<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>71846</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/07/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/07/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เปิด‘ไทยซัมมิท’ ยำองค์กรอิสระ วิปลาสเผด็จการ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เปิดตึกไทยซัมมิทยำองค์กรอิสระ &amp;quot;ธนาธร&amp;quot; ซัด กกต.เลือกข้างนำกังขาเลือกตั้ง &amp;quot;นิพิฏฐ์&amp;quot; แนะต้องตั้งเป้าจับทุจริต ไม่ใช่ห่วงสถิติคนใช้สิทธิ &amp;quot;พิชาย&amp;quot; ชี้ปัญหาเป็นระบบราชการเต็มตัว &amp;quot;สมชัย&amp;quot; จุดประกายประชาชนโวยจนไม่กล้าประกาศผลเลือกตั้งซ่อมลำปาง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 18 ก.ค. ที่ห้องประชุมวิวัฒนไชย อาคารไทยซัมมิท เพจ New Consensus Thailand จัดเวทีเสวนาสาธารณะตอน องค์กรอิสระไทย อย่างไรต่อดี? : คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) โดยมีวิทยากร ได้แก่ นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีต กกต., นายพิชาย รัตนดิลก ณ ภูเก็ต อดีตคณบดีพัฒนาสังคมและสิ่งแวดล้อม สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) และประธานคณะกรรมการรณรงค์เพื่อประชาธิปไตย (ครป.), นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ อดีตหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ และประธานคณะก้าวหน้า
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายธนาธรกล่าวว่า ประสบการณ์ส่วนตัวที่ทำพรรคอนาคตใหม่ เราได้เห็นความผิดปกติหลายอย่างของ กกต. แต่ที่ขอยกมาคือกรณีการนับคะแนนใหม่ของเขต 1 จ.นครปฐม ซึ่งเราร้องเรียนไปยัง กกต.ให้มีการนับคะแนนใหม่ แล้วการนับคะแนนใหม่เกิดขึ้นภายใน 1 เดือน ผลการนับใหม่คือการมีบัตรเพิ่มขึ้น 25 ใบ แล้วคะแนนก็เปลี่ยนไป แต่ไม่มี กกต.รับผิดชอบหรือตอบคำถามในกรณีนี้ อีกทั้งเรื่องการประกาศผล ถ้าย้อนกลับไปเลือกตั้ง 3 ก.ค. 2554 ประกาศผลอย่างเป็นทางการในอีก 2 วันทันที แต่การเลือกตั้ง 24 มี.ค.2562 ที่ กกต.ประกาศผลทางการใช้เวลาถึง 45 วัน ในประเทศสมัยใหม่ไม่มีที่ไหนใช้เวลาประกาศเป็นเดือน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กกต.มีหน้าที่กำหนดข้อกฎหมาย จัดเลือกตั้งที่สุจริต แต่ปัจจุบันยังตรวจสอบคัดค้านอะไรไม่ได้เลย เราทราบกันดีว่า กกต.ชุดปัจจุบันได้รับการแต่งตั้งมาจาก สนช. ซึ่งมาจาก คสช. ทำให้ กกต.ที่เลือกข้างทางการเมือง ไม่ยึดโยงกับประชาชน จนนำมาสู่การเลือกตั้งที่มีข้อกังขาอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน หลังการเลือกตั้งวันที่&amp;nbsp; 24 มี.ค.2562 ทำให้เห็นถึงความล้มเหลวของความเป็นกลาง การธำรงไว้ซึ่งความบริสุทธิ์ยุติธรรมของการเลือกตั้ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายธนาธรกล่าวด้วยว่า ความวิปลาสหลายอย่างเกิดขึ้นทั้งใน กกต. ป.ป.ช. และศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งความวิปลาสนี้เป็นอาการไม่ใช่เป็นโรค แต่ต้นตอของเชื้อโรค คือการอยากสืบทอดอำนาจ พวกเขาฝืนกระแสที่จะให้มีการเลือกตั้งจากสังคมไม่ได้ จึงได้ร่างรัฐธรรมนูญ 2560 แล้วเลือกตั้งให้ได้เสื้อคลุมมา รัฐธรรมนูญปี 2560 เป็นการเขียนเพื่ออภิสิทธิ์ชน รับประกันว่าพวกเขาจะสืบทอดอำนาจต่อได้ โดยที่ประชาชนไม่มีสิทธิไม่มีเสียงแย่งชิงอำนาจ ทำให้ ส.ส.ในสภาที่มาจาการเลือกตั้งถูกทับด้วยเสียง ส.ว. 250 คน ที่มาจากการแต่งตั้ง คสช. ดังนั้น ในวันนี้ถ้าไม่มีฉันทามติ ประเทศเดินหน้าไปไม่ได้ ถ้าเราไม่สามารถหารัฐธรรมนูญที่ตรงกัน เราจะไม่เดินหน้าได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายนิพิฏฐ์กล่าวว่า ในยุคนี้ถ้าจะเป็นแค่ประชาธิปไตยจะไปไม่รอด ต้องมีอะไรมานำหน้าประชาธิปไตย จึงเกิดเป็นเสรีนิยมประชาธิปไตย เพื่อไปตรวจสอบถ่วงดุลการบริหาร จึงต้องมีองค์กรอิสระเข้ามา ตนเห็นการใช้อำนาจของ กกต.ในทุกยุค คือในปัจจุบันเหมือนคนชั่วมาเจอกับคนเลว ระยะหลังๆ มา กกต.คิดว่าตนเองมีอำนาจแล้วอยู่เหนือการตรวจสอบ ใช้อำนาจตามอำเภอใจ เราไม่เห็นนักการเมืองคนไหนลุกขึ้นสู้ กกต. เพราะนักการเมืองเองก็สีเทาเลยไม่กล้า กกต.เลยใช้อำนาจได้ตามใจ ส่วนในการทำงาน กกต.มักมองสถิติคนไปใช้สิทธิเลือกตั้งให้มากที่สุด ซึ่งมันผิดเป้าหมายการทำงานขององค์กร ที่ควรต้องตั้งเป้าจับทุจริตให้มากที่สุด
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันนี้ตนมอง กกต.มีความไม่เป็นมืออาชีพ ไม่มีมาตรฐาน เมื่อ กกต. คุณสมบัติมหาเทพ ไม่เคยทำเรื่องการเลือกตั้ง รังเกียจการเมือง แต่มาทำงานการเลือกตั้งแบบนี้ผิด รวมถึงการทำงานขององค์กรอิสระและศาลผิดพลาดทุกองค์กร ที่ตั้งหลักสูตรพิเศษขึ้นมา ทำให้ผู้พิพากษามานั่งคุยกับนักการเมือง ถ้าทำแบบนี้ระวังจะติดเชื้อจากนักการเมือง คือเชื้อความโลภ และความคุ้นเคยจะทำให้ไม่เกิดความเป็นกลางได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายพิชายกล่าวว่า ก่อนนี้การเลือกตั้งกระทรวงมหาดไทยเป็นผู้จัด หลังจากนั้นสังคมไทยก็มีการเลือกตั้งอย่างต่อเนื่อง แล้วเกิดการซื้อเสียงมากขึ้น กระทรวงมหาดไทยไม่สามารถกำจัดการซื้อเสียงได้ จากนั้นสังคมต้องการให้มี กกต.ขึ้นมา เพื่อให้การเลือกตั้งสุจริตเที่ยงธรรม พอมี กกต.เกิดขึ้นในช่วงปฏิรูป เราจึงได้ กกต.ที่มีความเหมาะสม การทำงานชุดนั้นนักการเมืองกลัว นั่นเป็นการทุ่มเทให้การเลือกตั้งปลอดทุจริต
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กกต.เป็นองค์กรที่สังคมคาดหวังว่าจะสร้างความสุจริตในการเลือกตั้ง แต่ต่อมา กกต.กลายเป็นระบบราชการอย่างเต็มตัว ปัญหาที่เกิดขึ้น คือ 1.การทำงานไม่บรรลุพันธกิจ คือมีการทุจริตเพิ่มขึ้น ซับซ้อนขึ้น กกต.ตามไม่ทัน ส.ส.วิถีเก่าเต็มสภา 2.ไม่มีวิสัยทัศน์ หมกมุ่นเลือกตั้งเรียบร้อย คนใช้สิทธิเยอะ ไม่มีนัยปฏิรูปการเมือง 3.ปัญหาธรรมาภิบาล เป็นรูปธรรมเยอะแยะ ทั้งกรณีโต๊ะจีน การประกาศผลเลือกตั้ง 4.ปัญหาการทำงานร่วมกับภาคประชาชน เริ่มกีดกันภาคประชาชนเข้าร่วมตรวจสอบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายพิชายกล่าวอีกว่า ปฐมเหตุเรื่องความผิดพลาด การคิดเชิงกรอบ คิดออกแบบเชิงสถาบัน ไม่ใช่เฉพาะ กกต. แต่องค์กรอื่นด้วย ซึ่งรัฐธรรมนูญออกแบบให้คนในระบบราชการมาก่อน การกำหนดแบบนี้สิ่งที่ตามมาคือ คนจำนวนมากที่เหมาะสมไม่มีโอกาสเข้ามาเป็นกรรมการองค์กรอิสระเลย ได้คนที่อาจจะมีตำแหน่ง แต่ไม่มีความเชี่ยวชาญในด้านนี้ และเป็นการตัดภาคประชาชนออก ถือเป็นการออกแบบที่ผิดพลาด ถูกครอบงำด้วยข้าราชการเกษียณ เป็นอำนาจนิยม ระบบพวกพ้อง อุปถัมภ์ วิธีคิดมียุทธศาสตร์เชิงรับไม่ใช่เชิงรุก ถ้าไม่เปลี่ยนวิธีคิดก็อย่าหวังว่าจะเปลี่ยนแปลงองค์กรได้เลย
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถ้าจะแก้ปัญหา กกต.ระยะยาว ต้องไปแก้ในรัฐธรรมนูญ แก้ถึงองค์ประกอบคุณสมบัติ และคุณสมบัติการสรรหา ให้ขยายเป็นการมีส่วนร่วมให้ประชาชนร่วมด้วย ไม่ใช่เฉพาะนักวิชาการ ข้าราชการระดังสูง เพื่อคัดคนที่มีความเชี่ยวชาญ มีจิตใจที่ต้องการปฏิรูปการเมือง ส่วนจำนวนกรรมการจะ 5 หรือ 7 คน ก็ต้องว่ากันเอง มีมากก็เปลืองเงินเดือนไปอีก
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนนายสมชัยกล่าวเสนอถึงทางแก้ไขปัญหา กกต.ว่า ประชาชนต้องสร้างกลไกตรวจสอบถ่วงดุลอำนาจด้วยตนเอง เพื่อให้ กกต.ทำให้ถูกต้องชอบธรรม ไม่ใช่ทำด้วยความชอบของตัวเอง เห็นได้จากการเลือกตั้งซ่อมใน จ.ลำปาง ที่ผ่านไปเกือบเดือน ยังไม่กล้าประกาศผล ทั้งที่คะแนนห่างกันทิ้งขาด เพราะประชาชนโวย มีพลังในการตรวจสอบถ่วงดุล และมีกระแสข่าวแพร่สะพัด คนลำปางพูดกันว่าแนวโน้มน่าจะเป็นใบเหลือง แต่ตนมองว่าเรื่องนี้มันต้องมากกว่าใบเหลือง ส่วนระยะยาวต้องช่วยกันคิดแก้ไขกฎระเบียบ รัฐธรรมนูญ ในวันนี้สิ่งที่เขาร่างมากำลังทำร้ายตัวเขาเอง วันนี้ตนขอยุเลยว่า ใครอยากได้ตำแหน่งรัฐมนตรี ท้าให้ต่อรองเลย เพราะ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ไม่กล้ายุบสภาแน่ ส่วนการแก้รัฐธรรมนูญ อย่าแก้บนผลประโยชน์ใคร ขอให้แก้บนผลประโยชน์ประชาชน และขอให้ กกต. ถ้าติดหนี้บุญคุณใครขอให้ลืม เพราะถ้าโดนลงโทษติดคุก คนส่งเสริมไม่มาติดคุกด้วย.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/71846</URL_LINK>
                <HASHTAG>กกต., ตึกไทยซัมมิทยำ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, องค์กรอิสระ, เวทีเสวนาสาธารณะ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200718/image_big_5f13039d3f46b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>70524</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/07/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/07/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> เปิดไทยซัมมิท เวทีสาธารณะ ตั้งวงบี้ป.ป.ช.!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เปิดฐานที่มั่นคณะก้าวหน้า พรรคก้าวไกล ตั้งเวทีเสวนาสาธารณะฝั่งเดียวโดยคนหน้าเดิม ถล่ม ป.ป.ช.เละ อดีตป.ป.ช.แฉเคยถูกทหารแทรกแซง ปลุกต้องทำงานอย่างมีศักดิ์ศรี&amp;nbsp; &amp;quot;วีระ&amp;quot; ซัดทำงานเอื้อ คสช. คดีถูกตีตกหมด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่อาคารไทยซัมมิท ของตระกูลจึงรุ่งเรืองกิจ มีการเสวนาสาธารณะ New Consensus Thailand เรื่อง &amp;ldquo;องค์กรอิสระไทย อย่างไรต่อดี? : คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.)&amp;rdquo; โดยมีผู้ร่วมเสวนาประกอบด้วย น.ส.สมลักษณ์ จัดกระบวนพล อดีตผู้พิพากษาศาลฎีกา และอดีตกรรมการ ป.ป.ช., นายวีระ สมความคิด เลขาธิการเครือข่ายประชาชนต่อต้านการคอร์รัปชัน และนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ส.ส.กทม. เขตบางแค พรรคก้าวไกล โดยมี น.ส.พรรณิการ์ วานิช กรรมการบริหารคณะก้าวหน้า เป็นผู้ดำเนินรายการ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.ส.สมลักษณ์อธิบายถึงที่มาของ ป.ป.ช. จากรัฐธรรมนูญ 2540 ก่อนหน้านั้นใช้ชื่อ ป.ป.ป. ซึ่งมีบุคคลที่มีชื่อเสียงทำการไต่สวนชี้มูลตรงตามกฎหมายมาก แต่ถ้าในเรื่องที่มาของกรรมการ ป.ป.ช. มีการสรรหาเกี่ยวข้องกับฝ่ายบริหารมากเกินไป จะเกิดความเกรงใจ ระบบอุปถัมภ์ว่าเป็นคนของใคร ตนเห็นว่าการดำรงตำแหน่งกรรมการ ป.ป.ช. ต้องทำงานอย่างมีศักดิ์ศรี แม้นักการเมืองมีอิทธิพล มีอำนาจเข้ามายุ่ง แต่ถ้ากรรมการ ป.ป.ช.ไม่เปิดทางเขาจะมายุ่งได้หรือ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;สมัยที่ดิฉันเป็นกรรมการ ป.ป.ช. เคยมีทหารโทรศัพท์มาขอทราบข้อเท็จจริงในสำนวนคดีหนึ่ง ดิฉันบอกให้ใครทราบไม่ได้ ไม่เกี่ยวข้องในสำนวน คดีจะเสียหายไม่เป็นธรรม จึงตอบให้เขาไปบอกเจ้านายให้ติดต่อประธาน ป.ป.ช. ว่าอยากทราบ ให้ประธาน ป.ป.ช. สั่งเป็นลายลักษณ์อักษรมา ซึ่งมั่นใจว่าท่านไม่สั่งแน่ ถ้าเราใจแข็งไม่ให้รู้ เขาก็ไม่มายุ่งกับเราได้&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.ส.สมลักษณ์ยังเล่าถึงสมัยที่ดำรงตำแหน่งกรรมการ ป.ป.ช. มีคดีใหญ่อย่างคดีเขาพระวิหาร, คดี 7 ตุลา ก็ไม่มีใครโทร.มาหาอีก เราทำตามกฎหมาย ถ้าพยานหลักฐานไม่ถึงก็ไปไม่ได้ อย่างคดีเขาพระวิหาร ที่มีการฟ้องนายสมัคร สุนทรเวช อดีตนายกฯ และนายนพดล ปัทมะ อดีต รมว.การต่างประเทศ ตนถามทนายความเรื่องพยานหลักฐาน เขาบอกมีในเว็บไซต์เต็มไปหมด ต่อมาคำวินิจฉัยระบุเป็นใครก็ได้ที่นำไปลงเว็บไซต์ ก็ยกข้อหานี้ คดีนี้ ป.ป.ช.ลงมติคดีมีมูลด้วยเสียง 6 ต่อ 3 และศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองยกฟ้อง มีนักข่าวมาบอกตนว่าเป็นเกียรติประวัติเสียงข้างน้อย ซึ่งตนทำความเห็นแย้งให้ศาลสูงพิจารณาไว้หนามาก และปรากฏในคำวินิจฉัย รู้สึกยินดีชื่นใจที่ทำในสิ่งที่ถูกต้อง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายวีระกล่าวถึงผลงานของ ป.ป.ช. มีผลงานโบแดงหรือโบดำอย่างไร ว่าที่ผ่านมาสังคมไทยไม่เห็นผลงานของ ป.ป.ช. เป็นที่ยอมรับ จะเป็นโบแดงได้ต้องยอดเยี่ยม ตนยังไม่เคยเห็น บางคนอาจบอกเรื่องการชี้มูลนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ หรือนายสนั่น ขจรประศาสน์ อดีตรองนายกฯ ไปถึงศาลนั้น ตนยังไม่จัดว่าเป็นโบแดง เพราะในความรู้สึกประชาชนมองเป็นเรื่องการเมือง ตัดสิน เพราะมีการเมืองเกี่ยวข้อง กรณีนาฬิกา พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ คนก็มองเป็นการเมืองหมด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขากล่าวต่อไปว่า ต้องดูเจตนารมณ์ให้มี ป.ป.ช.เพื่ออะไร ตามรัฐธรรมนูญ 2540 ก่อนหน้านั้น ป.ป.ป.มีตั้งแต่ปี 2518 ขึ้นกับสำนักนายกฯ ถูกเรียกเสือกระดาษ ไม่มีผลงานประจักษ์ พอให้เป็นองค์กรอิสระต้องปลอดจากการเมือง ต้องทำให้คนเชื่อสนิทใจว่าไม่มีการเมือง กลับกลายเป็นว่าถูกมองมีการเมืองโดยตลอด คนที่ถูกตรวจสอบลงโทษคือนักการเมือง ข้าราชการ นักการเมืองกลัวก็พยายามทำให้เขาได้เปรียบ เข้าไปแทรกแซงในการให้มีกรรมการ ป.ป.ช. ระยะหลังยิ่งชัดเลยเมื่อคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เข้ามามีอำนาจ กำหนดคุณสมบัติต้องซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ ตนเห็นว่าต้องไม่เคยถูกร้องเรียนกล่าวหา อย่างชุดปัจจุบัน แม้แต่หัวซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์หรือไม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวีระกล่าวอีกว่า อย่างไรก็ตาม เมื่อเข้ามาแล้วดูผลงานยิ่งกว่าเรื่องคุณสมบัติอีก ประชาชนไม่ยอมรับ คดีหลังๆ ทุกเรื่องที่คนของ คสช. ถูกกล่าวหาปัดตกหมด ไม่รับไว้ไต่สวนเลย ที่ตนร้องไม่ว่าจะเรื่องนาฬิกา 22 เรือน เรื่องบัญชีทรัพย์สินเท็จ และเรื่องร่ำรวยผิดปกติที่วันนี้ยังดองเรื่องอยู่ในชั้นตรวจสอบข้อมูลเบื้องต้น ยังไม่ตอบเลยว่ามีมูลหรือไม่ ประชาชนจึงหมดศรัทธาที่การเมืองเข้าไปเกี่ยวข้องมากขึ้นเรื่อยๆ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนนายณัฐพงษ์กล่าวว่า อยากให้ ป.ป.ช.ทำงานอิสระ โปร่งใส ตรวจสอบนักการเมืองได้ เป็นเครื่องมือยึดโยงประชาชนเข้าไปตรวจสอบนักการเมืองได้มากขึ้น ในต่างประเทศใช้เทคโนโลยีในการปราบทุจริตด้วยการ Open Data ข้อมูลการจัดซื้อจัดจ้าง ซึ่งปัจจุบันในไทย หน่วยราชการบอกเปิดเผยอยู่แล้ว แต่เราต้องไปนั่งรวบรวมมาเอง ต่างกับการเปิดเผยโดยง่าย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส.ส.พรรคก้าวไกลยังอธิบายเปรียบเทียบเรื่องการเปิดเผยโดยง่าย โดยยกตัวอย่างการตรวจข้อสอบ จากเดิมใช้เขียนวงกลม กากบาทเลือกคำตอบ ต้องใช้สายตาตรวจ แต่ปัจจุบันเปลี่ยนมาใช้กระดาษคำตอบที่ฝนด้วยดินสอ 2B ใช้เครื่องตรวจทำได้รวดเร็วขึ้น ดังนั้น การเปิดเผยข้อมูลจึงไม่ใช่แค่เปิดไฟล์ ถ้าทำให้เปิดเผยโดยง่ายต้องสรุปแผนโครงการ ผู้ประมูล ช่วงเวลา ข้อสำคัญหลักๆ ที่ไม่เยอะ อยู่ในฟอร์แมตเดียวกัน จะสามารถประเมินต่อไปได้ว่ามีความเสี่ยงต่อการทุจริตกี่คะแนน ขอให้เปิดเผยให้ประชาชนเข้าไปช่วยตรวจสอบได้ อย่างประเทศอินโดนีเซีย มีการเปิดเผยลิสต์องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและโครงการเสี่ยงทุจริตให้ประชาชนตรวจสอบ ทำให้นักการเมืองและภาครัฐกลัวมากขึ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ เขายังเปรียบเทียบการออกแบบกฎหมายป้องกันทุจริตที่เข้มงวด เหมือนกับการสร้างกำแพงกั้นนกให้สูงขึ้น ไม่ว่าอย่างไรนกก็บินอ้อมหลบได้ แต่คนดีทำงานลำบากมากขึ้น อย่าพยายามป้องกันให้ซับซ้อนเกินพอดี แต่การป้องกันทุจริตต้องทำเหมือนการสร้างหุ่นไล่กา ที่ใช้หลอกนกว่ามีคนมองอยู่ตลอด ถ้าทำให้รู้สึกว่ามีคนมองอยู่ตลอด คนโกงก็จะกลัวมากขึ้น.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/70524</URL_LINK>
                <HASHTAG>คณะก้าวหน้า, ป.ป.ช., พรรคก้าวไกล, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เวทีเสวนาสาธารณะ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200618/image_big_5eeb60ff625a5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
