<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>60609</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/03/2020 13:00</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/03/2020 13:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กลุ่มค้าสลากฯบุกคลังขอเลื่อนออกรางวัลงวด1 เม.ย. เจอพิษโควิดเล่นงาน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;23 มี.ค. 63 - &amp;ldquo;กลุ่มผู้ค้าสลากฯ&amp;rdquo; บุกคลัง ร่อนหนังสือวอนเลื่อนออกรางวัลงวดวันที่ 1 เม.ย. 2563 ออกกไปไม่มีกำหนด หลังการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 กระทบอ่วม พร้อมขอพิจารณามาตรการเยียวยาผู้ค้า

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลาประมาณ 10.30 น. กลุ่มผู้ค้าสลากกินแบ่งรัฐบาลรายย่อยและกลุ่มคนพิการผู้ค้าสลากทั่วประเทศ ได้ไปร่วมตัวกันที่กระทรวงการคลัง เพื่อยื่นหนังสือถึงนายอุตตม สาวนายน รมว.การคลัง เพื่อเรียกร้องเรื่องขอเลื่อนวันออกสลากฯ งวดวันที่ 1 เม.ย. 2563 ออกไปก่อน เนื่องจากผลกระทบจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด- 19 (COVID-19) ที่ส่งผลกระทบอย่างกว้างขวางทางด้านสังคมและเศรษฐกิจโดยเฉพาะอย่างยิ่งอาชีพการค้าสลากฯ ซึ่งเป็นสินค้าที่มีกำหนดเวลาจำหน่ายและจะหมดมูลค่าลงเมื่อถึงกำหนดเวลาคือวันออกสลากฯ ประกอบกับสลากฯ เป็นสินค้าที่ขายขาดและทางสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลยังไม่มีมาตรการที่เยียวยาผู้จำหน่ายสลากในขณะนี้ โดยเสนอให้เลื่อนการออกรางวัลออกไปก่อนจนกว่าสถานการณ์จะกลับเข้าสู่ภาวะปกติ

นายอำนวย กลิ่นอยู่ ประธานสมาพันธ์คนพิการผู้ค้าสลากประเทศไทย กล่าวว่า ในทางกลับกันผู้จำหน่ายสลากฯ ต้องตกเป็นผู้แบกรับภาระดังกล่าวอันเป็นผลจากวิกฤตการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ครั้งนี้ ประกอบกับคณะกรรมการอำนวยการศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 โดยกำหนดมาตรการเพื่อแก้ไขปัญหาซึ่งส่งผลให้ผู้จำหน่ายไม่สามารถออกจำหน่ายได้ตามปกติส่งผลให้ผู้มีอาชีพค้าฉลากนับ 100,000 ชีวิต หลายแสนครอบครัวได้รับผลกระทบทางเศรษฐกิจจากวิกฤติในครั้งนี้

&amp;ldquo;พวกเราพร้อมและยินดีในการปฏิบัติตามและเห็นด้วยกับมาตรการต่าง ๆ ที่ออกมาในการแก้ไขปัญหาการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสดังกล่าว ในขณะเดียวกันมีแนวร่วมสมาพันธ์คนพิการผู้ค้าสลากประเทศไทยจึงขอวิงวอนให้หน่วยงานทุกภาคส่วนให้ความร่วมมือเพื่อฝ่าวิกฤตไปด้วยกัน&amp;rdquo; นายอำนวย กล่าว

นายอำนวย กล่าวอีกว่า เพื่อเป็นการร่วมกันแก้ไขปัญหาที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤตนี้แนวร่วมสมาพันธ์คนพิการผู้ค้าสลากประเทศไทยขอเสนอแนวทางอันเป็นการแก้ไขปัญหาผลกระทบต่อผู้มีอาชีพค้าสลากอย่างเร่งด่วน ได้แก่ 1. ขอให้คณะกรรมการสลากกินแบ่งรัฐบาลออกมาตรการช่วยเหลือเยียวยาผู้จำหน่ายฉลากโดยมีมติเลื่อนการออกสลากงวดวันที่ 1 เม.ย. 2563 ออกไปก่อน เพื่อเยียวยาวผู้ค้าปลีกรายย่อย ทั้งคนพิการ บุคคลธรรมดา ไม่ให้ตกอยู่ในสภาพขาดทุน

2. ขอให้ลดจำนวนสลากฯ ที่ซื้อจองและคืนเงินค่าสลากฯ จองของงวดประจำวันที่ 16 เม.ย. 2563 ให้กับผู้จำหน่ายที่ประสงค์ขอคืนเงินจองต่อไป และ 3. ขอให้ผู้ที่จำหน่ายสลากฯ จำหน่ายสลากฯ ด้วยความระมัดระวังเพื่อป้องกันการติดเชื้อหรือแพร่เชื้อให้กับประชาชนหรือผู้ที่เกี่ยวข้องแล้วขอให้หน่วยงานที่รับผิดชอบประชาสัมพันธ์ถึงวิธีการป้องกันอย่างถูกวิธี

นอกจากนี้ ในเวลาประมาณ 14.00 น. กลุ่มผู้ค้าสลากกินแบ่งรัฐบาลรายย่อยและกลุ่มคนพิการผู้ค้าสลากทั่วประเทศ จะเดินทางไปยื่นหนังสือถึงนายพชร อนันตศิลป์ อธิบดีกรมสรรพสามิต ในฐานะประธานคณะกรรมการสลากกินแบ่งรัฐบาล เพื่อให้พิจารณาข้อเสนอดังกล่าวด้วย
&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/60609</URL_LINK>
                <HASHTAG>ผู้ค้าสลากกินแบ่งรัฐบาล, เลื่อนออกไป</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200323/image_big_5e78502ea5569.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>38532</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/06/2019 09:46</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/06/2019 09:46</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตั๋วร่วมอืดไม่ทันเชื่อมทุกระบบ เบื้องต้นได้แค่รถไฟฟ้า 3 สาย บีทีเอส ไม่เกี่ยว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;14 มิ.ย. 2562 นายเผด็จ ประดิษฐ์เพชร ผู้อำนวยการสำนักบริหารจัดการระบบตั๋วร่วม สำนักนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) เปิดเผยว่าความคืบหน้าโครงการพัฒนาระบบติดตั้งตั๋วร่วม (บัตรแมงมุม) นั้นขณะนี้อยู่ระหว่างดำเนินการพัฒนาระบบ บัตร EMV (Euro/ MasterCard และ Visa) ควบคู่ไปกับการพัฒนาระบบปิด 2.0 อย่างไรก็ตามในปีนี้ชัดเจนแล้วว่าระบบตั๋วร่วมจะใช้ได้กับรถไฟฟ้าเพียง 3 สายเท่านั้น ได้แก่ รถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน รถไฟฟ้าสายสีม่วง และรถไฟฟ้าแอร์พอร์ตลิงก์ซึ่งจะเริ่มเชื่อมต่อระบบในเดือน ก.ย.นี้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามส่วนด้านรถเมล์และรถไฟฟ้าสายที่เหลือนั้นคงไม่สามารถดำเนินการได้ทันปีนี้ ส่งผลให้เป้าหมายของกระทรวงคมนาคมที่ต้องการให้เชื่อมตั๋วร่วมแบบ 4.0 ในระบ EMV บนรูปแบบใช้บัตรเครดิตชำระค่าโดยสารสาธารณะได้ทั้งระบบภายในปี 2562 นี้คงต้องเลื่อนออกไปก่อน ซึ่งทางรฟม.แจ้งว่าขณะนี้อยู่ระหว่างการวางแผนเรื่องจัดทำระบบ ว่ารฟม.จะดำเนินการเอกทั้งหมดหรือมอบให้ธนาคารกรุงไทยเป็นผู้พัฒนาระบบ 4.0 เบื้องต้น รฟม.แจ้งว่าต้องใช้เวลาพัฒนาระบบราว 12-18 เดือน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo; ซึ่งในวันที่ 21 มิ.ย.นี้ จะมีการจัดประชุมคณะกรรมการ(บอร์ด) เพื่อหาข้อสรุปในเรื่องของตั๋วร่วมในหลายประเด็น ตามที่กระทรวงคมนาคมมอบการบ้านให้ไป เนื่องจากที่ผ่านมาพบว่างานมีความล่าช้าและบางส่วนก็ยังไม่ได้เริ่มพัฒนาเลย อาทิ การจัดตั้งบริษัทลูกเพื่อเข้ามา จัดการและบำรุงรักษาระบบตั๋วร่วม (CTC) แนวทางควบคุมค่าโดยสารและระบบค่าโดยสาร่วม(Common Fare) ตลอดจนรูปแบบการพัฒนาซอฟแวร์ตั๋วร่วม 4.0 เป็นต้น&amp;rdquo;นายเผด็จกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายเผด็จกล่าวต่อว่าดังนั้นกระทรวงคมนาคมจะพัฒนาระบบบัตรแมงมุมทั้งสองระบบ กล่าวคือบัตรแมงมุมระบบ 2.0 จะใช้ได้ภายในปีนี้กับรถไฟฟ้า 3 สาย และระบบบัตรแมงมุม 4.0 ซึ่งจะใช้ได้กับระบบขนส่งสาธารณะทุกรูปแบบ ทั้ง รถไฟฟ้า รถเมล์ เรือด่วนและการจ่ายค่าทางด่วน เป็นต้น สาเหตุที่พัฒนาทั้ง 2 ระบบพร้อมกันนั้นเหมือนกันในแต่ละประเทศทั่วโลกที่ต้องมีทั้งสองระบบรองรับการใช้งานของประชาชน โดยจากการเก็บข้อมูลล่าสุดพบว่าในประเทศอังกฤษปัจจุบันมีผู้ใช้ บัตรตั๋วร่วม 2.0 (Oyster Card) คิดเป็น 60% ส่วนผู้ใช้บัตรตั๋วร่วม EMV 4.0 มีผู้ใช้คิดเป็นสัดส่วน 40%&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามขณะที่ความคืบหน้า ออกประกาศสำนักนายกรัฐมนตรีเพื่อขออนุมัติเห็นชอบหลักการเพื่อตั้งคณะกรรมการนโยบายตั๋วร่วมขึ้นมาดูแลแนวทางกำกับงานด้านตั๋วร่วมและบัตรแมงมุมในระดับนโยบาย โดยตัวแทนคณะกรรมการจะมาจากหน่วยงานของรัฐบาล นั้นขณะนี้ได้ส่งแนวทางให้กระทรวงคมนาคมแล้ว รอเสนอที่ประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) ต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แหล่งข่าวจากกระทรวงคมนาคมกล่าวว่านายชัยวัฒน์ ทองคำคูณ ปลัดกระทรวงคมนาคม ได้สั่งการให้เร่งรัดดำเนินโครงการตั๋วร่วม เนื่องจากที่ผ่านมามีความล่าช้าไปมาก โดยเฉพาะความคืบหน้าการพัฒนาระบบ 4.0 นั้นตอนนี้ยังไม่ได้เริ่มดำเนินการพัฒนา ส่วนด้านรถเมล์ ขสมก.นั้นมีแนวโน้มที่จะไม่สามารถเชื่อมต่อระบบได้ในปีนี้ เนื่องจากยังติดปัญหาเรื่องข้อพิพาทโครงการ E-Ticket ที่ยังอยู่ในขั้นตอนยกเลิกสัญญา ล่าสุดได้รับรายงานว่าทางบริษัทคู่สัญญาคือ บริษัท ช ทวี จำกัด (มหาชน) นั้นเตรียมส่งหนังสือฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายมายังขสมก. ส่วนตัวเลขการฟ้องร้องนั้นขณะนี้ยังไม่ทราบว่าจะฟ้องร้องเต็มวงเงินโครงการ 1,655 ล้านบาทหรือไม่ เนื่องจาก ขสมก.ได้บอกเลิกสัญญาทั้งโครงการไปแล้ว จากเดิมที่จะบอกเลิกสัญญาเพียงครึ่งเดียวและจ่ายเงินให้ราว 800-900 ล้านบาทเป็นค่าติดตั้งที่ได้ดำเนินการไปแล้ว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/38532</URL_LINK>
                <HASHTAG>ระบบตั๋วร่วม, เผด็จ ประดิษฐ์เพชร, เลื่อนออกไป, ใช้ได้แค่ รถไฟฟ้า 3 สาย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180619/image_big_5b28fa6b9ca5e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
