<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>81688</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/10/2020 10:17</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/10/2020 10:17</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รัฐบาลเชื่อปลดล็อคปัญหาการเมืองได้โอกาสประเทศรออยู่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;25 ต.ค.2563 น.ส.รัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า จากสถานการณ์ความเห็นต่างทางการเมืองที่เกิดขึ้น รัฐบาลมีความตั้งใจที่จะให้เวทีรัฐสภาเป็นกลไกในการคลี่คลายสถานการณ์ โดยพร้อมรับฟังข้อมูลและความเห็นจากผู้แทนทุกฝ่าย เพื่อหาทางออกที่เหมาะสมและเป็นที่ยอมรับของคนส่วนมาก ทั้งนี้ควบคู่ไปกับการแก้ปัญหาทางการเมือง รัฐบาลได้ดำเนินการฟื้นฟูเศรษฐกิจผ่านมาตรการระยะสั้นและระยะยาว เพื่อบรรเทาผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโควิด19 และให้ประเทศเดินหน้าต่อได้อย่างเต็มศักยภาพ ซึ่งขณะนี้ เริ่มมีสัญญาณของการปรับตัวในทิศทางที่ดีขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการประเมินจากIMF ที่เห็นว่าไทยมีการหดตัวทางเศรษฐกิจลดน้อยกว่าเดิมจากที่คาดไว้เมื่อกลางปีที่ติดลบ7.7% เป็น ติดลบ 7.1% และยอดการส่งออกสินค้าไทยเดือนก.ย. ก็หดตัวน้อยลงต่อเนื่องเป็นเดือนที่สามแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มากไปกว่านั้น ยังมีอีกหลายโครงการที่เชื่อว่าจะส่งผลต่อการเติบโตทางการค้าและการลงทุนหลังผ่านช่วงโควิด19 อย่างแน่นอน อาทิ โครงการเขตพัฒนาเศรษฐกิจภาคตะวันออก (EEC) ซึ่งในช่วงเดือน ม.ค.-ส.ค. ที่ผ่านมา มีผู้ขอรับการส่งเสริมการลงทุน รวม เงินลงทุน 6.8 หมื่นล้านบาท โครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจภาคใต้อย่างยั่งยืน(SEC) ที่เดินหน้าแล้วเรื่อง การพัฒนาท่าอากาศยาน ท่าคือโครงสร้างพื้นฐาน เพื่อรองรับกลุ่มประเทศเอเซียใต้ ที่มีประชากรกว่า 1.5 พันล้านคน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับด้านการขยายตลาดต่างประเทศ รัฐบาลได้เป็นตัวกลางจับคู่ผู้ประกอบการไทย-ต่างประเทศ พาสินค้าเกษตรไทยขึ้นแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซของจีนและอินเดีย และล่าสุดได้มีการตกลงที่จะส่งเสริมการค้าการลงทุนกับรัสเซีย เพื่อผลักดันการเพิ่มมูลค่าการค้า 10,000 ล้านเหรียญสหรัฐ ให้ได้ในอีกสามปีข้างหน้า ยังมีเรื่องการผลิตวัคซีนป้องกันโควิด19 &amp;nbsp;เพื่อประเทศไทยจะมีวัคซีนใช้เพียงพอและทันกับประเทศอื่นๆ รัฐบาลอนุมัติงบประมาณจำนวน 1,000 ล้านบาท ให้แก่สถาบันวัคซีนแห่งชาติเพื่อทำการวิจัยและพัฒนาวัคซีน มากไปกว่านั้น นโยบายบายประกันรายได้เกษตรกร ที่สร้างความแน่นอนเรื่องรายได้แก่เกษตรกร 7.3 ล้านครัวเรือน ทั่วประเทศ ได้ดำเนินการสำเร็จเป็นที่เรียบร้อยและเดินหน้าต่อในะรอบปีการผลิต 63/64&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น.ส.รัชดา กล่าวว่า ท่ามกลางบรรยากาศของความเห็นต่าง รัฐบาลรับทราบความคิดเห็นของทุกฝ่าย และมีความตั้งใจที่จะหาทางออกที่เหมาะสมร่วมกับสมาชิกรัฐสภา ซึ่งจะมีการประชุมในวันที่ 26-27 ต.ค.นี้ &amp;nbsp; อีกทั้งการแก้ไขรัฐธรรมนูญก็คาดว่าจะมีในกลางเดือนพ.ย. อนึ่ง พร้อมกันไปกับการคลี่คลายปัญหาทางการเมือง รัฐบาลได้บริหารราชการโดยมุ่งเน้นให้เกิดการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน โครงการระยะยาวจำนวนมากได้เริ่มต้นไปแล้วและมีความจำเป็นต้องได้รับการสานต่อ จึงหวังเป็นอย่างยิ่งว่า คนไทยจะสามารถหาทางออกร่วมกัน รับทราบสิ่งดีๆที่เป็นโอกาสของประเทศ และหันมาร่วมมือกันทำให้โอกาสนั้นเกิดเป็นประโยชน์แก่บ้านเมืองอย่างแท้จริง&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/81688</URL_LINK>
                <HASHTAG>รัชดา ธนาดิเรก, เวทีรัฐสภา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201006/image_big_5f7c6e00cfbb0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
