<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>52614</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/12/2019 20:35</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/12/2019 20:20</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปูดสหรัฐขับเจ้าหน้าที่ทูตจีน 2 คน สงสัยสปายฐานทัพ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;นิวยอร์กไทมส์แฉ รัฐบาลสหรัฐแอบเนรเทศเจ้าหน้าที่สถานทูตจีน 2 คนออกจากประเทศอย่างเงียบๆ เมื่อเดือนพฤศจิกายน ฐานสงสัยมีพฤติกรรมเป็นสายลับ ภายหลังทั้งคู่ขับรถเข้าฐานทัพสหรัฐที่เวอร์จิเนีย ด้านโฆษกจีนตอบโต้สหรัฐ &amp;quot;ทำผิดพลาด&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ เสาไฟริมทางใกล้ทำเนียบขาวประดับธงชาติสหรัฐและจีน / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; รายงานเอเอฟพีเมื่อวันจันทร์ที่ 16 ธันวาคม 2562 กล่าวว่า เหตุการณ์ตามที่มีรายงานข่าวนี้เป็นการทะเลาะเบาะแว้งครั้งล่าสุดระหว่าง 2 ประเทศที่มีเศรษฐกิจขนาดใหญ่ที่สุดในโลก และเกิดขึ้นเพียงไม่กี่วันหลังจากรัฐบาลของทั้งสองฝ่ายประกาศพักรบในสงครามการค้าผ่านการจัดทำข้อตกลงฉบับจิ๋วเพื่อลดภาษีศุลกากรสินค้าบางรายการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หนังสือพิมพ์นิวยอร์กไทมส์รายงานเมื่อวันอาทิตย์ อ้างแหล่งข่าวหลายรายที่รับรู้เหตุการณ์ดังกล่าวว่า การสั่งขับเจ้าหน้าที่ทูตของจีนออกจากสหรัฐในครั้งนี้น่าจะเป็นครั้งแรกในรอบมากกว่า 30 ปีที่เป็นการเนรเทศด้วยเหตุผลฐานต้องสงสัยว่าจารกรรม โดยรายงานกล่าวว่า เชื่อว่าเจ้าหน้าที่ทูตอย่างน้อย 1 รายเป็นเจ้าหน้าที่ข่าวกรองจีนที่ปฏิบัติงานแบบลับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เกิ้ง ซวง โฆษกกระทรวงการต่างประเทศของจีน แถลงที่กรุงปักกิ่งเมื่อวันจันทร์ กล่าวถึงรายงานของนิวยอร์กไทมส์ว่า คำกล่าวหานี้ &amp;quot;ตรงข้ามกับข้อเท็จจริงอย่างสิ้นเชิง&amp;quot; และว่า จีนเรียกร้องอย่างแข็งขันต่อสหรัฐให้แก้ไขความผิดพลาดนี้ รัฐบาลจีนได้ยื่นหนังสือแสดงความไม่พอใจและประท้วงไปยังสหรัฐแล้ว และต้องการให้สหรัฐปกป้องสิทธิโดยชอบด้วยกฎหมายและผลประโยชน์ของเจ้าหน้าที่ทูตจีน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ข่าวเอเอฟพีกล่าวว่า ไม่กี่สัปดาห์ภายหลังเหตุการณ์ที่ฐานทัพเวอร์จิเนีย กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐได้กำหนดข้อจำกัดการทำกิจกรรมของนักการทูตจีน โดยสหรัฐให้เหตุผลว่าเพื่อตอบโต้กฎข้อบังคับของจีนช่วงหลายปีที่ผ่านมาที่จำกัดความเคลื่อนไหวของนักการทูตสหรัฐ แต่ไม่ชัดเจนว่าข้อจำกัดของสหรัฐเกี่ยวโยงกับเหตุการณ์ที่เวอร์จิเนียหรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และเพื่อตอบโต้อย่างสมน้ำสมเนื้อ เมื่อต้นเดือนธันวาคม จีนก็ประกาศใช้มาตรการจำกัดความเคลื่อนไหวของนักการทูตสหรัฐ โดยสั่งให้เจ้าหน้าที่ทางการทูตของสหรัฐต้องแจ้งต่อกระทรวงการต่างประเทศของจีนก่อน จึงจะพบปะกับเจ้าหน้าที่ระดับท้องถิ่นของจีนได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หัว ชุนอิง โฆษกหญิงของกระทรวง กล่าวว่า คำสั่งนี้เป็น &amp;quot;มาตรการตอบโต้&amp;quot; ต่อการตัดสินใจของสหรัฐเมื่อเดือนตุลาคมที่ออกข้อจำกัดต่อเจ้าหน้าที่ทูตจีน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ช่วงที่ผ่านมา รัฐบาลสหรัฐและจีนมีความไม่ลงรอยกันในหลายประเด็น ซึ่งรวมถึงสถานการณ์ชุมนุมประท้วงในฮ่องกง และสถานการณ์ด้านสิทธิมนุษยชนในเขตซินเจียงทางภาคตะวันตกเฉียงเหนือของจีน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อต้นเดือนนี้ สภาผู้แทนราษฎรสหรัฐลงมติอย่างท่วมท้นเห็นชอบร่างกฎหมายคว่ำบาตรเจ้าหน้าที่ระดับสูงของจีนหลายรายที่เกี่ยวข้องกับนโยบายด้านความมั่นคงในซินเจียง ที่ทำให้ประชากรราว 1 ล้านคนซึ่งส่วนใหญ่เป็นชนส่วนน้อยชาวมุสลิม ถูกส่งตัวเข้าค่ายปรับทัศนคติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เดือนที่แล้ว สหรัฐก็เพิ่งทำให้รัฐบาลปักกิ่งโกรธอย่างรุนแรง เมื่อออกกฎหมายสิทธิมนุษยชนและประชาธิปไตยฮ่องกง เพื่อสนับสนุนการประท้วงเรียกร้องประชาธิปไตยในฮ่องกง จีนตอบโต้การผ่านกฎหมายฮ่องกงฉบับนี้ด้วยการสั่งห้ามเรือรบสหรัฐเข้าเทียบท่าฮ่องกงอย่างไม่มีกำหนด และคว่ำบาตรองค์กรเอกชนอเมริกันหลายแห่ง.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/52614</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขับนักการทูต, จารกรรม, จีน, ฐานทัพสหรัฐ, สปาย, สหรัฐ, สายลับ, เวอร์จิเนีย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191216/image_big_5df787841431f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>17444</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/09/2018 22:29</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/09/2018 22:26</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สหรัฐลุ้นเฮอริเคนระดับ 4 ถล่ม 3 รัฐชายฝั่งตะวันออก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;เฮอริเคนฟลอเรนซ์กำลังจะเป็นเฮอริเคนระดับ 4 ลูกแรกในรอบ 6 ทศวรรษที่เข้าถล่มรัฐนอร์ทแคโรไลนาของสหรัฐตรงๆ โดยเคลื่อนเข้าใกล้ชายฝั่งตะวันออกของสหรัฐเข้าทุกทีแล้วในวันพุธ พยากรณ์อากาศเตือนอาจเกิดคลื่นสูงซัดฝั่่ง ฝนตกกระหน่ำหลายวันและน้ำท่วมรุนแรง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาพความคมชัดสูงจากด้านนอกสถานีอวกาศนานาชาติจับภาพพายุฟลอเรนซ์ เมื่อเวลา 07.50 น. ตามเวลาท้องถิ่นวันที่ 12 ก.ย. 2561 ขณะเคลื่อนอยู่ที่มหาสมุทรแอตแลนติก / NASA / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานรอยเตอร์เมื่อวันที่ 12 กันยายน 2561 ศูนย์เฮอริเคนแห่งชาติ (เอ็นเอชซี) ของสหรัฐในเมืองไมอามี รัฐฟลอริดา ออกคำเตือนว่า พายุเฮอริเคนลูกนี้จะก่อให้เกิดลมกรรโชกแรกและคลื่นขนาดใหญ่ซัดชายฝั่งในรัฐนอร์ทแคโรไลนา, เซาท์แคโรไลนา และเวอร์จิเนีย ถึงแม้ว่าตามคาดการณ์นั้นพายุลูกนี้จะเคลื่อนถึงฝั่งในเช้าวันศุกร์ก็ตาม แต่อิทธิพลของพายุอาจก่อสตอร์มเซิร์จมีความสูงถึง 13 ฟุต (4 เมตร) ได้ และอาจก่ออุทกภัยร้ายแรงตามมาหากพายุลูกนี้หยุดอยู่บนฝั่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทางการสหรัฐได้ใช้มาตรการพิเศษเพื่อเตรียมพร้อมรับมือล่วงหน้าหลายวันก่อนที่ฟลอเรนซ์จะเคลื่อนมาถึง โดยได้สั่งอพยพประชาชนมากกว่า 1 ล้านคนใน 3 มลรัฐชายฝั่งตะวันออกนี้ ขณะที่โรงเรียน, มหาวิทยาลัยและโรงงานปิดทำการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; กองกำลังป้องกันชายฝั่งปิดท่าเรือในเมืองวิลมิงตันและมอร์เฮดซิตี รัฐนอร์ทแคโรไลนา และที่แฮมป์ตันโรดส์ รัฐเวอร์จิเนีย ไม่อนุญาตให้เรือที่มีขนาดใหญ่กว่า 500 ตันเข้าเทียบท่า และขอให้เรือที่มีขนาดดังกล่าวออกจากท่าเรือหากไม่ได้รับอนุญาตให้อยู่ที่ท่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอ็นเอชซีกล่าวว่า พายุฟลอเรนซ์มีความเร็วลมคงที่สูงสุด 225 กิโลเมตร/ชั่วโมง จัดเป็นเฮอริเคนระดับ 4 ตามมาตรวัดแซฟเฟอร์-ซิมป์สันที่มีความรุนแรงสูงสุด 5 ระดับ และคาดว่าฟลอเรนซ์จะเพิ่มความรุนแรงและขนาดใหญ่ขึ้นในช่วง 2 วันข้างหน้า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;บร็อก ลอง ผู้ว่าการสำนักงานจัดการสถานการณ์ฉุกเฉินของรัฐบาลกลาง ชี้แผนที่ขณะรายงานสรุปต่อประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่ทำเนียบขาวเมื่อวันอังคาร / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; รอย คูเปอร์ ผู้ว่าการรัฐนอร์ทแคโรไลนา กล่าวเตือนประชาชนว่า พายุลูกนี้ใหญ่โตมโหฬาร แตกต่างจากพายุลูกอื่นที่ทุกคนเคยรับมือมา อย่าเสี่ยงชีวิตกับการฝ่าพายุลูกนี้ พยากรณ์อากาศยังทำนายด้วยว่าฟลอเรนซ์น่าจะหยุดอยู่เหนือนอร์ทแคโรไลนาหลายวัน ทำให้เกิดฝนตกติดต่อกันยาวนาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แผนที่เส้นทางเดินของพายุลูกนี้เผยความเป็นไปได้สูงว่า ศูนย์กลางพายุจะเข้าถล่มชายฝั่งตอนใต้ของนอร์ทแคโรไลนา เฮอริเคนระดับ 4 ลูกสุดท้ายที่เข้าถล่มนอร์ทแคโรไลนาโดยตรงคือเฮอริเคนเฮเซิล เมื่อปี 2497 คราวนั้นมีคนเสียชีวิต 19 ราย และบ้านเรือนได้รับความเสียหายราว 15,000 หลัง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พยากรณ์พายุของเอ็นเอชซีเผยว่า พายุฟลอเรนซ์จะก่อลมพายุเขตร้อนในพื้นที่เกือบ 300 ไมล์ทั้งทั้ง 3 มลรัฐ ป้ายเตือนภัยเฮอริเคนติดประกาศไว้เกือบตลอดแนวชายฝั่งแคโรไลนาไปจนถึงเขตแดนของรัฐเวอร์จิเนีย และนอกเหนือจากคลื่นทะเลสตอร์มเซิร์จจากลมพายุแล้ว เอ็นเอชซีคาดการณ์ว่า เมื่อเคลื่อนขึ้นฝั่งฟลอเรนซ์จะทำให้เกิดฝนตกหนักในบางพื้นที่ เป็นปริมาณมากถึง 35 นิ้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ข้อความขับไล่พายุฟลอเรนซ์เขียนไว้บนแผ่นไม้ที่ติดป้องกันกระจกของสำนักงานแห่งหนึ่งใกล้กับเมืองไรต์สวิลล์ รัฐนอร์ทแคโรไลนา เมื่อวันพุธ / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ด้านโรงไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์ซึ่งมีเตาปฏิกรณ์ 16 หน่วยใน 3 มลรัฐนี้ เจ้าหน้าที่กำลังเตรียมรับมือโดยมีความเป็นไปได้ที่โรงไฟฟ้าบรันส์วิคของบริษัท ดยุคอีเนอร์จี ซึ่งอยู่ใกล้จุดที่พยากรณ์อากาศว่าจะเกิดฝนตกหนัก จะปิดการเดินเครื่องก่อนเพื่อป้องกันล่วงหน้า รวมถึงอีก 2 โรงที่อยู่ในเส้นทางพายุก็มีความเป็นไปได้ว่าจะปิดเช่นกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันอังคาร ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้ลงนามประกาศภาวะฉุกเฉินที่ 3 มลรัฐนี้แล้ว เพื่อให้เปิดทางสำหรับการจัดสรรทรัพยากรในการรับมือพายุ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทรัมป์โดนวิจารณ์อย่างรุนแรงกรณีการรับมือเฮอริเคนมาเรียเมื่อปีที่แล้ว ที่เครือรัฐเปอร์โตริโก ดินแดนของสหรัฐ ซึ่งมีถึง 3,000 คนเสียชีวิตเพราะผลพวงของพายุลูกนี้.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/17444</URL_LINK>
                <HASHTAG>นอร์ทแคโรไลนา, พายุเฮอริเคน, ฟลอเรนซ์, ระดับ 4, สหรัฐ, เซาท์แคโรไลนา, เวอร์จิเนีย, แคโรไลนา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180912/image_big_5b992d40c1ecc.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
