<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>67444</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>31/05/2020 14:11</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>31/05/2020 14:11</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> ชาวบ้านป่าหวายนั่งจ.ขอนแก่นร้องโดนโกงแชร์กว่า 10 ล้านบาท</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;31 พ.ค.63-ที่บ้านผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน ม.1 บ้านป่าหวายนั่ง ต.ป่าหวายนั่ง อ.บ้านฝาง จ.ขอนแก่น ชาวบ้านกว่า 10 รายที่ได้รับความเดือดร้อนจากการถูกหลอกให้เล่นแชร์ออมเงิน หลังถูก น.ส.อภิญญา ฟาเรทเตรท อายุ 33 ปี อยู่บ้านเลขที่ 999 บ้านป่าหวายนั่ง หมู่ 1 ต.ป่าหวายนั่ง อ.บ้านฝาง จ.ขอนแก่น มาชักชวนให้เล่นแชร์ แล้วหนีหายไปได้ โดยชาวบ้านทั้งหมดได้นำเอกสารหลักฐานเพิ่มเติม มามอบให้กับ พ.ต.อ.พิชัยภูษิส จารุพงศ์ ผกก. สภ.บ้านฝาง และ พ.ต.ท.สมเกียรติ มีพูล รอง ผกก.(สอบสวน) สภ.บ้านฝาง ที่ได้ลงพื้นที่มาตรวจสอบข้อเท็จจริงและสอบปากคำเพิ่มเติม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พ.ต.ท.สมเกียรติ กล่าวว่า &amp;nbsp;เบื้องต้นมีการแจ้งที่ สภ.บ้านฝางไว้แล้ว จำนวน 57 ราย วงเงินรวมกว่า 10 ล้านบาท แต่เนื้องจากผู้เสียหายไม่ได้นำหลักฐานไปด้วย วันนี้จึงลงพื้นที่มาจัดคิวเพื่อให้ผู้เสียหายเดินทางไปให้ปากคำที่ สภ.บ้านฝางตามคิวที่กำหนด เนื่องจากมีผู้เสียหายจำนวนมาก จึงจะเร่งทำการสอบสวนทั้งเช้าและบ่ายช่วงละ 10 คน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;สภ.บ้านฝาง ได้ขอกำลังสนับสนุนในการสอบสวนจาก สภ.เมืองขอนแก่น เพื่อให้การสอบสวนเป้นไปอย่างรัดกุม โดยคาดว่าจะสอบสวนแล้วเสร็จภายใน 3 วัน จากนั้น จะออกหมายจับต่อไป เบื้องต้นได้ทำการอายัดบัญชีของนางอภิญญาฯ แล้ว รอตรวจสอบเส้นทางการเงิน &amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่นางสุภาภรณ์ ดีทับทิม อายุ 37 ปี อยู่บ้านเลขที่ 70 บ้านป่าหวายนั่ง หมู่ 1 ต.ป่าหวายนั่ง &amp;nbsp; เล่าว่า ได้ถูกชักชวนผ่านไลน์ส่วนตัวและทางเฟสบุ๊คมาตั้งแต่เดือน เม.ย.ที่ผ่านมา โดยที่ น.ส.อภิญญาฯ จะใช้วิธีตั้งชื่อเพจที่หลากหลาย เช่น บ้านแชร์สวีเดน และพยายามกระตุ้นด้วยการชักชวนด้วยคำพูดว่าอยากรวยให้มากร่วม โดยส่วนตัวนั้นได้ร่วมเล่นแชร์ก่อน โดยนางอภิญญาฯ &amp;nbsp;บอกว่ามีให้เลือกนับ 100 วง แต่ละวงแชร์จะได้เงินต้นประมาณ 60,000 บาท แต่ต้องส่งเงินแชร์ทุก 5 &amp;nbsp;วัน ๆ ละ 500 บาท จึงตัดสินใจเล่นไป 4 วง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot; ท้าวแชร์คือนางอภิญญาฯ จะเป็นผู้จัดเองว่าใครได้เงินก่อนหลัง โดยมือแรกท้าวแชร์จะเป็นผู้ได้เงินไป ที่ผ่านมา 2 เดือน ได้เปียแชร์ก่อน 2 วง หลังจากเปียแชร์ นางอภิญญาฯ เห็นว่าตนเองนั้นมีเงินก้องก็จะออกอุบายพูดชักชวนให้ออมเงินโดยให้ลงเท่าไหร่ก็ได้โดยมีดอกเบี้ยให้ในอัตราที่สูง เช่น หากลง 1,000 บาท อีก 10 วัน จะได้ดอกเบี้ย 500 บาทหากลง 10,000 บาทอีก 10 วันจะได้ 3,500 &amp;ndash; 4,000 บาท แต่หากไม่สนใจจะนำดอกเบี้ยสูง ๆ มาจูงใจให้ลง จนใจอ่อนเพราะเห็นเพื่อนบ้านที่ลงเงินแล้วได้เงินตอบแทนสูง โดยในวันที่ 12 พค.63 ออมเงินไป 10,000 บาท อีก 10 วันคือวันที่ 22 พค. แจ้งว่า ได้รับดอกเบี้ย 3,500 บาทก็ได้รับจริง ๆ และยังได้รับแจ้งว่าจะได้แบบนี้ทุก ๆ 10 วัน แต่ยังไม่ถึงวันที่ 2 มิ.ย.ที่จะได้รับอีก ก็ถูกโกงก่อน เงินต้นก็ไม่ได้คืน&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
พ.ต.อ.พิชัยภูษิส จารุพงศ์ ผกก.สภ.บ้านฝาง กล่าวว่า &amp;nbsp;เบื้องต้นมีผู้เสียหายเข้าแจ้งความที่ สภ.บ้านฝางจำนวน 57 ราย นอกจากนี้ ยังพบว่ามีผู้เสียหายนอกพื้นที่ทั้งที่ในพื้นที่ สภ.บ้านเป็ด สภ.มัญจาคีรี สภ.เมืองขอนแก่น และพื้นที่ จ.สมุทรปราการ รวมถึงมีผู้เสียหายที่อยู่ต่างประเทศทั้งกัมพูชาและ เกาหลีใต้ ก็ถูกนางอภิญญาฯ หลอกให้เล่นแชร์และออมเงินแล้วเชิดเงินหนีหาย อย่างไรก็ตามขณะนี้ได้แจ้ง 3 ข้อหากับนางอภิญญญา ตามพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ. 2542 &amp;nbsp;และ พรบ.การเล่นแชร์ โดยจะเร่งสอบสวนและออกหมายจับนางอภิญญาฯ ให้เร็วที่สุด&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/67444</URL_LINK>
                <HASHTAG>จ.ขอนแก่น, ชาวบ้านป่าหวายนั่ง, ตำรวจ, เล่นแชร์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200531/image_big_5ed358065b109.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>55605</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/01/2020 14:23</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/01/2020 14:23</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>แก๊งแชร์ &#039;แม่มณี&#039; ให้การปฏิเสธคดีฉ้อโกง ศาลนัดตรวจหลักฐาน 9 มี.ค.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;27 ม.ค.63 - ที่ห้องเวรชี้ ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก ศาลนัดสอบคำให้การจำเลย คดีแชร์แม่มณี หมายเลขดำ อ.167/63 ที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีพิเศษ 1เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง น.ส.วันทนีย์ หรือเดียร์ ทิพย์ประเวช อายุ 30 ปี ชาว จ.อุดรธานี เจ้าของวงแชร์ &amp;ldquo;แม่มณี&amp;rdquo;, นายเมธี หรือบอส ชิณภา อายุ 20 ปี ชาว จ.อุดรธานี แฟนหนุ่มของ น.ส.วันทนีย์ , นายปิยะ หรือเป้ คีรีสุวรรณกุล อายุ 22ปี ชาว จ.อุดรธานี , น.ส.พรสวรรค์ หรือฝ้าย ภูอินอ้อย อายุ20 ปีชาว จ.อุดรธานี &amp;nbsp;, น.ส.ธวัลรัตน์ ทิพย์ประเวช อายุ 58 &amp;nbsp;ปี ชาว จ.อุดรธานี มารดา น.ส.วันทนีย์ , น.ส.วิไลวรรณ หรือมิ้น หงษ์ประชาทรัพย์ อายุ 26 ปี ชาว จ.อุดรธานี น.ส.นิตยา หรือโบว์ พินนอก อายุ 28 ปี ชาว จ.ชัยภูมิ , นายบริภัทร เข็มรัตน์ อายุ 23 ปี ชาว จ.อุดรธานี และนายปิยะเศรษฐ์ ธิโสภา อายุ 24 ปี &amp;nbsp;ร่วมกันเป็นจำเลยที่ 1-9 ในความผิดฐานร่วมกันกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน, ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน และร่วมกันนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลอันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 83,91,341 พ.ร.ก.การกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน พ.ศ.2527 มาตรา 3,4,5 11/1,12 พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติมพ.ร.ก.การกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงพ.ศ.2527,พ.ศ.2534มาตรา345 พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติม พ.ร.ก.การกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกง(ฉบับที่2)พ.ศ.2545 &amp;nbsp;มาตรา 3,4,5 พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550 มาตรา14และ พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2560 มาตรา8&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อัยการโจทก์ระบุฟ้องพฤติการณ์ความผิดสรุปว่า เมื่อระหว่างวันที่ 1 มี.ค. - 30 ต.ค. 2562 จำเลยที่ 1, 4 ได้โพสต์เฟซบุ๊กประกาศให้ประชาชนทั่วไปมาร่วมออมเงินหรือร่วมลงทุนกับจำเลยที่ 1, 4 กับพวก โดยจะได้ผลตอบแทนมากกว่าปกติเป็นพิเศษ ซึ่งมีแผนการตลาดหรือรูปแบบการลงทุนจัดแบ่งออกเป็นวงแชร์จำนวนการลงทุนวงละ 1,000 บาท จะได้รับผลตอบแทน 930 บาท ต่อหนึ่งวง เมื่อครบกำหนด 1 เดือน นับแต่วันที่ลงทุนหรือวันที่ฝากเงินมายังบัญชีที่พวกจำเลยแจ้ง โดยผู้ลงทุนจะได้รับเงินที่ลงทุนพร้อมผลตอบแทนกลับไปจำนวนวงแชร์ละ 1,930 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อจำเลยที่ 1, 4 กับพวก ได้เปลี่ยนเป็นการลงทุนระยะสั้นดังนี้ โดยลงทุน 400 บาท ได้รับผลตอบแทน 100 บาท เมื่อครบกำหนด 7 วัน โดยจะได้รับคืนเป็นเงิน 500 บาท, ลงทุน 400 บาท ได้รับผลตอบแทน 150 บาท เมื่อครบกำหนด 12 วัน จะได้รับคืนเป็นเงิน 500 บาท, ลงทุน 150 บาท ได้รับผลตอบแทน 150 บาท เมื่อครบกำหนด 12 วัน จะได้รับคืนเป็นเงิน300 บาท, ลงทุน 150 บาท ได้รับผลตอบแทน 150 บาท เมื่อครบกำหนด 13 วันจะได้รับคืนเป็นเงิน 300 บาท โดยข้อความดังกล่าวล้วนเป็นความเท็จ เพราะความจริงแล้วจำเลยที่ 1, 4 กับพวก ไม่ได้จัดให้มีการออมเงินหรือร่วมลงทุนโดยได้รับผลตอบแทนมากกว่าปกติดังกล่าวแต่อย่างใด &amp;nbsp;เพียงแต่เป็นอุบายให้ได้มาซึ่งทรัพย์สินเงินทองจากประชาชนผู้ถูกหลอกลวงเท่านั้น โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้เสียหายรวม 2,533 ราย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภายหลังจำเลยที่ 1, 4 ได้ร่วมกันกระทำความผิดแล้ว จำเลยทั้ง9คนได้บังอาจร่วมกันฉ้อโกงหลอกลวงประชาชนทั่วไป ด้วยการแสดงข้อความอันเป็นเท็จหรือปกปิดข้อเท็จจริงฯ และร่วมกันหลอกลวงประชาชนโดยโฆษณาหรือประกาศฯ ให้ประชาชนทั่วไปมาร่วมออมเงินหรือร่วมลงทุนกับจำเลยทั้งหมด &amp;nbsp;จะได้ผลตอบแทนมากกว่าปกติเป็นพิเศษดังกล่าว โดยแผนการตลาดหรือการลงทุนแต่ละแผนนั้น จำเลยทั้งหมดจะจ่ายหรืออาจจ่ายผลประโยชน์ตอบแทนให้ ตามพฤติการณ์แห่งการกู้ยืมเงินแก่ผู้ร่วมลงทุนสูงกว่าอัตราดอกเบี้ยสูงสุดที่สถาบันการเงินตามกฎหมายว่าด้วยดอกเบี้ยให้กู้ยืมของสถาบันการเงินจะพึงจ่ายได้ โดยได้ผลประโยชน์ตอบแทนตั้งแต่อัตราร้อยละ 1,116 &amp;ndash; 3,040.45 ต่อปี อันเป็นความเท็จ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และเป็นการประกาศให้ประชาชนเข้าร่วมลงทุน ซึ่งเป็นการกู้ยืมเงินตามกฎหมาย โดยจำเลยทั้งหมดจะจ่ายผลประโยชน์ตอบแทนให้แก่ผู้ให้กู้ยืมหรือผู้ร่วมลงทุนในอัตราที่สูงกว่าอัตราดอกเบี้ยสูงสุดที่สถาบันการเงินตามกฎหมายจะพึงจ่ายได้ ซึ่งมีอัตราดอกเบี้ยร้อยละ 3.80 ต่อปีเท่านั้น ทั้งที่ความจริงแล้วพวกจำเลยทั้งไม่สามารถจ่ายผลประโยชน์ในอัตราดังกล่าวให้แก่ผู้ลงทุนได้ โดยพวกจำเลยทั้งรู้หรือควรรู้อยู่แล้วว่าจะนำเงินที่ได้จากผู้ให้กู้ยืมหรือผู้ร่วมลงทุนรายนั้นหรือรายอื่นมาจ่ายเป็นผลประโยชน์หมุนเวียนให้แก่ผู้ให้กู้ยืมหรือผู้ร่วมลงทุนรายก่อน เมื่อไม่มีผู้ให้กู้ยืมหรือผู้ร่วมลงทุนเพิ่ม ผู้ให้กู้ยืมหรือผู้ร่วมลงทุนก็ไม่สามารถได้รับผลตอบแทนและเงินร่วมลงทุนกลับคืนได้ และพวกจำเลยที่รู้หรือควรรู้อยู่แล้วว่าตนไม่สามารถประกอบกิจการใดๆ โดยชอบด้วยกฎหมาย ที่จะให้ผลประโยชน์ตอบแทนดังกล่าวพอเพียงที่จะนำมาจ่ายในอัตรานั้นได้ ทำให้ผู้เสียหายหลงเชื่อ จึงได้จ่ายเงินให้กับจำเลยทั้งเก้าไปตามจำนวนเงินของผู้เสียหายแต่ละราย รวมทั้งสิ้น 1,376,215,359.74 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โจทก์จึงขอให้ศาลพิพากษาลงโทษจำเลยตามความผิดและให้พวกจำเลยทั้งเก้าชดใช้เงินคืนแก่ผู้เสียหายทั้ง 2,533 ราย รวม 1,376,215,359.74 บาท ด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วันนี้เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ ได้เบิกตัวจำเลยทั้งหมดจากเรือนจำมาสอบคำให้การ โดยศาลอ่านและอธิบายคำฟ้องให้พวกจำเลยฟังจนเข้าใจและสอบถามว่า จะรับสารภาพหรือปฏิเสธ ปรากฏว่า จำเลยทั้งหมดให้การปฏิเสธ ขอต่อสู้คดี ศาลจึงนัดตรวจพยานหลักฐานทั้งสองฝ่าย วันที่ 9 มี.ค.นี้ เวลา 13.30 น.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/55605</URL_LINK>
                <HASHTAG>ฉ้อโกง, ต้มตุ๋น, อาชญากรรม, เล่นแชร์, แม่มณี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200127/image_big_5e2e8dce0c4e4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
