัดๆตรงๆไม่ต้องอ้อมค้อม เมื่อเห็นตรงกันก็เดินไปเลยจะได้เร็ว จะได้เห็นผลทันต่อสถานการณ์ ไม่ใช่ปล่อยไว้ให้เป็นระเบิดเวลา เพราะตอนนี้ดูๆแล้วสถานการณ์กำลังแรงขึ้น ขืนชักช้าอาจไม่ทันแก้ก็ได้ ดังนั้นอะไรทำได้รีบทำเสียก่อนที่จะสายเกินแก้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มีคนถามผมมาเยอะว่าที่เป็นส.ว.มา เห็นประเด็นปัญหาอะไรในรัฐธรรมนูญ ถ้าจะแก้จะเสนอในส่วนใด ก็ขอบอกเลยในฐานะส่วนตัว ไม่เกี่ยวกับคนอื่นคือเรื่องโหวตนายกฯ ในสถานการณ์ตอนนั้นเราคิดว่าน่าจะใช่ เพื่อเอารัฐสภามาร่วมด้วยช่วยกันในระยะเปลี่ยนผ่าน แต่ ณ วันนี้และความเป็นจริงเห็นแล้วว่าการที่ส.ว.จะโหวตให้ใครเป็นนายกฯ เขาก็ต้องมีเสียงในสภาผู้แทนราษฎรเกินกว่ากึ่งหนึ่ง เราจึงโหวตให้ ถ้ามีเสียงไม่ถึงกึ่งหนึ่งขืนโหวตให้ ส.ว.ก็คงเสียผู้เสียคน และการดำรงอยู่ของรัฐบาลจะอยู่ได้หรือไม่ได้ก็อยู่ที่เสียงของสภาผู้แทนราษฎร ไม่ได้เกี่ยวกับเสียงของส.ว.เลย อย่างที่เห็นอย่างที่เป็นอยู่ในขณะนี้นี่แหละ ใครจะเป็นรัฐบาลก็ต้องมีเสียงเกินกว่า 250 เสียง ส.ว.ไม่ได้ไปกำหนดอะไรได้เลย เมื่อสถานการณ์และความจริงเป็นเช่นนี้ ทั้งเรามีเป้าหมายตรงกันเพื่อความเป็นประชาธิปไตยตามรัฐธรรมนูญ ถ้าจะแก้ในส่วนนี้ ผมเห็นด้วยและไม่ขัดข้องด้วยข้อเท็จจริงและบริบทที่เปลี่ยนไป และลดปัญหาดับไฟแห่งความขัดแย้งของประเทศ ไม่ได้เกี่ยวกับเรื่องหวงอำนาจหรือผลประโยชน์อื่นใด อย่างที่ว่าเอาผลประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชนเป็นที่ตั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แม้แต่เรื่องผบ.เหล่าทัพเป็นส.ว.โดยตําแหน่ง 6 คน เท่าที่ใช้รัฐธรรมนูญมาปีเศษ ผมว่าสร้างภาระและสร้างปัญหาให้กับท่านไปเปล่า เพราะคนเหล่านั้นมีตำแหน่งหน้าที่และความรับผิดชอบมากมายเกินกว่าที่จะมาร่วมประชุมได้ 2-3 วันหรือหามรุ่งหามค่ำเหมือนส.ส. ส.ว. ให้ท่านกลับไปทำหน้าที่ของท่านอย่างเต็มที่ดีกว่าไหมครับ ท่านจะได้ไม่ถูกข้อครหา และอีกเรื่องหนึ่งคือองค์กรอิสระ ทั้งคุณสมบัติและกระบวนการสรรหาก็น่าจะมีการปรับปรุงเปลี่ยนแปลง เพราะบางองค์กรกว่าจะหาได้ก็ยากลำบาก หาคนมาสมัครยาก หรือยังหาไม่ได้จนกระทั่งทุกวันนี้ ไปๆมาๆก็จำต้องเลือกเพราะหาตัวเลือกไม่ได้&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวันชัยระบุด้วยว่า คนอื่นอาจจะเห็นประเด็นเห็นปัญหามากกว่านี้ก็ได้ ก็อย่างที่ว่านั่นแหละคนร่างไม่ได้ใช้ คนใช้ไม่ได้ร่าง และเมื่อใช้มาแล้วเห็นปัญหาและเป็นประเด็นของความขัดแย้งก็จัดการแก้ไขมันซะ ไม่เห็นจะเสียหายอะไร และไม่มีใครได้หน้าเสียหน้า มีแต่ความสงบเรียบร้อยและความรักความสามัคคีของประชาชนในประเทศ ถือว่าดับไฟแห่งความขัดแย้งไปได้กองหนึ่ง ดีกว่าที่จะปล่อยให้มันลุกลามเป็นเรื่องราวใหญ่โต ไหม้ประเทศ ไหม้ประชาชนต่อไป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/73800</URL_LINK>
                <HASHTAG>การเมือง, วันชัย สอนศิริ, วุฒิสภา, เลือกนายกฯ, แก้ไขรธน., แก้ไขรัฐธรรมนูญ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190610/image_big_5cfe6af2b137d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>40578</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/07/2019 06:42</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/07/2019 06:42</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ผู้ตรวจฯเรียก&#039;ชวน&#039;แจงคำร้อง&#039;เสรีพิศุทธ์&#039;ที่ประชุมรัฐสภาเลือกนายกฯขัดรธน.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10 ก.ค.62 - นายรักษเกชา แฉ่ฉาย เลขาธิการสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน กล่าวถึงกรณี พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส &amp;nbsp; ส.ส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย ส่งเรื่องขอให้ผู้ตรวจการแผ่นดินพิจารณาและมีความเห็นเสนอต่อศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยกรณีเห็นว่าการประชุมร่วมสภาผู้แทนราษฎร และประชุมรัฐสภาเพื่อเลือกนายกรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 5 มิ.ย. เป็นการกระทำที่ขัดหรือแย้งกับรัฐธรรมนูญมาตรา 159 วรรคสองหรือไม่ &amp;nbsp;ว่า พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ร้องว่า การแต่งตั้งเป็นนายกฯควรเป็นอำนาจของที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรในการเสนอชื่อผู้มีคุณสมบัติไม่มีลักษณะต้องห้าม และให้ความเห็นชอบผู้สมควรเป็นนายกฯตามที่รัฐธรรมนูญมาตรา 159 กำหนดไว้ &amp;nbsp;แต่ประธานสภาผู้แทนราษฎรและประธานรัฐสภากลับดำเนินการตามบทเฉพาะกาลรัฐธรรมนูญมาตรา 272 ให้ที่ประชุมรัฐสภาเป็นผู้พิจารณาให้ความชอบ จึงเป็นการดำเนินการไม่ถูกต้อง เป็นการละเมิดสิทธิ &amp;nbsp;ที่ประชุมผู้ตรวจฯจึงเห็นว่า &amp;nbsp;เรื่องนี้มีการอ้างถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องคือรัฐสภา ซึ่งจะต้องฟังข้อเท็จจริงและความเห็นของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อนจึงจะมีหนังสือไปยังประธานรัฐสภาเพื่อขอให้ชี้แจงกลับมา.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/40578</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชวน หลีกภัย, นายรักษเกชา แฉ่ฉาย, ประธานสภาฯ, ผู้ตรวจการแผ่นดิน, เลือกนายกฯ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190425/image_big_5cc1cdd2b9c46.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>37811</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/06/2019 09:20</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/06/2019 09:20</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ปวิน&#039;เหน็บวาทกรรม&#039;เราถูกปล้นชัยชนะ&#039; ถาม&#039;ธนาธร&#039;จะสร้างภาพไปอีกแค่ไหน </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6 มิ.ย.62- &amp;nbsp;นายปวิน ชัชวาลพงศ์พันธ์ นักวิชาการประจำสถาบันเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ศึกษา มหาวิทยาลัยเกียวโต ประเทศญี่ปุ่น โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Pavin Chachavalpongpun ว่าไม่ได้บอกให้สิ้นหวัง แต่บอกให้ยอมรับความจริง อยู่กับความหวังเป็นแค่น้ำชะโลมใจ อยู่กับความจริงต่างหากที่เราพอจะมองหาทางออกได้ ทางออกมีอะไรบ้าง ดิชั้นพูดไปแล้ว 1) ข้างบนปฏิรูปตัวเอง 2) เอาชนะมันผ่านกระบวนการรัฐสภา 3) uprising&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;....ข้อ 1 และ 2 แทบจะเป็นไปไม่ได้เลย ส่วนข้อ 3 ก็จะเกิดการล้มตายของผู้คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;....แล้วพรรคการเมืองต่อจากนี้ต้องทำอย่างไร? ก็คงต้องเล่นเกมในรัฐสภา เกมที่เราไม่ได้กำหนด จะอภิปรายไม่ไว้วางใจ ก็ทำไปสิ แต่เลิกพูดซะทีว่า ฝ่ายเราจะเชือดมันตายคาสภา เพราะมันจะไม่เกิด จะขุดอะไรมาประจานมัน คิดหรอว่ามันแคร์ ขนาดแต่งตั้งคนมานั่งในสภาแล้วเลือกพวกเดียวกันเองมันยังหน้าด้านทำมาแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;....สุดท้าย หัวหน้าพรรคการเมืองที่พูดสวยๆ อาทิ นี่ไม่ใช่ความพ่ายแพ้ แต่เราถูกปล้นชัยชนะ หรือ นี่ไม่ใช่จุดสิ้นสุด แต่เป็นการเริ่มต้น oh please จะสร้างภาพไปอีกแค่ไหน นี่ไม่นับว่าลูกพรรคที่บอกว่า ตายสิบเกิดแสน ค่ะ เราตาย แต่ฝ่ายตรงข้ามต่างหากที่เกิด.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/37811</URL_LINK>
                <HASHTAG>ธนาธร จึงรุ่งเริองกิจ, ปวิน ชัชวาลพงศ์พันธ์, สร้างภาพ, เลือกนายกฯ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181007/image_big_5bb97ad15e33f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>37730</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/06/2019 14:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/06/2019 14:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พท.สกัด&#039;ประยุทธ์&#039; ตั้งข้อหาฉีกรธน.ขัดคุณสมบัตินายกฯ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5 มิ.ย. 62 - &amp;nbsp;ที่หอประชุมใหญ่ทีโอที ถ.แจ้งวัฒนะ เมื่อเวลา 11.00 น. &amp;nbsp;มีการประชุมร่วมรัฐสภา เพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบบุคคลซึ่งสมควรได้รับแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรี ตามมาตรา 272 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย โดยนายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา เป็นประธานในที่ประชุม พร้อมด้วยนายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานวุฒิสภา ปฏิบัติหน้าที่รองประธานรัฐสภา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยนายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ ลุกขึ้นเสนอชื่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรี ขณะที่ น.ส.ศรีนวล บุญลือ ส.ส.เชียงใหม่ พรรคอนาคตใหม่ ได้ลุกขึ้นเสนอชื่อ นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ เป็นนายกรัฐมนตรี&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ทันทีที่ทั้งสองฝ่ายเสนอชื่อบุคคลที่สมควรเป็นนายกฯ ปรากฎว่า ส.ส.พรรคเพื่อไทย ได้ลุกขึ้นประท้วงประธานในที่ประชุม อาทิ นายขจิตร ชัยนิคม ส.ส.อุดรธานี นายจุลพันธุ์ อมรวิวัฒน์ ส.ส.เชียงใหม่ และ นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน เนื่องจากเห็นว่าประธานอาจทำผิดข้อบังคับที่ระบุว่า เมื่อมีการเสนอชื่อแล้วจะต้องมีผู้รับรองไม่น้อยกว่า &amp;nbsp;1 &amp;nbsp;ใน 5 ของที่ประชุม จึงกังวลว่าการยกมือรับรองอาจมีการยกมือรับรองซ้ำกัน ขอให้ประธานนับองค์ประชุมโดยการขานชื่อ เพื่อป้องกันการรับรองชื่อซ้ำกัน แต่นายชวน ชี้แจงว่า การขานชื่อจะใช้เวลานาน เพราะไม่มีเครื่องมือในการนับคะแนน พร้อมยืนยันว่า ตนนั่งอยู่บนบัลลังก์เห็นชัดเจนว่ามีผู้รับรองถูกต้องตามจำนวนที่ข้อบังคับกำหนด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมา นายจิรวัฒน์ อรัณกานนท์ ส.ส.กทม. พรรคอนาคตใหม่ ได้ลุกขึ้นเสนอญัตติให้ผู้ที่ได้รับการเสนอชื่อสมควรเป็นนายกฯ ทั้ง 2 คนได้แสดงวิสัยทัศน์ต่อที่ประชุมรัฐสภา โดยมีผู้รับรองถูกต้อง ทำให้นายวีระกร คำประกอบ ส.ส.นครสวรรค์ พรรคพลังประชารัฐ ได้ลุกขึ้นคัดค้านญัตติดังกล่าวทันที ก่อนที่ น.ส.ภาดาห์ วรกานนนท์ ส.ส.กทม. พรรคพลังประชารัฐ ได้ลุกขึ้นเสนอญัตติสวน โดยขอให้ดำเนินการลงมติเลือกนายกฯ ตามระเบียบวาระ เพราะที่ผ่านมาไม่มีเคยมีการแสดงวิสัยทัศน์มาก่อน อีกทั้งรัฐธรรมนูญ และระเบียบข้อบังคับก็ไม่ได้กำหนดเอาไว้ ทำให้นายชวน ต้องขอมติต่อที่ประชุมเพื่อหาทางออก แต่เนื่องจากต้องใช้วิธีการขานชื่อรายคน จึงอาจกระทบเวลาการประชุม เพราะไม่มีเครื่องนับคะแนน ทำให้นายจิรวัฒน์ ขอถอนญัตติดังกล่าว โดยให้เหตุผลว่า เพื่อไม่ให้กระทบเวลาการประชุมตามที่นายชวน ในฐานะประธานการประชุมได้หารือ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากนั้น ประธานในที่ประชุม ได้เปิดโอกาสให้สมาชิกรัฐสภา อภิปรายในประเด็นเกี่ยวกับคุณสมบัติของผู้ได้รับการเสนอชื่อเป็นนายกฯ ซึ่งนายขจิตร ชัยนิคม ส.ส.อุดรธานี พรรคเพื่อไทย ได้อภิปรายคุณสมบัตินายกรัฐมนตรี ว่าการพิจารณาให้ความเห็นชอบบุคคลที่เป็นนายกฯ มาตรา 160 (4) (5) และ (6) ระบุว่าบุคคลที่จะเป็นนายกฯ ต้องมีความซื่อสัตย์ สุจริต ไม่ฝ่าฝืนมาตรฐานจริยธรรม และกำหนดว่าผู้ที่จะมาเป็นนายกฯต้องไม่เป็นข้าราชการ พนักงานของรัฐ และต้องไม่เป็นพนักงานของรัฐอื่น ฉะนั้น ถ้ามีการรับรองชื่อคนที่ขาดคุณสมบัติจะต้องรับผิดชอบด้วย ซึ่งพล.อ.ประยุทธ์ หากดูโดยทั่วไปถือเป็นเจ้าหน้าที่รัฐแน่นอน เพราะได้รับเงินเดือนประจำจากภาษีประชาชน และกระทำการในการเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ รับเงินเดือนของรัฐในฐานะเจ้าหน้าที่รัฐอื่น จึงผิดคุณสมบัติแน่นอน วันนี้พรรคพลังประชารัฐ กลั่นกรองมาแล้วว่าบุคคลนี้มีคุณสมบัติ แต่หากเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐก็เสนอไม่ได้ เพราะถ้าเสนอคนที่ไม่มีคุณสมบัติจะเท่ากับไม่ได้มีการเสนอ ตนถือว่าพล.อ.ประยุทธ์ ไม่มีคุณสมบัติตามที่กำหนด และทำผิดคุณสมบัติหลายข้อ ฉะนั้น การฝ่าฝืนเรื่องนี้เป็นเรื่องที่สภานี้ต้องพิจารณา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;มาตรฐานทางจริยธรรมข้อ 5 ที่ระบุว่า ต้องยึดมั่นและธํารงไว้ซึ่งการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย แต่หากย้อนกลับไป 4 &amp;ndash; 5 ปี พล.อ.ประยุทธ์ เคยฉีกรัฐธรรมนูญ ซึ่งไม่ใช่วิถีทางประชาธิปไตย ไม่เคารพประชาชน การใช้ปากกระบอกปืน ผมถือว่าไม่ใช่วิถีทางประชาธิปไตย ผิดหลักจริยธรรมอย่างร้ายแรง&amp;rdquo; นายขจิตร ระบุ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/37730</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขจิตร ชัยนิคม, ธนาธร, ประชุมรัฐสภา, ประยุทธ์, เลือกนายกฯ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190605/image_big_5cf767b9c50e0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>37679</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/06/2019 08:44</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/06/2019 08:42</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ไม่เดือดไม่ได้แล้ว!เปิดตัวทีมองครักษ์พิทักษ์บิ๊กตู่ ผงะ!มี&#039;ปารีนา&#039;เจ้าของวาทกรรม&#039;อีฉ้อ&#039;รวมอยู่ด้วย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5 มิ.ย.62- การประชุมส.ส.พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.)วานนี้ (4มิ.ย.) เพื่อเตรียมความพร้อมในการโหวตนายกรัฐมนตรี ที่พรรค พปชร.จะเสนอชื่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกฯ ชิงกับนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ &amp;nbsp;หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ในฐานะแคนดิเดตนายกฯ จาก 7 พรรคการเมือง มีการแกนนำของพรรคเข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง นำโดยนายอุตตม สาวนายน หัวหน้าพรรค นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ เลขาธิการพรรค นายสุวิทย์ เมษินทรีย์ รองหัวหน้าพรรค นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล โฆษกพรรค รวมถึงแกนนำกลุ่มต่างๆ อาทิ นายอนุชา นาคาศัย ส.ส.ชัยนาท นายวิรัช รัตนเศรษฐ นายเอกราช ช่างเหลา และนายสุพล ฟองงาม ส.ส.บัญชีรายชื่อ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยที่ประชุมได้ประเมินสถานการณ์เพื่อรับมือ 7 พรรคการเมือง ที่นำโดยพรรคเพื่อไทย ที่คาดว่าจะหยิบยกประเด็นที่เกี่ยวข้องกับพล.อ.ประยุทธ์ ไม่ว่าจะเป็นคุณสมบัตินายกฯ จริยธรรมของผู้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี และเรื่องการขอให้แคนดิเดตนายกฯของแต่ละฝ่ายมาแสดงวิสัยทัศน์ ซึ่งประเด็นสุดท้ายนี้ ฝ่ายพรรค พปชร.เตรียมเสนอญัตติให้ประธานรัฐสภาจัดสรรเวลาให้แต่ละฝ่ายอภิปรายข้อดีข้อเสียแทนแคนดิเดตนายกฯ พร้อมปล่อยเวลาให้ฝ่ายเพื่อไทยได้อภิปรายประเด็นต่างๆอย่างเต็มที่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่จะไม่ยอมให้แคนดิเดตนายกฯของแต่ละฝ่ายมาโชว์วิสัยทัศน์ เนื่องจากกฎหมายไม่ได้บังคับและที่ผ่านมาไม่เคยให้ผู้ที่เป็นแคนดิเดตนายกฯมาแสดงวิสัยทัศน์ก่อน และหากฝ่ายเพื่อไทยจะเสนอญัตติ เพื่อขอให้นายธนาธรเข้ามาแสดงวิสัยทัศน์ในรัฐสภา ทางพรรค พปชร.คัดค้านอย่างเต็มที่ เพราะศาลรัฐธรรมนูญสั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ ส.ส.ชั่วคราว จึงถือว่าเป็นบุคคลภายนอก ไม่มีสิทธิ์อภิปรายในรัฐสภาได้ ซึ่งประเด็นนี้อาจต้องตัดสินด้วยการลงมติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ พรรค พปชร.ได้วางตัวส.ส.ของพรรคในการตอบโต้และชี้แจงในประเด็นต่างๆ ที่ฝ่ายตรงข้ามหยิบยกขึ้นมา ขณะเดียวกัน จะมีบุคคลที่คอยตัดบทฝ่ายตรงข้ามหากมีการอภิปรายนอกประเด็น ประมาณ 20 คน อาทิ นายวีระกร คำประกอบ ส.ส.นครสวรรค์ พ.ต.ท.ไวพจน์ อาภรรัตน์ ส.ส.กำแพงเพชร นายวิเชียร ชวลิต นายทะเบียนสมาชิกพรรค นางทัศนียา รัตนเศรษฐ ส.ส.นครราชสีมา นางปารีนา ไกรคุปต์ ส.ส.ราชบุรี รวมถึงส.ส.กทม.ให้ขึ้นอภิปรายแจ้งเกิดในสภาฯ นอกจากนี้ ในส่วนของ 250 ส.ว. พรรคยังได้ประสานกับ ส.ว. 15 คน ที่จะมีส่วนในการอภิปรายครั้งนี้ด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในที่ประชุมยังเชื่อว่า บรรยากาศการโหวตนายกฯจะแตกต่างจากการเลือกประธานและรองประธานสภาฯที่ผ่านมา เพราะเชื่อว่านายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา จะเข้มงวดในกฎระเบียบและข้อบังคับ แต่ทางพรรค พปชร.ประเมินว่า อีกฝ่ายจะพยายามยื้อเวลาไม่ให้การโหวตนายกฯ เสร็จสิ้นโดยเร็ว ซึ่งคาดกันไว้จะไม่ต่ำกว่าเที่ยงคืนของวันที่ 5 มิ.ย. และหากไม่เสร็จสิ้นก็มีโอกาสที่ประธานรัฐสภาจะนัดประชุมในวันถัดไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม ที่ประชุมพรรคยังได้เน้นย้ำว่า ตั้งแต่ช่วงเช้าจนถึงเที่ยงคืน ให้ ส.ส.ทุกคนต้องอยู่ในห้องประชุมและบริเวณใกล้เคียงเท่านั้นเพื่อให้พร้อมตลอดเวลาหากมีการลงมติ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/37679</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทีมองครักษ์, ปารีนา ไกรคุปต์, พลังประชารัฐ, เลือกนายกฯ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190605/image_big_5cf71e67ab72c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>37618</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/06/2019 16:02</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/06/2019 16:02</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>30 ส.ส.สามมิตรตั้งทีมองครักษ์พิทักษ์&#039;บิ๊กตู่&#039;ในสภา พร้อมสวนทุกประเด็น </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4 มิ.ย.62- ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 12.00 น.ที่โรงแรมเซ็นทารา แกรนด์ ลาดพร้าว กลุ่มสามมิตรเก่า แกนนำพรรคพลังประชารัฐ นำโดย นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ นายสมศักดิ์ เทพสุทิน และนายอนุชา นาคาศัย ได้นัดส.ส.กว่า 30 คน ร่วมรับประทานอาหารและหารือต่อการทำหน้าที่ของส.ส.ในสภา รวมทั้งการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีในวันที่ 5 มิ.ย.นี้
&amp;nbsp;
ภายหลังการหารือกว่า 1 ชั่วโมง นายสุริยะ ให้สัมภาษณ์ว่า วันนี้กลุ่มสามมิตรเก่าเราได้มาทานข้าวหารือกันเพื่อหารือแนวทางการช่วยงานพรรคพลังประชารัฐ และในวันที่ 5 มิ.ย.รัฐสภาจะโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี เราจึงมาปรึกษาหารือกันว่า จะกำหนดตัวบุคคลที่จะอภิปราย สนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นากฯและหัวหน้าคสช.ในฐานะแคนดิเดตนายกฯของพรรคพลังประชารัฐ เพื่อให้ได้รับเลือกเป็นนายกฯ ซึ่งเราได้กำหนดประเด็นสำคัญให้แต่ละคนได้อภิปราย และหากมีกรณีที่ฝ่ายตรงข้ามอภิปรายไม่เห็นด้วย เราจะชี้แจงได้ในทุกประเด็น โดยทางพรรคคิดว่าประชาชนอยากจะเห็นการจัดตั้งรัฐบาลให้เสร็จเรียบร้อยโดยเร็ว เพราะเศรษฐกิจโลกไม่ค่อยดี จึงต้องการให้ตั้งรัฐบาลให้เรียบร้อย และหากพล.อประยุทธ์ ได้รับการเลือกเป็นนายกฯ จะได้ผลักดัน นโยบายต่างๆที่พรรคได้หาเสียงไว้ เพื่อแก้ปัญหาปากท้องประชาชน เช่น โนบายทางด้านการเกษตร การค้าขายและสวัสดิการเพื่อประชาชนต่าง ให้ประเทศได้ฟื้นฟูขึ้นมา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสุริยะ กล่าวอีกว่า นอกจากนี้เรายังได้หารือเกี่ยวกับการทำงานในสภา เพื่อให้มีศักยภาพมากที่สุด วันนี้ที่เรานัดหารือกันไม่ได้มีเจตนาเพื่อไปต่อรองตำแหน่งใดๆทั้งสิ้น ที่ผ่านมาแม้ว่าตนจะเป็นหนึ่งในแกนนำ แต่ไม่เคยออกมาพูดขอตำแหน่งใดๆ สำคัญที่สุดคือ ทางพรรคเองต้องมีกระทรวงที่ตอบสนองกับนโยบายการหาเสียง หากพรรคไม่เก็บกระทรวงสำคัญๆไว้เลย การเลือกตั้งครั้งหน้า ส.ส.ของเราจะไม่มีที่ยืน ทั้งนี้เรามั่นใจว่า พล.อ.ประยุทธ์ จะได้เป็นนายกฯอีกครั้ง ตามกลไกของรัฐธรรมนูญ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/37618</URL_LINK>
                <HASHTAG>30ส.ส.สามมิตร, พลังประชารัฐ, องครักษ์พิทักษ์บิํ๊กตู่, เลือกนายกฯ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190604/image_big_5cf632ed0c9c2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
