<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>57520</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/02/2020 13:46</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/02/2020 13:46</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เจ็บปวด!&#039;สาทิตย์&#039;ให้ยอมรับความจริงปชป.เลือดไหลมีผลกระทบ จี้แกนนำพรรคแก้ปัญหา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;18 ก.พ.63 -นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย ส.ส.ตรัง พรรคประชาธิปัตย์ เผยว่า จากกระแสการลาออกของสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ ตอนนี้พวกเราภายในพรรคประชาธิปัตย์หลายคนมีความเป็นห่วง เพราะก่อนหน้านี้มีสมาชิกระดับแกนนำของพรรคลาออกไป ซึ่งในเรื่องนี้ได้มีการหยิบยกไปพูดกันในที่ประชุมพรรคด้วย ประเด็นใหญ่ก็คือ เพื่อนๆ ในพรรคมีความรู้สึกว่าสิ่งที่เกิดขึ้นมันสร้างความบาดหมางให้กับสมาชิกและผู้สนับสนุน เพราะเขาอาจจะเห็นว่าพรรคประชาธิปัตย์เกิดอะไรขึ้น สิ่งที่เราเสนอไปให้กับคณะกรรมการพรรค ซึ่งในคณะกรรมการบริหารพรรคก็ได้รับทราบเรื่องนี้ แล้วตั้งแต่การลาออกของคุณกรณ์ จาติกวณิช ที่ผ่านมาตนเองได้คุยกับผู้ใหญ่ในพรรคหลาย ๆท่าน ไม่ว่าจะเป็นอดีตหัวหน้าพรรคบางท่านก็ดี หรือว่าอดีตผู้ใหญ่ของพรรคซึ่งได้วางมือทางการเมืองไปแล้ว &amp;nbsp; ทุกคนก็เป็นห่วงเช่นเดียวกัน เนื่องจากพรรคประชาธิปัตย์เป็นพรรคของประชาชน เราอยู่ได้เป็นเพราะศรัทธาของประชาชนเป็นที่รวมของคนซึ่งมีอุดมการณ์เดียวกันในการเข้ามาทำงานเพื่อชาติบ้านเมือง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังนั้นการออกไปของแต่ละคนมันย่อมต้องสะท้อนให้เห็นว่าเราต้องมีปัญหาบางอย่าง เพราะฉะนั้นก็เป็นหน้าที่ ที่กรรมการบางท่านจะต้องจะต้องเป็นหลักในการที่จะต้องวิเคราะห์หาสาเหตุของเรื่องที่เกิดขึ้นให้ชัดเจนแล้วก็ต้องหาวิธีการในการที่จะแก้ไขปัญหาเรื่องการลาออกของคนด้วย นั่นก็คือจะต้องไปดูเหตุผลของแต่ละคนที่ลาออกไปว่ามีเหตุผลอะไร ต้องมีมาตรการณ์ในการที่จะแก้ไขปัญหาเหล่านั้น รวมทั้งสร้างความมั่นใจให้กับคนในพรรคและคนที่จะเดินเข้ามาในพรรคต่อไปในอนาคตที่ว่าพรรคประชาธิปัตย์เป็นพรรคที่มีความเป็นประชาธิปไตยในการแบ่งพรรคและสามารถที่จะกระจายบทบาทความเป็นธรรมในการที่จะบริหารพรรคให้เดินไปข้างหน้าด้วย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;เรื่องใหญ่ กรรมการของพรรคก็ต้องรับส่งขึ้นไป เพราะผู้ใหญ่ของพรรคทุกคนได้รับรู้ทุกปัญหานี้อยู่ และผมเองในฐานะสมาชิกธรรมดาคนหนึ่งของพรรคก็กำลังรอดูอยู่ว่าในส่วนของกรรมการของพรรคจะมีแนวทางที่จะแก้ไขปัญหาอย่างไร เพราะเมื่อผมกลับมาลงในพื้นที่ก็มีคนเป็นห่วงเหมือนกัน ซึ่งตอนนี้ยังไม่ได้คิดว่าจะทำอะไร แต่พยายามจะดูเหมือนกันว่ากรรมการของพรรคจะมีแรงขับอย่างไร&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสาทิตย์กล่าวว่า จากกรณีที่นายกรณ์ ลาออกมีผลกระทบแน่นอนเพราะนายกรณ์เองก็เป็นแกนนำ สมาชิกระดับแกนนำ เป็นอดีตรัฐมนตรี เคยเป็นรองหัวหน้าพรรค เคยเป็นแคนดิเดตชิงตำแหน่งหัวหน้าพรรคด้วย ดังนั้นมันต้องมีผลกระทบแน่ ใครจะบอกว่าไม่มีผลกระทบ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ผมมองว่าเราต้องยอมรับความจริง การยอมรับความจริงแม้จะเจ็บปวด แต่ก็เป็นการยอมรับเพื่อจะนำไปสู่การแก้ไขให้ดีขึ้น ผมยังเชื่อว่าถ้าเราร่วมมือร่วมใจกันพูดคุยและยอมรับความจริง นั่งคุยความจริงกันปัญหานี้แก้ได้&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนในกรณีที่นายชวน หลีกภัย ประธานที่ปรึกษาของพรรค ออกมากล่าวก่อนหน้านี้ตนเองก็ติดตามดูจากข่าวยังไม่ดูรายละเอียดอย่างไร ก็คงจะเป็นความเห็นของท่านในฐานะที่เป็นคนที่อยู่ในพรรคยาวนานคนหนึ่ง ก็เป็นประเด็นที่ทุกคนที่ฟังต้องไปขบคิดเอา.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/57520</URL_LINK>
                <HASHTAG>ประชาธิปัตย์, สาทิตย์ วงศ์หนองเตย, เลือดไหล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200218/image_big_5e4b810b387f8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>54585</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/01/2020 08:08</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/01/2020 08:08</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ดร.เสรี&#039;แนะประชาธิปัตย์กลับไปทบทวนปรากฎการณ์เลือดไหล ทำให้พรรคมาถึงจุดนี้เพราะอะไร</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;15 ม.ค.63-ดร.เสรี วงษ์มณฑา ผู้ร่วมก่อตั้งสถาบันทิศทางไทย นักวิชาการด้านสื่อสารมวลชนและการตลาด โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก หลังนายกรณ์ จาติกวนิช ส.ส.บัญชีรายชื่อ ลาออกจากพรรคว่า &amp;nbsp; ปรากฎการณ์เลือดไหลเป็นระยะๆแบบนี้ คนที่ยังอยู่ต่อไป อย่าแต่อยู่ต่อเฉยๆไปเรื่อยๆนะคะ ต้องพิจารณาว่าพรรคมาถึงจุดนี้เพราะอะไร.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/54585</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรณ์ จาคิกวณิช, ดร.เสรี วงศ์มณฑา, ประชาธิปัตย์, เลือดไหล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190724/image_big_5d3838b03413c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>52240</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/12/2019 12:10</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/12/2019 12:10</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พปชร.ปัดดึงพรรคอื่นเสียบแทนปชป. หลังเลือดทะลัก!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;11 ธ.ค. 62 - ที่ทำเนียบรัฐบาล นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ให้สัมภาษณ์ถึงการปรับคณะรัฐมนตรี (ครม.) ภายหลังส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ ทยอยลาออกว่า คงไม่ใช่ เพราะส่วนตัวได้ถามผู้บริหารระดับสูงแล้ว โดยยืนยันว่า ไม่ได้จะเอาพรรคอื่นมาแทนพรรคประชาธิปัตย์ ในคณะรัฐมนตรี รวมถึงยังไม่ปรับ ครม.ตอนนี้ เพราะทุกอย่างยังไปได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนการลาออกของ ส.ส.บางราย ก็เป็นบัญชีรายชื่อ ซึ่งมีการเลื่อนคนอื่นมาตามลำดับอยู่แล้ว โดยไม่ได้เดือดร้อนอะไร ถือเป็นเรื่องภายใน พร้อมยืนยันว่า ในที่ประชุม ครม. วันนี้คงไม่มีการหารือเรื่องดังกล่าว เพราะเป็นเรื่องการเมือง ในขณะที่ ครม. ทำหน้าที่บริหาร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวถามว่า จะมีการประชุมประสานรอยร้าวอีกครั้งหรือไม่ นายสมศักดิ์ กล่าวว่า ผู้บริหารก็ต้องคุยกันตลอด โดยจะวงเล็ก หรือ วงใหญ่ ก็ต้องคุยกัน เพราะมีเรื่องต่างๆ เข้ามา เช่น การศึกษาแก้ไขรัฐธรรมนูญ ที่ต้องตั้งคณะกรรมาธิการ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/52240</URL_LINK>
                <HASHTAG>ปชป., ปรับครม., พปชร., สมศักดิ์, เลือดไหล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190905/image_big_5d71066df0a35.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>6968</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/04/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/04/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;สกลธี&#039;ไขก๊อกพ้นรั้วปชป. ศาลรธน.รับวินิจฉัยกม.ลูก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ประชาธิปัตย์เลือดไหล &amp;quot;สกลธี&amp;quot; ลาออกนั่งรองผู้ว่าฯ กทม. &amp;quot;มาร์ค&amp;quot; ไม่ห้ามสักคำ ด้าน &amp;quot;นิพิฏฐ์ &amp;quot; สับแหลก คสช. ไม่หูหนวกก็คงตาบอดกันหมดแล้ว &amp;nbsp; &amp;nbsp;ซัดคำสั่ง คสช.ที่ 53/2560 รีเซตพรรคการเมืองเป็นคำสั่งอัปยศ ปชป.มีสมาชิก 2.5 ล้าน แต่ 30 เม.ย.เหลือไม่ถึงแสน ขณะที่ศาล รธน.รับคำร้องตีความคำสั่งคสช.และร่าง พ.ร.ป.เลือกตั้ง ส.ส.แล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสกลธี ภัททิยกุล อดีต ส.ส.กทม. พรรคประชาธิปัตย์ ที่เคยเข้าพบนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี ที่ทำเนียบรัฐบาลในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ได้ยื่นใบลาออกจากความเป็นสมาชิกพรรคแล้ว เมื่อวันที่ 11 เมษายน &amp;nbsp;ให้เหตุผลว่าเพื่อไปรับตำแหน่งรองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครแล้ว ทั้งๆ ที่ก่อนหน้านี้เคยยืนยันว่าจะทำงานการเมืองร่วมกับพรรคประชาธิปัตย์ต่อไป
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อผู้สื่อข่าวสอบถามไปยังนายสกลธี เจ้าตัวยอมรับว่าข่าวดังกล่าวเป็นเรื่องจริง โดยได้รับการทาบทามจากผู้ใหญ่ในรัฐบาลที่ประสานไปยัง พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เพื่อให้ตนเข้ารับตำแหน่งรองผู้ว่าฯ กทม. และได้เข้าพบเพื่อลานายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เมื่อวันที่ 10 เม.ย. นายอภิสิทธิ์ไม่ได้ยับยั้งการตัดสินใจของตน โดยบอกว่าเขตที่ตนเคยลงสมัครก็จะต้องให้คนอื่นลงสมัครแทน และในวันที่ 11 เม.ย. เข้าพบ พล.ต.อ.อัศวิน เพื่อรับมอบหมายงานที่จะรับผิดชอบต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;การตัดสินใจครั้งนี้ เนื่องจากเห็นว่าเป็นโอกาสที่ดีที่จะได้ทำงาน ส่วนในอนาคตจะไปสังกัดพรรคการเมืองอื่นหรือไม่นั้น ยังไม่สามารถบอกได้ในขณะนี้&amp;quot; นายสกลธีกล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.ต.สุธรรม ระหงษ์ ผู้อำนวยการพรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์ว่า นายสกลธียื่นลาออกจากการเป็นสมาชิกพรรคจริง โดยได้พบนายสกลธีที่พรรคประชาธิปัตย์ เมื่อช่วงเช้าวันที่ 11 เม.ย. เขาพูดสั้นๆ ว่ามาลาออก แต่ไม่ได้ระบุเหตุผลของการลาออกจากพรรค ขณะที่นายอภิสิทธิ์ได้รับทราบเรื่องดังกล่าวแล้ว ทั้งนี้ ใบลาออกของนายสกลธีมีผลแล้วหลังจากทางพรรคได้ลงเลขรับหนังสือเป็นที่เรียบร้อย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ลงนามในคำสั่งกรุงเทพมหานคร ที่ 1215/2561 วันที่ 10 เม.ย. เรื่องให้รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครพ้นจากตำแหน่ง และแต่งตั้งรองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร โดยให้ พล.ต.อ.ชินทัต มีศุข พ้นจากตำแหน่งรองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และแต่งตั้งนายสกลธี เป็นรองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครแทน
&amp;quot;อัศวิน&amp;quot;ลงนามตั้งรองผู้ว่าฯ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม ในวันเดียวกัน พล.ต.อ.อัศวินได้ลงนามอีก 1 คำสั่งกรุงเทพมหานคร ที่ 1216/2561 แต่งตั้ง พล.ต.อ.ชินทัต ดำรงตำแหน่งที่ปรึกษาของผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ทั้งนี้ ยังแต่งตั้ง พล.ต.ท.โสภณ พิสุทธิวงษ์ และนายสมศักดิ์ ชาติสุขศิริเดช เป็นที่ปรึกษาผู้ว่าฯ กทม.ด้วย นอกจากนี้ ยังให้นายศุภพงษ์ กฤษณพันธุ์ และนายยุทธพันธุ์ มีชัย พ้นจากที่ปรึกษาผู้ว่าฯ กทม. รวมทั้ง พล.ต.ท.โสภณ พ้นจากตำแหน่งผู้ช่วยเลขานุการผู้ว่าฯ กทม.ด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ดูแลพื้นที่ กทม. กล่าวว่า ตนได้รับข่าวแล้วว่านายสกลธีได้รับการแต่งตั้งเป็นรองผู้ว่าฯ กทม. ซึ่งขอแสดงความยินดีกับนายสกลธีด้วยที่ได้ไปทำงานในตำแหน่งดังกล่าว ทั้งนี้ นายสกลธีเป็นผู้มีความรู้ความสามารถ จึงน่าจะมีประโยชน์ต่อประชาชนในกรุงเทพฯ ส่วนในทางการเมือง ทุกคนมีสิทธิ์ตัดสินใจว่าจะเดินแนวทางทางการเมืองอย่างไร ซึ่งนายสกลธีคงตัดสินใจแล้วว่าอยากจะเดินแนวทางทางการเมืองด้วยการไปทำงานในฐานะผู้บริหารท้องถิ่น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า การที่นายสกลธีลาออกจากพรรคแล้ว จะส่งผลต่อฐานเสียงของพรรคในพื้นที่เดิมของนายสกลธีหรือไม่ นายองอาจตอบว่า ทำให้พรรคต้องหาคนรุ่นใหม่จำนวนหนึ่งที่อยากมาทำงานการเมืองร่วมกับพรรค เข้าไปทำงานในพื้นที่ที่เรายังขาดคน อาทิ พื้นที่ที่นายสกลธีเคยเป็น ส.ส.อยู่ เราก็ต้องพิจารณาหาไปทำงานตรงนั้นแทน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายนิพิฏฐ์ &amp;nbsp;อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ โพสต์ข้อความว่า &amp;quot;คสช.ไม่หูหนวกก็คงตาบอดกันหมดแล้ว&amp;quot; โดยระบุว่า คสช.ออกกฎหมายให้พรรคการเมืองที่จะดำเนินกิจการทางการเมืองต่อไป ต้องให้สมาชิกพรรคมายืนยันและจ่ายค่าสมาชิกพรรคคนละ 100 บาท โดยต้องดำเนินการให้เสร็จภายในวันที่ 30 เมษายน 2561 พรรคประชาธิปัตย์มีสมาชิก 2.5 ล้านคน คาดว่าเมื่อถึงวันที่ 30 เมษายน จะมีสมาชิกเหลือไม่ถึง 100,000 คน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การให้ประชาชนที่เป็นสมาชิกพรรคการเมืองจ่ายค่าสมาชิกคนละ 100 บาท ในภาวะเศรษฐกิจอย่างนี้ และในภาวะที่พรรคการเมืองถูกกระทำอยู่ฝ่ายเดียวมาร่วม 4 ปี พรรคการเมืองจึงเหมือนปีศาจร้ายในสายตาของประชาชน การไปหาสมาชิกที่อยู่กระจัดกระจายให้มายืนยัน เป็นความยากระดับเข็นครกขึ้นภูเขาทีเดียว บางครั้งก็ถูกก่นด่าว่าเอาเงินไปทำไม ทั้งที่เป็นคำสั่งของ คสช. แต่ประชาชนส่วนใหญ่ก็ไม่เข้าใจ
คำสั่งอัปยศ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พรรคประชาธิปัตย์ก็มิได้ย่อท้อกับคำสั่งอัปยศนี้ เราเดินเข้าหาประชาชนเพื่อขอให้ยืนยันการเป็นสมาชิกพรรคต่อไป เมื่อวานนี้ (10 เม.ย.2561) ผมเดินพบประชาชนเพื่อเชิญชวนให้ยืนยันการเป็นสมาชิก &amp;nbsp;ประชาชนคนหนึ่งบอกผมว่า &amp;quot;วันนี้ ขายน้ำยางพาราได้ 200 บาท แต่ยินดีมอบให้พรรคประชาธิปัตย์ 100 บาท&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คสช.ทำเพื่อรีเซตสมาชิกพรรคการเมืองเก่าให้เป็นศูนย์เท่ากับพรรคการเมืองที่จดทะเบียนใหม่ เรื่องนี้ขอบอกว่าเป็นเรื่องที่ผมไม่พอใจ คสช.มากที่สุดอีกเรื่องหนึ่ง ท่านยึดอำนาจเพื่อทำลายพรรคการเมืองโดยแท้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ผมเขียนเรื่องนี้ ก็เพราะผู้อ่านหลายคนก็คงมีความคิดเหมือนกันว่าไม่เสียเงิน 100 บาทค่าสมาชิกให้พรรคการเมืองหรอก คสช.เห็นความยากลำบากของพรรคการเมืองแล้ว หากยังไม่แก้ไข ก็คงหูหนวกหรือตาบอดกันหมดแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญได้เผยเเพร่เอกสารข่าวภายหลังการประชุมคณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ระบุว่า ศาลรัฐธรรมนูญมีมติรับคำร้องที่ผู้ตรวจการเเผ่นดินเสนอเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ 231 (1) ว่า พ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมือง มาตรา 140 และมาตรา 141 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยคำสั่งหัวหน้า คสช.ที่ 53/2560 &amp;nbsp;เรื่อง การดำเนินการตามกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง มีปัญหาเกี่ยวกับความชอบด้วยรัฐธรรมนูญ มาตรา 25, 26, 27 และมาตรา 45 หรือไม่ ไว้พิจารณาวินิจฉัย เนื่องจากกรณีเป็นการยื่นตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 231 (1) และ พ.ร.ป.ว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2561 มาตรา 50&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และหนังสือแจ้งให้ผู้ร้องทราบ รวมทั้งเพื่อประโยชน์แห่งการพิจารณาให้ประธานคณะกรรมการการเลือกตั้ง หัวหน้า คสช. พล.ต.ท.วิโรจน์ เปาอินทร์ รักษาการหัวหน้าพรรคเพื่อไทย และนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ จัดทำความเห็นเป็นหนังสือ และข้อมูลที่เกี่ยวข้องยื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญ ภายในวันที่ 25 เม.ย.2561&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ ศาลรัฐธรรมนูญยังมีมติรับคำร้องที่สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ส่งความเห็นของสมาชิก สนช. จำนวน 27 คน ขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญมาตรา 148 วรรค 1 (1) ประกอบมาตรา 263 ว่าร่าง พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) มาตรา 35 (4) และ (5) มีข้อความขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา 95 วรรค 3 และร่าง พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.มาตรา 92 วรรค 1 มีข้อความขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา 85 หรือไม่ ไว้วินิจฉัยแล้ว เนื่องจากกรณีเป็นการยื่นตามมาตรา 148 วรรค 1 (1) ประกอบมาตรา 263 และ พ.ร.ป.ว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2561 มาตรา 50&amp;nbsp;
เชิญ สนช.เสนอความเห็น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และมีหนังสือแจ้งให้ผู้ร้องทราบ รวมทั้งเพื่อประโยชน์แห่งการพิจารณา ให้นายปรีชา วัชราภัย สมาชิก สนช. ซึ่งเป็นผู้แทนของฝ่ายผู้เสนอความเห็น ประธานกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ ประธานคณะกรรมการวิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. ที่ตั้งขึ้นตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 267 วรรค 5 &amp;nbsp;และประธาน กกต. จัดทำความเห็นเป็นหนังสือและข้อมูลที่เกี่ยวข้องยื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญ ภายในวันที่ 25 เม.ย.2561&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับ 2 มาตราของร่างพ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. ที่ประธาน สนช.ขอให้มีการวินิจฉัยว่าขัดรัฐธรรมนูญหรือไม่ มาตรา 35 ระบุว่า ผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งผู้ใด ไม่ไปใช้สิทธิ์เลือกตั้ง และไม่ได้เเจ้งเหตุที่ไม่อาจไปใช้สิทธิ์เลือกตั้ง หรือเเจ้งเหตุที่ไม่อาจไปใช้สิทธิ์เลือกตั้งแล้ว แต่เหตุนั้นมิใช่เหตุอันสมควร ผู้นั้นจะถูกจำกัดสิทธิ์ (4) การดำรงตำแหน่งข้าราชการการเมืองตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการการเมืองและข้าราชการรัฐสภาฝ่ายการเมืองตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการรัฐสภา (5) สิทธิในการได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งรองผู้บริหารท้องถิ่น เลขานุการผู้บริหารท้องถิ่น ผู้ช่วยเลขานุการผู้บริหารท้องถิ่น ประธานที่ปรึกษาผู้บริหารท้องถิ่น ที่ปรึกษาผู้บริหารท้องถิ่น หรือคณะที่ปรึกษาผู้บริหารท้องถิ่น ตามกฎหมายว่าด้วยการจัดตั้งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และมาตรา 92 วรรค ระบุว่า เพื่ออำนวยความสะดวกแก่คนพิการหรือทุพพลภาพ หรือผู้สูงอายุในการออกเสียงลงคะแนนให้คณะกรรมการหรือผู้ได้รับมอบหมายให้มีการอำนวยความสะดวกสำหรับการออกเสียงลงคะแนนของบุคคลดังกล่าวไว้เป็นพิเศษหรือจัดให้มีการช่วยเหลือในการออกเสียงลงคะแนนภายใต้การกำกับดูแลของคณะกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง ในการให้ความช่วยเหลือดังกล่าวต้องให้บุคคลนั้นได้ออกเสียงลงคะแนนด้วยตนเอง ตามเจตนาของบุคคลนั้น เว้นแต่ลักษณะทางกายภาพทำให้คนพิการ หรือทุพพลภาพ หรือผู้สูงอายุไม่สามารถทำเครื่องหมายลงในบัตรเลือกตั้งได้ ให้บุคคลอื่นหรือกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้งเป็นผู้กระทำการเแทนโดยความยินยอม และเป็นไปตามเจตนาของคนพิการ หรือทุพพลภาพ หรือผู้สูงอายุนั้น ทั้งนี้ ให้ถือเป็นการออกเสียงลงคะแนนโดยตรงและลับ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/6968</URL_LINK>
                <HASHTAG>การเมือง, คสช., นายนิพิฏฐ์  อินทรสมบัติ, นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ, ประชาธิปัตย์, ยื่นลาออก, สกลธี ภัททิยกุล, สับแหลก, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เลือดไหล, ไม่หูหนวก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180411/image_big_5ace1c7b086eb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
