<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>50901</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/11/2019 21:05</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/11/2019 20:59</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>แฉ ขรก.อินโดนีเซียไม่รับหญิงท้อง-คนข้ามเพศเข้าทำงาน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ผู้ตรวจการรัฐสภาอินโดนีเซียเผย การรับสมัครข้าราชการของหลายกระทรวงมีนโยบายเลือกปฏิบัติ ไม่รับหญิงมีครรภ์, คนพิการและกลุ่มแอลจีบีทีเข้าทำงาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; รายงานเรื่องนี้เกิดขึ้นในช่วงที่ชาวอินโดนีเซียหลายล้านคน ยื่นใบสมัครตำแหน่งข้าราชกาารพลเรือนราว 200,000 ตำแหน่งทั่วประเทศที่เปิดรับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นีนิก ราฮายู กรรมาธิการผู้ตรวจการรัฐสภาของอินโดนีเซีย เผยเมื่อวันศุกร์ที่ 22 พฤศจิกายนว่า จากการสอบสวนในปีนี้ พบว่ามีการเลือกปฏิบัติในการลงประกาศรับสมัครงานของกระทรวงกลาโหม, กระทรวงการค้าและสำนักอัยการสูงสุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นีนิกเผยกับผู้สื่อข่าวเอเอฟพีว่า ประกาศรับสมัครงานของกระทรวงกลาโหมไม่รับหญิงมีครรภ์ ขณะที่กระทรวงการค้าและสำนักอัยการสูงสุดไม่รับกลุ่มคนข้ามเพศหรือกลุ่มแอลจีบีที ยิ่งกว่านั้นสำนักอัยการสูงสุดแถลงด้วยว่าเปิดรับสมัครเฉพาะบุคคลปกติเท่านั้น การห้ามบุคคลไม่ให้สมัครงานเพราะว่าเขาเป็นคนข้ามเพศ เป็นสิ่งที่ยอมรับไม่ได้และละเมิดต่อสิทธิมนุษยชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นีนิกระบุว่า ผู้ตรวจการรัฐสภาเรียกร้องไปยังกระทรวงต่างๆ ให้ยกเลิกนโยบายรับคนเข้าทำงานดังกล่าว แต่มีเพียงกระทรวงการค้าเท่านั้นที่ปฏิบัติตาม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โฆษกสำนักอัยการสูงสุดของอินโดนีเซียเผยเมื่อวันพฤหัสบดีว่า มีนโยบายไม่รับสมัครคนที่เป็นเกย์และคนข้ามเพศ เพราะต้องการรับผู้สมัครที่ปกติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อุสมัน ฮามิด ผู้อำนวยการองค์การนิรโทษกรรมสากลอินโดนีเซีย ให้ความเห็นว่า กระทรวงต่างๆ ของอินโดนีเซียควรคัดเลือกข้าราชการพลเรือนจากคนดีที่สุดและเก่งที่สุด ไม่ใช่เลือกตามอำเภอใจและจากความเกลียดชัง และควรยกเลิกกฎการคัดเลือกคนเข้าทำงานเช่นนี้ที่ละเมิดรัฐธรรมนูญอินโดนีเซียและกฎหมายสิทธิมนุษยชนสากล.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/50901</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงอินโดนีเซีย, คนข้ามเพศ, คนท้อง, อินโดนีเซีย, เลือกปฏิบัติ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190923/image_big_5d88c4608e5ae.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>41124</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/07/2019 15:00</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/07/2019 15:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>NGOsอีสานรายงานสภาพสังคมการเมือง ซัด&#039;เอ็นจีโอชรา&#039;แก่ตัวแล้วหนุนรัฐประหาร</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;16 ก.ค.62- &amp;nbsp;สถาบันสังคมและการเมือง คณะกรรมการประสานงานองค์กรพัฒนาองค์กรเอกชน (กป.อพช.) ภาคอีสาน เผยแพร่รายงานสังคมและการเมือง รายงานสังคมและการเมือง ฉบับที่ 1 สรุปสาระสำคัญดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นโยบายทวงคืนผืนป่าของเผด็จการทหาร คสช. : ความไม่เท่าเทียมโดยอำนาจบดบังการบังคับใช้กฎหมายให้เกิดความเป็นธรรมขึ้นในสังคม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;พฤติกรรมอำนาจนิยมของทหารในระบอบราชการมีการใช้กฎหมายแบบเลือกปฏิบัติต่อคนรวยและคนจนแตกต่างกันในระดับวิกฤติรุนแรงที่อาจจะก่อให้เกิดความเหลื่อมล้ำทางสังคมในระดับวิกฤติรุนแรงตามไปด้วย&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ฟื้นฟูประชาธิปไตยจากพรรคการเมืองเกิดใหม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ดังจะเห็นได้จากปัญญาชนและนักพัฒนาจากองค์กรพัฒนาเอกชน (NGOs) ทั้งหลายที่เคยเป็นฝ่ายก้าวหน้าต่อสู้กับเผด็จการในวัยหนุ่มสาวแต่พอแก่ตัวลงกลับเลือกยืนอยู่ฝ่ายอนุรักษ์ฯด้วยการสนับสนุนรัฐประหารและอำนาจนิยมของทหารแทน หากไม่ฝึกฝนให้ตัวเองเป็นวัยหนุ่มสาวอยู่ตลอดเวลาแม้จะวัยร่วงโรยเพียงใดก็ตามวัยที่สูงอายุขึ้นมักจะกลายเป็นอนุรักษ์ฯในบั้นปลายชีวิต.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/41124</URL_LINK>
                <HASHTAG>กป.อพช.อีสาน, คสช., รายงานสังคมและการเมือง, เลือกปฏิบัติ, เอ็นจีโอ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190716/image_big_5d2d8320eb348.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>34503</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/04/2019 17:09</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/04/2019 08:56</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พ่อ&#039;จอห์น วิญญู&#039;ชี้ปัญหาของเมืองไทยไม่ใช่ป่วยทางนิติศาสตร์แต่เป็นการ&#039;เลือกปฏิบัติ&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;26 เม.ย.62 - รศ.ดร.โกวิท วงศ์สุรวัฒน์ &amp;quot;อาจารย์ประจำ&amp;quot; ภาควิชารัฐศาสตร์ฯ คณะสังคมศาสตร์ ม.เกษตรศาสตร์&amp;nbsp;พ่อ จอห์น วิญญู พิธีกรชื่อดัง โพสต์ข้อความลงบนทวีตเตอร์ ระบุว่าปัญหาของเมืองไทยบ้านเรานั้นไม่ใช่เป็นอาการป่วยทางนิติศาสตร์นิยมล้นเกิน &amp;nbsp;(hyper-legalism) &amp;nbsp;หรอก &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หากแต่เป็นเรื่องของการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;เลือกปฏิบัติ&amp;quot; ธรรมดา ๆ นี่แหละ.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/34503</URL_LINK>
                <HASHTAG>การเมืองไทย, จอห์น วิญญู, เลือกปฏิบัติ, โกวิท วงศ์สุรวัฒน์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190420/image_big_5cba9c479fcd1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>6302</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/04/2018 20:50</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/04/2018 20:38</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>วรรณะจัณฑาลลุกฮือประท้วงทั่วอินเดีย สังเวยแล้ว 4 ศพ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ชาวอินเดียวรรณะจัณฑาก่อหวอดประท้วงในหลายรัฐเมื่อวันจันทร์ ปะทะกับตำรวจ ทำลายทรัพย์สิน ปิดกั้นการจราจร ระบายความโกรธแค้นคำตัดสินของศาลสูงสุดที่ลิดรอนกฎหมายปกป้องชาวจัณฑาล มีรายงานผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 4 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: right;&quot;&gt;ผู้ประท้วงชาวจัณฑาลปิดกั้นถนนที่เมืองคุรเคาน์เมื่อวันที่ 2 เมษายน 2561 / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานเอเอฟพีเมื่อวันจันทร์ที่ 2 เมษายน 2561 อ้างข้อมูลของทางการอินเดียว่า ได้รับรายงานว่าชาวจัณฑาล ซึ่งเป็นวรรณะต่ำสุดของอินเดีย ก่อหวอดประท้วงใน 5 รัฐของอินเดีย ทั้งการปะทะกับตำรวจ, โจมตีรถบัสและอาคารที่ทำการของรัฐบาล และปิดกั้นรางรถไฟและถนน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ริศี กุมาร ศุขลา อธิบดีกรมตำรวจรัฐมัธยประเทศในภาคกลางของอินเดียกล่าวว่า มีรายงานผู้เสียชีวิต 4 คนที่นี่ แต่เขายืนยันว่าสถานการณ์อยู่ในความควบคุมแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อันศุมาน ยาดัฟ จเรตำรวจเมืองกวาลิเออร์ในรัฐนี้ กล่าวว่า มีคนเสียชีวิต 1 คน และทางการได้ประกาศเคอร์ฟิวในบางพื้นที่ของเมืองแล้ว แต่ผู้ประท้วงยังคงรวมตัวกันอยู่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานของสื่อท้องถิ่นว่ามีคนเสียชีวิตอีกหลายรายที่อำเภอโมรีนาของรัฐนี้ แต่ตำรวจยังไม่สามารถยืนยันข้อมูลได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สื่อของอินเดียกล่าวด้วยว่า มีคนเสียชีวิตเพิ่มอีกอย่างน้อย 1 คนในรัฐราชาสถานด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ราหุล ประกาศ ผู้กำกับการตำรวจเมืองอัลวาร บอกกับเอเอฟพีว่า เขาไม่สามารถยืนยันข้อมูลผู้เสียชีวิต แต่อาจมีคนโดนยิง 2-3 คนระหว่างการปะทะกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: right;&quot;&gt;ผู้ประท้วง (กลาง) โดนนักศึกษาทุบตีภายหลังชาวจัณฑาลและวรรณะต่ำอื่นๆ ขว้างปาก้อนหินใส่มหาวิทยาลัยในเมืองมีรุต รัฐอุตตรประเทศ / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ยังมีรายงานเหตุการณ์วุ่นวายที่กรุงนิวเดลี และที่รัฐอุตตรประเทศ, ปัญจาบ และพิหาร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การประท้วงเมื่อวันจันทร์เกิดจากการเรียกร้องให้ &amp;quot;ชัตดาวน์อินเดีย&amp;quot; โดยบรรดากลุ่มชาวจัณฑาล ซึ่งมีประชากรถึง 200 ล้านคน จากประชากร 1,250 ล้านคนของอินเดีย พวกเขาโกรธแค้นคำตัดสินของศาลสูงสุดที่ลดอำนาจการจับกุมโดยอัตโนมัติ ตามกฎหมายปกป้องการกระทำโหดร้ายทารุณต่อคนวรรณะต่ำ ที่ชาววรรณะจัณฑาลเห็นว่าเป็นกฎหมายที่ปกป้องพวกเขาและกลุ่มอื่นๆ จากการถูกเลือกปฏิบัติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านราชนาฐ ซิงห์ รัฐมนตรีมหาดไทยของอินเดีย เรียกร้องให้ทุกฝ่ายอยู่ในความสงบ และยืนยันว่ารัฐบาลกำลังอุทธรณ์คำตัดสิน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานว่า ด่านของตำรวจแห่งหนึ่งใกล้กับเมืองมีรุตในรัฐอุตตรประเทศโดนวางเพลิง และชายชาวจัณฑาลขว้างปาก้อนหินใส่ตำรวจและเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย ตำรวจเมืองอาซัมครห์เผยด้วยว่า มีรถโดยสารสาธารณะโดนวางเพลิงหลายคัน.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/6302</URL_LINK>
                <HASHTAG>จัณฑาล, ชัตดาวน์อินเดีย, ประท้วง, ลุกฮือ, อินเดีย, เลือกปฏิบัติ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180402/image_big_5ac22ea671103.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
