<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>32607</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>31/03/2019 07:46</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>31/03/2019 07:46</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เหลือแค่สอง &quot;จุรินทร์&quot;-&quot;กรณ์&quot; ชิงชัยหัวหน้าพรรค ปชป.คนใหม่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;31 มี.ค. 2562 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับความเคลื่อนไหวของพรรคประชาธิปัตย์ในการจับขั้วเพื่อสนับสนุนหัวหน้าพรรคเบื้องต้นนั้น ปรากฏว่า จากเดิมมีแคนดิเดตหัวหน้าพรรค 4 คน ประกอบด้วย นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รักษาการหัวหน้าพรรค นายกรณ์ จาติกวณิช รักษาการรองหัวหน้า นายอภิรักษ์ โกษะโยธิน และนายนิพนธ์ พร้อมพันธุ์ ล่าสุด เหลือแคนดิเดตเพียง 2 คนเท่านั้น คือนายจุรินทร์และนายกรณ์ โดยนายอภิรักษ์ได้ขอถอนตัว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รายงานข่าวแจ้งอีกว่า ภายหลังจากที่นายถาวร เสนเนียม ว่าที่ส.ส.จังหวัดสงขลา ได้ให้สัมภาษณ์ดักคอไม่ให้กก.บห.รักษาการเป็นผู้ตัดสินใจทางการเมืองของพรรค นายกรณ์ได้ติดต่อไปยังนายถาวรเพื่อขอให้สนับสนุนตน กระทั่งเรื่องเข้าหูกลุ่มกก.บห.ชุดรักษาการจึงได้เสนอชื่อนายอภิรักษ์แทน ทว่า นายกรณ์ทราบเรื่องจึงได้ขอเคลียร์ใจจนทำให้กก.บห.ชุดดังกล่าว กลับมาสนับสนุนนายกรณ์เหมือนเดิม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนนายอภิรักษ์นั้นได้พูดคุยกับนายกรณ์และกลุ่มที่สนับสนุนนายกรณ์แล้ว และมีท่าทีจะขอสละสิทธิ์ไม่ขอเป็นแคนดิเดตหัวหน้าพรรค เช่นเดียวกับนายนิพนธ์ พร้อมพันธุ์ ที่ได้แสดงท่าทีชัดเจนต่อสมาชิกพรรคแล้วว่า ไม่ขอเป็นแคนดิเดตชิงหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ครั้งนี้เช่นกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม ยังมีการวางตัวเลขาธิการพรรคด้วย โดยทีมของนายจุรินทร์มีชื่อนายชัยวุฒิ บรรณวัฒน์ ว่าที่ส.ส.ตาก เป็นเลขาธิการพรรค ส่วนทีมนายกรณ์มีชื่อของนายเทพไท เสนพงศ์ รองเลขาธิการพรรค จะก้าวขึ้นมาเป็นเลขาธิการพรรคในทีมนี้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/32607</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรณ์ จาติกวณิช, จุรินทร์  ลักษณวิศิษฏ์, เลือกหัวหน้าปชป.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190331/image_big_5ca00dc567e69.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>21075</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>31/10/2018 12:40</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>31/10/2018 12:18</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ไอติม&#039;ปลดประจำการ ภารกิจการเมืองแรกเลือกหัวหน้าปชป.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;31 ต.ค. 61 - ที่หน้ากองบังคับการกองพันทหารราบมณฑลหารบกที่ 11 (บก.พัน ร. มทบ.11 ) มีพิธีอำลาธงชัยเฉลิมพลและมอบใบประกาศเกียรติคุณให้ทหารกองประจำการ ที่ครบกำหนดปลดปล่อยจำนวน 450 นาย โดยมีพล.ต.ธราพงษ์ มะละคำ ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่11 (มทบ.11)เป็นประธาน ทั้งนี้มี พลทหารพริษฐ์ วัชรสินธุ์ หรือ &amp;quot;ไอติม&amp;quot; หลานชายนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ รวมอยู่ด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พลทหารพริษฐ์ เป็นผู้แทน กล่าวว่า &amp;quot;พวกกระผมทหารกองประจำการรุ่นปีพุทธศักราช 2559 และทหารกองประจำการที่ขอใช้สิทธิลดรับราชการน้อยกว่า 2 ปี ซึ่งรับราชการมาครบกำหนดปลดปล่อยเป็นทหารกองหนุนตามพระราชบัญญัติรับราชการทหารตั้งแต่ 1 พฤศจิกายน 2561 เป็นต้นไป มีความรู้สึกภูมิใจที่ได้เข้ามารับราชการทหารที่ มทบ.11 แห่งนี้ ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาพวกกระผมได้รับความเมตตาจากผู้บังคับบัญชาทุกท่านที่ดูแลให้ความรู้ และสั่งสอนอบรมให้พวกกระผมเป็นผู้มีระเบียบวินัยเป็นสิ่งที่ผมจะจดจำไว้ตลอดไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถึงวาระที่พวกกระผมจะได้รับการปลดปล่อยออกจากกองประจำการกลับภูมิลำเนาเดิม เพื่อจะนำความรู้ความสามารถไปใช้ประกอบอาชีพเลี้ยงดูครอบครัว สร้างความเจริญให้ชุมชนของตน ตลอดจนแสวงหาโอกาสในการพัฒนาประเทศ สิ่งหนึ่งที่พวกกระผมจะระลึกอยู่ในจิตใจตลอดไปว่า เราคือทหารของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว หากมีเรื่องที่ไม่ดีงามซึ่งจะมีผลกระทบต่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และประชาชนพวกกระผมจะรายงานให้ทราบ พวกกระผมจะยึดมั่นในคำสัตย์ปฏิญาณตนที่ให้ไว้ต่อธงชัยเฉลิมพลมิเสื่อมคลาย ทั้งจะเป็นทหารกองหนุนที่ดีของกองทัพบก และพวกกระผมยินดีกลับมารับใช้ชาติอีก เมื่อชาติต้องการ&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทางด้าน พล.ต.ธราพงษ์ &amp;nbsp;กล่าวว่า ขอแสดงความยินดีกับทุกคนที่ได้รับมอบใบประกาศเกียรติคุณ &amp;nbsp;ซึ่งเป็นสิ่งที่บ่งบอกถึงการอุทิศตนทำงานให้กับหน่วยเป็นไปด้วยความเรียบร้อยในช่วงรับราชการ พิธีในวันนี้ถือเป็นพิธีที่มีเกียรติ เพราะมีการเชิญธงชัยเฉลิมพล ซึ่งธงชัยเฉลิมพลนั้นเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดประจำหน่วยทหาร การที่จะนำธงชัยเฉลิมพลออกมานั้นต้องเป็นวาระที่สำคัญ พิธีวันนี้ถือเป็นพิธีที่สำคัญในการปลดประจำการก่อนกลับสู่ภูมิลำเนา ทั้งนี้ ขอขอบใจที่ได้อุทิศกำลังกาย กำลังใจ เสียสละ มารับราชการเพื่อรับใช้ชาติใน มทบ.11&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;แม้จะปลดประจำการไปแล้วแต่ทุกคนก็ยังเป็นเหมือนสมาชิกของบ้านแห่งนี้ซึ่งให้ระลึกว่าเป็นบ้านหลังที่ 2 หากมีปัญหาต้องการให้ช่วยเหลือให้กลับมาที่หน่วยได้ อย่างไรก็ตามขอให้ทุกคนเป็นตัวแทนของกองทัพหากพบสิ่งใดที่ไม่เรียบร้อยและเป็นปัญหาของชาติเช่นเรื่องยาเสพติดอาวุธสงครามหรือเรื่องต่างๆผิดกฎหมายขอให้แจ้งเจ้าหน้าที่หรือหน่วยต้องสังกัดเดิมเพื่อแก้ไขให้เรียบร้อย ขอให้ระลึกว่าเป็นทหารของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สถาบัน ชาติศาสนา และพระมหากษัตริย์รวมถึงประชาชน&amp;quot; พล.ต.ธาราพงษ์ ระบุ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภายหลังเสร็จพิธี พลทหารพริษฐ์ &amp;nbsp;ให้สัมภาษณ์ว่า วันนี้รู้สึกดีใจที่ได้ทำหน้าที่ตามกฎหมาย หลังจากนี้จะได้กลับไปทำอาชีพที่ถนัด คืออาชีพทางการเมือง 6 เดือนที่ผ่านมาถามว่าถ้าไม่มีระบบการเกณฑ์ทหาร ตนจะมาเป็นทหารหรือไม่ ถ้าให้ตอบตรงๆ ก็คงไม่ เพราะสนใจอาชีพด้านอื่นและมีความถนัดอย่างอื่นมากกว่า แต่เมื่อมาอยู่ตรงนี้แทนที่จะตีโพยตีพาย หรือมานั่งฝืน ว่าจะเสียอะไรไปบ้าง เชื่อว่าตัวของตนไม่ได้เสียอะไร เมื่อเทียบกับอีกหลายคนที่มีภาระทางการเงินและครอบครัว ตนจึงมาคิดว่าได้อะไรไปบ้าง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้สิ่งที่ได้ก็คือได้เรียนรู้มากขึ้นถึงข้อดีข้อเสียของระบบการเกณฑ์ทหาร ระบบการรับราชการทหาร ซึ่งในอนาคตคงจะมีการพูดถึงเรื่องนี้อีก โดยตนได้เรียนรู้เกี่ยวกับปัญหาสังคมของประเทศไทย คงไม่มีโอกาสดีกว่านี้แล้วที่ตนจะได้กินข้าวหม้อเดียวกัน นอนห้องเดียวกัน อาบน้ำขันเดียวกับเพื่อนๆ พี่ๆ คนไทยอีก 70-200 คน เป็นเวลาหลายเดือน ถ้าตนไม่ได้มาเป็นทหารก็คงไม่ได้เจอพวกเขา และเขาจะเป็นเพื่อนผมไปตลอดชีวิต ซึ่งได้เปิดมุมมองและเห็นปัญหาของแต่ละคนว่ามีอะไรบ้าง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า หลังจากนี้จะดำเนินการงานทางการเมืองอย่างไร พลทหารพริษฐ์ กล่าวว่า ตนเป็นสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์อยู่แล้ว โดยภารกิจแรกก็คือการไปลงคะแนนเสียงเลือกตั้งหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งถือเป็นเหตุการณ์ที่สำคัญของการเมืองไทยและเป็นเหตุการณ์แรกในประวัติศาสตร์ที่พรรคการเมืองอนุญาตให้สมาชิกพรรคทั่วประเทศเลือกตั้งหัวหน้าพรรคได้.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/21075</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทหารเกณฑ์, ปลดประจำการ, พิธีอำลาธงชัยเฉลิมพล, เลือกหัวหน้าปชป., ไอติม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181031/image_big_5bd9396cd7a4b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
