<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>69904</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/06/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/06/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>แถวตรง!‘บิ๊กป้อม’มา โหวตพรึ่บ!นั่งหัวหน้าพลังประชารัฐ‘อนุชา’เป็นเลขาฯเขี่ย‘4กุมาร’</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; ไม่พลิกโผ &amp;quot;บิ๊กป้อม&amp;quot; แบเบอร์! สมาชิกพรรคพลังประชารัฐลงคะแนนเสียงท่วมท้น นั่งเก้าอี้หัวหน้าพรรค &amp;quot;อนุชา&amp;quot; เป็นเลขาธิการพรรค &amp;quot;นฤมล&amp;quot; เป็นเหรัญญิก ส่วน 4 กุมารถูกเขี่ยทิ้งจากตำแหน่งกรรมการบริหารพรรคทั้งหมด เปิดคลิปประวิตรขอบคุณ พร้อมนำพาด้วยความมั่นคง &amp;quot;อุตตม-สนธิรัตน์&amp;quot; เดินออกทันที ยืนยันยังอยู่ใน ครม.ต่อ เอาจริงหรือ? เลขาฯ พรรคคนใหม่เผยทีมเศรษฐกิจนำทีมโดย &amp;quot;นฤมล ภิญโญสินวัฒน์&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อเวลา 11.20 น. วันที่ 27 มิถุนายน ที่อิมแพ็ค ฟอรั่ม&amp;nbsp;&amp;nbsp; เมืองทองธานี นายวิรัช รัตนเศรษฐ ส.ส.พรรคพลังประชารัฐ และประธานวิปรัฐบาล เผยถึง?การเตรียมพร้อมในการประชุมใหญ่สามัญพรรคพลังประชารัฐ? (พปชร.) ว่าการจัดระเบียบต่างๆ เป็นไปด้วยความเรียบร้อยดีตามระเบียบของกระทรวงสาธารณสุข&amp;nbsp; และเป็นไปตามระเบียบของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)?
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยคาดว่าจะมีสมาชิกมาเข้าร่วมการประชุม 500-600 คน ได้มีการกำหนดโหวตเตอร์ตาม พ.ร.บ.พรรคการเมืองฯ ไว้เรียบร้อยแล้ว ยืนยันว่า พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานยุทธศาสตร์พรรคพลังประชารัฐ ที่จะเป็นหัวหน้าพรรค และเป็นคนเดียวที่ตนจะเสนอชื่อ ทั้งนี้ ยังไม่ทราบว่า พล.อ.ประวิตรจะเดินทางมารับตำแหน่งหัวหน้าพรรคด้วยตนเองหรือไม่ โดยขอให้รอดู
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวิรัชระบุด้วยว่า คณะกรรมการบริหารพรรคส่วนใหญ่จะเป็นชุดเดิมเกือบทั้งหมด โดยผู้ที่จะเข้ามาเป็นกรรมการบริหารพรรคจะต้องมีคุณสมบัติตามระเบียบข้อบังคับพรรคและระเบียบของ กกต.ว่าด้วยพรรคการเมือง ไม่มีขัดระเบียบ อย่างไรก็ตาม ผู้ที่ได้รับเลือกเป็นหัวหน้าพรรคจะต้องเดินทางมารับตำแหน่งด้วยตนเอง เพื่อแสดงวิสัยทัศน์และพบปะกับสมาชิก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายอุตตม สาวนายน รมว.การคลัง รักษาการหัวหน้าพรรค พร้อมด้วยนายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รมว.พลังงาน รักษาการเลขาธิการพรรค, นายวิเชียร ชวลิต ส.ส.บัญชีรายชื่อ นายทะเบียนพรรค และนายธนกร บุญวังคงชนะ รักษาการโฆษกพรรค เดินทางเข้าร่วมประชุม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยนายอุตตมกล่าวว่า วันนี้มาทำหน้าที่รักษาการหัวหน้าในการประชุมใหญ่สามัญของพรรคพลังประชารัฐ ถือเป็นการประชุมประจำปี มาทำหน้าที่ตามระเบียบ และเป็นความรับผิดชอบ ไม่ได้มีปัญหาอะไร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวถามว่า จะมีการเสนอชื่อคนอื่นเพิ่มเป็นแคนดิเดตหัวหน้าพรรคอีกหรือไม่ เขาตอบว่า ขอให้เป็นเรื่องของที่ประชุม เรายังไม่เห็นชื่อว่าใครเป็นใคร ให้ประชุมเรียบร้อยเสียก่อน จะให้พูดก่อนคงไม่เหมาะสม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามถึงรายชื่อ กก.บห.ชุดใหม่ ไม่มีกลุ่ม 4 กุมาร นายอุตตมปฏิเสธว่า ยังไม่ทราบ อย่างที่เรียนว่าวันนี้มีวาระเลือกตั้งตำแหน่งต่างๆ ขอให้ที่ประชุมดำเนินการไปก่อน แล้วจะแจ้งให้ทราบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ซักว่าตลอด 2 ปีที่ผ่านมาของการเป็นหัวหน้าพรรค มีอะไรที่ยังไม่ได้ทำบ้าง นายอุตตมยืนยันว่า ตลอดระยะเวลาตน เลขาธิการพรรค และคนอื่นๆ ร่วมกันตั้งพรรคขึ้นมาสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกฯ และทุกอย่างก็เดินหน้าไปตามลำดับ ซึ่งงานของพรรคย่อมไม่มีที่สิ้นสุด เราทำมาได้ระดับหนึ่งแล้ว มีรัฐบาลตามที่มุ่งหวัง พรรคพลังประชารัฐก็ทำหน้าที่ไปแล้ว ส่วนวันข้างหน้าก็ต้องดูต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า ส่วนตัวรู้สึกเสียใจหรือไม่ที่ไม่ได้ทำหน้าที่หัวหน้าพรรคต่อ รักษาการหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐปฏิเสธที่จะตอบคำถามนี้ โดยกล่าวแต่เพียงว่าขอประชุมก่อน ยังไม่ได้คิดอะไร วันนี้มาทำหน้าที่รักษาการหัวหน้าพรรค
พรรคอันดับ 1 ของประเทศ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ ส.ส.บัญชีรายชื่อ รักษาการกรรมการบริหารพรรคพลังประชารัฐ ให้สัมภาษณ์ว่า ต้องดูว่าสมาชิกจะเสนอใคร แต่เรามั่นใจว่าใครจะสามารถนำพาพรรคไปได้ เป็นธรรมดาที่พรรคต้องมีความเปลี่ยนแปลงให้สอดคล้องกับสถานการณ์ เพื่อให้เราเป็นพรรคอันดับ 1 ของประเทศ หาก พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ ได้รับเลือกให้เป็นหัวหน้าพรรค จะทำให้ ส.ส.กับประชาชนทั่วประเทศมีความใกล้ชิดกันมากขึ้น แม้ว่าที่ผ่านมาเราทำได้ดีในระดับหนึ่งแล้วก็ตาม แต่เรายังมีเป้าหมายสำคัญเพื่อให้ได้ตัวแทนมากกว่าที่ได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามถึงตำแหน่งรองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ 9 คน จะเป็นการกระจายผลประโยชน์ในพรรคได้หรือไม่ นายณัฏฐพลแจงว่า ตนยังไม่ทราบว่าใครจะเป็นรองหัวหน้าพรรคบ้าง แต่ในส่วนของนักการเมือง เรารู้อยู่แล้วว่าใครมีความสามารถในด้านไหน ทั้งการทำงานในพื้นที่ ประชาสัมพันธ์ ขับเคลื่อนการเมือง นโยบาย เพราะเรื่องเหล่านี้พรรคการเมืองจำเป็นต้องมีอย่างแข็งแรง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) รักษาการรองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ยืนยันว่าพรรคพลังประชารัฐมิใช่พรรคเฉพาะกิจ เราต้องการทำให้เข้มแข็ง จึงเป็นเหตุให้ พล.อ.ประวิตรต้องเข้ามา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามถึงข้อวิจารณ์ว่า การที่ พล.อ.ประวิตรเป็นหัวหน้าพรรค จะยิ่งชัดเจนว่าเป็นพรรคสืบทอดอำนาจจาก คสช. นายพุทธิพงษ์ ตอบว่า มันเลยจุดนั้นมาแล้ว เพราะปีกว่าๆ ที่ผ่านมา ได้แสดงให้เห็นแล้วว่าเราเป็นพรรคที่มีตัวแทนได้รับการเลือกตั้งตามระบอบประชาธิปไตยจากทุกภาค เช่นเดียวกับการเลือกตั้งกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ในวันนี้ ก็ถูกต้องตามกติกาทุกอย่าง โดยสมาชิกพรรคไม่ได้รับการแต่งตั้งจากใคร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า ภายใต้การนำพรรคของ พล.อ.ประวิตร พรรคจะเป็นอย่างไร รมว.ดีอีเอสกล่าวว่า ต้องให้โอกาสท่าน เพราะบุคลิกของท่านเป็นคนมีบารมี มีคนรักจำนวนมาก เข้าใจการเมือง เข้าใจการบริหารประเทศ ดังนั้น เมื่อให้โอกาสก็ต้องรอดูผลงาน แต่ส่วนตัวเชื่อว่าจะดีขึ้น โดยเฉพาะการประสานรอยร้าว ท่านเป็นคนน่ารัก เข้ากับทุกคนได้ มีบารมี มีคนให้ความเกรงใจ และให้ความรัก เพราะพรรคเรามาจากความหลากหลาย จึงต้องการศูนย์รวมเป็นหัวเรือหลักให้ทุกคนพูดคุยกัน ไปในทิศทางเดียวกันได้ เชื่อว่าหลายอย่างที่ทุกคนกังวลจะดีขึ้นแน่นอน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในฐานะรักษาการกรรมการบริหารพรรค กล่าวถึงกระแสข่าวว่าจะมีการตั้งให้ตัวเองขึ้นเป็นรองหัวหน้าพรรค เพราะถือเป็นกำลังหลักสำคัญของ พล.อ.ประวิตร ว่าการแต่งตั้งรองหัวหน้าพรรคเป็นหน้าที่ของว่าที่หัวหน้าพรรคคนใหม่ ที่จะมีการแก้ไขข้อบังคับพรรค เพื่อเพิ่มอำนาจให้กับหัวหน้าพรรคสามารถแต่งตั้งรองหัวหน้าพรรคได้ แต่วันนี้ที่ประชุมมีการเลือกตั้งเพียง 4 ตำแหน่งเท่านั้น กรรมการบริหารพรรคอื่นๆ ยังคงอยู่ตำแหน่งเดิม และเชื่อว่าการเพิ่มอำนาจให้หัวหน้าพรรคครั้งนี้จะไม่สร้างปัญหาในอนาคต เพราะหัวหน้าพรรคมาจากการเลือกตั้ง สมาชิกพรรคได้มอบอำนาจให้หัวหน้าพรรคเป็นผู้ตัดสินใจตามระบบประชาธิปไตย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนปัญหาความขัดแย้งกับกลุ่มของนายสมคิด หรือกลุ่ม 4 กุมารนั้น ร.อ.ธรรมนัสกล่าวว่า ส่วนตัวยังคงเหมือนเดิมกับทุกคนในพรรค เพราะตนเองเป็นลูกผู้ชายใจนักเลง ส่วนจะเกิดความน้อยใจของกลุ่ม 4 กุมาร ที่ไม่ได้รับตำแหน่งภายในพรรค และมีข่าวว่าจะถอนตัวออกไปหรือไม่นั้น ส่วนตัวเชื่อว่าอดีตหัวหน้าพรรค อดีตเลขาธิการพรรค และอดีตกรรมการบริหารพรรคชุดเก่า มีความเป็นสุภาพบุรุษพอ เมื่อถึงเวลาไปก็ต้องไป
ไปเองไม่มีใครบังคับ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เชื่อว่าทุกท่านจะยินดีไปเอง ไม่มีใครบังคับ ต้องการเข้ามาเล่นการเมือง เมื่อถึงเวลาไปก็ต้องไป ซึ่งเรื่องนี้เป็นเรื่องของสิทธิแต่ละท่าน และเรื่องนี้จะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงคณะรัฐมนตรีหรือไม่ เรื่องการเปลี่ยนแปลงคณะรัฐมนตรีเป็นหน้าที่ของนายกรัฐมนตรี&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวถามว่า หลังจากนี้จะมองหน้ากันติดหรือไม่ เขาตอบว่า ส่วนตัวคิดว่าไม่เป็นอย่างนั้น เพราะการเมืองก็แค่เวทีละคร โดยมีประชาชนเป็นผู้กำกับ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ร.อ.ธรรมนัสกล่าวอีกว่า การเข้ามาทำหน้าที่ของ พ?ล.อ. ประวิตรครั้งนี้ เพื่อความพร้อมในการเลือกตั้ง เพราะที่ผ่านมาการเลือกตั้งต่างๆ พล.อ.ประวิตรเป็นผู้วางยุทธศาสตร์ทั้งหมด โดยเฉพาะการเลือกตั้งซ่อมที่พรรครัฐบาลไม่เคยแพ้ เท่ากับว่าศึกภายนอก พล.อ.ประวิตรสามารถทำประสบความสำเร็จแล้ว และเห็นว่าสถานการณ์บ้านเมืองเช่นนี้จำเป็นต้องมีผู้นำที่เข้มแข็ง กล้าตัดสินใจในการเดินหน้าประเทศ เพราะประเทศบอบช้ำมามากพอแล้ว ซึ่งที่ผ่านมาผู้นำของพรรค พปชร.มีปัญหาที่สื่อมวลชนรู้ดีอยู่แล้ว ดังนั้นในเวลานี้จำเป็นจะต้องมีผู้นำที่ทำให้พรรคเป็นหนึ่งเดียว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวถามว่าเลือกที่จะอยู่ข้างผู้ชนะใช่หรือไม่ ซึ่ง ร.อ.ธรรมนัสตอบด้วยสีหน้าที่ไม่พอใจว่า พฤติกรรมแบบนี้ไม่ใช่นิสัยของตน เพราะตนมีหลักการเป็นของตัวเองในการเล่นการเมือง ขออย่าถามแบบนี้อีก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ผมมาเล่นการเมืองผมไม่ได้มาเพื่อแสวงหาผลประโยชน์ ผมมาต้องการสร้างสรรค์ ไม่ได้มาทำลายใคร&amp;quot; ร.อ.ธรรมนัสกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับการประชุมใหญ่สามัญเพื่อเลือกคณะกรรมการบริหารพรรคพลังประชารัฐชุดใหม่ เริ่มต้นเวลา 13.00 น. ที่ห้องแกรนด์ไดมอนด์บอลรูม อิมแพ็ค เมืองทองธานี บรรยากาศเป็นไปด้วยความคึกคัก โดยบรรดาแกนนำพรรค ส.ส. ต่างทยอยเดินทางเข้าร่วมงาน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยนอกเหนือจากการเลือกหัวหน้าพรรค เลขาธิการพรรค นายทะเบียนพรรค เหรัญญิก และ กก.บห.ชุดใหม่ ยังมีการเสนอปรับเปลี่ยนโลโก้พรรคใหม่ ซึ่งได้ปรับเปลี่ยนมาแล้วครั้งหนึ่งจากสัญลักษณ์รังผึ้งหกเหลี่ยม ลายธงชาติ เปลี่ยนมาเป็นวงกลม ซึ่งแสดงถึงความกลมเกลียว ไร้เหลี่ยมคมที่จะทิ่มแทงตัวเอง โดยครั้งนี้จะเป็นวงกลมเหมือนเดิม แต่จะขยับตัวอักษรที่เขียนว่า &amp;quot;พรรคพลังประชารัฐ&amp;quot; ที่จากเดิมอยู่ข้างนอกวงกลม จะนำมาอยู่ในวงกลมทั้งหมด เพื่อแสดงให้เห็นถึงความกลมเกลียวและไม่ให้แตกออกมานอกวง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในการประชุมมีสาระสำคัญที่น่าสนใจคือ การปรับเปลี่ยนรูปเครื่องหมายพรรคการเมือง หรือโลโก้พรรค ที่ให้ชื่อพรรคอยู่ในกรอบวงกลมนั้น มีความหมายแสดงถึงความมีพลังแห่งความสามัคคี ความร่วมมือ ร่วมใจของประชาชน ร่วมพัฒนาประเทศชาติให้เจริญก้าวหน้า มั่นคง และยั่งยืน ส่วนแถบสีแดง สีขาว และสีน้ำเงินครามของกรอบวงกลม หมายความว่าเป็นการรวมพลังความสามัคคีของทุกคนในชาติให้เป็นหนึ่งเดียว ปราศจากความขัดแย้ง รวมทั้งมีการแก้ไขเพื่อเปิดทางให้ย้ายที่ทำการพรรคแห่งใหม่ จากเดิมตั้งอยู่ที่อาคารปานศรี ย่านประชาชื่น ไปยังอาคารรัชดาวัน ถ.รัชดาภิเษก ตรงข้ามศาลอาญาด้วย
&amp;quot;บิ๊กป้อม&amp;quot;นั่งหัวหน้าพรรค
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่า สำหรับจำนวนกรรมการบริหารพรรค&amp;nbsp; กำหนดในข้อบังคับพรรคใหม่ จำนวนไม่น้อยกว่า 11 คน แต่ไม่เกิน 29 คน ประกอบด้วย หัวหน้าพรรคการเมือง รองหัวหน้าพรรคการเมือง เลขาธิการพรรคการเมือง ผู้อำนวยการพรรคการเมือง เหรัญญิกพรรคการเมือง นายทะเบียนสมาชิกพรรคการเมือง กรรมการบริหารอื่นของพรรคการเมือง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยข้อบังคับพรรคใหม่ยังกำหนดให้หัวหน้าพรรคการเมืองมีอำนาจแต่งตั้งกรรมการบริหารอื่นของพรรคการเมืองที่ได้รับเลือกเป็นรองหัวหน้าพรรคการเมือง จำนวนไม่เกิน 9 คน พร้อมกับมอบหมายอำนาจหน้าที่ โดยหัวหน้าพรรคมีหน้าที่และอำนาจถอดถอนรองหัวหน้าพรรคออกจากตำแหน่งหรือเปลี่ยนแปลงหน้าที่ที่ได้รับมอบอำนาจหรือมอบหมาย และมีอำนาจถอดถอนผู้อำนวยการพรรคหรือเปลี่ยนแปลงหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม ผลการเลือกตั้ง กก.บห.ชุดใหม่แบบลับ ที่ประชุมมีมติเลือก พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ เป็นหัวหน้าพรรคคนใหม่แบบไร้คู่แข่ง โดยมีการเสนอเพียงรายชื่อเดียว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนนายอนุชา นาคาศัย เป็นเลขาธิการพรรคคนใหม่, นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ เป็นเหรัญญิกพรรค และนายบุญสิงห์ วรินทร์รักษ์ เป็นนายทะเบียนพรรค และ กก.บห.อีก 23 คน ได้แก่ นายสันติ พร้อมพัฒน์, นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ, นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ, นายสมศักดิ์ เทพสุทิน, นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์, ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า, นายวิรัช รัตนเศรษฐ, นายไพบูลย์ นิติตะวัน, นายสุชาติ ชมกลิ่น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอิทธิพล คุณปลื้ม, นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์, นายสุพล ฟองงาม, นายพงศ์กวิน จึงรุ่งเรืองกิจ, นายชาญวิทย์ วิภูศิริ, นายสรวุฒิ เนื่องจำนงค์, นายนิโรธ สุนทรเลขา, นายไผ่ ลิกค์, นายสัมพันธ์ มะยูโซ๊ะ, นายสัมฤทธิ์ แทนทรัพย์, นายสุรชาติ ศรีบุศกร, นายนิพันธ์ ศิริธร, น.ส.ประภาพร อัศวเหม และนายสกลธี ภัททิยกุล รวมเป็น 27 คน
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ไม่มีรายชื่อของกลุ่ม 4 กุมาร ที่นำโดยนายอุตตม สาวนายน,&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวิรัช รัตนเศรษฐ และนายสรวุฒิ เนื่องจํานงค์ ได้ร่วมกันประกาศผลการเลือกตั้งจากการลงคะแนนลับ ตำแหน่งสำคัญๆ ในพรรค รวมถึงกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ ซึ่งผลปรากฏว่า พล.อ.ประวิตรได้รับเลือกเป็นหัวหน้าพรรค ด้วยคะแนนเสียง 516 เสียง, นายอนุชาได้รับเลือกเป็นเลขาธิการพรรค ด้วยคะแนนเสียง 495 เสียง, นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ ได้รับเลือกเป็นเหรัญญิกพรรค ด้วยคะแนนเสียง 480 เสียง และนายบุญสิงห์ วรินทร์รักษ์ ได้รับเลือกเป็นนายทะเบียนพรรค ด้วยคะแนนเสียง 494 เสียง
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับรายชื่อคณะกรรมการบริหารพรรคทั้ง 23 คน ที่ประชุมได้ลงคะแนนให้ความเห็นชอบ ซึ่งส่วนใหญ่มีคะแนนเสียงใกล้เคียงกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หลังจากนั้นได้มีการเปิดคลิปวิดีโอของ พล.อ.ประวิตร หัวหน้าพรรคคนใหม่ ซึ่งได้กล่าวขอบคุณสมาชิกพรรคว่า ต้องขอขอบคุณทุกคนที่ให้ความไว้วางใจในการเลือกตนเป็นหัวหน้าพรรค พรรคของเราถึงแม้ว่าจะกำเนิดมาด้วยระยะเวลาอันสั้น แต่ก็สามารถสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนอย่างดียิ่ง ตนพร้อมที่จะทำงานให้กับพรรค และนำพาพวกท่านไปด้วยความมั่นคง
&amp;quot;อุตตม&amp;quot;เดินออกทันที
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประวิตรกล่าวอีกว่า ขอให้พวกท่านทั้งหลายมีความสามัคคีกัน เป็นหนึ่งเดียวกัน เพื่อที่จะสร้างพรรคของเราให้เข้มแข็ง สร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนให้จงได้ ขอฝากให้ทุกคนลงพื้นที่ช่วยกันทำนุบำรุงพรรคของเราให้มีความเข้มแข็ง และให้ประชาชนมีที่อยู่ที่กิน ได้อยู่ดีกินดีขึ้น วันนี้ถือเป็นการเริ่มต้นในการที่จะสร้างพรรคให้เกิดความเข้มแข็ง ที่มีองค์กรที่ชัดเจนในการทำงานให้กับพวกท่าน จะนำพาพรรคให้เกิดความเข้มแข็ง และนำไปสู่ระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังลงมติเลือกคณะกรรมการบริหารพรรคพลังประชารัฐชุดใหม่เสร็จสิ้น โดยไม่มีชื่อของกลุ่ม 4 กุมาร นายอุตตมได้เดินออกจากห้องประชุมทันทีโดยไม่ได้มีการพูดคุยกับแกนนำคนอื่น เพียงกล่าวกับสื่อมวลชนว่า ไม่เป็นไร และตนยังคงทำงานต่อไป ไม่ได้น้อยใจอะไร และยังคงทำงานในตำแหน่งรัฐมนตรีตามที่นายกรัฐมนตรีเคยพูดไว้ เราก็ทำไป ส่วนในอนาคตจะถูกปรับออกจากคณะรัฐมนตรีหรือไม่ ถือเป็นดุลพินิจของนายกรัฐมนตรี
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า รายชื่อคณะกรรมการบริหารพรรควันนี้ไม่ผิดคาดใช่หรือไม่ นายอุตตมกล่าวว่า ตนไม่ทราบว่าเกมเป็นอย่างไร แต่ก็เป็นไปตามที่ประชุมพรรค
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามย้ำว่า ยังทำงานร่วมกับพรรคพลังประชารัฐได้หรือไม่ เขาตอบว่า ยังทำงานได้กับทุกคน แต่ปฏิเสธไม่ขอตอบจะลาออกจากพรรคพลังประชารัฐหรือไม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายสนธิรัตน์ เดินออกจากที่ประชุมในเวลาใกล้เคียงกันพร้อมตอบคำถามเดียวกันว่า ยังคงทำงานอยู่กับพรรคพลังประชารัฐ แม้ไม่มีรายชื่ออยู่ในกรรมการบริหารพรรค พร้อมปฏิเสธตอบคำถามที่ว่าจะออกไปตั้งพรรคการเมืองใหม่
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามต่อว่า ที่ไม่มีรายชื่อของกลุ่มตนเองเป็นกรรมการบริหารพรรค ถือว่าเป็นเกมการเมืองหรือไม่ นายสนธิรัตน์กล่าวว่า ไม่ทราบ
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสนธิรัตน์ยังฝากถึงเลขาธิการพรรคคนใหม่ว่า ขอแสดงความยินดี และอยากให้คณะกรรมการบริหารชุดใหม่นำพาพรรคพลังประชารัฐให้มีความก้าวหน้า ตนขอเป็นกำลังใจให้เสมอ ส่วนการปรับคณะรัฐมนตรีในอนาคตก็เป็นเรื่องของนายกรัฐมนตรี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมานายอนุชาพร้อมด้วยคณะกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ แถลงข่าวต่อสื่อมวลชนภายหลังเสร็จสิ้นการประชุมใหญ่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยนายอนุชากล่าวว่า ขอกราบขอบพระคุณสมาชิก เพื่อน ส.ส. กรรมการบริหารพรรคทุกท่าน ที่ได้มอบความไว้วางใจเลือกตนให้เป็นเลขาธิการพรรค วันนี้การประชุมใหญ่ของพรรคได้รับความร่วมมือจากกรรมการบริหารพรรคชุดเก่าเป็นอย่างดี การประชุมใหญ่ดำเนินไปด้วยความเรียบร้อย มีการเลือกตั้งกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ ซึ่งประกอบด้วยท่านหัวหน้าพรรค ซึ่งพวกเราไว้วางใจได้เลือก พล.อ.ประวิตรมาเป็นหัวหน้าพรรค และเป็นที่น่ายินดีแทนสมาชิกทุกท่าน ที่เราได้ พล.อ.ประวิตรมาเป็นหัวหน้าพรรค เพราะเหนืออื่นใด สิ่งที่ได้สัมผัสและได้รับจากหัวหน้าพรรคคนใหม่ คือความตั้งใจ ความจริงใจที่จะเห็นพรรคเป็นสถาบันการเมืองอันดับต้นๆ ของเมืองไทย และ พล.อ.ประวิตรต้องการเห็นความเป็นเอกภาพของสมาชิกพรรค ต้องการเห็นพรรคเป็นเสาหลักของการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขตลอดไป
&amp;quot;บิ๊กป้อม&amp;quot;เป็นศูนย์กลางพรรค
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ที่ผ่านมา พล.อ.ประวิตรเสียสละแรงกาย แรงใจ ในการทำงานทั้งในส่วนของพรรคที่เป็นประธานยุทธศาสตร์ ช่วยหล่อหลอมรวมใจสมาชิกพรรคให้เป็นหนึ่งในการที่จะทำงานร่วมกัน อีกทั้งยังได้เสียสละเดินทางเกือบทุกวันเพื่อแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนเกือบทั้งประเทศ ท่านเดินทางเกือบทุกอาทิตย์ สิ่งที่ผมได้รับจากท่านหัวหน้าพรรค ผมกล้ายืนยันว่า พล.อ.ประวิตร เป็นคนที่ทุ่มเท เสียสละ และที่ท่านพูดอยู่เสมอว่า สิ่งที่ท่านต้องการให้เกิดขึ้นในแผ่นดินไทยนั้น อยากเห็นพี่น้องประชาชนมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น อยากเห็นประเทศชาติเจริญรุ่งเรือง และอยากเป็นกำลังสำคัญของ พล.อ.ประยุทธ์ ในการบริหารบ้านเมืองเพื่อให้ก้าวสู่ความเจริญรุ่งเรือง ทำให้พี่น้องประชาชนมีกิน มีใช้ มีความสุข&amp;quot; นายอนุชากล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอนุชาสัญญาและให้คำมั่นว่าจะปฏิบัติตัวทำงานเพื่อให้พรรคเจริญรุ่งเรือง เป็นเสาหลักในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข เช่นเดียวกับ พล.อ.ประวิตร และจะพยายามตอบสนองต่อสมาชิกพรรค และตอบสนองต่อความไว้วางใจของพี่น้องประชาชนที่ได้เลือกพรรคพลังประชารัฐจนได้คะแนนท่วมท้นเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ พรรคได้มีการรวบรวมบรรดาสมาชิกพรรคที่เป็นทั้ง ส.ส. รัฐมนตรี รวมทั้งรวบรวมนักวิชาการทั้งในภาครัฐและเอกชน รวมทั้งคนรุ่นใหม่มาทำนโยบาย เพื่อตอบสนองต่อความต้องการของประเทศในช่วงที่เราต้องการเสริมสร้างเศรษฐกิจของเมืองไทย ซึ่งเราคิดว่าเศรษฐกิจของเรานั้นจะได้รับผลกระทบโควิด-19 ในครั้งนี้ เราได้เตรียมตัวบุคลากร พล.อ.ประวิตรได้สั่งการว่า ให้พรรคของเราออกนโยบายเพื่อแก้ปัญหาของประเทศ และตนเชื่อมั่นในทีมของเรา เราทำได้แน่ ทำให้เศรษฐกิจของประเทศชาติดีขึ้นอย่างแน่นอน ให้คอยดูได้เลย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ผมขอย้ำว่าทีมงานของเราจะนำพาประเทศชาติ นำทางเศรษฐกิจ สังคม การเมือง ให้สู่ความเจริญตามที่หัวหน้าพรรคและสมาชิกทุกท่านคาดหวัง&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวถามถึงการฟอร์มทีมเศรษฐกิจของพรรค และการมีส่วนใน ครม.เศรษฐกิจด้วยหรือไม่ นายอนุชากล่าวว่า เราทำงานคู่ขนานเพื่อผลิตนโยบาย มีนักวิชาการ นักธุรกิจ คนรุ่นใหม่ ช่วยกันคิด นำเสนอถึงรัฐบาลและนายกฯ ตนมั่นใจว่าดีแน่ จะได้เห็นสิ่งดีๆ เกิดขึ้น เศรษฐกิจของประเทศดีขึ้นแน่นอน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนที่ตนได้เป็นเลขาธิการพรรค ไม่ได้เกี่ยวกับกลุ่มก๊วนหรือจะไปอยู่ใน ครม. ยืนยันว่าไม่ได้มองเรื่องตำแหน่งใน ครม. ตนเป็นคนทำงาน ไม่ใช่นักพูด เป็นนักปฏิบัติให้สำเร็จลุล่วง เรื่อง ครม.เป็นเรื่องไกลตัว ที่ผ่านมาไม่เคยพูดเรื่องการทำงานว่าจะเป็นอะไรเลย มีครั้งนั้นครั้งเดียวที่พูดหลังการเลือกตั้ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามถึงตัวบุคคลที่จะนำทีมเศรษฐกิจชุดใหม่ของพรรค นายอนุชาเผยว่า จะนำโดยนางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ เหรัญญิกพรรค และคนมีชื่อเสียงของประเทศ ขอให้รอเปิดตัวอีกครั้ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ซักว่าจะดึงนายอุตตมและนายสนธิรัตน์มามีส่วนร่วมด้วยหรือไม่ นายอนุชาตอบว่า ทุกฝ่ายถ้าได้เล็งเห็นถึงประโยชน์ส่วนรวม คิดอ่านที่จะทำอะไรช่วยเหลือกัน เพื่อให้ประเทศชาติเป็นศูนย์รวม ที่พวกเราจะต้องฟันฝ่าอุปสรรคไปทำงานให้ประชาชนและประเทศชาติให้เจริญ โดยไม่คำนึงถึงเรื่องส่วนตัว ทุกสิ่งทุกอย่างเกิดขึ้นได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามเรื่องปัญหาความขัดแย้งภายในพรรค หลังได้ พล.อ.ประวิตรเป็นหัวหน้าพรรค นายอนุชายืนยันความขัดแย้งหมดแน่นอน เมื่อเรามี พล.อ.ประวิตรเป็นหัวหน้าพรรค ที่มีความรัก ความเอื้ออาทร.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/69904</URL_LINK>
                <HASHTAG>พชปร., พรรคพลังประชารัฐ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, หัวหน้าพรรค, เลือกหัวหน้าพรรค</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200627/image_big_5ef72a60daef6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>39987</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/07/2019 14:14</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/07/2019 14:14</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;วิโรจน์&#039;ไขก๊อกเปิดทางเลือกหัวหน้าเพื่อไทยสวมเกาอี้ผู้นำฝ่ายค้าน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2 ก.ค.62- พล.ต.ท.วิโรจน์ เปาอินทร์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย &amp;nbsp;กล่าวถึงอนาคตทางการเมืองว่า จะยื่นหนังสือลาออกจากตำแหน่งหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ต่อนายทะเบียนพรรคหากไม่เป็นวันที่ 2 ก.ค.ก็วันที่ 3ก.ค. โดยจะเร่งดำเนินการเพื่อให้มีการเลือกกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ภายในสัปดาห์หน้า ให้หัวหน้าพรรคคนใหม่ที่เป็น ส.ส.ทำหน้าที่เป็นผู้นำฝ่ายค้านในสภาฯให้สอดคล้องกับช่วงเวลาการแต่งคณะรัฐมนตรี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
นายภูมิธรรม เวชยชัย เลขาธิการพรรคเพื่อไทย เปิดเผยว่าวันที่ 3 ก.ค. จะมีการประชุมคณะกรรมการบริหารพรรคเพื่อไทย เพื่อยุติบทบาทหน้าที่และ เตรียมการเลือกคณะกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/39987</URL_LINK>
                <HASHTAG>ผู้นำฝ่ายค้าน, พล.ต.ท.วิโรจน์ เปาอินทร์, เพื่อไทย, เลือกหัวหน้าพรรค</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181206/image_big_5c08b4987f108.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>35986</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/05/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/05/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จุรินทร์ผงาดนำทัพอเวนเจอร์ปชป.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;ldquo;ประชาธิปัตย์&amp;rdquo; ได้หัวหน้าพรรคคนที่ 8 แล้ว &amp;nbsp;&amp;ldquo;จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์&amp;rdquo; คว้าเก้าอี้แบบคะแนนนำขาดลอย &amp;ldquo;อู๊ดด้า&amp;rdquo; โชว์วิสัยทัศน์หมดยุคซูเปอร์แมนฉายเดี่ยว ต้องเป็นทีมอเวนเจอร์ &amp;ldquo;เฉลิมชัย&amp;rdquo; นั่งเลขาธิการพรรค ส่วนน้องตั๊นได้เก้าอี้รองเลขาฯ &amp;ldquo;อุตตม&amp;rdquo; โพสต์ยินดีหวังเป็นกำลังสำคัญร่วมพัฒนาประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อวันพุธที่ 15 พ.ค. ที่โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ ได้จัดประชุมใหญ่วิสามัญพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) เพื่อคัดเลือกหัวหน้าพรรค แทนนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตหัวหน้าพรรค ที่ได้ลาออกแสดงความรับผิดชอบจากผลการเลือกตั้งที่ผ่านมา ซึ่งก่อนการประชุม น.ส.ณัฏฐา มหัทธนา นักเคลื่อนไหวกลุ่มคนอยากเลือกตั้ง ได้เดินทางมามอบดอกไม้และเรียกร้องให้ ปชป.ร่วมปิดสวิตช์ ส.ว. ไม่เข้าร่วมรัฐบาลกับพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.)
และในเวลา 09.00 น. ได้เริ่มเข้าสู่กระบวนการคัดเลือกหัวหน้าพรรค ซึ่งผู้เสนอตัวชิงหัวหน้าพรรค 4 คนประกอบด้วย นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รักษาการหัวหน้าพรรค, นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค ส.ส.บัญชีรายชื่อ, นายกรณ์ จาติกวณิช รักษาการรองหัวหน้าพรรค และนายอภิรักษ์ โกษะโยธิน อดีตผู้ว่าฯ กทม. ได้จับสลากเพื่อแสดงวิสัยทัศน์ก่อนลงคะแนนครั้งสุดท้ายคนละ 15 นาที&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยนายอภิรักษ์แสดงวิสัยทัศน์ว่า จะดึงพลังของทุกคนมาร่วมกันทำงานโดยไม่แบ่งแยก มีเป้าหมายร่วมกันในการทำงานให้พรรค อยากเห็นพรรคเปลี่ยน แต่การเปลี่ยนแปลงของพรรคยังต้องยึดมั่นอุดมการณ์ เหมือนกับที่เข้ามาสมัครเป็นสมาชิกพรรคเมื่อ 27 ปีที่แล้ว ซึ่งต้องทำให้เข้าถึงประชาชนมากขึ้น ผ่านการสื่อสารสมัยใหม่ เป็นการตอบโจทย์ประชาชนและยุคสมัยที่เปลี่ยนแปลงไป โดยเชื่อว่าทุกคนอยากให้พรรคกลับมาชนะเลือกตั้งเหมือนที่เคยชนะผู้ว่าฯ กทม. มีนโยบายที่โดนใจคนทุกกลุ่ม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายจุรินทร์กล่าวว่า ประชาธิปัตย์ถึงเวลาต้องเปลี่ยน และต้องเปลี่ยนอย่างมีวุฒิภาวะ อะไรดีต้องรักษาไว้ อะไรสมควรเปลี่ยนก็ต้องเปลี่ยน แต่สิ่งที่ต้องไม่เปลี่ยนคืออุดมการณ์ระบอบประชาธิปไตย ระบบรัฐสภาอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ต้องไม่เปลี่ยน การทำงานด้วยความซื่อสัตย์สุจริตต้องไม่เปลี่ยน ประชาธิปัตย์มีหัวหน้าพรรคมาแล้ว 7 คน หัวหน้าพรรคคนที่ 8 ไม่มีสิทธิ์อยู่นอกเหนืออุดมการณ์ความซื่อสัตย์ สุจริต&amp;nbsp;
&amp;ldquo;สิ่งที่ต้องเปลี่ยนคือ นโยบายวิสัยทัศน์ ต้องเปลี่ยนให้เท่าทันโลก หมดยุคซูเปอร์แมน ยุคต่อไปต้องเป็นยุคของอเวนเจอร์ ซูเปอร์ฮีโร่ของพรรคต้องจับมือเป็นทีมอเวนเจอร์ประชาธิปัตย์ นำทัพเดินไปข้างหน้า นายกรณ์ นายอภิรักษ์ และนายพีระพันธุ์ จะเป็นหนึ่งในทีมอเวนเจอร์ของพรรค&amp;rdquo; นายจุรินทร์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายพีระพันธุ์แสดงวิสัยทัศน์ว่า สิ่งที่จะทำคือทำให้ประชาธิปัตย์มีการบริหารจัดการที่เป็นธรรมกับสมาชิกทุกคน เปิดกว้างให้ทุกคนร่วมทำงานแบบเสมอภาค ไม่ใช่หัวหน้าใหญ่กว่าลูกพรรค เลขาธิการพรรคใหญ่กว่าทุกคน แต่ทุกคนจะใหญ่เท่าเทียม เสมอหน้าทุกคน จะทำให้ประชาธิปัตย์กลับมาอยู่ในใจของประชาชนให้ได้
ขณะที่นายกรณ์กล่าวว่า เราต้องปรับมุมมองของประชาชนที่มีต่อพรรคให้เป็นพรรคที่ยึดหลักปฏิบัตินิยม คือให้ความสำคัญกับการทำ กำหนดเป้าหมายที่ชัดเจน มีจุดยืนที่มั่นคง แต่มีความยืดหยุ่นเพื่อให้เดินไปตามแนวทางที่กำหนดไว้ และถ้ามีความเสมอต้นเสมอปลาย อธิบายได้ทุกการตัดสินใจ ก็จะทำให้ประชาชนกลับมาศรัทธาประชาธิปัตย์ได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;หลังจากวันนี้ ประชาธิปัตย์จะมีการตัดสินใจที่สำคัญในการกำหนดอนาคตประเทศ เราหลีกเลี่ยงประเด็นไม่ได้ เพราะต้องพิจารณาร่วมหรือไม่ร่วมรัฐบาล ไม่ว่าจะตัดสินใจทางไหน ตราบใดที่ยึดหลักสามประเด็นเป้าหมายที่ผมพูดว่า ประชาชนอยู่ดีกินดี ประเทศชาติพัฒนา สังคมมีความสงบ สถาบันหลักมีความมั่นคง ผมมั่นใจไม่ว่าเลือกไปทางไหน ถ้าชัดว่ายึดสามหลักการนี้ ไม่ใช้ประโยชน์ส่วนตนส่วนพรรค ประชาชนจะสนับสนุนการตัดสินใจของพรรค&amp;rdquo; นายกรณ์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หลังการแสดงวิสัยทัศน์ของ 4 ผู้สมัคร ที่ประชุมได้เปิดให้ลงคะแนน โดยองค์ประชุมมีทั้งหมด 309 คน แต่มาประชุม 291 คน ไม่ได้มาร่วมประชุม 18 คน สำหรับการแบ่งสัดส่วนลงคะแนนจะมีสองส่วนคือ ส่วนแรก 70% เป็นคะแนนของ ส.ส. 52 คน และอีก 30% เป็นคะแนนของอดีต ส.ส. อดีตกรรมการบริหารพรรค ประธานสาขา เป็นต้น ซึ่งการลงคะแนนมีการใช้เครื่องอิเล็กทรอนิกส์ของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ที่ได้ประสานขอยืมมา 15 เครื่องมาประมวลผล โดยในรอบแรกที่ลงคะแนน ปรากฏว่าเครื่องอิเล็กทรอนิกส์ของ กกต.มีปัญหา ทำให้ต้องลงคะแนนใหม่อีกรอบ แต่ก็ยังมีปัญหาว่ามีผู้ลงคะแนนบางรายถ่ายสลิปลงคะแนนเป็นหลักฐาน ทำให้ น.ต.สุธรรม ระหงษ์ รักษาการผู้อำนวยการพรรค ประกาศห้ามไม่ให้ดำเนินการดังกล่าวอีก ก่อนเปิดให้ลงคะแนนต่อ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภายหลังนับคะแนนปรากฏว่าผลการลงคะแนนเสียงจาก ส.ส. 52 คนในสัดส่วน 70% นายจุรินทร์ได้รับเลือกมาเป็นอันดับหนึ่งคือ 25 คน ตามด้วยนายพีระพันธุ์ 20 คน, นายกรณ์ 5 คน และนายอภิรักษ์ 2 คน ส่วนคะแนนจากสัดส่วน 30% นายจุรินทร์ยังคงได้อันดับหนึ่งด้วยคะแนน 135, นายพีระพันธุ์ได้ 82, นายกรณ์ได้ 14 และนายอภิรักษ์ได้ 8 รวมคะแนนอย่างเป็นทางการนายจุรินทร์ได้รับชัยชนะเป็นหัวหน้าพรรคคนที่ 8 ด้วยคะแนน 50.5995% ตามด้วยนายพีระพันธุ์ 37.2160%, นายกรณ์ 8.4881% และนายอภิรักษ์ได้ 3.6965%
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และเมื่อเวลา 13.15 น. นายเทอดพงษ์ ไชยนันทน์ ประธานในที่ประชุม แจ้งผลการนับคะแนนปรากฏว่าผู้ที่ได้รับคะแนนสูงสุดและได้ดำรงตำแหน่งหัวหน้าพรรคคนที่ 8 ต่อจากนายอภิสิทธิ์ ได้แก่ นายจุรินทร์ 50.995 คะแนน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภายหลังจากที่นายจุรินทร์ได้รับเลือกเป็นหัวหน้าพรรค และได้มีสมาชิกพรรคมาร่วมแสดงความยินดี มอบช่อดอกไม้ พร้อมถ่ายภาพด้วย แต่ปรากฏว่านายจุรินทร์ได้ปลีกตัวยืนสงบนิ่งเข้าหากำแพง ซึ่งอยู่ใกล้ประตูเข้าห้องประชุมเพียงลำพังคนเดียว โดยมีท่าทีตื้นตันอยู่คู่หนึ่ง ก่อนหันกลับมาพบปะกับผู้ที่มาแสดงความยินดีกับตัวเอง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาที่ประชุมได้คัดเลือกตำแหน่งส่วนที่เหลือ เริ่มจากตำแหน่งรองหัวหน้าพรรค ประกอบด้วย นายนราพัฒน์ แก้วทอง รองหัวหน้าพรรคภาคเหนือ, นายไชยยศ จิรเมธากร รองหัวหน้าพรรคภาคอีสาน, นายสาธิต ปิตุเตชะ รองหัวหน้าภาคกลาง, นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าภาคใต้, นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รองหัวหน้าดูแล กทม. ส่วนตำแหน่งรองหัวหน้าตามภารกิจ ประกอบด้วย นายนิพนธ์ บุญญามณี, นายสามารถ ราชพลสิทธิ์, คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช, นายอลงกรณ์ พลบุตร, นายกนก วงษ์ตระหง่าน, นายอัศวิน วิภูศิริ, นายสรรเสริญ สมะลาภา และนายปริญญ์ พานิชภักดิ์ &amp;nbsp;
สำหรับตำแหน่งเลขาธิการพรรค นายจุรินทร์ได้เสนอชื่อนายเฉลิมชัย ศรีอ่อน โดยที่ประชุมมีมติรับรอง พร้อมด้วยรองเลขาธิการประกอบด้วย นายธนา ชีรวินิจ, นางศรีสมร รัศมีฤกษ์เศรษฐ์, พ.ท.สินธพ &amp;nbsp;แก้วพิจิตร, นายอันวาร์ สา, น.ส.จิตภัสร์ ตั๊น กฤดากร และนายอิสระ เสรีวัฒนวุฒิ นายอภิชัย เตชะอุบล เป็นเหรัญญิกพรรค นายวิรัช ร่มเย็น เป็นนายทะเบียนพรรค และนายราเมศ รัตนะเชวง เป็นโฆษกพรรค
คณะกรรมการบริหารพรรคตัวแทนท้องถิ่น ได้แก่ นางขนิษฐา นิภาเกษม ตัวแทนพรรคภาคเหนือ, นางกษมา วงศ์ศิริ ตัวแทนพรรคภาคอีสาน, นายชวลิต รัตนสุทธิกุล ตัวแทนพรรคภาคกลาง, นายถนอมศักดิ์ แป๊ะเส้ง ตัวแทนพรรคภาคใต้, นายทวีโชค อ๊อกกังวาล ตัวแทนพรรค กทม., นายนิพนธ์ บุญทองซุ่น นายณัฐพงษกร คุ้มตะกั่ว สมาชิกสภาท้องถิ่น นางเจิมมาศ จึงเลิศศิริ, นางสุพัชรี ธรรมเพชร, นายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล, นางสาวผ่องศรี ธาราภูมิ, นางสาวรัชดา ธนาดิเรก, นางสาวพิมพ์รพี พันธุ์วิชาติกุล, นางสาวอรอนงค์ กาญจนชูศักดิ์ และนางมัลลิกา บุญมีตระกูล มหาสุข
ด้าน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ กล่าวถึงผลการเลือกหัวหน้าพรรค ปชป. ที่ได้นายจุรินทร์เป็นหัวหน้าสั้นๆ ว่า ยินดีด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอุตตม สาวนายน หัวหน้าพรรค พปชร. โพสต์เฟซบุ๊กว่า ขอแสดงความยินดีกับคุณจุรินทร์ที่ได้รับเลือกเป็นหัวหน้าพรรค ปชป.คนใหม่ พรรค ปชป.เป็นพรรคการเมืองที่อยู่คู่กับการเมืองไทยมายาวนาน จนถือได้ว่าเป็นสถาบันทางการเมืองที่สำคัญของประเทศ &amp;nbsp;และคุณจุรินทร์ก็เป็นบุคลากรระดับแกนนำของพรรคมาตลอดหลายปี มีความรู้ความสามารถสูง จึงเชื่อว่าพรรค ปชป.จะก้าวไปข้างหน้าได้อย่างมั่นคง และเป็นกำลังสำคัญในการร่วมกันพัฒนาประเทศกับชาวไทยทุกคน
ส่วนนายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.) โพสต์เฟซบุ๊กแสดงความยินดีกับนายจุรินทร์เช่นกันว่า &amp;ldquo;ผมและสมาชิกพรรคภูมิใจไทยขอแสดงความยินดีกับท่านหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์คนใหม่ คุณจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ ด้วยครับ&amp;rdquo;.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/35986</URL_LINK>
                <HASHTAG>คะแนนนำขาดลอย, จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์, ต้องเป็นทีมอเวนเจอร์, พรรคประชาธิปัตย์, หนังสือพิมพ์, เลือกหัวหน้าพรรค</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190515/image_big_5cdc250218c26.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>35906</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/05/2019 10:22</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/05/2019 10:22</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ท่านใหม่&#039;ฟันธง!ถ้าหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ไม่ใช่&#039;พีระพันธุ์&#039;เตรียมตัวสูญพันธุ์ได้เลย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;15พ.ค.62 - ม.จ. จุลเจิม ยุคล โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Chulcherm Yugala ระบุว่า ถ้าปชป.ไม่เลือก​ &amp;quot;พีระพันธุ์&amp;quot; เป็นหัวหน้าพรรค ก็เตรียมตัวสูญพันธุ์ได้เลย โดยส่วนตัว คุณ พีระพันธุ์ ประกาศจุดยืนอยู่ตลอด ว่าจะปกป้อง รักษา สถาบันพระมหากษัตริย์ ตลอด ส่วนคนอื่นๆ ยิ่งคุณอภิสิทธิ์ กร ไอติม (เด็กที่มี ไอ้จู๋ ยังไม่เจริญ เป็นไอ้.....เจี้ยว( ขอยืมศัพท์คำนี้จากคุณเปลว ครับ)&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผมว่า ถ้า ปชป เลือก คุณ พีระพันธุ์ มาเป็น หน พรรค ปชป (ผมไม่รู้จักคุณพระพันธุ์ส่วนตัวเลย ) ปชป ก็จะไม่สูญพันธุ์ สถาบันพระมหากษัตริย์ มั่นคง ยังยืนยงอยู่ได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในปัจจุบัน ใน พรรค ปชป มี. อีแอบทีอยากเปลี่ยนแปลง สถาบันพระมหากษัตริย์ แฝงตัวอยู่มาก ทั้งหัวหงอก หัวขาว หัวดำ ปชป มีคุณพีระพันธุ์ เป็น หน พรรคตอนนี้ ย่อมดีกว่า คนรุ่นใหม่ ในพรรค ถ้า กร หรือคุณอภิรักษ์ เป็น หน พรรค เตรียมตัวสูญพันธุ์ และ สถาบันพระมหากษัตริย์ จะอยู่ช่วงอันตราย เพราะพวก ปชปรุ่นใหม่ เขามีแผน ที่จะเปลี่ยนแปลงสถานะภาพของ สถาบันพระมหากษัตริย์ไปเป็นแบบของประเทศญี่ปุ่น ขนาดเคยไปดูงานกันแล้วที่ญี่ปุ่น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;... ส่วนเรื่อง สว ในครั้งนี้ เลือก จาก 600 400 หลังจากนั้นมีคณะกรรมการ คสช เลือก จนเหลือ 250 คนผมว่าก็ยุติธรรมดี ผิดกับสมัยท่านบรรหาร (ขออนุญาตเอ่ยนาม) เป็น นายกฯ ท่านคนเดียว ที่เลือก ส.ว. จาก 400 เป็น 250 คน ไม่เห็นพรรคไหนโวยวาย.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/35906</URL_LINK>
                <HASHTAG>ท่านใหม่, นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค, พรรคประชาธิปัตย์, ม.จ.จุลเจิม ยุคล, สถาบันพระมหากษัตริย์, เลือกหัวหน้าพรรค</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180503/image_big_5aeb0da767c20.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>35565</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/05/2019 10:14</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/05/2019 10:14</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;อภิรักษ์&#039;เปิดตัวทีมงานชิงหัวหน้าพรรค ดึงคนรุ่นใหม่ขับเคลื่อนประชาธิปัตย์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;11 พ.ค.62 - นายอภิรักษ์ โกษะโยธิน อดีตรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์และอดีตผู้ว่ากรุงเทพฯ &amp;nbsp; ผู้ลงชิงตำแหน่งหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์คนใหม่ &amp;nbsp;โพสต์ข้อความผ่านทวีตเตอร์ โดยระบุว่า &amp;quot;เปิดตัวทีมทำงานมืออาชีพ ร่วมขับเคลื่อนประชาธิปัตย์ เพื่อตอบโจทย์สังคมยุคใหม่ เพื่อทำงานและเป็นที่ปรึกษา เชื่อมโยงกับคนรุ่นใหม่ ร่วมกับยุวประชาธิปัตย์, DIP, NewDem และเครือข่ายนักศึกษาทั่วประเทศ รวมถึงการทำงานเรื่องนโยบายกับสถาบันออกแบบอนาคตประเทศไทย&amp;quot;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/35565</URL_LINK>
                <HASHTAG>73ปีพรรคประชาธิปัตย์, ปชป., หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์คนใหม่, อภิรักษ์ โกษะโยธิน, เลือกหัวหน้าพรรค</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190511/image_big_5cd63d8267e99.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>34294</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/04/2019 18:22</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/04/2019 17:52</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;จุรินทร์&#039;ยัน 15 พ.ค. ได้หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์คนใหม่ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;23 เม.ย.62- นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฎ์ รักษาการหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ แถลงภายหลังการประชุมคณะกรรมการบริหารพรรค(กก.บห.) ว่า วันนี้ที่ประชุมพิจารณาข้อเสนอของคณะกรรมการกำหนดหลักเกณฑ์การเลือกตั้งคณะกรรมการบริหารพรรคประชาธิปัตย์ชุดใหม่ ที่มีนายเทอดพงษ์ ไชยนันทน์ เป็นประธานกรรมการ ซึ่งที่ประชุมมีมติเห็นด้วยทั้งหมด &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ทางพรรคจะจัดให้มีการประชุมใหญ่เพื่อเลือกหัวหน้าพรรคคนใหม่ ในวันที่ 15 พ.ค. เวลา 09.00 น. ส่วนสถานที่กำลังให้รักษาการเลขาธิการพรรคเป็นผู้พิจารณา สำหรับวิธีการเลือกหัวหน้าพรรคนั้นจะไม่มีการทำหยั่งเสียงเบื้องต้นตามข้อบังคับพรรค เพราะจำกัดด้วยเวลาและสถานการณ์ โดยจะให้เสนอชื่อในที่ประชุม จากนั้นให้แสดงวิสัยทัศน์คนละ 15 นาที&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายจุรินทร์ กล่าวว่า สำหรับองค์ประชุมในการโหวตเลือกจะมีทั้งหมด 307 คน แบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม โดยกลุ่มแรก คือ ส.ส.ชุดใหม่ที่กำลังรอคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.)ประกาศรับรองผล ซึ่งมีน้ำหนักคะแนนอยู่ร้อยละ 70 ส่วนอีกร้อยละ 30 ประกอบด้วย กก.บห.ชุดรักษาการ อดีตส.ส.ที่ยังเป็นสมาชิกพรรค อดีตนายกรัฐมนตรี อดีตรัฐมนตรี อดีตเลขาธิการพรรค หัวหน้าสาขาพรรคหรือตัวแทนประจำจังหวัด ผู้บริหารท้องถิ่นที่ลงสมัครในนามพรรค ตัวแทนผู้สมัครส.ส.ทั้งแบบเขตและบัญชีรายชื่อ ปี 62&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม จำนวนกก.บห. จำนวน 41 คนเท่าเดิมตามข้อบังคับพรรค โดยรองหัวหน้าพรรคยังคงแบ่งเป็นตามภารกิจ 8 คน และตามรายภาค 5 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่าในวันที่ 15 พ.ค. จะมีมติแสดงจุดยืนทางการเมืองของพรรคหรือไม่ นายจุรินทร์ กล่าวว่า เป็นเรื่องของกก.บห.ชุดใหม่และส.ส.ชุดใหม่ ที่จะต้องประชุมร่วมกัน แต่ตนตอบล่วงหน้าไม่ได้ เพราะขึ้นอยู่กับสถานการณ์.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/34294</URL_LINK>
                <HASHTAG>จุรินทร์ ลักษณวิศิษฎ์, รักษาการหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์, เลือกหัวหน้าพรรค</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190402/image_big_5ca2f7fb47d4b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>20837</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/10/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/10/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จับตาปาหี่เพื่อไทย ล็อกเก้าอี้‘หัวหน้า’</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; ลีลาฝ่ายประชาธิปไตย เพื่อไทยล็อกเก้าอี้หัวหน้าพรรค เลือกพอเป็นพิธี &amp;nbsp;&amp;quot;วิโรจน์&amp;quot; นั่งต่อ แต่ไม่ได้เป็นนายกฯ แก๊งบุกโรงพยาบาลจุฬาฯ ไม่ให้เป็น &amp;quot;จตุพร&amp;quot; ไม่ได้พกความแค้นออกจากคุกจริงๆ เสนอพรรคเพื่อชาติเป็นเกาะกลางลดความขัดแย้ง &amp;quot;มาร์ค&amp;quot; ลงใต้ หาเสียงเลือกหัวหน้าพรรค ลั่นยางพารา มะพร้าว ปาล์มน้ำมันต้องได้รับการแก้ไข&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเสาร์ที่ผ่านมา มีความเคลื่อนไหวของพรรคการเมืองอย่างคึกคัก เพื่อเตรียมความพร้อมในการเลือกตั้งวันที่ 24 กุมภาพันธ์ปีหน้า มีทั้งการเดินรณรงค์ให้ประชาชนบริจาคเงินเข้าพรรค การเปิดที่ทำการสาขาพรรค รับสมัครสมาชิกพรรค รวมถึงกิจกรรมทางสังคม ที่นักการเมืองพยายามเข้าไปมีส่วนร่วม ซึ่งเป็นการหาเสียงไปในตัว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่วงเวียนโอเดียน เขตสัมพันธวงศ์ กทม. ม.ร.ว.จัตุมงคล โสณกุล หัวหน้าพรรครวมพลังประชาชาติไทย(รปช.) พร้อมนายสุเทพ เทือกสุบรรณ ในฐานะประธานคณะทำงานรณรงค์เชิญชวนประชาชนเป็นสมาชิกพรรค รปช. นำคณะผู้จัดตั้งพรรคร่วมกิจกรรมเดินคารวะแผ่นดินเป็นวันที่ 3 ที่ย่านเยาวราช โดยเริ่มต้นเดินจากซุ้มประตูเฉลิมพระเกียรติ หรือวงเวียนโอเดียน ไปยังศาลเจ้าแม่กวนอิม มูลนิธิเทียนฟ้า ถนนเยาวราช, สำเพ็ง, ท่าน้ำราชวงศ์, วัดเล่งเน่ยยี่ ถนนเจริญกรุง และวัดไตรมิตรวราราม ระยะทางรวมประมาณ 4 กิโลเมตร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสุเทพกล่าวว่า ในการเดินคารวะแผ่นดินวันที่สามของพรรค รปช. เลือกมาเดินเยาวราช เพราะได้รับประสบการณ์จากตอนที่เป็นแกนนำ กปปส. ถูกเชิญชวนชาวเยาวราชร่วมกันต่อสู้ พบว่าพี่น้องชาวไทยเชื้อสายจีนชาวเยาวราชเป็นบุคคลที่มีความจงรักภักดีต่อแผ่นดินสูงมาก หลายคนให้กำลังใจเพราะแผ่นดินไทยให้โอกาสตระกูลชาวจีนได้ผ่านพ้นความทุกข์ยาก ชาวเยาวราชจึงจะสนับสนุนคนที่มุ่งมั่นทำความดีให้กับบ้านเมือง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ผมจึงมาที่นี่เพื่อให้พี่น้องชาวเยาวราชทราบว่าพรรครวมพลังประชารัฐตั้งใจทำสิ่งที่ดีให้เกิดขึ้น สร้างการเมืองของประชาชน พร้อมกันนี้เชื่อมั่นว่าประชาชนคนไทยวันนี้ ทุกคนคำนึงเรื่องที่จะให้ประเทศอยู่รอดต่อไป มากกว่าการยึดติดพรรคการเมืองใดพรรคการเมืองหนึ่ง หากประเทศไม่สงบเรียบร้อย ก็จะเดินหน้ากันไม่ได้ ดังนั้นขออย่าคิดว่าจะแย่งฐานเสียงจากพรรคใด วันนี้ประชาชนนับหนึ่งใหม่แล้ว&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสุเทพกล่าวอีกว่า ในส่วนการตอบรับของการเดินย่านสุขุมวิทเมื่อวันที่ 26 ต.ค. เมื่อเปรียบเทียบกับย่านวรจักร ในวันแรก (25 ต.ค.) พบว่าย่านวรจักรมีความอบอุ่นกว่า เพราะเป็นชุมชนดั้งเดิม ในขณะที่ย่านสุขุมวิทเป็นย่านชุมชนธุรกิจมากกว่า แต่ก็ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีเช่นกัน ทั้งนี้ เราพยายามเดินให้มากที่สุดและให้ทั่วถึงที่สุด เพื่อเชิญชวนคนมาสมัครเป็นเจ้าของพรรค
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในขณะที่ความเคลื่อนไหวของพรรคการเมืองอื่นๆนั้น ส่วนตัวไม่มีเวลาสนใจพรรคอื่นๆ ไม่ใช่ว่าไม่ให้ความสำคัญพรรคการเมืองอื่น แต่ภาระหน้าที่ในพรรค รปช.ที่เพิ่งตั้งพรรคขึ้นมาใหม่นั้นหนักหนา ไม่มีเวลาติดตามเบื้องหน้าเบื้องลึกของแต่ละพรรคเป็นอย่างไร โดยมองว่าการเลือกตั้งที่จะมีขึ้นในปีหน้านี้ ประชาชนจะมีการตื่นตัวมาก แล้วประชาชนจะตัดสินใจเข้ามาร่วมทำงานการเมืองมากขึ้น เพราะว่าวันนี้ประชาชนทั้งหลายก็คิดเหมือนกันว่าจะต้องนำพาประเทศฝ่าฟันวิกฤติไปให้ได้ต้องพาประเทศไปสู่เป้าหมายสูงสุด ให้ประเทศมีความเจริญมั่นคงประชาชนอยู่ดีกินดี
ยืนยันไม่แก้รัฐธรรมนูญ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามถึงกรณีที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ระบุว่าหลังจากการเลือกตั้งจะต้องมีการแก้รัฐธรรมมนูญในหลายเรื่องที่ขัดแย้งกันเอง นายสุเทพตอบว่า พรรค รปช.มีจุดยืนเดียว เรารับรองรัฐธรรมนูญฉบับนี้ร่วมกับประชาชน 16.8 ล้านคน ไม่มีความคิดว่าจะแก้ไขรัฐธรรมนูญ เรามุ่งมั่นที่จะปฏิบัติให้อยู่ในกรอบของรัฐธรรมนูญ พี่ประชาชนลงประชามติรับแล้วต้องทำให้เป็นผลสำเร็จ ไม่ติดใจว่าใครเป็นคนร่าง แต่ติดใจว่ารัฐบาลวันนี้ดีแล้ว เหมาะสมสำหรับประเทศในขณะนี้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนการวางยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปีนั้น ตนมองว่ามีความจำเป็น เพราะก่อนที่เราจะตัดสินใจลงประชามติรับร่างรัฐธรรมนูญ เราได้ศึกษาเรื่องของแผนยุทธศาสตร์ชาติแล้ว เห็นว่าประเทศอยู่ในความจำเป็นที่จะต้องใช้ยุทธศาสตร์ชาติ เพราะนักการเมืองเข้ามามีอำนาจ ก็เปลี่ยนแปลงตัวเอง ประเทศเราเดินหน้าไม่ได้ เพราะฉะนั้นยุทธศาสตร์ชาติเป็นเรื่องที่จำเป็น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานข่าวจากพรรคเพื่อไทยแจ้งว่า สำหรับการประชุมเพื่อเลือกหัวหน้าพรรคและคณะกรรมการบริหารพรรคในวันที่ 28 ต.ค. จะไม่มีการเปลี่ยนแปลงมากนัก เพื่อให้คณะกรรมการชุดเดิมที่ทำหน้าที่ดีอยู่แล้ว ได้ทำหน้าที่ต่อเนื่อง พล.ต.ท.วิโรจน์ เปาอินทร์ ในวัย 84 ปี จะทำหน้าที่หัวหน้าพรรค นายภูมิธรรม เวชยชัย ทำหน้าที่เลขาธิการพรรค&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในส่วนของการเลือกหัวหน้าพรรคนั้น มี 2 แนวทางที่หารือกันคือ เสนอให้มีแคนดิเดตแข่งขันแล้วให้สมาชิกโหวตแข่งขันกัน กับอีกแนวทางเสนอชื่อแคนดิเดตมาแข่งขัน แต่ผู้ถูกเสนอชื่อจะขอถอนตัวเพื่อเปิดทางให้พล.ต.ท.วิโรจน์ได้รับการโหวตเลือกก้าวขึ้นเป็นหัวหน้าพรรค&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อเสร็จสิ้นขั้นตอนการเลือกหัวหน้าพรรคและคณะกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ จากนั้นจะมีการใช้อำนาจคณะกรรมการบริหารแต่งตั้งคณะทำงานชุดใหม่มาอีกชุดคือ คณะกรรมการยุทธศาสตร์การเมือง ที่เตรียมไว้รองรับสำหรับสู้ศึกเลือกตั้ง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ ในการประชุมใหญ่ยังกำหนดสมาชิก โหวตเลือกคณะกรรมการคัดสรรผู้สมัครรับเลือกตั้ง ซึ่งถือเป็นคณะกรรมการที่มีความสำคัญ โดยจะมีสัดส่วนผู้ที่มาเป็นคณะกรรมการจากหัวหน้าพรรค เลขาธิการพรรค และคณะกรรมการยุทธศาสตร์ร่วมเข้ามาทำหน้าที่ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายนพดล ปัทมะ แกนนำพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ในการประชุมสมาชิกพรรคเพื่อเลือกหัวหน้าพรรคและคณะกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ เชื่อว่าบุคคลที่ได้รับการเสนอชื่อล้วนเป็นผู้มีความรู้ ความสามารถ มีความเหมาะสม ไม่ว่าสมาชิกเลือกใครขึ้นมาทำหน้าที่หัวหน้าพรรค จะได้รับการยอมรับ ไม่เกิดความแตกแยกอย่างแน่นอน&amp;nbsp;
ออกมาแบบกลางๆ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว สมาชิกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า สมาชิกยังไม่ได้คุยกัน หรือได้รับสัญญาณมาว่าจะต้องมีการเลือกอะไรกันอย่างไร มีผู้เสนอแคนดิเดตหัวหน้าพรรคกันกี่คน แต่ความเห็นส่วนตัวคาดว่าน่าจะออกมาอย่างกลางๆ คือคณะผู้บริหารพรรคชุดนี้ คงไม่จำเป็นจะต้องไปเป็นฝ่ายบริหารในฝ่ายรัฐบาล ในแง่โอกาสพรรคเพื่อไทย หากได้เป็นรัฐบาล คิดว่าการโหวตเลือกกรรมการบริหารพรรคในวันที่ 28 ต.ค.จะออกมาดี เป็นประโยชน์ต่อทุกฝ่าย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามถึงกระแสข่าวทั้ง พล.ต.ท.วิโรจน์ และคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ที่ต่างอาจจะได้เข้ามาทำหน้าที่ในพรรค นพ.ชลน่านกล่าวว่า ตอนนี้ยังไม่มีการส่งสัญญาณอะไรมาทางตน เชื่อว่าคนที่ได้รับการเสนอชื่อ ล้วนมีความเหมาะสมทั้งสิ้น ในฐานะผู้ที่ทำงานกับพรรคมาโดยตลอด ไม่ว่าสมาชิกจะเลือกใครมาทำหน้าที่ พร้อมยอมรับ ยินดี ถือมติของสมาชิกพรรคเป็นหลัก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายพายัพ ปั้นเกตุ อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย และแกนนำคนเสื้อแดง กล่าวว่า ที่ผ่านมาพล.ต.ท.วิโรจน์ได้ทำหน้าที่รักษาการหัวหน้าพรรคเพื่อไทยมาหลายปี ซึ่งทำหน้าที่ได้ดีอยู่แล้ว ขณะที่แคนดิเดตนายกฯ ของพรรคที่ต้องประกาศ 3 รายชื่อตอนเลือกตั้ง ไม่จำเป็นต้องเป็นหัวหน้าพรรคก็ได้ เพราะพรรคเพื่อไทยมีบุคลากรอยู่มาก ก็ไม่ควรทำให้ต้องเกิดปัญหาอะไร ขณะนี้ยังไม่มีสัญญาณใดๆ ที่จะมีการเปลี่ยนไปจากที่เคยมีข่าวก่อนหน้านี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร อดีต ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกระแสข่าวที่จะไปเป็นเลขาธิการพรรคไทยรักษาชาติ พรรคเครือข่ายของพรรคเพื่อไทย(พท.) ว่า ไม่เป็นความจริง และในวันที่ 28 ตุลาคม ก็จะเดินทางไปประชุมเลือกหัวหน้าพรรคเพื่อไทย โดยการเลือกตั้งที่จะถึงนี้ ตนจะลง ส.ส.เขตมหาสารคาม เหมือนที่เคย ไม่มีผู้ใหญ่มาบอกว่าจะต้องย้ายไปอยู่ที่ใด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขาอ้างว่าในภาคอีสานมีพรรคการเมืองต่างๆ ออกเดินสายหาสมาชิกอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นพรรคเก่าหรือพรรคใหม่ แต่ก็ยังมีบางพรรคที่เล่นไม่ซื่อ แจกเงินชาวบ้าน ด้วยการขอบัตรประจำตัวประชาชนแล้วนำมากรองในเอกสารสมัครสมาชิกพรรค โดยดำเนินการผ่านเครือข่ายอาสาสมัครสาธารณสุข (อสม.) ซึ่งทำอย่างแพร่หลายในภาคอีสาน แม้จะเคยปรากฏเป็นข่าวแล้วก็ตาม จึงอยากให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จับตาดูและตรวจสอบ เพราะถือว่าผิดกฎหมาย เป็นการแจกเงินเพื่อให้ประชาชนสมัครเข้าเป็นสมาชิก
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายจรูญพงศ์ พันธุ์ศรีนคร อดีต ส.ส.นครราชสีมา พรรคเพื่อไทย เปิดเผยว่า ขณะมีความพยายามของกลุ่มบุคคลที่กำลังจะลงสมัครรับเลือกตั้งในนามพรรคการเมืองหนึ่งที่สนับสนุนรัฐบาลไปยื่นรูปแบบแบ่งเขตเลือกตั้งใหม่ของพื้นที่ จ.นครราชสีมา ต่อคณะกรรมการ กกต.กลาง โดยไม่ผ่านการประชาพิจารณ์ตามหลักเกณฑ์ที่กกต.กำหนด เพื่อเอื้อต่อพวกของตัวเอง&amp;nbsp;
ล็อกเขตเลือกตั้ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขายกตัวอย่างเช่นที่ อ.พิมาย ซึ่งเป็นอำเภอใหญ่และเป็นอำเภอชั้น 1 มีประชากรถึงกว่า 128,000 คน ในอดีตการแบ่งเขตเลือกตั้งอำเภอพิมายจะถูกจัดให้เป็นอำเภอหลัก แล้วเอาอำเภอรอบๆ มารวมเป็นเขต แต่รูปแบบแบ่งเขตใหม่ที่กลุ่มบุคคลดังกล่าวเสนอให้แบ่งอำเภอพิมายออกเป็น 3 เขต ซึ่งไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ เขตเลือกตั้งอื่นๆ อีก 13 เขต ก็ถูกแบ่งออกจนแทบไม่เหลือเค้าโครง 3 รูปแบบเดิมที่ กกต.จังหวัดนครราชสีมานำมาให้ประชาชนชาวโคราชเสนอความคิดเห็นแต่อย่างใด จึงขอเรียกร้องไปยัง กกต.กลาง พิจารณายึดรูปแบบเขตเลือกตั้งทั้ง 3 แบบ ที่กกต.จังหวัดนครราชสีมาตามได้ทำประชาพิจารณ์จากชาวโคราชและเสนอให้ กกต.กลางพิจารณาไปแล้ว โดยเฉพาะแบบที่ 1 ที่ชาวโคราชส่วนใหญ่เห็นด้วยมากที่สุดถึง 1,183 คน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่สำนักงานสาขาพรรคเพื่อชาติ ประจำภาคเหนือ อ.ศรีสัชนาลัย จ.สุโขทัย มีการจัดประชุมสมาชิกพรรคเพื่อชาติ เพื่อจัดตั้งสาขาพรรคและเลือกตั้งคณะกรรมการพรรคเพื่อชาติ มีนายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธานแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.), นายยงยุทธ ติยะไพรัช อดีตประธานรัฐสภา ในฐานะกองเชียร์พรรคเพื่อชาติ เดินทางมาร่วมเป็นวิทยากร ของสถาบันพัฒนาการเมือง พรรคเพื่อชาติ ในครั้งนี้ด้วย ในหัวข้อฟื้นประชาธิปไตยก้าวไปด้วยกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายยงยุทธกล่าวว่า มาในฐานะผู้ให้กำลังใจ มาสังเกตการณ์ในฐานะผู้มีประสบการณ์ จุดอ่อนที่สำคัญของรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันคือ การทำลายขีดความสามารถของคนไทย ทำลายการมีส่วนร่วมของคนไทย &amp;nbsp;เป็นจุดอ่อนที่ทำให้คนเก่ง คนดี ไม่สามารถมาร่วมใช้ความรู้ ให้เป็นประโยชน์ในการช่วยเหลือพรรคการเมืองได้ เพราะสุ่มเสี่ยงที่จะทำให้พรรคการเมืองถูกยุบ อีกทั้งรัฐธรรมนูญนี้ยังมีลักษณะที่ถอยหลังเข้าคลอง โดยให้ ส.ว.ที่มาจากการแต่งตั้งร่วมมีสิทธิเลือกนายกรัฐมนตรี ผิดหลักการประชาธิปไตยสากล&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การที่มีพรรคการเมืองหนึ่งนำเอาชื่อนโยบายของรัฐบาลมาตั้งเป็นชื่อพรรค ให้นึกถึงคำที่เคยต่อว่ารัฐบาลหนึ่งว่า คอร์รัปชันเชิงนโยบาย ดูจะเป็นการเอาเปรียบพรรคการเมืองอื่นหรือไม่ เป็นเรื่องอำพรางฉ้อฉลการเลือกตั้งหรือไม่
ไม่พกความแค้นจริงๆ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายจตุพรกล่าวว่า มาให้ความรู้กับประชาชนในฐานะวิทยากรของสถาบันพัฒนาการเมือง พรรคเพื่อชาติ เช่นเดียวกับโรงเรียนการเมือง ของพรรครวมพลังประชาชาติไทย ด้วยการเลือกตั้งในคราวนี้ไม่เหมือนในอดีต ที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเป็นการนับคะแนน การหาเสียงเลือกตั้ง บรรยากาศการเลือกตั้ง ทุกอย่างจะไม่เหมือนเดิมกันอีกแล้ว แต่สิ่งที่เรามีความคาดหวังก็คือว่า การเลือกตั้ง ที่ตนยังมีสิทธิในการใช้สิทธิอยู่ เป็นการเลือกตั้งที่บริสุทธิ์ ยุติธรรม ประชาชนมีส่วนในการกำหนด อนาคตของตัวเองอย่างแท้จริง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขากล่าวว่า ในช่วงกว่าสิบปีที่ผ่านมานี้ พรรคที่ชนะการเลือกตั้งก็ยังคงไม่สามารถบริหารประเทศได้ บ้านเมืองอยู่ในสภาพลุ่มๆ ดอนๆ ทำให้ประเทศไทยเราเสียโอกาส และนำเอาเหตุผลเรื่องความแตกแยกมาเป็นเหตุผลหลักในการยึดอำนาจ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ผมก็ได้ประกาศตั้งแต่ออกจากเรือนจำมาแล้วว่า ไม่ได้พกความแค้นเข้าไป และไม่ได้พกความแค้นออกมา ถ้ายังปล่อยให้บ้านเมืองเดินต่อไปด้วยความแตกแยก บ้านเมืองก็จะยิ่งถดถอย แต่ก็มิใช่ว่าเราจะไม่ให้มีความคิดแตกต่างกัน พรรคเพื่อชาติที่เรามาเป็นกองเชียร์ ที่เราพยายามชวนกันมาเป็นเกาะกลาง ที่จะพูดคุยอยู่ร่วมกันได้ ภายใต้หลักการประชาธิปไตย ไม่ใช่ให้เกิดการเปลี่ยนจุดยืน&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายจตุพรเชื่อว่า หากประเทศไทยอยู่ในบรรยากาศที่พูดคุยกันได้ แม้จะคิดแตกต่างกัน สถานการณ์บ้านเมืองของประเทศไทยหลังการเลือกตั้ง ก็จะมีความหวังเพราะฉะนั้นสิ่งที่เราเรียกร้องกันมาโดยตลอดนั้นไม่ใช่ว่าไปเปลี่ยนความคิดใครจุดอ่อนของรัฐธรรมนูญฉบับนี้ นโยบายที่ดี มักมาจากประชาชนผู้ได้รับผลกระทบ แต่รัฐธรรมนูญฉบับนี้ ไม่อนุญาตให้พรรคการเมืองรับฟังความคิดเห็นจากประชาชนผู้ไม่ได้เป็นสมาชิก จะเข้าข่ายครอบงำ บงการ นำไปสู่การยุบพรรค ซึ่งความจริงแล้วทุกคนมีสิทธิที่จะเสนอ แล้วพรรคการเมืองต่างๆ ก็มีสิทธิที่จะรับฟัง เพราะฉะนั้นการเขียนกฎหมายที่มีลักษณะกว้างขวาง อยู่ที่ว่าจะหยิบยกมาตีความหรือไม่ อีกทั้งกรณีที่ให้สมาชิกวุฒิสภาที่มาจากการแต่งตั้งมีสิทธิโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี ก็เป็นการทำให้รัฐบาลขาดเสถียรภาพ ไม่มีความมั่นคง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายนิกร จำนง ผู้อำนวยการพรรคชาติไทยพัฒนา เปิดเผยว่า ภายหลังจากที่ที่ประชุมใหญ่ของพรรคชาติไทยพัฒนามีมติให้ น.ส.กัญจนา ศิลปอาชา เป็นหัวหน้าพรรคคนใหม่ และลงมติเลือกคณะกรรมการบริหารชุดใหม่ เมื่อวันที่ 26 ต.ค.ที่ผ่านมา คณะกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ นัดประชุมครั้งแรก วันที่ 7 พ.ย.นี้ เวลา 10.00 น. โดยมีวาระพิจารณาที่สำคัญคือการเลือกบุคคลให้ดำรงตำแหน่งตามที่ข้อบังคับพรรคกำหนด เช่น โฆษกพรรค, ผู้อำนวยการ รวมถึงคณะทำงานชุดต่างๆ &amp;nbsp;อาทิ คณะทำงานด้านนโยบายและยุทธศาสตร์พรรค ที่กลุ่มคนรุ่นใหม่ เช่น นายวราวุธ ศิลปอาชา คาดว่าจะได้รับเลือกให้ทำงานภายใต้คณะทำงานชุดดังกล่าว ส่วนการประชุมเพื่อเตรียมความพร้อมคัดเลือกผู้สมัคร ส.ส. นั้น คาดว่าจะเป็นสัปดาห์ที่สองของเดือนพฤศจิกายน หลังจากที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) แจ้งถึงการแบ่งเขตเลือกตั้งที่ชัดเจน
&amp;quot;หญิงหน่อย&amp;quot;ร่วมยินดี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;หลังการประชุมเลือกหัวหน้าพรรคและคณะกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่แล้ว ถือว่าได้รับการตอบรับและเป็นที่ยอมรับของทุกฝ่าย ซึ่งหัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนาคนใหม่พร้อมเป็นผู้ที่ทำงานประสานกับคนทุกกลุ่มของพรรคและขับเคลื่อนพรรคให้ไปสู่การเลือกตั้ง&amp;rdquo;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายนิกรเผยว่า หลังที่ น.ส.กัญจนาได้รับเลือกให้เป็นหัวหน้าพรรค คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ โทรศัพท์ผ่านตนถึง น.ส.กัญจนา เพื่อแสดงความยินดี ที่นักการเมืองผู้หญิงถูกเลือกให้มีทบาทนำภายในพรรค ซึ่งตนได้แจ้งให้ น.ส.กัญจนาทราบ และได้กล่าวขอบคุณตอบคุณหญิงสุดารัตน์แล้วเช่นกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ผู้สมัครชิงตำแหน่งหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เบอร์ 1 พร้อมคณะ อาทิ นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ, นายชำนิ ศักดิเศรษฐ รองหัวหน้าพรรค, นายนิพนธ์ บุญญามณี นายก อบจ.สงขลา, นายกรณ์ จาติกวณิช ฝ่ายยุทธศาสตร์พรรค, นายพนิช วิกิตเศรษฐ์, นายสามารถ &amp;nbsp;มะลูลีม อดีต ส.ส.กทม., นายศิริโชค โสภา อดีต ส.ส.สงขลา, นายนริศ ขำนุรักษ์ อดีตส.ส.พัทลุง, นายฮอศารี ม่าเหล็ม อดีต ส.ส.สตูล และนายอันวาร์ สาและ อดีต ส.ส.ปัตตานี ลงพื้นที่พบปะสมาชิกพรรคจังหวัดปัตตานี โดยก่อนหน้าจะพบสมาชิกพรรคได้เดินทางไปสักการะหลวงปู่ทวด วัดช้างให้ ซึ่งเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองจังหวัดปัตตานี พร้อมกันนี้นายอภิสิทธิ์ได้ร่วมกิจกรรมลอดท้องช้าง ซึ่งเชื่อกันว่าจะเป็นสิริมงคล&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นเดินทางไปปราศรัยกับสมาชิกพรรคที่โรงแรมซีเอส ปัตตานี โดยตอนหนึ่งนายอภิสิทธิ์กล่าวว่า การหยั่งเสียงหัวหน้าพรรคไม่ใช่ครั้งแรกของพรรคประชาธิปัตย์ แต่เป็นครั้งแรกของประเทศไทย เพราะก่อนหน้านี้การเลือกตั้งหัวหน้าพรรคคือ ส.ส. และประธานสาขา แต่วันนี้สมาชิกทุกคนมี 1 สิทธิ์และ 1 เสียงเท่ากัน เพราะตลอด 72 ปี สมาชิกทุกคนคือเจ้าของพรรค พรรคประชาธิปัตย์ไม่ใช่เป็นของใครหรือครอบครัวใด แต่เป็นของสมาชิกพรรคทุกคน สมาชิกคือเจ้าของพรรคตัวจริง อย่างไรก็ตาม ขอเชิญชวนให้ทุกคนไปลงคะแนนเลือกหัวหน้าพรรคในวันที่ 1-3 พ.ย.นี้ทางโทรศัพท์ หรือหากใครไม่สะดวก ก็เดินเข้าคูหาได้ในวันที่ 5 พ.ย. ซึ่งเป็นกำหนดของชาวใต้ ซึ่งหากตนได้รับเลือกเป็นหัวหน้าพรรคต่อ ก็จะต้องเร่งนำทัพสู่การเลือกตั้ง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ผมดูแล้วว่าการเมืองแบบนี้ดียาก เพราะคนทำงานขาดตัวเชื่อมโยง เศรษฐกิจที่ดีจริงๆ จะต้องสะท้อนผ่านราคาสินค้าเกษตร ทั้งยางพารา มะพร้าว และสภาพประมง ดังนั้นจึงต้องพาประเทศออกจากการเมืองนี้ อย่างไรก็ตาม สิ่งที่เราต้องการ คือ 1.ต้องเป็นประชาธิปไตย ซึ่งในที่นี้ผมหมายถึงการสัมผัสรู้ถึงว่าประชาชนต้องการอะไร 2.ต้องเป็นคนที่มีความรู้ความสามารถ มีประสบการณ์เพื่อแก้ปัญหา และ 3.ต้องซื่อสัตย์สุจริต เมื่อมองดูแล้ว พรรคที่ทำได้คือพรรคประชาธิปัตย์ และผมอาสาให้ประชาธิปัตย์ไปสู่จุดนั้น&amp;quot;&amp;nbsp;
เสนอดีเบตว่าที่นายกฯ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอภิสิทธิ์กล่าวต่อว่า มีหลายเรื่องที่จะต้องเข้ามาแก้ไขให้ประชาชน โดยเฉพาะปัญหาการประมงที่ได้รับผลกระทบจากการออกมาตรการที่ไม่เข้าใจปัญหาของรัฐบาล จนสร้างความเดือดร้อนให้ชาวประมงของประเทศ ทุกครั้งที่มีสหภาพยุโรปมาพบ ตนจะพยายามอธิบายว่าไทยไม่มีความคิดที่จะค้ามนุษย์ คนไทยรักสิ่งแวดล้อม การออกมาตรการเช่นนี้ ส่งผลกระทบต่อวิถีของคนไทย สร้างความเดือดร้อนให้ชาวประมง ซึ่งตนได้รับคำตอบจากสหภาพยุโรปว่า กดดันเรื่องการค้ามนุษย์ก็จริง แต่การออกมาตรการเป็นเรื่องของรัฐบาลไทย ดังนั้น ถ้าวันที่ 5 พ.ย. หัวหน้าพรรคคือตน หน้าที่คือนำพรรคสู่การเลือกตั้ง และหากได้เป็นรัฐบาลปัญหาของประชาชน ทั้งยางพารา มะพร้าว ปาล์มน้ำมัน เป็นต้น ต้องได้รับการแก้ไข เพราะถือเป็นนโยบายตามคำสั่งของประชาชน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายบุญเลิศ คชายุทธเดช อดีตสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) เปิดเผยว่า จากการได้ดูการถ่ายทอดสดการดีเบตชิงหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์เมื่อเย็นวันที่ 26 ตุลาคม เป็นที่น่าสนใจอย่างยิ่ง ทำให้เกิดความคิดว่า การเลือกตั้ง ส.ส.ที่จะมีขึ้นในวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2562 คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ควรจัดดีเบต ประชันวิสัยทัศน์ผู้ที่พรรคการเมืองเสนอชื่อให้เป็นนายกรัฐมนตรี มีการถ่ายทอดสดทางโทรทัศน์และทางเฟซบุ๊ก ไลฟ์สดให้ประชาชนได้รับชมทั้งประเทศ เพื่อเป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจลงคะแนนในวันเลือกตั้ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขากล่าวว่า หลังมีพระราชกฤษฎีการลือกตั้ง ส.ส. จัดให้มีการเปิดรับสมัคร ส.ส.แบบเขตและแบบบัญชีรายชื่อ พรรคการเมืองจะส่งรายชื่อผู้จะเป็นนายกฯ พรรคละไม่เกิน 3 รายชื่อ โดยเจ้าตัวยินยอม จากนั้นพรรคการเมืองก็จะรณรงค์หาเสียงอย่างจริงจังด้วยรูปแบบต่างๆซึ่งต้องเป็นไปอย่างสุจริตและเที่ยงธรรม ตนเห็นว่าการจัดดีเบตให้ผู้ถูกเสนอชื่อเป็นนายกฯ มาประชันวิสัยทัศน์กัน จะเป็นการกระตุ้นความสนใจของประชาชนได้อย่างดี ทำให้เข้าใจวิสัยทัศน์และแนวทาง นโยบายการแก้ไขปัญหาต่างๆ ของแต่ละพรรค และผู้ที่จะขึ้นมาเป็นนายกฯ โดย กกต.อาจจะจัดสัก 2 ครั้ง เช่น ช่วงกลางของการหาเสียงและช่วงโค้งสุดท้ายก่อนเลือกตั้ง 5 วัน กรณีที่มีหลายพรรคต่างก็เสนอรายชื่อผู้จะเป็นนายกฯ ก็อยู่ที่ กกต.จะพิจารณาว่าจะจัดให้พรรคไหนมาดีเบตกัน วันไหน ด้วยรูปแบบอย่างไร ทั้งนี้ การหารือร่วมกันระหว่าง กกต.กับพรรคการเมืองจะทำให้การจัดดีเบตดำเนินไปได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;??&amp;ldquo;การเลือกประธานาธิบดีของสหรัฐซึ่งมี 2 พรรคใหญ่แข่งกัน เป็นเรื่องที่คนไทยคุ้นเคย เพราะดูจากข่าวที่สื่อถ่ายทอดสด สำหรับเมืองไทย ผมเสนอให้การมีจัดดีเบตเช่นกัน และทำให้เป็นวัฒนธรรมการรณรงค์หาเสียง ผู้ที่ถูกพรรคการเมืองเสนอชื่อให้เป็นนายกฯ จะต้องแสดงความรู้ความสามารถและวิสัยทัศน์ให้ปรากฏต่อประชาชนให้ได้เปรียบเทียบกัน ใครนำเสนอได้ดี มีปฏิภาณไหวพริบ ก็จะได้รับคะแนนนิยมจากประชาชน อีกอย่างหนึ่ง จะทำให้คนตื่นตัวมาสิทธิกันจำนวนมาก&amp;rdquo; นายบุญเลิศกล่าว
เตือนระวังม็อบเด็ก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายไพบูลย์ นิติตะวัน หัวหน้าพรรคประชาชนปฏิรูป กล่าวถึงกรณี 4 รัฐมนตรีเป็นแกนนำพรรคพลังประชารัฐ ว่า เชื่อว่าคงทบทวนการปฏิบัติหน้าที่จะมีปัญหาประโยชน์ทับซ้อน คงจะต้องลาออกจากคณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติด้วย จะได้ไม่มีข้อครหากันมากขึ้น อย่าลืมว่าเมื่อเดินเข้าสู่เลือกตั้ง ต้องให้ประชาชนตัดสิน สิ่งสำคัญต้องระวังความรู้สึกประชาชน ทั้ง 4 รัฐมนตรีคงตระหนัก ระมัดระวังมากขึ้น โดยเฉพาะเกี่ยวพันในการหาเสียง
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หัวหน้าพรรคประชาชนปฏิรูปกล่าวว่า เชื่อว่าการเลือกตั้งจะเกิดขึ้นในเดือน ก.พ.62 และหลังจากเลือกตั้งไป มีรัฐบาลใหม่ บ้านเมืองจะสงบ ไม่เกิดวิกฤตการณ์ขึ้นอีกแน่นอน เพราะถ้าพรรคใดออกมาปลุกระดม เคลื่อนไหว ชักชวนคนมาชุมนุม จะถูกยุบพรรค มีโทษ จำคุก 10 ปี และตัดสิทธิ์ลงเลือกตั้งตลอดชีพ ตามกฎหมายพรรคการเมือง มาตรา 45 ระบุว่าผู้ดำรงตำแหน่งในพรรค สมาชิกพรรค ไปชุมนุมก่อให้เกิดความไม่สงบในบ้านเมือง
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;รัฐบาลหน้าไม่ว่าคนใดจะเป็นนายกรัฐมนตรี หรือพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา จะเป็นนายกฯ อีกรอบ จะต้องได้รับเสียงข้างมากโหวตลงมติในรัฐสภา ทำให้บ้านเมืองเดินหน้าไปได้อย่างสงบทุกอย่าง ประเทศเข้าสู่ระบบนิติรัฐ คือการใช้กฎหมายปกครองประเทศ ซึ่งวันนี้ผมเดินทางมา จ.สระแก้ว มาประชุมสมาชิกพรรคเพื่อจัดตั้งสภาประชาชนปฏิรูป จ.สระแก้ว ที่จะเป็นเครื่องมือของประชาชนในพื้นที่สามารถแก้ไขความทุกข์ร้อนที่เกิดจากเจ้าหน้าที่รัฐได้ โดยเดินหน้าเปิดสภาประชาชนปฏิรูปให้ครบทุกจังหวัด&amp;quot; นายไพบูลย์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายไพศาล พืชมงคล กรรมการผู้ช่วยรองนายกรัฐมนตรี (พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ) โพสต์ข้อความลงบนเฟซบุ๊กส่วนตัว &amp;ldquo;Paisal Puechmongkol&amp;rdquo; ระบุว่า อภินิหารทางกฎหมาย &amp;ldquo;ถ้า&amp;rdquo; กำหนดวันเลือกตั้ง ตรงกับวันสอบของเยาวชนอายุ 18-25 ซึ่งมีสิทธิ์เลือกตั้งประมาณ 7 ล้านคน อาจเกิดกระแสพลิกผัน คณะกรรมการการเมืองของบางพรรค กำลังวางแผนตีโต้ในเรื่องนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่สำคัญคืออาจเชิญชวนเยาวชนทั่วประเทศไปใช้สิทธิ์เลือกตั้งโดยไม่เข้าห้องสอบ ซึ่งถ้าสำเร็จ ก็จะได้คะแนนเสียงเยาวชน 7 ล้านคนอย่างเป็นเอกภาพ หรือไม่ก็อาจจะดึงคนกลุ่มนี้ออกท้องถนนก็ได้ อันการเมืองนั้นเหมือนหมากรุกหมู่ ที่มีคนเดินหลายคน จึงพึงใคร่ครวญให้จงหนัก.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/20837</URL_LINK>
                <HASHTAG>พรรคไทยรักไทย, หนังสือพิมพ์, เลือกหัวหน้าพรรค</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181027/image_big_5bd4787af0bc3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
