<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>70087</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/06/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/06/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปลุกนิรโทษปรองดองสลายสีเสื้อ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; เวทีเสวนาหลายภาคส่วนประสานเสียง ถึงเวลาสร้างความปรองดอง สลายเสื้อสี หนุนนิรโทษกรรมคดีการเมือง &amp;quot;อดุลย์&amp;quot; ย้อนเจ็บ หากยึดกฎหมาย &amp;quot;ประยุทธ์&amp;quot; ต้องติดคุกด้วย เพราะยึดอำนาจมา &amp;quot;พล.อ.เอกชัย&amp;quot; เตือนถ้าไม่ปรองดองหลังโควิดม็อบนักศึกษามาแน่ นักวิชาการแนะผู้นำต้องมีเจตจำนงอย่างแท้จริง &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย วันที่ 29 มิถุนายน คณะกรรมการญาติวีรชนพฤษภา 35 จัดเสวนา &amp;ldquo;การผนึกทุกภาคส่วน ร่วมวางอนาคตประเทศไทย&amp;rdquo; โดยนายอดุลย์ เขียวบริบูรณ์ ประธานคณะกรรมการญาติวีรชนพฤษภา 35 กล่าวว่า 28 ปีจากเหตุการณ์พฤษภา 35 บ้านเมืองสงบเพราะมีการพูดคุยกันระหว่างญาติผู้สูญเสียและ พล.อ.สุจินดา คราประยูร อดีตนายกรัฐมนตรี ส่วนการที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ลั่นวาจาว่าจะปรองดองได้ต้องเคารพกฎหมายก่อน นับเป็นความไม่เข้าใจกระบวนการอยู่ร่วมกันอย่างยิ่ง เพราะการที่บ้านเมืองจะสงบได้นั้น ไม่ได้อยู่ที่กฎหมายเพียงอย่างเดียว แต่ต้องมีความเมตตาธรรม เพราะถ้าพูดถึงเรื่องกฎหมาย พล.อ.ประยุทธ์เองก็ต้องเข้าคุกด้วย เพราะยึดอำนาจมา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.เอกชัย ศรีวิลาศ ผู้อำนวยการสำนักสันติวิธีและธรรมาภิบาล สถาบันพระปกเกล้า กล่าวว่า ตอนนี้เราต้องสร้างบรรยากาศให้เอื้อต่อการอยู่ร่วมกัน เปิดพื้นที่ทางการเมืองและเศรษฐกิจให้ประชาชน ส่วนการเมืองหลังโควิด-19 นักศึกษาจะออกมาเคลื่อนไหว ซึ่งหากยังไม่เปิดพื้นที่การเมือง การเมืองไทยก็จะยิ่งต่างไปจากเดิมอย่างมาก แต่วันนี้ถือเป็นนิมิตหมายอันดีที่มีนักการเมืองรุ่นใหม่เข้ามาสู่การเมืองจำนวนมาก ส่วนการปรองดอง ประเทศไทยมีแผนจำนวนมากแล้ว ควรเริ่มปฏิบัติเสียที นับแต่ปี 2549 มาถึงปัจจุบัน ยังไม่มีการนำแผนเกี่ยวกับการปรองดองมาใช้เลย มีเพียงการจัดทำแผนจากคณะกรรมการต่างๆ หลายคณะ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;วันนี้ถ้าไม่มีการปรองดอง อาจเกิดสิ่งที่เราคาดไม่ถึงก็ได้ เพราะนับตั้งแต่ปี 2475 เป็นต้นมา จะเห็นว่าทุกๆ กว่า 20 ปี จะเกิดเหตุการณ์ใหญ่เสมอมา&amp;quot; พล.อ.เอกชัยกล่าว
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายภูมิ มูลศิลป์ ประธานหลักสูตรนิติศาสตรบัณฑิต คณะสังคมศาสตร์ มศว และอดีตคณะกรรมการศึกษาแนวทางสร้างความปรองดอง สภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) กล่าวว่า นับแต่ปี 2553 ถึงปัจจุบัน เราไม่เคยขาดกรรมการปรองดอง โดยการแก้ไขปัญหาจะต้องพูดคุยกัน แต่กระบวนการยุติธรรมในระยะเปลี่ยนผ่านก็มีความจำเป็น สำหรับแนวปฏิบัติในการปรองดองที่คณะกรรมการปรองดอง ที่มีนายเอนก เหล่าธรรมทัศน์ เป็นประธาน ประกอบด้วย 1.สร้างความเข้าใจร่วมในความขัดแย้ง 2.การแสวงหาและเปิดเผยข้อเท็จจริง 3.อำนวยความยุติธรรม 4.เยียวยาฟื้นฟู 5.สร้างสภาวะเอื้อการอยู่ร่วมกัน 6.เรียนรู้จากอดีต ทั้งนี้ ผู้นำรัฐบาลต้องมีเจตจำนงปรองดองอย่างแท้จริง โดยเปิดโอกาสให้ทุกฝ่ายมีส่วนร่วม และการปรองดองต้องเป็นอิสระ ไม่มีเกณฑ์บังคับ และการแก้ไขปัญหาปรองดองอย่างแท้จริง ต้องมีกติกาที่ถูกต้องเป็นธรรม &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายประสาร มฤคพิทักษ์ อดีตสมาชิกวุฒิสภา กล่าวว่า การปรองดองต้องไม่นิรโทษกรรมเหมาเข่ง สุดซอย เพราะถ้าสุดซอยเมื่อใดก็พังพินาศเมื่อนั้น ส่วนตัวได้รับอานิสงส์จากนโยบาย 66/23 จึงเห็นว่า พ.ร.บ.นิรโทษกรรมมีความสำคัญต่อบ้านเมือง เพราะเราจะปล่อยให้บ้านเมืองเกิดความขัดแย้งต่อไปไม่ได้ ขณะนี้ผู้ที่อยู่ในความขัดแย้งต่างติดคุก การปรองดอง ถึงเวลาของการปฏิบัติจริง ไม่ใช่เวลาของการศึกษาอีกแล้ว เพราะนี่คือ new normal ปรองดอง คือการนิรโทษกรรม สมานฉันท์ โดยต้องเสนอกฎหมายนิรโทษกรรมเข้าสภาโดยเร็ว ก่อนวันที่ 28 ก.ค.2563 ยิ่งดี
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายพิภพ ธงไชย อดีตแกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย กล่าวว่า การจะนิรโทษกรรมครั้งนี้ ต้องไม่ใช่เพื่อแกนนำ แต่ต้องเป็นไปเพื่อสลายมวลชน เหมือนกับสมัย พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ เป็นการปรองดองของมวลชนทั้งสองฝ่าย ไม่ใช่ปรองดองกับแกนนำ เพื่อที่มวลชนจะได้เลิกทะเลาะกัน เพราะแกนนำหลายฝ่ายนั้น รับโทษจากการต้องคดีไม่น้อยไปกว่ากันมาเป็นเวลานานพอสมควรแล้ว โดยสภาผู้แทนราษฎรต้องออกเป็น พ.ร.บ. เพราะอนาคตถ้าความเกลียดชังยังดำรงอยู่ ก็จะเกิดปัญหาใหญ่ขึ้นอย่างแน่นอน &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายชวลิต วิชยสุทธิ์ ส.ส.นครพนม พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า นับแต่ปี 2548 เป็นต้นมา เรามีความขัดแย้งอย่างต่อเนื่อง ตอนนี้มีการชุมนุมของนักเรียนนักศึกษา ซึ่งผู้นำต้องนำหลักอภัยและเมตตาเข้ามาใช้ แต่การสร้างความปรองดอง จะไม่ใช่แค่การนิรโทษกรรม แต่ต้องพูดคุยกัน เยียวยาผู้ได้รับผลกระทบ ทั้งจากการบาดเจ็บล้มตาย พร้อมกับการค้นหาความจริงและมีบทเรียนให้คนรุ่นหลังได้ศึกษา นอกจากนี้ยังต้องแก้ไขรัฐธรรมนูญ 2560 ซึ่งไม่สอดคล้องกับกระบวนการประชาธิปไตย โดยการนิรโทษกรรมเป็นหน้าที่ของรัฐบาล โดยการนิรโทษกรรมต้องไม่รวมคดีทุจริตและประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 และยืนยันว่าไม่เอารัฐบาลแห่งชาติ แต่ต้องเดินทางกระบวนการประชาธิปไตย
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายปรีดา เตียสุวรรณ์ นักธุรกิจระหว่างประเทศ กล่าวว่า เหตุผลที่ประเทศไทยกระจายรายได้แย่ที่สุด และมีความเหลื่อมล้ำมาก เพราะเราขาดหลักนิติธรรม กระบวนการยุติธรรมไม่ได้รับใช้คนทั้งประเทศ ความไม่ยุติธรรมก่อให้เกิดความแตกแยก ไม่ปรองดอง เป็นผลต่อเศรษฐกิจอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ดังนั้นจึงต้องเร่งให้เกิดความปรองดอง เข้าใจซึ่งกันและกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนนางพะเยาว์ อัคฮาด มารดาของ น.ส.กมนเกด อัคฮาด หรือเกด พยาบาลอาสาที่เสียชีวิตจากเหตุการณ์ชุมนุมของ นปช.ปี 2553 กล่าวว่า การปรองดองควรเปิดเวทีรับฟังความเห็นจากทุกภาคส่วน เพราะบริบทสังคมในตอนนี้เปลี่ยนไปจากอดีตมาก หากเสนอสภาไปโดยไม่ฟังความเห็นรอบด้าน เชื่อว่าจะมีปัญหาอย่างแน่นอน สำหรับการนิรโทษกรรม หากยกโทษเจ้าหน้าที่รัฐ คงเป็นไปได้ยาก เพราะบางครั้งเจ้าหน้ารัฐผู้รับคำสั่งนั้น ทำเกินกว่าเหตุ ทั้งนี้ขอเสนอว่าควรทำประชาพิจารณ์ในการนิรโทษกรรมด้วย.
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/70087</URL_LINK>
                <HASHTAG>นิรโทษกรรมคดีการเมือง, สร้างความปรองดอง, สลายเสื้อสี, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เวทีเสวนา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200629/image_big_5ef9f2319c296.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>58464</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/02/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/02/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อดีต55ส้มหวานสุมหัว หวังตกผลึก‘พรรคใหม่’</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;ldquo;ปริญญา&amp;rdquo; แย้งข้อกฎหมาย อนาคตใหม่ไม่ควรผิดถึงยุบพรรค บอกหากผิด ม.66 พ.ร.ป.พรรคการเมือง แล้วพ่วง ม.72 โดยอัตโนมัติ ทำไมไม่เขียนเป็นข้อเดียวกันไปเลย &amp;ldquo;เจษฎ์&amp;rdquo; ติง หลายกรณีคำวินิจฉัยศาล รธน.ยังไม่ชัดเจน ด้าน 55 ส.ส.อนค.เดินทางไปประชุมต่างจังหวัดถอดบทเรียนการทำงาน 1 ปีที่ผ่านมา &amp;quot;พิธา&amp;quot; รับมีการคุยถึงพรรคใหม่ แต่ขออุบชื่อไว้ก่อน &amp;quot;สนท.&amp;quot; จี้ &amp;quot;ส.ว.-ศาล รธน.-องค์กรอิสระ&amp;quot; พร้อมใจลาออกมายืนข้าง ปชช.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันศุกร์ ที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย คณะนิติศาสตร์ จัดเวทีเสวนาเรื่อง วิเคราะห์ยุบพรรคอนาคตใหม่ โดยมีนายเจษฎ์ โทณะวณิก อดีตที่ปรึกษาคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ และนายปริญญา เทวานฤมิตรกุล อาจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ร่วมเสวนา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายปริญญากล่าวว่า การกู้เงินนั้น มีการพูดกันมากว่า พ.ร.ป.พรรคการเมือง ม.62 ไม่ได้ระบุไว้ว่ารายได้ของพรรคการเมืองมาจากเงินกู้ได้ ซึ่งคำวินิจฉัยของศาลไม่ได้ใช้ข้อนี้ในการยุบพรรค แต่มีประเด็นเปิดคือ แม้ พ.ร.ป.พรรคการเมืองมิได้บัญญัติห้ามการกู้ยืมสำหรับพรรคการเมืองไว้โดยชัดเจน แต่ก็ไม่ได้รับรองว่าให้ทำได้ นอกจากนี้ยังมีส่วนสำคัญคือพรรคการเมืองมีสถานะเป็นนิติบุคคลตามกฎหมายมหาชน ซึ่งจะมีผลต่อการตีความในอำนาจหน้าที่ และสิทธิ หน้าที่ อย่างไรก็ตาม มีการพูดกันว่าเงินกู้จะนับเป็นรายได้ได้อย่างไร มันเป็นหนี้สินมากกว่า แต่มาตราดังกล่าวมีการแก้ไข ต่างจากฉบับบที่ผ่านๆ มา ที่มีวงเล็บสุดท้ายระบุว่า &amp;quot;อื่นๆ&amp;quot; ซึ่งต่างกับ พ.ร.ป.ฉบับนี้ นอกจากนี้ ในหมวด 5 ของ ม.62 รายได้ของพรรคการเมืองวรรคหนึ่ง มีการระบุว่า พรรคการเมือง &amp;ldquo;อาจ&amp;rdquo; มีรายได้ดังต่อไปนี้ หมายถึงพรรคการเมืองมีสิทธิที่จะมีรายได้ทางอื่นนอกจากนี้ได้อีก ซึ่งบทลงโทษของ ม.62 อยู่ที่ ม.122 แต่ไม่มีบทลงโทษสำหรับ ม.62 วรรคหนึ่ง หมายความว่า วรรคหนึ่งของ ม.62 ไม่ใช่บทบังคับ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ ประเด็นสำคัญคือ 1.หากไม่มีกฎหมายเขียนไว้ว่าทำได้ แปลว่าทำไม่ได้นั้น ใช้กับองค์กรรัฐ หรือไม่มีกฎหมายห้าม แปลว่าทำได้ ใช้กับพลเมือง ตามหลักที่ว่าประชาชนมีสิทธิตราบเท่าที่ไม่มีกฎหมายจำกัด ซึ่งกรณีของพรรคการเมือง ต้องดูนิยามใน พ.ร.ป.พรรคการเมือง ตาม ม.4 ระบุว่า พรรคการเมืองเป็นคณะบุคคลที่รวมตัวกันจัดตั้งเป็นพรรคการเมืองโดยได้จดทะเบียนตาม พ.ร.ป.ฉบับนี้ จากการรวมตัวกันของคณะบุคคล ขณะที่รัฐธรรมนูญ 2560 มาตรา 45 ระบุว่า บุคคลย่อมมีเสรีภาพในการรวมตัวกันจัดตั้งพรรคการเมืองตามวิถีการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ซึ่งมีการรับรองเสรีภาพไว้ หากจะยุบพรรค โดยหลักการมีเหตุเดียวคือ มีพฤติการณ์ล้มล้างการปกครอง มิฉะนั้นก็ต้องใช้วิธีอื่น แต่กฎหมายพรรคการเมืองของเรามีเหตุแห่งการยุบพรรคอย่างกว้างขวาง หมายความว่า พรรคการเมืองนั้นอยู่ในซีกของพลเมือง มิใช่องค์กรรัฐ
ปริญญาชี้&amp;#39;อนค.&amp;#39;ไม่ควรถึงยุบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายปริญญากล่าวว่า รัฐธรรมนูญ ม.25 ระบุไว้ว่า การใดที่ไม่ห้าม หรือจำกัดไว้ในรัฐธรรมนูญ หรือกฎหมายอื่น บุคคลย่อมมีสิทธิเสรีภาพที่จะกระทำการนั้นได้ และได้รับความคุ้มครองตามรัฐธรรมนูญ ซึ่งชัดเจนว่าระบบของเราคือ ถ้าไม่ห้ามแสดงว่าทำได้ อย่างไรก็ตาม การเป็นพรรคการเมืองของประเทศไทยต้องจดทะเบียน ตาม พ.ร.ป.พรรคการเมือง และเมื่อ พ.ร.ป.พรรคการเมืองเป็นกฎหมายมหาชน หมายความว่าพรรคการเมืองเป็นนิติบุคคลตามกฎหมายมหาชน ทำให้มีสิทธิหน้าที่ตามที่ พ.ร.ป.พรรคการเมืองกำหนดห้ามทำสิ่งที่เขาห้าม ส่วนคำแนะนำนั้นเป็นเรื่องที่ทำได้หรือไม่ทำก็ได้ อย่างใน ม.62 ซึ่งไม่ได้มีห้ามเรื่องการกู้เงินไว้ ดังนั้นถ้าไม่มีกฎหมายห้ามไม่ให้ทำในเรื่องใด ก็ไม่อาจถือได้ว่าผิดกฎหมาย ตาม รธน.ม.25 เพียงแต่ประเด็นคือ คำวินิจฉัยคดีดังกล่าวบอกว่า เนื่องจากมีอัตราดอกเบี้ย และเบี้ยปรับที่ไม่เป็นไปตามปกติการค้า พูดง่ายๆ คือการที่คิดดอกเบี้ยต่ำเป็นการบริจาค ดังนั้นนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ เคยบริจาคไปแล้ว 8.5 ล้านบาท เมื่อร่วมกับดอกเบี้ย ที่ถูกตีว่าเป็นเงินบริจาค จึงเกิน 10 ล้านบาท ผิดตาม พ.ร.ป.พรรคการเมือง ม.66
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ประเด็นที่ผมอยากจะวิเคราะห์คือ การกู้ยืมเงินไม่มีกฎหมายกำหนดว่าคิดดอกเบี้ยเท่าไร และไม่จำเป็นต้องเป็นการค้าเสมอไป อย่างเพื่อนมาขอยืมเงิน มันไม่ใช่เรื่องการค้า ซึ่งการคิดดอกเบี้ยเป็นสิทธิในการตกลงกันทั้ง 2 ฝ่าย ซึ่งการที่ผิด ม.66 จากวิธีการดังกล่าว แล้วนำมายุบพรรคนั้นไปไกลเกิน นอกจากนี้ ม.66 ก็ไม่มีบทลงโทษยุบพรรค มีโทษจำคุก หรือเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง ซึ่งเป็นโทษอาญาล้วนๆ ซึ่งหากเป็นโทษทางอาญาต้องสันนิษฐานไว้ก่อนว่าจำเลยไม่มีความผิด หรือต้องมีหลักฐานว่า เขาลดดอกเบี้ยเพราะต้องการเลี่ยง ม.66 ถ้าไม่มีหลักฐานแสดงว่าไม่ผิด แต่กรณีดังกล่าว พอผิด ม.66 แล้ว กลายเป็นผิด ม.72 ด้วยโดยอัตโนมัติ แต่ถ้าผิดแบบนี้ ทำไมถึงเขียนแยกมาตรากัน และบทลงโทษก็ไม่เหมือนกัน&amp;quot;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายปริญญาชี้ว่า องค์ประกอบความผิดใน พ.ร.ป.พรรคการเมือง ม.72 นั้น ระบุว่า เงินที่ห้ามพรรคการเมืองรับบริจาคนั้น จะต้องได้มาโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย หรือมีแหล่งที่มาโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย เช่น เงินบริจาคที่ได้มาจากอาชญากรรม การฟอกเงิน หรือยาเสพติด และกรรมการบริหารต้องรู้ ถึงจะเข้ามาตราดังกล่าว หากเรายอมรับว่าการคิดดอกเบี้ยต่ำ เป็นเงินบริจาค อย่างมากก็ผิดแค่ ม.66
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;เมื่อกฎหมายไม่ได้ห้ามพรรคการเมืองกู้เงิน และไม่มีการกำหนดอัตราดอกเบี้ย เพราะฉะนั้นการกู้เงินไม่ผิดกฎหมาย ส่วนดอกเบี้ยคิดเท่าไรก็ตามแต่ตกลงกัน เพราะฉะนั้นการจ่ายดอกเบี้ยตามที่ตกลง มันจะกลายเป็นเรื่องไม่ชอบด้วยกฎหมาย และนำไปสู่การยุบพรรคได้อย่างไร&amp;quot; นายปริญญาระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายเจษฎ์กล่าวว่า บ่อยครั้งศาลรัฐธรรมนูญตัดสินหลายๆ กรณี ความรัดกุมในการเขียนคำวินิจฉัย หรือรายละเอียดหลายประการเป็นที่คลางแคลง เพราะหลักการทางกฎหมายไม่หนักแน่น และทำให้เกิดการถกเถียงกันค่อนข้างมาก บทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ 2560 มันมีช่องว่าง และมีประเด็นปัญหาจริง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ อดีตพรรคอนาคตใหม่ ให้สัมภาษณ์ที่รัฐสภาว่า คืนวันเดียวกัน ส.ส.ในกลุ่ม 55 คนจะเดินทางไปต่างจังหวัดเพื่อถอดบทเรียนการทำงาน 1 ปีที่ผ่านมา เพื่อพร้อมจะสร้างพรรคให้เข้มแข็ง วางแผนยุทธศาสตร์บุคคลและอุดมการณ์ ทั้งนี้ ยอมรับว่ามีการพูดคุยถึงพรรคใหม่ แต่จะชื่ออะไร ยังไม่ขอเปิดเผย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนนายคารม พลพรกลาง &amp;nbsp;กล่าวว่า ขอขอบคุณ ส.ส. 55 คน ที่ยังอยู่ร่วมเดินไปข้างหน้าพร้อมกันกับประชาชน ส่วน ส.ส.ที่ย้ายไปสังกัดพรรคอื่น ตนไม่ขอตอบว่ามีผลประโยชน์เกี่ยวข้องหรือไม่ เพราะมีมารยาทพอ ไม่อยากให้ใครเรียกว่ากุ๊ย ขอให้สังคมตั้งคำถามเอง
จี้&amp;quot;สว.-ศาลรธน.&amp;quot;ลาออกเพื่อปชช.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ช่วงค่ำ ที่ลานอนุสรณ์สถาน 14 ตุลา ถ.ราชดำเนิน มีการจัดกิจกรรมหัวข้อ &amp;quot;ประชาชนเดินหน้าแก้รัฐธรรมนูญ&amp;quot; โดยภายในงานมีการปราศรัยจากภาคประชาชน การจัดแสดงคอนเสิร์ตจากวง Rap Against Dictatorship เจ้าของเพลงประเทศกูมี พร้อมกิจกรรมติดสติกเกอร์และโพสต์อิทแสดงความคิดเห็นต่อรัฐธรรมนูญ และยังมีการแจกธงเขียวเพื่อรณรงค์ให้เกิดรัฐธรรมนูญฉบับใหม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายพริษฐ์ ชิวารักษ์ แกนนำสหภาพนักเรียน นิสิต นักศึกษาแห่งประเทศไทย (สนท.) ปราศรัยถึงการชุมนุมของนักศึกษา ซึ่งตนเองรับปราศรัยทั่วราชอาณาจักร ระบุนักศึกษาออกมาชุมนุมเพราะเรื่องยุบพรรคอนาคตใหม่ก็เป็นส่วนหนึ่ง แต่การชุมนุมที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ล่าสุด 4 ชั่วโมง ไม่มีคำว่าอนาคตใหม่หรือนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หลุดมาเลย มีแต่คำว่า &amp;quot;ทวงคืนความฝัน ทวงคืนอนาคต&amp;quot; เป็นคำขวัญที่จุดติดแล้ว ทุกคนเป็นปัญญาชนเหมือนกัน รู้ว่ารัฐธรรมนูญเป็นปัญหาอย่างไร สิ่งที่ทำให้เราไม่มีอนาคต ไม่ใช่แค่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ถ้าเปลี่ยนเป็น พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ หรือคนอื่นก็เหมือนกัน รัฐธรรมนูญได้พรากความหวังจากเรา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายพริษฐ์กล่าวว่า รัฐธรรมนูญตั้งแต่ปี 2540 มีหลักประกันให้เรียนฟรี 12 ปี จบ ม.ปลาย แต่รัฐธรรมนูญปี 2560 ไม่มีเรื่อง ม.ปลายเรียนฟรี คือผ่านไป 20 ปี ต้องมาต่อสู้เรื่องเดิม แทนที่จะพูดเรื่องใหม่ๆ อย่างสิทธิสตรี สิ่งแวดล้อม ต้องมาคุยปัญหาพื้นฐานว่าจะเอาประชาธิปไตยหรือไม่ ทั้งที่ระบอบประชาธิปไตยเป็นระบอบที่ชั่วช้าน้อยที่สุด ต้องรื้อทุกอย่างที่ พล.อ.ประยุทธ์สร้างไว้ คือแผนสืบทอดอำนาจตามรัฐธรรมนูญ 2560 ไม่ใช่แค่ไล่ พล.อ.ประยุทธ์ แต่ต้องตั้ง ส.ส.ร. ร่างรัฐธรรมนูญใหม่&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ขอเรียกร้องสามัญสำนึกความเห็นแก่อนาคตจาก 250 ส.ว. ศาลรัฐธรรมนูญ กกต. องค์กรอิสระที่ พล.อ.ประยุทธ์ตั้ง กลับมาอยู่ข้างประชาชน พร้อมใจกันลาออกเพื่อประชาชน&amp;quot; แกนนำ สนท.กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายเลิศศักดิ์ คำคงศักดิ์ หัวหน้าพรรคสามัญชน มองการเคลื่อนไหวของนักศึกษาจะนำไปสู่การแก้รัฐธรรมนูญ โดยเห็นว่าการแก้รัฐธรรมนูญควรเอา 250 ส.ว.และแนวนโยบายแห่งรัฐออก เปลี่ยนให้เป็นเรื่องหน้าที่และความรับผิดชอบของรัฐ ส่วนพรรคสามัญชนคงจะแสดงออกในบทบาทที่ถนัด โดยจะเดินทางจากพื้นที่ต่างๆ ทั่วประเทศ รณรงค์ครั้งใหญ่เพื่อแก้ไขรัฐธรรมนูญ.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/58464</URL_LINK>
                <HASHTAG>ข้อกฎหมาย, ตั้งพรรคใหม่, พรรคอนาคตใหม่, ยุบพรรคอนาคตใหม่, วิเคราะห์ยุบพรรคอนาคตใหม่, ศาล รธน., ศาลรัฐธรรมนูญ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เวทีเสวนา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200228/image_big_5e5919e5690e9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>37232</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/05/2019 18:41</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/05/2019 18:34</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ เปิดรับข้อเสนอโครงการเพื่อขอรับการสนับสนุนทุนแบบทั่วไป (Open Grant) ประจำปี 2562</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ ประกาศเปิดรับข้อเสนอโครงการหรือกิจกรรมเพื่อขอรับการสนับสนุนแบบทั่วไป (Open Grant) ประจำปี 2562 โดยอนุมัติทุนในการพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ วงเงิน 203 ล้านบาท พร้อมจัดเวทีเสวนาให้ความรู้เรื่อง &amp;quot;แนวทางการนำเสนอโครงการฯเพื่อขอรับทุนฯให้น่าสนใจ&amp;quot; ในวันที่ 24 พ.ค. 2562 ที่ผ่านมา เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อม ให้ความรู้ความเข้าใจแก่ผู้สนใจขอรับทุนฯ เปิดรับข้อเสนอเพื่อขอรับทุนตั้ งแต่ 15 พ.ค. ถึง 14 มิ.ย. 2562 เวลา 16.30 น. โดยสามารถขอรับทุนได้ทางออนไลน์ผ่านทางเว็บไซต์ www.thaimediafund.or.th ของกองทุนฯ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;วสันต์ ภัยหลีกลี้ (ที่ 2 จากซ้าย) ผู้จัดการกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ พร้อมด้วยผู้ทรงคุณวุฒิ ผู้เชี่ยวชาญด้านสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ ประกอบด้วย รศ. อรุณีประภา หอมเศรษฐี (ที่ 3 จากขวา) ผู้ทรงคุณวุฒิด้านวิจัยและองค์ความรู้ ผศ. ดร. วรัชญ์ ครุจิต (ที่ 2 จากขวา) ผู้ทรงคุณวุฒิด้านผลิตและพัฒนาสื่อเพื่อเด็ก เยาวชน และประชาชน ลัดดา ตั้งสุภาชัย (ที่ 3 จากซ้าย) ผู้ทรงคุณวุฒิด้านเฝ้าระวังและรู้เท่าทันสื่อ ดร. ธีรารัตน์ พันทวี วงศ์ธนะเอนก (ซ้ายสุด) ผู้ดำเนินรายการ และวรินรำไพ ปุณย์ธนารีย์ (ขวาสุด) รองผู้จัดการกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/37232</URL_LINK>
                <HASHTAG>กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์, วสันต์ ภัยหลีกลี้, เวทีเสวนา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190530/image_big_5cefbf1569164.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
