<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>107625</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/06/2021 18:36</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/06/2021 18:36</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ด่วน!!สมุทรสาครเลื่อนเปิดเรียน ผู้ว่าไม่กล้าให้เด็กเสี่ยงโควิด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;25 มิถุนายน 2564 นายวีระศักดิ์ วิจิตร์แสงศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร ได้กล่าวว่า ในช่วงที่ผ่านมามีโรงเรียนยื่นเรื่องเข้ามาให้พิจารณาในการเปิดเรียนแบบon-site หรือไปเรียนที่โรงเรียนทั้งหมด 61 แห่ง จาก182 แห่ง &amp;nbsp;แต่วันนี้ด้วยสถานการณ์ที่สมุทรสาครยังพบการระบาดที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง พบการกระจายในหลายพื้นที่ การติดเชื้อในครัวเรือนยังมีอัตราที่สูง และที่สำคัญเมื่อไม่นานนี้ยังต้องเสียบุคลากรทางการศึกษาจากการติดเชื้อโควิด-19 ครูที่ติดเชื้อส่วนหนึ่งยังรักษาตัว รวมทั้งการประเมินความพร้อมของสถานศึกษาต่างๆที่ต้องการเปิดเรียนที่โรงเรียน มาตรการก็ยังไม่รัดกุมพอ ด้วยเหตุผลทั้งหมดนี้ ทางคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดสมุทรสาคร จึงมีมติว่า ให้ชะลอการเปิดเรียนแบบ on-site ออกไปก่อนโดยไม่มีกำหนด &amp;nbsp;เพราะมีความเสี่ยงสูงมากที่จะเกิดการแพร่ระบาดในสถานศึกษาได้ง่าย และเป็นเรื่องที่ไม่คุ้มกับการเอาเด็กไปเสี่ยงในช่วงนี้ จึงต้องขอชะลอไปก่อน ส่วนเรื่องวัคซีนสำหรับบุคลากรทางศึกษา จังหวัดสมุทรสาครได้ขอสนับสนุนวัคซีนให้กับกลุ่มนี้ไปแบบร้อยเปอร์เซ็นต์ ครูทุกคนจะต้องได้รับวัคซีนทุกคนก่อนที่จะเปิดเรียนแบบon-siteได้ โดยจะให้ทางโรงพยาบาลสมุทรสาครเป็นผู้ดำเนินการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ส่วนการเลื่อนการเปิดเรียนแบบไปเรียนที่โรงเรียน เป็นเรื่องที่ตนเองเห็นใจทุกฝ่าย ทั้งผู้ปกครองที่ต้องแบกรับภาระหลายด้านมากขึ้น ต้องเห็นใจสถานศึกษาที่หลายที่ก็ไม่มีรายได้สำหรับบริหารจัดการแต่ยังมีค่าใช้จ่ายตามปกติ รวมถึงเด็กๆไม่ได้ไปเรียนที่โรงเรียนมานานมากแล้วเช่นกัน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/107625</URL_LINK>
                <HASHTAG>จังหวัดสมุทรสาคร, วีระศักดิ์ วิจิตร์แสงศรี, เลื่อนเปิดเทอม, เลื่อนเปิดเรียน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210625/image_big_60d5bf80ab9a7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>103692</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/05/2021 14:25</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/05/2021 14:25</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศบค.คุมเข้มพื้นที่4จว.ยังไม่อนุญาตจัดการเรียนการสอนแบบออนไซต์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;21 พ.ค.64&amp;nbsp; - ที่ทำเนียบรัฐบาล นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. แถลงผลการประชุม ศบค. ครั้งที่ 7 / 2564 ที่มี พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหมโหม ในฐานะผู้อำนวยการ ศบค. เป็นประธานการประชุม ว่า ที่ประชุม ศบค.ได้รับทราบตามที่ ศปก.ศบค. อนุมัติเรื่องการเลื่อนการเปิดเทอมออกไปตามที่กระทรวงศึกษาธิการ และกทม.เสนอเป็นกรณีไปในบางพื้นที่ แล้วจัดให้มีการเรียนการสอนผ่านสื่อออนไลน์ โดย ศบค.ยังมีมติด้วยว่า ให้พื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด&amp;nbsp; 4 จังหวัด คือ กทม. นนทบุรี ปทุมธานี สมุทรปราการ ยังคงไม่อนุญาตให้จัดการเรียนการสอนในรูปแบบออนไซต์ ส่วนพื้นที่ควบคุมสูงสุด 17 จังหวัด ให้ใช้อาคารได้แต่จะต้องผ่านความเห็นชอบจากคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัด และให้จัดการเรียนการสอนผ่านสื่อออนไลน์ ออนไซต์ได้ ทั้งนี้ ให้ทางโรงเรียนประเมินความพร้อม ส่วนพื้นที่ควบคุม 56 จังหวัดให้จัดการเรียนการสอนได้ ให้มีการรวมกลุ่มคนแต่จะต้องมีการกำหนดมาตรการ หรือจัดให้มีการเรียนการสอนผ่านออนไลน์ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม รมว.ศึกษาธิการ ได้นำเสนอการวางแผนมาตรการแนวปฏิบัติของสถานศึกษาเพื่อดำเนินการเปิดภาคเรียนที่ 1 ประจำปีการศึกษา 2564 ในวันที่ 14 มิ.ย. โดยย้ำให้สถานศึกษาต้องปฏิบัติตามมาตรการของกระทรวงสาธารณสุขโดยเคร่งครัด ขณะเดียวกัน โรงเรียนจะต้องมีการประเมินความพร้อม ไทยสตอปโควิด ที่เป็นแบบประเมินตนเองเพื่อให้โรงเรียนต่างๆ มั่นใจต่อผู้ปกครองและนักเรียนว่าจะดูแลสุขอนามัยส่วนบุคคลและส่วนภาพรวมได้ และหลังจากประเมินแล้วขอให้ทางโรงเรียนขอความเห็นชอบต่อคณะกรรมการควบคุมโรคติดต่อจังหวัดเพื่อเปิดเรียนอย่างเต็มรูปแบบขึ้นมา &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/103692</URL_LINK>
                <HASHTAG>การเรียนการสอนแบบออนไซต์, น.พ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน, ประชุม ศบค.ชุดใหญ่, เลื่อนเปิดเทอม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210521/image_big_60a75f5a60fec.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>74489</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/08/2020 22:28</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/08/2020 22:18</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ฟิลิปปินส์ติดไวรัสรายวันกว่า6,000คน สั่งเลื่อนเปิดเทอมอีก6สัปดาห์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;กระทรวงศึกษาธิการฟิลิปปินส์ประกาศเลื่อนเปิดปีการศึกษาออกไปอีก 6 สัปดาห์เป็นเดือนตุลาคม ขณะที่ประเทศยังต่อสู้กับโควิด-19 ซึ่งมีผู้ติดเชื้อรายวันเกิน 6,000 ราย และอาจต้องใช้ห้องเรียนเป็นสถานที่กักกันโรคผู้ป่วยโควิด-19&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ข้อมูลของกระทรวงสาธารณสุขฟิลิปปินส์เมื่อวันศุกร์ที่ 14 สิงหาคม กล่าวว่า ฟิลิปปินส์มีผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนาเพิ่มอีก 6,216 คน เป็นยอดเพิ่มขึ้นรายวันมากเป็นอันดับ 3 จนถึงขณะนี้ และมีผู้เสียชีวิตเพิ่มอีก 16 คน ถึงวันศุกร์จำนวนผู้ติดเชื้อสะสมของฟิลิปปินส์ซึ่่งสูงที่สุดในภูมิภาคอาเซียน เพิ่มเป็น 153,660 รายแล้ว เสียชีวิต 2,442 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โรงเรียนทั่วฟิลิปปินส์ปิดการเรียนการสอนมาตั้งแต่กลางเดือนมีนาคมที่ผ่านมา หลังจากประธานาธิบดีโรดริโก ดูเตร์เต สั่งล็อกดาวน์ทั่วประเทศเพื่อควบคุมการระบาดของไวรัสโคโรนา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ปีการศึกษาตามปกติของฟิลิปปินส์เริ่มเปิดเรียนในเดือนมิถุนายน แต่ก่อนหน้านี้ดูเตร์เตสั่งเลื่อนเปิดเรียนเป็นวันที่ 24 สิงหาคม อย่างไรก็ดี ในวันศุกร์ กระทรวงศึกษาธิการฟิลิปปินส์ประกาศว่า จำเป็นต้องเลื่อนเปิดเทอมออกไป 6 สัปดาห์ วันเปิดปีการศึกษาที่กำหนดใหม่คือวันที่ 5 ตุลาคม กระทรวงให้เหตุผลว่าจำเป็นต้องเลื่อนเปิดเทอม เนื่องจากมีการล็อกดาวน์รอบ 2 ในกรุงมะนิลาและ 4 จังหวัดที่ติดกับกรุงมะนิลา ทำให้มีข้อจำกัดในการลำเลียงขนส่งเพื่อเตรียมเปิดโรงเรียนในพื้นที่ห่างไกล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การเรียนการสอนในห้องเรียนในปีนี้ของฟิลิปปินส์ไม่น่าจะเป็นไปได้ เนื่องจากดูเตร์เตเคยบอกไว้ว่าจะไม่ให้นักเรียนมาโรงเรียนจนกว่าจะมีวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในปีการศึกษาใหม่ของนักเรียนฟิลิปปินส์มากกว่า 20 ล้านคน จะเป็นการเรียนการสอนแบบผสมผสาน ด้วยชั้นเรียนออนไลน์, ทางโทรทัศน์และวิทยุ แต่มีความกังวลว่านักเรียนที่ครอบครัวยากจนที่ไม่มีอินเทอร์เน็ตใช้ หรือใช้อินเทอร์เน็ตได้อย่างจำกัด จะเป็นผู้เสียเปรียบเมื่อต้องเรียนออนไลน์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ลีโอนอร์ บริโอเนส รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการฟิลิปปินส์ ขอให้พ่อแม่นำหลักสูตรการสอนออนไลน์ของรัฐบาลมาสอนลูกๆ ที่บ้านระหว่างที่ยังไม่เปิดเทอม และเผยด้วยว่า ต้องเตรียมห้องเรียนครึ่งหนึ่งในกรุงมะนิลา หรือเกือบ 18,000 ห้อง เพื่อใช้เป็นศูนย์กักตัวผู้ป่วยโควิด-19&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ทางการฟิลิปปินส์บังคับผู้ที่ตรวจพบว่าติดโรคโควิด-19 ที่ไม่สามารถกักตัวที่บ้าน ต้องไปกักตัวในสถานที่ที่รัฐบาลจัดให้.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/74489</URL_LINK>
                <HASHTAG>ฟิลิปปินส์, เลื่อนเปิดเทอม, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200814/image_big_5f36acc86f50e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>65977</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/05/2020 08:54</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/05/2020 08:29</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> &#039;อ๋อย-ปลื้ม&#039;หน้าหงาย&#039;ครูวีระ&#039;ฉะตรรกะเน่าๆจากจิตใจและสมองเน่าๆไม่ได้ไปโรงเรียนร้ายแรงกว่าติดโควิด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
15 พ.ค.63 - นายวีระ สุดสังข์ นักเขียนอิสระ อดีตครูสอนภาษาไทย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว&amp;nbsp; หัวข้อ&amp;nbsp; ตรรกะเน่าๆ จากจิตใจและสมองเน่าๆ มีเนื้อหาดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผมไม่เข้าใจว่า &amp;ldquo;ทำไมคนระดับนี้ จึงคิดอะไรได้แค่นี้&amp;rdquo; หม่อมปลื้มก็คนหนึ่งแล้ว ดันมาถึงจาตุรนต์ ฉายแสง เป็นถึงอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นทั้งคอมมิวนิสต์เก่าผู้มีอุดมการณ์ &amp;ldquo;ไม่ได้ไปโรงเรียน ร้ายแรงกว่าติดโควิด จี้รัฐบาลต้องเปิดเรียน 1 มิถุนายน&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1.ถ้าหากชาตินี้ทั้งชาติ รัฐบาลไม่ให้นักเรียนไปโรงเรียนอีกแล้ว หยุดไปโรงเรียนตลอดชีวิต หรือแม้แต่หยุดเรียนสัก 1-2 ปี ผมจะเห็นด้วยว่า มันร้ายแรงกว่าติดโควิด เพราะคนมันต้องมีความรู้ มีการศึกษา คิดเป็น ทำเป็น แก้ปัญหาเป็น ประยุกต์ใช้เป็น&amp;rdquo; ไม่ปล่อยให้คนในประเทศโง่เง่าเต่าตุ่น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2.รัฐบาลประกาศชัดเจนแล้วว่า &amp;ldquo;เปิดเรียนวันที่ 1 กรกฎาคม&amp;rdquo; เสียเวลาไป 1 เดือนกับ 15 วัน ไม่ส่งผลเสียอะไร? พอเปิดเรียน ครูก็สอนไปตามหลักสูตรทุกกลุ่มสาระจนครบทุกมาตรฐานและตัวบ่งชี้ หากเวลาไม่พอ อาจมีการสอนชดเชยได้ ซึ่งกระบวนการเรียนการสอน ผู้บริหาร ครู ศึกษานิเทศก์เขารู้ดีอยู่แล้วว่าจะจัดการอย่างไร? คุณเคยเป็นรัฐมนตรีก็จริง แต่คุณไม่เคยรู้บทบริบทของโรงเรียนอย่างแท้จริงเลย คุณจึงแสดงตรรกะเน่าๆออกมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3.ในช่วงโรคระบาดนี้ อยากถามคุณจากใจและอยากได้คำตอบจากใจของคุณว่า &amp;ldquo;คุณจะเสี่ยงให้ลูกหลานของคุณไปโรงเรียนหรือไม่? ระหว่างลูกหลานของคุณนั่งแออัดในห้องเรียนหรือทำกิจกรรมกลุ่มภาคสนาม คุณมองเห็นภาพนั้น คุณสบายใจหรือไม่?&amp;rdquo; ถ้าคุณสบายใจคุณก็อำมหิตเต็มที&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4.พูดถึงเรื่องโรคระบาดก็อยากพูดต่อไปอีกสักหน่อย &amp;ldquo;สถานการณ์โรคโควิด-19 ในประเทศไทยดีขึ้นเรื่อยๆ ผู้ติดเชื้อลดลงจนเหลือเลขตัวเดียว, ผู้ป่วยรักษาตัวหายกลับบ้านเกือบหมด สถิติคนตายยืนอยู่กับที่&amp;rdquo; ช่างน่าดีใจ น่ามีความหวังว่า เราจะปลอดโรค แต่ด้วยพวกคุณเกลียดชังพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชาและรัฐบาล คุณปิดตาแล้วพากันพูดว่า &amp;ldquo;เพราะว่าประเทศไทยอยู่ในโซนอากาศร้อน คนจึงติดเชื้อกันน้อย&amp;rdquo; โดยมองข้ามมาตรการของรัฐบาล มองข้ามการทำงานหนักของแพทย์ พยาบาล อสม. กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน อพปร.และคนไทยที่ร่วมมือกันสู้โรค&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถ้าผมถามย้อนกลับว่า &amp;ldquo;ประเทศสิงคโปร์ ประเทศเล็กๆเท่าฝ่ามือ ไม่อยู่ในเขตโซนร้อนหรืออย่างไร? ทำไมผู้ติดเชื้อ ผู้ป่วยและผู้ตาย จึงเพิ่มมากกว่าประเทศไทยหลายเท่า? ไหนว่า ผู้นำสิงคโปร์ คนสิงคโปร์ ชาญฉลาด ก้าวหน้าไปทุกเรื่อง?&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คุณหม่อมปลื้ม, คุณจาตุรนต์ ลองตามคำถามผมหน่อย? ตรรกะเน่าๆ จิตใจและสมองเน่าๆของคุณยังมีอยู่อีกไหม?ครู&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/65977</URL_LINK>
                <HASHTAG>การระบาดของไวรัสโควิด-19, จาตุรนตฺ์ ฉายแสง, ม.ล.ณัฏฐกรณ์ เทวกุล, วีระ สุดสังข์, เลื่อนเปิดเทอม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200515/image_big_5ebdeef8ce344.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>65976</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/05/2020 08:21</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/05/2020 08:17</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;อ๋อย&#039;อ้างสถิติหากเลื่อนเปิดเทอมเด็กอาจเสียชีวิตจากอุบัติเหตุเพิ่มสูญเสียด้านอื่นๆอีกมาก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
15 พ.ค.63-นายจาตุรนต์ ฉายแสง อดีตประธานยุทธศาสตร์พรรคไทยรักษาชาติ(ทษช.) และอดีตรมว.ศึกษาธิการ โพสต์ข้อความผ่านเพจเฟซบุ๊กChaturon Chaisang เรื่อง การศึกษากับโควิด19 ตอนที่ 3 มีเนื้อหาดังนี้
รัฐบาลเคยคิดบ้างหรือไม่ ว่าการปิดเทอมนาน ๆ มีผลเสียอย่างไร
บทความนี้กำลังจะบอก ว่าจากสถิติในประเทศต่าง ๆ ทั่วโลก พบว่าเด็กและเยาวชนติดเชื้อ และเสียชีวิตจากโควิด19 น้อยมาก และนักวิชาการหลายสถาบัน ก็พบว่าเด็กไม่ได้แพร่เชื้อมากอย่างที่เคยกลัวกัน แต่การที่เด็กไม่ได้ไปโรงเรียนเป็นความสูญเสียใหญ่หลวงมาก ทั้งจากการเสียโอกาสเรียนรู้ในระบบโรงเรียน และการต้องประสบกับปัญหาอื่น เช่น ความไม่ปลอดภัยจากความรุนแรง การขาดการดูแล อุบัติเหตุ ความเครียด และการขาดอาหาร เป็นต้น
บทความนี้จะให้ข้อมูลท่าน ว่าการเลื่อนการเปิดเทอมออกไปเดือนครึ่ง อาจหมายถึงการทำให้เด็กเสียชีวิตจากอุบัติเหตุ มากกว่าให้เด็กได้ไปโรงเรียนนับร้อย ๆ คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่เด็กเป็นล้าน ๆ คนจะไม่ได้กินอาหารอย่างเพียงพอ และในจำนวนนั้น 4-6 แสนคน อยู่ในสภาพวิกฤตคือ จะอยู่ในสภาพอดอยากไม่มีอะไรจะกิน ทั้ง ๆ ที่การติดเชื้อโควิด19 ในประเทศไทยอยู่ในระดับต่ำมาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
สำหรับท่านที่ต้องการทราบข้อมูลในรายละเอียด เชิญอ่านครับ ผมได้พูดไว้ในบทความตอนแรก ๆ แล้ว ว่าประเทศต่าง ๆ เขาพยายามหาทางให้เด็กได้กลับเข้าเรียนอย่างถูกสุขลักษณะให้เร็วที่สุด ด้วยเหตุผลข้อหนึ่งคือ ความปลอดภัยระหว่างที่ไม่ได้ไปโรงเรียน
ผมพอทราบอยู่บ้างแล้ว ว่าเด็กไทยประสบอุบัติเหตุ และเสียชีวิตเป็นจำนวนมาก พอมีประเด็นต้องเปรียบเทียบระหว่างปิดเทอมกับเปิดเทอม ผมจึงได้หาข้อมูลเกี่ยวกับความไม่ปลอดภัยของเด็กไทย ในช่วงปิดเทอมใหญ่ โดยหาข้อมูลจากหลายแหล่ง เกี่ยวกับการเสียชีวิตของเด็กจากอุบัติเหตุ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
พบสถิติที่น่าสนใจจากข้อมูลที่เคยเผยแพร่ไว้ โดย รศ.นพ. อดิศักดิ์ ผลิตผลการพิมพ์ ผู้อำนวยการสถาบันแห่งชาติเพื่อการพัฒนาเด็กและครอบครัว ม.มหิดล และศูนย์วิจัยเพื่อความปลอดภัยในเด็ก คณะแพทยศาสตร์ รพ.รามาธิบดี ซึ่งได้อ้างถึงผลการศึกษาเกี่ยวกับการเสียชีวิตของเด็กจากอุบัติเหตุ ในระหว่างปี 2542 - 2561 ไว้ว่า
&amp;ldquo;อุบัติเหตุเป็นเหตุนำการตายในเด็กไทย ในแต่ละปีเด็กไทยอายุ 1-14 ปีจะเสียชีวิตด้วยอุบัติเหตุจำนวนกว่า 2,500 รายต่อปี หรือเฉลี่ย 200 รายต่อเดือน ในแต่ละปีพบว่าเดือนที่มีเด็กตายจากอุบัติเหตุสูงสุดคือเดือนเมษายน (เฉลี่ย 350 รายต่อเดือน) อันดับรองลงไปเป็นเดือนมีนาคมและพฤษภาคม ซึ่งเป็นช่วงปิดเทอมใหญ่ของเด็ก ๆ รวมสามเดือนอันตรายนี้ มีการเสียชีวิตของเด็กจากอุบัติเหตุจำนวนกว่า 1000 ราย คิดเป็นกว่าร้อยละ 30-35 ของการตายตลอดทั้งปี...&amp;rdquo;
ลองคำนวณตัวเลขดู จะพบว่าในช่วงปิดเทอมใหญ่ 3 เดือน มีเด็กเสียชีวิตจากอุบัติเหตุมากกว่าค่าเฉลี่ยประมาณ 400 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เพราะฉะนั้นหากมีการเลื่อนการเปิดเทอมออกไปเดือนครึ่ง จาก 18 พฤษภาคมไปเป็น 1 กรกฎาคมนี้ อาจมีเด็กเสียชีวิตจากอุบัติเหตุเพิ่มกว่าค่าเฉลี่ยถึง 200 คน
ยังมีสถิติที่น่าสนใจเกี่ยวกับเด็กจมน้ำ จากตัวเลขของกระทรวงสาธารณสุข พบว่ามีเด็กจมน้ำเสียชีวิตสูงกว่าโรคติดเชื้อและไม่ติดเชื้อ ในรอบ 10 ปี (2551 -2561) มีเด็กจมน้ำเสียชีวิตเฉลี่ยสูงถึงปีละ 904 คน หรือวันละ 2.5 คน
ช่วงปิดเทอมภาคฤดูร้อนมีเด็กจมน้ำเสียชีวิตสูงสุดทุกปี ข้อมูลจากศูนย์วิจัยเพื่อสร้างเสริมความปลอดภัยและป้องกันการบาดเจ็บในเด็ก พบว่าเด็กที่ประสบอุบัติเหตุเสียชีวิตอายุ 1-12 ปี การจมน้ำเป็นเหตุนำ การจมน้ำในเด็กเล็กอายุ 1- 4 ปี เสียชีวิตในบ้าน เด็กวัยเรียนระดับประถมอายุ 5-9 ปี มักตายในแหล่งน้ำใกล้บ้าน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ยังมีการค้นพบว่าการตายและบาดเจ็บในเด็ก ปัจจัยที่สำคัญคือความยากจน เด็กที่เสียชีวิตจากความไม่ปลอดภัยกว่าร้อยละ 70 อยู่ในครอบครัวและชุมชนที่มีศักยภาพต่ำ
นอกจากความเสียหายในเรื่องความปลอดภัยแล้ว การที่เด็กไม่ได้ไปโรงเรียนยังมีความเสียหายในเรื่องการขาดอาหารด้วย เด็กยากจนจำนวนมากได้รับอาหารจากโรงเรียนทั้งโครงการอาหารกลางวันและนมโรงเรียน
จากการเปิดเผยข้อมูลของศูนย์อำนวนการศูนย์วิชาการและเครือข่ายวิชาการด้านเด็ก เยาวชนและครอบครัว คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พบว่าเด็กในชนบทไม่ได้กินอาหารเช้า หรือได้กินแค่บางมื้อ และมื้อเที่ยงต้องไปกินที่โรงเรียน และครูต้องกันอาหารกลางวันให้เด็กกลับไปกินมื้อเย็นที่บ้านด้วย โดยพบว่าเด็กกลุ่มนี้มีถึง 4-6 แสนคน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
การเลื่อนการเปิดเทอมออกไปเป็นเดือน ๆ จึงเป็นปัญหาต่อเด็กยากจนเหล่านี้ ยิ่งพ่อแม่ต้องตกงานหยุดงานด้วยอย่างในปัจจุบัน เด็กเหล่านี้ก็จะยิ่งลำบากมากขึ้น
สังคมไทยอาจได้รับข้อมูลเพียงด้านเดียว ว่าโควิด19 เป็นอันตรายต่อสุขภาพและชีวิตอย่างไร จึงจำเป็นต้องเลื่อนการเปิดเทอมออกไป แต่ไม่ค่อยได้รับข้อมูลว่าการที่เด็กไม่ได้ไปโรงเรียนนั้น มีผลเสียหายอย่างไร
นอกจากการเสียโอกาสในการเรียนในระบบโรงเรียนแล้ว ยังมีความสูญเสียในด้านอื่น ๆ อย่างไรบ้าง ปัญหาความปลอดภัยและการขาดอาหาร เป็นตัวอย่างของปัญหาที่สำคัญส่วนหนึ่ง ที่จะต้องนำมาประกอบการพิจารณาด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หากพิจารณาจากสถิติการติดเชื้อและการเสียชีวิตในเด็ก ที่เกิดขึ้นในประเทศต่าง ๆ ตัวเลขผู้ติดเชื้อในไทยโดยรวม ทั้งผู้ใหญ่และเด็กที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบัน เปรียบเทียบกับสถิติความสูญเสียจากอุบัติเหตุในช่วงปิดเทอม จะพบว่าการเลื่อนการเปิดเทอมออกไปนาน ๆ จะทำให้เกิดความเสียหาย ทั้งในเรื่องของการเรียนรู้ในระบบโรงเรียน และความปลอดภัยและคุณภาพชีวิตของนักเรียนเกินกว่าที่จำเป็นอย่างมาก
การเลื่อนการเปิดเทอมให้เร็วขึ้น และการสร้างความพร้อมเพื่อเปิดศูนย์เด็กเล็กทั่วประเทศโดยเร็ว จึงเป็นเรื่องที่ควรพิจารณาดำเนินการโดยเร็วที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/65976</URL_LINK>
                <HASHTAG>การระบาดของไวรัสโควิด-19, จาตุรนตฺ์ ฉายแสง, สถิติอุบัติเหตุ, เลื่อนเปิดเทอม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191119/image_big_5dd352a75a7f9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>63132</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/04/2020 17:55</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/04/2020 17:55</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สพฐ.หารือ ทปอ.ผลกระทบขยับเลื่อนเปิดเทอม คาดรู้ผลเร็วๆนี้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
14พ.ค.63-นายอำนาจ วิชยานุวัติ เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (เลขาฯกพฐ.) กล่าวภายหลังการประชุมหารือแนวทางการปรับปฏิทินกิจกรรมให้สอดคล้องกับการเลื่อนเปิดภาคเรียนปีการศึกษา 2563 ร่วมกับกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม (อว.) &amp;nbsp;ที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย (ทปอ.) ที่ประชุมอธิการบดิมหาวิทยาลัยราชภัฎ (ทปอ.มรภ.) และ ที่ประชุมอธิการบดีมหาวิทยาลัยราชมงคล (ทปอ.มทร.) ผ่านระบบวิดิโอคอนเฟอเรนท์ ว่า ตามที่กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ได้แจ้งประกาศเลื่อนเปิดภาคเรียนที่ 1 ประจำปีการศึกษา 2563 &amp;nbsp;เป็นวันที่ 1 กรกฎาคม เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนาหรือโควิด-19 ดังนั้นภาคเรียนที่ 2 จะเปิดภาคเรียนในวันที่ 1 ธันวาคม ซึ่งในภาคเรียนที่ 2 นั้นถือว่าส่งผลกระทบกับการทดสอบการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐาน &amp;nbsp;(โอเน็ต) ทดสอบความถนัดทั่วไป (GAT) และความถนัดทางวิชาการและวิชาชีพ (PAT) และทดสอบวิชาสามัญ 9 วิชา ซึ่งในส่วนของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ได้แจ้งการขยับปฏิทินเปิดภาคเรียนและปิดภาคเรียนให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องรับทราบแล้ว เพื่อที่จะได้วางแผนการจัดสอบเหล่านี้ต่อไป ทั้งนี้เท่าที่ทราบ ทปอ.และ อว.ได้กำหนดปฏิทินการสอบเหล่านี้ใหม่เรียบร้อยแล้ว และจะประกาศให้รับทราบพร้อมกันเร็วๆ นี้
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;ldquo;นอกจากนี้ สพฐ.ยังได้รายงานข้อมูลผลการเรียนของเด็กที่จบม.6 เพื่อจะเข้าศึกษาต่อในสถาบันอุดมศึกษา เนื่องจาก สพฐ.รับหน้าที่เป็นผู้จัดทำฐานข้อมูลกลางในการรวบรวมข้อมูลเด็กม.6 ทั้งหมดจากทุกสังกัด โดยปีการศึกษา 2563 มีผู้สำเร็จการศึกษาระดับ ม.6 จากโรงเรียนทุกสังกัด จำนวน 513,291 คนลดลงจากปีที่แล้วจำนวน 117,703 คน &amp;nbsp;โดยจำนวนตัวเลขเหล่านี้ สพฐ.จัดทำเป็นฐานข้อมูลบิ๊กดาต้า เพื่อรายงานส่งต่อให้แก่ อว.และทปอ.รับทราบ เพื่อใช้เป็นข้อมูลในการวิเคราะห์สำหรับการเข้าศึกษาต่อในระดับมหาวิทยาลัยต่อไป&amp;rdquo;เลขาฯ กพฐ.กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/63132</URL_LINK>
                <HASHTAG>#สพฐ., ทปอ., อำนาจ วิชยานุวัติ, เลื่อนเปิดเทอม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200401/image_big_5e846d62160d3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>62640</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/04/2020 15:39</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/04/2020 15:39</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&quot;ณัฏฐพล &quot;ลงนามแล้วสถานศึกษาทุกแห่ง ทั้งในและนอกระบบ  เลื่อนเปิดเทอมเป็น 1  ก.ค.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9เม.ย.63-ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเร็วๆ นี้ นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) ได้ลงนามในประกาศกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ลงวันที่ 9 เมษายน 2563 เรื่อง การเปิดเรียนของสถานศึกษาในสังกัดและในกำกับของ ศธ. โดยให้สถานศึกษาทุกแห่งของรัฐและเอกชน ทั้งในระบบและนอกระบบ ซึ่งอยู่ในสังกัดและในกำกับของศธ. เปิดเรียนในวันที่ 1 กรกฎาคม 2563 โดยให้สถานศึกษาจัดให้มีการเรียนการสอนให้สอดคล้องกับประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินสืบเนื่องจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโรคโควิด-19 ด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ โรงเรียนเอกชนประเภทนานาชาติ ซึ่งมีกำหนดวันเปิดและปิดภาคเรียนไม่ตรงกับโรงเรียนในระบบ ให้โรงเรียนพิจารณาเปิดเรียนได้ทันทีตามความเหมาะสม แต่ต้องกำหนดรูปแบบและวิธีการเรียนการสอนให้สอดคล้องกับข้อกำหนดที่ออกตามประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินของแต่ละพื้นที่ที่โรงเรียนตั้งอยู่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/62640</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงศึกษาธิการ, ณัฏฐพล  ทีปสุวรรณ, เลื่อนเปิดเทอม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200409/image_big_5e8edea2b29ee.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
