<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>35611</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/05/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/05/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เล่นกับหมาดีกว่าสุนัขรับใช้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;พรรคการเมืองยังจบไม่ลง ประสานมือด่า กกต. คำนวณ ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ขัดรัฐธรรมนูญ &amp;quot;สมชัย&amp;quot; อ้าง 10 คะแนนต่อเขตก็เป็น ส.ส.ได้แล้ว ส่วนสรรหา ส.ว. นักการเมืองระบอบทักษิณขย่มหนัก คสช.ครอบงำหวังสืบทอดอำนาจ &amp;quot;ศรีสุวรรณ&amp;quot; เหน็บเล่นกับหมา ดีกว่าเล่นกับพวกสุนัขรับใช้นักการเมืองจอมลวงโลก ที่ไม่ยอมรับความจริงครับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การรับหนังสือรับรองจากสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ?ในวันที่ 11 พ.ค. มี ส.ส.มารับใบรับรองแล้ว 30 คน แบ่งเป็นส.ส.เขต 14 คน ส.ส.บัญชีรายชื่อ 16 คน ทำให้เหลือส.ส.ที่ยังไม่มารับหนังสือรับรอง 30 คน แบ่งเป็น ส.ส.บัญชีรายชื่อ 22 คน จากภูมิใจไทย 11 คน, เสรีรวมไทย 10 คน, ประชาธิปัตย์ 1 คน ส่วน ส.ส.แบบแบ่งเขตมีจำนวน 8 คน ทั้งนี้ รวม 5 วัน ส.ส.ทั้งสองระบบมารับใบรับรองแล้ว 468 คน เป็น ส.ส.บัญชีรายชื่อ 127 คน ส.ส.แบ่งเขต 341 คน &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนบรรยากาศการรายงานตัว ส.ส.ที่รัฐสภา ในวันที่สี่ มีผู้มารายงานตัวทั้งสิ้น 13 คน อาทิ พรรคพลังประชารัฐ นายประทวน สุทธิอำนวยเดช ส.ส.จังหวัดลพบุรี, นายสายันต์ ยุติธรรม ส.ส.จังหวัดนครศรีธรรมราช, พรรคเพื่อไทย นายนพคุณ รัฐผไท ส.ส. จังหวัดเชียงใหม่, พรรคอนาคตใหม่ พ.ต.ท.ฐนภัทร กิตติวงศา ส.ส.จังหวัดจันทบุรี&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ยังมีพรรคประชาธิปัตย์ นายบัญญัติ บรรทัดฐาน ส.ส.บัญชีรายชื่อ, นายอิสสระ สมชัย ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อ, นายวุฒิพงษ์ นามบุตร ส.ส.จังหวัดอุบลราชธานี รวมทั้งพรรคขนาดเล็ก เช่น นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ พรรคไทยศรีวิไลย์, นายดำรงค์ พิเดช ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ พรรครักษ์ผืนป่าประเทศไทย เป็นต้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีต กกต.และสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ ให้ความเห็นว่า เอาสูตร กกต.ที่จัดสรรให้แก่ทุกพรรค โดยไม่สนใจว่าจะมีจำนวน ส.ส.ที่พึงจะมีถึงหนึ่งคนหรือไม่ ทดลองสร้างตารางคำนวณใหม่ โดยยึดคะแนน 16 พรรคแรกตามเดิมทุกอย่าง และสมมติให้มีพรรคทั้งหมด 250 พรรค พรรคที่ 17 ได้ 3,000 คะแนน และลดลงทีละคะแนนไปจนถึงพรรคที่ 250 มี 2,767 คะแนน เท่ากับมีคนมาใช้สิทธิ์ทั้งประเทศ 35,067,673 คน
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขาระบุว่า สิ่งที่ต้องการทดสอบคือ พรรคที่ได้คะแนน 3,000 คะแนน จะมีโอกาสได้ ส.ส.บัญชีรายชื่อสักหนึ่งคนกับเขาได้หรือไม่ สิ่งมหัศจรรย์ที่เกิดขึ้น คือการจัดสรร ส.ส.บัญชีรายชื่อ มีเศษที่สามารถไหลไปถึงพรรคที่ 17 ได้ เนื่องจากการจัดสรรเป็นจำนวนเต็มในรอบแรก จัดสรรได้แค่ 133 ที่ เหลือต้องมาจัดสรรจากเศษที่เรียงจากมากไปน้อยอีก 16 ที่ และเมื่อพรรคเพื่อไทยไม่มีโอกาสได้รับ เนื่องจากมี ส.ส.เขตเกินแล้ว ส.ส.บัญชีอีกหนึ่งคนที่เหลือก็จะไหลไปที่พรรคที่ 17
10 คะแนนเป็น ส.ส.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสมชัยเห็นว่า หากมีพรรคมากกว่านี้ เช่นเป็น 400 พรรค ส.ส.บัญชีรายชื่อ ก็จะไหลเลื้อยต่อไปยังพรรคที่มีคะแนนน้อยกว่านี้อีกถึง 4-5 พรรค มาตั้งพรรคการเมืองกันให้เยอะๆ ขอแค่ 10 คะแนนต่อเขต ก็มีโอกาสได้เป็น ส.ส.ผู้ทรงเกียรติในสภาแล้ว สูตรนี้ คนที่เขียนสูตรที่อ้างว่าเป็น กรธ. หากไม่อ่อนคณิตศาสตร์ ก็คงอ่อนหัดทางการเมืองยิ่ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายคารม พลพรกลาง ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ ระบุถึงกรณีที่ กกต.รับรอง ส.ส.ให้พรรคการเมืองที่มีคะแนนรวมต่ำกว่าค่าเฉลี่ย ส.ส. 1 คน ว่าในความเห็นส่วนตัวมองว่าผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการคิดคำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อของพรรค 7 คน &amp;nbsp;และพรรคควรใช้สิทธิตามกฎหมายที่จะฟ้อง กกต.ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 หรือฟ้องศาลรัฐธรรมนูญ และไม่เห็นด้วยกับนายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ อดีตสมาชิกพรรคไทยรักษาชาติ ที่ยื่นคำร้องต่อศาลปกครองให้มีคำสั่งให้การคิดคำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อเป็นโมฆะทั้งหมด รวมถึงไม่เห็นด้วยที่ ส.ว.จะร่วมโหวตนายกรัฐมนตรีที่กำลังจะเกิดขั้น เนื่องจาก ส.ว.ได้รับการแต่งตั้งโดย คสช.&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ นายคารมยังระบุถึงการเตรียมการที่จะชี้แจงต่อ กกต. หาก กกต.เชิญเข้ามาให้ข้อมูลเกี่ยวกับคำร้องของนายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์?การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย เรื่องการถือครองหุ้นสื่อของ ส.ส.พรรคอนาคตใหม่ 11 คน ว่าได้ขอคัดสำเนาคำร้องเพื่อเตรียมแก้ข้อกล่าวหา พร้อมถามกลับนายศรีสุวรรณทำไมไม่ตรวจสอบสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) บ้าง เช่น นายตวง อันทะไชย, นายคำนูณ สิทธิสมาน และนายสมชาย แสวงการ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย โพสต์เฟซบุ๊ก ระบุใจความว่า &amp;nbsp;ดุ๊ก-ดิ๊ก สุนัขพันธุ์ลาบราดอร์ของที่บ้านครับ เล่นกับสุนัข ดีกว่าเล่นกับพวกสุนัขรับใช้นักการเมืองจอมลวงโลก ที่ไม่ยอมรับความจริงครับ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ท.ภราดร พัฒนถาบุตร ที่ปรึกษาและหัวหน้าศูนย์สื่อสารข่าวสารเฉพาะกิจพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงข้อครหาของสังคมที่มีต่อกรณีที่กรณีการตั้งแต่พวกพ้องเข้ามาเป็น ส.ว.ว่า ถือว่าไม่ให้เกียรติประชาชนเพราะการคัดสรรไม่โปร่งใสตรวจสอบไม่ได้ แถมส่อขัดรัฐธรรมนูญอีก และหากร่วมโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีโดยไม่สนองเจตจำนงผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้ง ส.ส.อีกก็จะกลายเป็นบุคคลล้มละลายทางความน่าเชื่อถือเพราะโจทย์เร่งด่วนทางการเมือง
สืบทอดอำนาจ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะนี้ได้มุ่งสู่การแสวงความร่วมมือในการตัดวงจรของการสืบทอดอำนาจเพราะตัวเลือกนายกรัฐมนตรีที่มาจากปีกพรรคการเมืองที่สนับสนุนการสืบทอดอำนาจนั้นมีปัญหาเรื่องคุณสมบัติที่อาจขัดรัฐธรรมนูญ ทั้งการเป็นเจ้าหน้าที่รัฐซึ่งเป็นคุณสมบัติต้องห้ามทั้งในเรื่องขัดกันแห่งผลประโยชน์ชงเองกินเองที่ให้ ส.ว.ที่ถูกครอบงำโดย คสช.เข้ามาร่วมโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีที่มาจาก คสช.
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;มูลเหตุดังกล่าวจึงทำให้พรรคการเมืองส่วนใหญ่เห็นตรงกันว่า น่าจะตัดแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีคนนี้ออกไป เพื่อมิให้เกิดปัญหายุ่งเหยิงยากต่อการแก้ไข และจะทำให้ประเทศชาติกลับไปสู่วังวนของปัญหาเดิมๆ อีก ซึ่งการตัดวงจรสืบทอดอำนาจนี้ จะทำให้พรรคการเมืองที่ได้ให้สัจวาจาไว้มีความสบายใจและภาคภูมิใจในเกียรติภูมิที่ได้ปฏิบัติตามสัญญาประชาคมที่ให้ไว้กับพี่น้องประชาชนผู้รักประชาธิปไตยที่มาใช้สิทธิเลือกตั้ง สถานการณ์การเมืองก็จะเดินหน้าสู่การเลือกนายกรัฐมนตรีที่มาจากเสียงส่วนใหญ่ของ ส.ส. ตามครรลองประชาธิปไตยสร้างความน่าเชื่อถือในสายตาของต่างประเทศ เกิดความเชื่อมั่น ความรุ่งเรืองทางเศรษฐกิจ และความผาสุกกลับคืนมา&amp;rdquo; พล.ท.ภราดรกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายชวลิต วิชยสุทธิ์ ส.ส.นครพนม พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ตามรัฐธรรมนูญบทเฉพาะกาล มาตรา 272 กำหนดว่า การให้ความเห็นชอบบุคคลซึ่งสมควรได้รับแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรีให้กระทำในที่ประชุมร่วมกันของรัฐสภา การที่ ส.ว.มีอำนาจเลือกนายกรัฐมนตรีตามบทเฉพาะกาลของรัฐธรรมนูญดังกล่าว มีประเด็นที่น่าเป็นห่วงต่อการทำหน้าที่ของ ส.ว. อยู่ 2 ประการ คือ
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;1.กระบวนการสรรหา ส.ว. ส่อว่าอาจขัดรัฐธรรมนูญตามบทเฉพาะกาล มาตรา 269 (1) ที่บัญญัติให้ คสช.แต่งตั้งจากผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งมีความรู้และประสบการณ์ในด้านต่างๆ และมีความเป็นกลางทางการเมืองนั้น
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในข้อเท็จจริง สังคมรับรู้ทั่วไปว่า กระบวนการสรรหาเพื่อให้ได้มาซึ่ง ส.ว. ใช้เงินงบประมาณถึง 1,300 ล้านบาท สุดท้ายจะได้ ส.ว. จากพวกพ้อง จากผู้ที่ทำงานร่วมกันเป็นส่วนใหญ่ ทั้งใน ครม.และใน สนช. ซึ่งแต่งตั้งโดย คสช.ทั้งสิ้น และหัวหน้า คสช.ก็เป็นบุคคลที่พรรคการเมืองหนึ่งเสนอรายชื่อเป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี จึงนับว่ากระบวนการสรรหาเพื่อให้ได้มาซึ่ง ส.ว. น่าจะไม่เป็นกลางทางการเมือง ขัดกับ รธน.ม.269 (1) หรือไม่
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;2.การทำหน้าที่ของ ส.ว.ในวาระเริ่มแรกคือ การโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีร่วมกับ ส.ส. ส่อว่าอาจขัดรัฐธรรมนูญ มาตรา 114 ที่ว่าด้วยการขัดกันแห่งผลประโยชน์ ซึ่งบัญญัติไว้ ดังนี้ &amp;quot;ส.ส.และ ส.ว. ย่อมเป็นผู้แทนปวงชนชาวไทย ไม่อยู่ในความผูกมัดแห่งอาณัติมอบหมาย หรือความครอบงำใดๆ และต้องปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์ สุจริต เพื่อประโยชน์ส่วนรวมของประเทศชาติและความผาสุกของประชาชนโดยรวม โดยปราศจากการขัดกันแห่งผลประโยชน์&amp;quot;
คสช.ครอบงำ ส.ว.
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่โดยข้อเท็จจริงเป็นที่รับรู้โดยทั่วไปว่า ในกระบวนการสรรหา ส.ว.นั้น ท้ายที่สุดแล้ว คสช.เป็นผู้เลือก ส.ว. จำนวน 250 คน ถือได้ว่า ส.ว.ทั้งหมด &amp;quot;อยู่ในความผูกมัดแห่งอาณัติมอบหมาย หรือความครอบงำใดๆ ของ คสช.&amp;quot; ซึ่งนับเป็นการขัดกันแห่งผลประโยชน์ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 114
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เฉพาะอย่างยิ่ง สังคมเห็นภาพชัดเจนที่รัฐมนตรี สมาชิกสภานิติบัญญัติจำนวนมากลาออกจากตำแหน่งเพื่อไปเป็น ส.ว. ตามที่เป็นข่าวครึกโครมไปทั่วประเทศ โดยมีเป้าหมายและวัตถุประสงค์หลักที่จะไปโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี ซึ่งอยู่ในบัญชีรายชื่อเสนอเป็นนายกรัฐมนตรีของพรรคการเมืองหนึ่ง ในขณะเดียวกันบุคคลผู้ถูกเสนอชื่อเป็นนายกรัฐมนตรีของพรรคการเมืองนั้น ก็เป็นหัวหน้า คสช.ที่มีอำนาจตั้ง ส.ว. มาทำหน้าที่โหวตเลือกนายกรัฐมนตรี นับเป็นการขัดกันแห่งผลประโยชน์ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 114 หรือไม่
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อประเด็นทางออกในเรื่องนี้ ส.ว.ควรทำหน้าที่ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 114 ที่บัญญัติให้ ส.ว.เป็น &amp;quot;ผู้แทนปวงชนชาวไทย&amp;quot; เมื่อเป็นผู้แทนปวงชนชาวไทย &amp;nbsp;ส.ว.ควรต้องฟังเสียงประชาชนส่วนใหญ่ แล้วโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีตามเสียงประชาชนส่วนใหญ่ที่เลือก ส.ส.เข้ามาเป็นผู้แทนปวงชนชาวไทยเช่นกัน หรืออีกทางเลือกหนึ่งคือ ส.ว.ใช้สิทธิ์งดออกเสียง ให้เป็นหน้าที่ของ ส.ส.ที่ถืออำนาจอธิปไตยจากประชาชนที่เลือกเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ความเห็นนี้ไม่รวมกับภาคส่วนอื่นที่ยื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญให้วินิจฉัยตีความในประเด็นที่มาและความชอบด้วยกฎหมายรัฐธรรมนูญของ ส.ว.
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประการสำคัญที่สุด รัฐธรรมนูญ บทเฉพาะกาล มาตรา 269 (3) บัญญัติให้หัวหน้า คสช.เป็นผู้ลงนามรับสนองพระบรมราชโองการ ในการแต่งตั้ง ส.ว. ซึ่งมีประเด็นว่า หัวหน้า คสช.ได้ตรวจสอบความถูกต้อง ชอบธรรม ตามกฎหมายรัฐธรรมนูญที่บัญญัติไว้หรือไม่ โดยตรวจสอบกับข้อเท็จจริงที่รัฐมนตรี และสมาชิกสภานิติบัญญัติหลายท่านลาออกจากตำแหน่งเพื่อไปเป็น ส.ว. ตามข่าวที่ปรากฏครึกโครมอยู่ในปัจจุบันหรือไม่ อย่างไร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานข่าวจากทำเนียบรัฐบาลเปิดเผยว่า หลังจากมีรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีรวม 15 คน ที่ยื่นใบลาออกเพื่อไปเป็นสมาชิกวุฒิสภา (สว.) แล้ว ยังมี พล.อ.วิลาศ อรุณศรี เลขาธิการนายกรัฐมนตรี ได้เขียนใบลาออกจากตำแหน่งเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ตั้งแต่วันที่ 30 เม.ย.ที่ผ่านมาด้วยเช่นกัน โดยมีผลหลังรัฐบาลชุดปัจจุบันสิ้นสภาพ&amp;nbsp;
ปฏิเสธข่าวลาออก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ในรัฐบาลหน้า พล.อ.วิลาศได้ขอวางมือไม่ขอรับตำแหน่งใดๆ และไม่ขอไปเป็น ส.ว.ด้วย เพียงต้องการใช้เวลาอยู่กับครอบครัว โดย พล.อ.วิลาศได้ร่วมถ่ายภาพเป็นที่ระลึกและร่ำลากับบรรดาข้าราชการแล้ว ขณะเดียวกัน รัฐมนตรีที่ได้อยู่ทำงานต่อในขณะนี้ อาทิ นายกฤษฎา บุญราช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ก็ได้แจ้งด้วยเช่นกันว่า หากสิ้นสุดรัฐบาลชุดนี้จะขอพักผ่อน และไม่รับตำแหน่งใดๆ ในรัฐบาลหน้า&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานข่าวจากทำเนียบรัฐบาลแจ้งอีกว่า ในส่วนของ พล.อ.ประยุทธ์ ช่วงระหว่างที่จะมีรัฐบาลชุดใหม่ พล.อ.ประยุทธ์จะใช้เวลาเร่งสะสางงานที่คั่งค้าง และคงปฏิบัติหน้าที่ตามปกติ โดยในวันที่ 15 พ.ค.นายกรัฐมนตรีเตรียมลงพื้นที่เพื่อตรวจราชการตามปกติ ที่เขตพื้นที่คลองเตย โดยจะมี ส.ส.จากพรรคพลังประชารัฐลงพื้นที่ในครั้งนี้ด้วย โดยจะถือโอกาสขอบคุณข้าราชการส่วนท้องถิ่นที่ได้ร่วมกันทำงานมาตลอดระยะเวลา 5 ปี นอกจากนี้ ในวันที่ 17 พ.ค. นายกรัฐมนตรีจะเชิญสื่อมวลชนร่วมรับประทานอาหารครั้งสุดท้าย ก่อนที่จะมีรัฐบาลชุดใหม่ พร้อมเปิดใจในการที่ได้ทำงานร่วมกันมา&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; พ.อ.หญิงทักษดา สังขจันทร์ ผู้ช่วยโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกระแสข่าวการลาออกจากตำแหน่งของ พล.อ.วิลาศ ว่าจากกรณีมีรายงานข่าวลงในสื่อออนไลน์ว่า พล.อ.วิลาศได้ลาออกจากตำแหน่งเลขาธิการนายกฯ ตั้งแต่วันที่ 30 เมษายนนั้น ขออนุญาตแจ้งให้ผู้สื่อข่าวทุกท่านทราบว่า ข้อมูลดังกล่าวเป็นเท็จ ไม่มีมูลความจริงแต่อย่างใด ขอความกรุณายุติการเผยแพร่ข้อมูลดังกล่าว ทั้งนี้ พล.อ.วิลาศ ยังคงปฏิบัติหน้าที่เป็นปกติ ทั้งในช่วงพระราชพิธีบรมราชาภิเษก และเมื่อวันศุกร์ที่ 10 พ.ค. ยังคงมาปฏิบัติราชการที่ทำเนียบรัฐบาลเป็นปกติ ฉะนั้นจึงเป็นไปไม่ได้ที่ท่านจะยื่นใบลาออกตั้งแต่วันที่ 30 เมษายน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/35611</URL_LINK>
                <HASHTAG>กกต., นายศรีสุวรรณ จรรยา, ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์, หนังสือพิมพ์, เล่นกับสุนัข, ใบรับรองส.ส.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190511/image_big_5cd6df0c730ef.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
