<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>101155</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/04/2021 20:29</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/04/2021 12:37</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> ศาลเลื่อนอ่านฎีกาคดี &#039;พธม.&#039; ดาวกระจายไล่รัฐบาลหมัก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ไชยวัฒน์ สินสุวงศ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;29 เม.ย.64 - ที่ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก ศาลนัดอ่านคำพิพากษาศาลฎีกา คดีหมายเลขดำ อ.3973/2558 ที่พนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคดีอาญา 5 เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง พล.ต.จำลอง ศรีเมือง, นายสนธิ ลิ้มทองกุล, นายพิภพ ธงไชย, นายสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์, นายสมศักดิ์ โกศัยสุข, นายสุริยะใส กตะศิลา, นายไชยวัฒน์ สินสุวงศ์, นายอมร อมรรัตนานนท์ หรือนายรัชต์ยุตม์ ศิรโยธินภักดี และนายเทิดภูมิ ใจดี แกนนำและแนวร่วมกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย (พธม.) เป็นจำเลยที่ 1-9 ในความผิดฐานยุยงปลุกปั่นฯ, ร่วมกันมั่วสุมตั้งแต่ 10 คน ขึ้นไปให้เกิดความวุ่นวายขึ้นในบ้านเมือง โดยเป็นหัวหน้าหรือเป็นผู้มีหน้าที่สั่งการฯ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 116, 215, 216 กรณีที่มีการรวมตัวชุมนุมต่อต้านและขับไล่รัฐบาลนายสมัคร สุนทรเวช อดีตนายกรัฐมนตรี เมื่อปี 2551&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อัยการโจทก์ฟ้องสรุปได้ว่า เมื่อวันที่ 25 พ.ค. 2551 จำเลยทั้ง 9 คน ได้จัดชุมนุมใหญ่ที่บริเวณอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ถ.ราชดำเนินกลาง ต่อมาจำเลยทั้งหมดได้นำกลุ่ม พธม. จำนวนมากเคลื่อนขบวนไปทำเนียบรัฐบาล ปิดการจราจรใน ถ.ราชดำเนินนอก ตั้งแต่สี่แยกมัฆวานรังสรรค์ไปจนถึงสี่แยก จปร. เป็นที่ชุมนุมประท้วง ไปจนถึงวันที่ 5 ต.ค. 2551 โดยได้มีการตั้งเวทีถาวร กางเต็นท์ มีโรงครัวปรุงอาหาร ขึงลวดหนามกั้นถนนราชดำเนินนอก มีการตั้งกองกำลังรักษาความปลอดภัยเรียกว่า &amp;ldquo;นักรบศรีวิชัย&amp;rdquo; นอกจากนี้ยังมีการจัดเตรียมเครื่องมือ เช่น ไม้เบสบอล หนังสติ๊ก ท่อนเหล็ก เพื่อใช้เป็นอาวุธ ส่อไปในทางที่จะก่อให้เกิดความรุนแรงถึงขนาดก่อความไม่สงบขึ้นในประเทศ ส่วนบนเวทีปราศรัย จำเลยทั้ง 9 คน ได้ผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันขึ้นกล่าวปราศรัยโจมตีการทำงานของรัฐบาลนายสมัครตลอด 24 ชั่วโมง ร่วมกันชักชวนผู้ชุมนุมหลายหมื่นคนกระทำการปิดถนนสาธารณะและเคลื่อนกำลังไปในลักษณะ &amp;ldquo;ดาวกระจาย&amp;rdquo; ใช้รถยนต์บรรทุกเป็นเวทีปราศรัยเคลื่อนที่ไปกดดันบริเวณสถานที่ราชการหลายแห่ง เป็นเหตุให้เกิดความวุ่นวายในบ้านเมือง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จำเลยทั้งหมดให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา และได้รับการประกันตัวในชั้นพิจารณา คดีนี้ศาลชั้นต้นอ่านคำพิพากษาเมื่อวันที่ 20 ก.ค. 2560 ให้ยกฟ้องจำเลยที่ 1-6 เนื่องจากเป็นการฟ้องจำเลยซ้ำกับคดี พธม. บุกรุกทำเนียบรัฐบาล หมายเลขดำ อ.4925/2555 อัยการโจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง ส่วนจำเลยที่ 7-9 นั้น ศาลเห็นว่าการกระทำเป็นความผิดฐานมั่วสุม 10 คนขึ้นไปก่อความวุ่นวายในบ้านเมืองฯ ตามมาตรา 215 วรรคหนึ่ง แต่เห็นควรให้รอการกำหนดโทษจำเลยที่ 7-9 ไว้ก่อนมีกำหนด 2 ปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมาศาลอุทธรณ์อ่านคำพิพากษาเมื่อวันที่ 30 ม.ค. 2562 ยกฟ้องจำเลยทั้งหมด โดยยกฟ้องจำเลยที่ 1-6 เนื่องจากเห็นว่าอัยการโจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง ส่วนจำเลยที่ 7-9 นั้น ไม่ได้กระทำความผิดฐานก่อความวุ่นวายตามมาตรา 215 วรรคแรก แม้โจทก์จะมีพยานเจ้าหน้าที่เบิกความกรณีผู้ชุมนุมต่อสู้ขัดขวางการปฏิบัติงาน จากการที่เจ้าหน้าที่ได้เข้ารื้อเวทีและเต๊นท์ของกลุ่มผู้ชุมนุม ซึ่งกรณีดังกล่าวไม่ได้เริ่มจากกลุ่มผู้ชุมนุม และที่มีการตรวจค้นพบขวานและเหล็กแป๊บในพื้นที่ภายหลังกลุ่มผู้ชุมนุมขนย้ายเต๊นท์และข้าวของออกไปหมดแล้ว จึงค่อนข้างผิดวิสัย อีกทั้งก็ไม่ได้ค้นพบจากตัวผู้ชุมนุม ทำให้มีข้อสงสัยว่าอาจจะไม่ใช่ของผู้ชุมนุมเอง เห็นว่าการชุมนุมของกลุ่ม พธม.เป็นการชุมนุมโดยสงบ ใช้สิทธิของประชาชนตามรัฐธรรมนูญ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในวันนี้ มีเพียงนายสมศักดิ์ โกศัยสุข และนายไชยวัฒน์ สินสุวงศ์ แกนนำพันธมิตร จำเลยเดินทางมาศาล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายไชยวัฒน์ แนวร่วม พธม. เปิดเผยก่อนขึ้นห้องพิจารณาว่า คดีนี้ศาลอุทธรณ์ยกฟ้องจำเลยทั้งหมด ประกอบด้วย 5 แกนนำ 1 ผู้ประสานงาน และ 3 แนวร่วม ซึ่งตนอยู่ในกลุ่ม 3 คนที่เป็นแนวร่วม ส่วนศาลชั้นต้นได้รอการกำหนดโทษ 3 แนวร่วม ไว้ 2 ปี วันนี้ไม่ได้มีความกังวลอะไร เพราะอยู่ในชั้นฎีกาถือว่าคดีจะสิ้นสุดแล้ว หากศาลฎีกาตัดสินให้ต้องจำคุกก็แค่ขึ้นรถเรือนจำ ไม่ได้เป็นปัญหา ตนเคยติดคุกมาแล้ว 2 ครั้ง แต่หากศาลฎีกายืนตามศาลอุทธรณ์คือยกฟ้อง ก็นั่งรถแท็กซี่กลับบ้าน ทั้งนี้ สำหรับคดีอื่นที่เหลือ คือคดียึดสนามบิน ศาลแบ่งเป็น 2 กลุ่ม คือกลุ่มแกนนำ 30 กว่าคน กับกลุ่มแนวร่วม 60 กว่าคน ตนอยู่ในกลุ่มแนวร่วม ศาลนัดสืบพยานโจทก์นัดสุดท้ายวันที่ 12 พ.ค. นี้ จากนั้นก็มีอีก 29 นัด เพื่อสืบพยานจำเลยในเดือน ส.ค. ซึ่งนัดล่วงหน้าไว้ทั้งหมดแล้ว จากนั้นก็จะมีคำพิพากษาศาลชั้นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม &amp;nbsp;ในวันนี้เจ้าหน้าที่ศาลแจ้งว่า ยังไม่สามารถส่งหมายนัดมาฟังคำพิพากษาให้กับ นายพิภพ จำเลยที่ 3 และ นายเทิดภูมิ จำเลยที่ 9 ได้ ด้วยเหตุจำเป็นดังกล่าว ศาลจึงให้เลื่อนไปนัดฟังคำพิพากษาศาลฎีกา ในวันที่ 24 มิ.ย.นี้ เวลา 09.00 น.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/101155</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชุมนุมดาวกระจาย, พธม., เลื่อนอ่านฎีกา, แกนนำพันธมิตร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210429/image_big_608a3d5f2913d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>51198</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/11/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/11/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เลื่อนอ่านฎีกา คดีช่วยลูกแม้ว ภาษีซื้อหุ้นชิน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลางเลื่อนอ่านฎีกาคดี &amp;quot;เบญจา&amp;quot; ช่วย &amp;quot;โอ๊ค-เอม&amp;quot; ไม่ยื่นคำนวณภาษีซื้อหุ้นชินฯ ไป 26 ธ.ค.2562 เหตุจำเลยป่วย!&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 26 พ.ย. ที่ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ถ.นครไชยศรี ศาลนัดอ่านคำพิพากษาศาลฎีกา คดีหมายเลขดำ อท.43/2558 ที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เป็นโจทก์ ยื่นฟ้องนางเบญจา หลุยเจริญ อดีต รมช.การคลัง สมัยรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร และอดีตรองอธิบดีกรมสรรพากร, น.ส.จำรัส แหยมสร้อยทอง อดีต ผอ.สำนักกฎหมาย, น.ส.โมรีรัตน์ บุญญาศิริ อดีต ผอ.สำนักกฎหมาย, นายกริช วิปุลานุสาสน์ ผอ.สำนักกฎหมาย กรมสรรพากร และ น.ส.ปราณี เวชพฤกษ์พิทักษ์ คนใกล้ชิดเลขานุการส่วนตัวของคุณหญิงพจมาน ณ ป้อมเพชร อดีตภริยานายทักษิณ ชินวัตร เป็นจำเลยที่ 1-5 ต่อแผนกคดีทุจริตและประพฤติมิชอบของเจ้าหน้าที่รัฐในศาลอาญา ในความผิดฐานร่วมกันเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบเพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ราชการ ตามประมวลกฎหมายอาญา (ป.อ.) มาตรา 157
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดย ป.ป.ช. โจทก์ ยื่นฟ้องจำเลยทั้งห้าต่อแผนกคดีทุจริตฯ ในศาลอาญา เมื่อวันที่ 3 ธ.ค.2558 ระบุพฤติการณ์สรุปว่า จำเลยที่ 1-4 ซึ่งเป็นเจ้าพนักงานของกรมสรรพากร ปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบเพื่อไม่ให้นายพานทองแท้ ชินวัตร บุตรชายคนโต และ น.ส.พินทองทา ชินวัตร บุตรสาวคนที่ 2 ของนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ต้องเสียภาษีอากรหรือเสียภาษีน้อยกว่าที่จะต้องเสีย และได้รับประโยชน์ที่มิควร จากการที่นายพานทองแท้และ น.ส.พินทองทาซื้อหุ้นบริษัท ชิน คอร์ปอเรชั่น จำกัด เมื่อปี 2549 คนละ 164,600,000 หุ้น ในราคาพาร์หุ้นละ 1 บาท ขณะที่ราคาตลาดหุ้นละ 49.25 บาท ถือได้ว่านายพานทองแท้และ น.ส.พินทองทาเป็นผู้ได้รับเงินพึงประเมินตามประมวลรัษฎากร มาตรา 39 และมีหน้าที่ต้องเสียภาษีของส่วนต่างราคาหุ้น คนละ 7,941,950,000 บาท ซึ่งการกระทำนั้นทำให้กรมสรรพากร กระทรวงการคลัง และราชการเสียหาย จำเลยทั้งหมดสู้คดี ให้การปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาเมื่อวันที่ 28 ก.ค.2559 พิพากษาว่า นางเบญจา อดีต รมช.การคลัง และอดีตรอง อธ.สรรพากร, น.ส.จำรัส, น.ส.โมรีรัตน์ และนายกริช อดีต ผอ.สำนักกฎหมาย จำเลยที่ 1-4 มีความผิดฐานปฏิบัติหรือละเว้นปฏิบัติหน้าที่มิชอบฯ ตาม ป.อ.มาตรา 157 และ 83 ให้จำคุกคนละ 3 ปี ส่วน น.ส.ปราณี คนใกล้ชิดเลขานุการส่วนตัวของคุณหญิงพจมาน จำเลยที่ 5 มีความผิดฐานเป็นผู้สนับสนุนเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่มิชอบฯ ตาม ป.อ.มาตรา 157 และ 86 มีโทษ 2 ใน 3 ให้จำคุกเป็นเวลา 2 ปี และเมื่อพิเคราะห์พฤติการณ์แห่งคดีของจำเลยทั้งหมดแล้ว ไม่มีเหตุให้รอการลงโทษ
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาจำเลยที่ 1-5 ยื่นอุทธรณ์คดี และได้ประกันตัวในชั้นอุทธรณ์ ซึ่งศาลตีราคาประกันคนละ 300,000 บาท โดยไม่มีการกำหนดเงื่อนไขใดๆ ขณะที่คดีอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์แผนกคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ เมื่อวันที่ 19 ต.ค.2560 ซึ่งเห็นว่าที่ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษนั้นชอบแล้ว โดยสภาพความผิดของจำเลยทั้งห้าเป็นการกระทำที่ไม่ได้คำนึงถึงความเสียหายและความน่าเชื่อถือในการจัดเก็บภาษีอากรของประเทศชาติ พฤติการณ์แห่งคดีเป็นเรื่องร้ายแรง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนที่จำเลยที่ 5 อ้างว่าเรื่องนี้ในที่สุดแล้วก็ไม่ได้เกิดความเสียหายแก่รัฐ โดยศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองได้มีคำพิพากษายึดทรัพย์ที่เกี่ยวข้องไปหมดแล้ว และศาลภาษีอากรกลางได้มีคำพิพากษาเพิกถอนการประเมินภาษีของกรมสรรพากรไปแล้วนั้น จะนำมาเป็นข้ออ้างเพื่อให้ศาลรอการลงโทษไม่ได้ ที่ศาลชั้นต้นลงโทษจำคุกจำเลยทั้งห้าที่ไม่รอการลงโทษนั้น ศาลอุทธรณ์ฯ เห็นพ้องด้วย อุทธรณ์ของจำเลยทั้งห้าฟังไม่ขึ้น จึงพิพากษายืน จำคุกจำเลยที่ 1-4 คนละ 3 ปี และจำคุกจำเลยที่ 5 เป็นเวลา 2 ปีโดยไม่รอลงอาญา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาจำเลยที่ 1-5 ยื่นฎีกา และได้ประกันตัวไปด้วยหลักทรัพย์คนละ 500,000 บาท โดยศาลฎีกากำหนดเงื่อนไขห้ามจำเลยทั้งหมดเดินทางออกนอกราชอาณาจักร เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากศาล และให้จำเลยทั้งหมดนำหนังสือเดินทางมามอบต่อศาลอาญาคดีทุจริตฯ โดยให้ศาลอาญาคดีทุจริตฯ แจ้งไปยังสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (สตม.) ให้ทราบด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยจำเลยที่ 1-4 และนายประกันเดินทางมาศาลตามนัด ซึ่งมีคนในครอบครัวและคนใกล้ชิดร่วมให้กำลังใจเต็มห้องพิจารณาคดี ส่วน น.ส.ปราณี คนใกล้ชิดเลขานุการส่วนตัวของคุณหญิงพจมาน จำเลยที่ 5 ไม่ได้เดินทางมาศาล คงมีเพียงนายประกันและทนายความมาศาล พร้อมแถลงขอศาลเลื่อนนัดอ่านคำพิพากษาฎีกาวันนี้ออกไปก่อน เนื่องจากจำเลยที่ 5 มีอาการป่วยกะทันหัน เวียนศีรษะ ลักษณะอาการบ้านหมุน อาเจียนรุนแรง ซึ่งขณะนี้เข้ารักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลพระรามเก้า โดยทนายความได้นำใบรับรองแพทย์มาแสดงต่อศาล ระบุต้องเข้ารักษาอาการตั้งแต่วันที่ 25-27 พ.ย.นี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กระทั่งเวลา 11.15 น. ศาลออกนั่งบัลลังก์ โดยสอบถาม ทนายความฝ่าย ป.ป.ช.โจทก์แล้วไม่คัดค้านคำขอเลื่อน ศาลพิเคราะห์เหตุจำเป็นและใบรับรองแพทย์ที่ยื่นแล้ว น่าเชื่อว่าจำเลยที่ 5 มีอาการป่วยจริง จึงเลื่อนนัดฟังคำพิพากษาฎีกาวันนี้ออกไปก่อน โดยนัดฟังคำพิพากษาฎีกาอีกครั้งในวันที่ 26 ธ.ค.นี้ เวลา 10.00 น.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/51198</URL_LINK>
                <HASHTAG>ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เบญจา หลุยเจริญ, เลื่อนอ่านฎีกา, เหตุจำเลยป่วย, ไม่ยื่นคำนวณภาษีซื้อหุ้น</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191126/image_big_5ddd3a43da6ac.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
