<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>72092</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/07/2020 13:57</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/07/2020 13:57</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ททท.เอาจริงตัดสิทธิ์-ขึ้นแบลคลิสต์ โรงแรมอัพราคา”เที่ยวปันสุข”</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
21 ก.ค. 63-นายยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย(ททท.) กล่าวถึงกรณีในโซเชียลมีเดียร้องเรียนว่า ผู้ประกอบการที่พักบางแห่งใช้โอกาสโครงการ&amp;rdquo;เราเที่ยวด้วยกัน&amp;rdquo;โดยรัฐบาลจะสนับสนุนค่าใช้จ่ายที่พัก40% ของราคาที่พักต่อห้องต่อคืน(ไม่เกิน 3,000 บาทต่อห้องต่อคืน) ขึ้นราคาว่าโครงการ&amp;rdquo;เที่ยวปันสุข&amp;rdquo; ที่มีแพคเกจ&amp;rdquo;เราเที่ยวด้วยกัน&amp;rdquo; มีเป้าหมายเพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคม ผู้ประกอบการโรงแรมที่พักไม่ควรฉวยโอกาสปรับขึ้นราคาที่พัก จากที่มีการร้องเรียนปัญหาดังกล่าว ขณะนี้ ททท. เปิดช่องทางให้ประชาชนร้องเรียนหรือแจ้งข้อมูลผู้ประกอบการที่ปรับขึ้นราคาผ่านสายด่วนบริการช่วยเหลือนักท่องเที่ยว ททท. &amp;nbsp;1672 และwww.เที่ยวปันสุข.com &amp;nbsp;หลังได้รับเรื่องร้องเรียนจะมีเจ้าหน้าที่ดำเนินการตรวจสอบภายใน3 วัน หากพบผู้ประกอบการขึ้นราคาจริวอย่างไม่สมเหตุสมผลและไม่เป็นไปตามข้อตกลง โรงแรมจะถูกตัดสิทธิ์เข้าร่วมโครงการเที่ยวปันสุขทันที รวมถึงให้คืนเงินผู้จองทั้งหมด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo; นอกจากตัดสิทธิ์ร่วมโครงการเที่ยวปันสุข ททท.จะขึ้นบัญชีดำหรือblacklist ผู้ประกอบการที่เอาเปรียบผู้บริโภค ตัดสิทธิ์ในการร่วมทุกๆ โครงการของ ททท.ทั้งในปัจจุบัน และโครงการในอนาคต หนักกว่าการตัดสิทธิ์ ตนคิดว่าเป็นมาตรการลงโทษทางสังคม. หากพบที่พักขึ้นราคาต้องไม่จอง หวังว่า ผู้ประกอบการจะให้ความร่วมมือและตระหนักถึงภาพลักษณ์ชื่อเสียงของโรงแรม โดยปฏิบัติตามเงื่อนไขโครงการ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปัจจุบันมีโรงแรมทั่วประเทศมี760,000 ห้องทั้งในระบบและนอกระบบ หลายโรงแรมยังไม่กลับมาให้บริการ เพราะลูกค้าหลักเป็นกลุ่มนักท่องเที่ยวต่างชาติต้องรอมาตรการผ่อนปรนระยะต่อไป&amp;ldquo; นายยุทธศักดิ์ กล่าว &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/72092</URL_LINK>
                <HASHTAG>ททท, ยุทธศักดิ์ สุภสร, เว็บเที่ยวปันสุข, แบล็กลิตส์โรงแรมอัพราคา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200721/image_big_5f1690d489c08.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>68971</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/06/2020 16:16</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/06/2020 16:16</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คลังเตรียมถกร่วม&#039;กรุงไทย-ททท.&#039;เปิดตัวเว็บลงทะเทียนเที่ยวปันสุข</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;17มิ.ย.2563 &amp;nbsp;นายลวรณ แสงสนิท ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) กล่าวว่า ในสัปดาห์นี้กระทรวงการคลังจะหารือร่วมกับธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) และการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เพื่อสรุปแนวทางการทำเว็บไซต์เพื่อใช้ในโครงการฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคมภาคการท่องเที่ยว เพื่อที่จะเปิดตัวในวันที่ 1 ก.ค. 2563 โดยก่อนหน้าที่จะเปิดตัวจะต้องทำการชี้แจง และสร้างความเข้าใจกับประชาชนที่จะเข้าร่วมโครงการ ซึ่งเว็บไซต์ดังกล่าวนี้จะสนับสนุนการท่องเที่ยวของประชาชนในโครงการเราไปเที่ยวกัน และโครงการเที่ยวปันสุข&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับโครงการเราไปเที่ยวกัน จะใช้สิทธิ์ได้ 1 ครั้ง คือ ค่าห้องพักสูงสุดไม่เกิน 5 ห้องพักต่อคน สูงสุดไม่เกิน 5 คืน โดยไม่จำกัดราคาค่าห้อง ราคาห้องจะแพงเท่าไหร่ก็ได้ โดยรัฐบาลจะช่วยจ่ายให้ 40% หรือไม่เกิน 3 พันบาทต่อคืน ประชาชนที่สนใจจะต้องเข้ามาดูรายชื่อโรงแรมที่พักที่เข้าร่วมโครงการในเว็บไซด์ที่เตรียมจะเปิดตัว และทำการจองตรงกับโรงแรมที่เข้าร่วมโครงการ และจะต้องจ่ายเงินให้กับโรงแรมที่พักทันทีในอัตรา 60% เพื่อให้โรงแรมมีเงินไปหมุนเวียน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หลังจากนั้นเมื่อจองโรงแรมได้แล้ว ประชาชนจะต้องมาลงทะเบียนในระบบของเว็บไซด์เดิมอีกครั้งหนึ่ง เพื่อที่เป็นการยืนยันตัวตนว่าจะไปท่องเที่ยวจริง และระบบจะโอนเงิน 40% ค่าที่พักในส่วนที่เหลือให้กับโรงแรม พร้อมสิทธิ์ E-Voucher ผ่านแอปพลิเคชันเป๋าตังค์ จำนวน 600 บาทต่อคืน (สูงสุดไม่เกิน 5 คืน) ให้กับผู้ไปเที่ยว ในวันที่ผู้จองที่พักเข้าเช็คอินที่โรงแรมที่พักในวันแรก โดยสิทธิ์ดังกล่าวจะจ่ายทุกวัน วันละ 600 บาท และผู้ได้รับสิทธิ์จะต้องใช้ให้หมดภายในวันที่เช็คเอ้าท์ก่อนเวลา 00.00 น.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;สิทธิ์ต่อคน 5 คืน สามารถกระจายใช้ได้ เช่น อาจจะไปพักที่หัวหิน 2 คืน และไปพักที่เชียงใหม่ 3 คืน แบบนี้ก็สามารถทำได้ แต่ขอให้อยู่ในระยะเวลาของโครงการ คือตั้งแต่เดือน ก.ค. &amp;ndash; ต.ค. (4 เดือน) เท่านั้น ระบบนี้ใครมาลงทะเบียนก่อนสามารถได้สิทธิ์ก่อน เพราะโครงการมีการจำกัดสิทธิ์ อยู่ที่ 5 ล้านคืน ซึ่งระบบได้ออกแบบมาเพื่อให้มีการกระจายการท่องเที่ยวไปทั่วทุกจังหวัดของประเทศ และให้กับผู้ที่ตั้งใจจะเที่ยวจริง ๆ จึงให้มีการจ่ายเงินทันทีกับผู้ประกอบการโรงแรมที่พัก ส่วนหนึ่งเพื่อต้องการช่วยให้โรงแรมมีเงินไปหมุนเวียนก่อน&amp;rdquo; นายลวรณ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับสิทธิ์ E-Voucher จำนวน 600 บาทนั้น ไม่สามารถกดเป็นเงินสดได้ และสามารถใช้ได้ 3 กรณี คือ 1. ร้านอาหารในโรงแรมที่เข้าพัก 2. ร้านอาหารนอกโรงแรมที่เข้าร่วมโครงการ ซึ่งจะมีทั้งร้านอาหารขนาดใหญ่ เล็ก และร้านอาหารริมทาง ซึ่งจะมีรายชื่อปรากฎในเว็บไซต์ และ 3. การแสดงที่ต้องซื้อบัตรเข้าชม โดยการใช้สิทธิ์ E-Voucher ต้องเป็นการร่วมจ่ายกับรัฐบาล คือ รัฐบาลจ่ายให้ 40% เช่น ทานอาหารในโรงแรม 1 พันบาท ร้านอาหารจะคิดเงิน 600 บาท ส่วนอีก 400 บาทระบบจะตัดจาก E-Voucher อัตโนมัติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่การจองตั๋วสายการบินในโครงการเที่ยวปันสุขที่เป็นลักษณะการร่วมจ่าย (CO-PAY) จะมีสายการบินเข้าร่วมโครงการในเว็บไซด์ เป็นสายการบินทั่วไป ไม่ได้จำกัดแค่สายการบินต้นทุนต่ำ โดยรัฐบาลจะร่วมจ่ายให้ 40% แต่ไม่เกิน 1 พันบาท และได้สิทธิ์คนเดียวครั้งเดียว โดยตอนนี้กำลังหารือกับสายการบินว่าจะสามารถจ่ายเงินในลักษณะของโรงแรมได้หรือไม่ คือจ่ายเฉพาะส่วน 60% ที่ประชาชนต้องจ่าย ส่วน 40% ที่รัฐบาลจะออกให้จะทำการโอนตรงให้กับสายการบิน หรือประชาชนรับผิดชอบจ่ายทั้งหมด 100% ก่อนและรัฐบาลจะจ่ายส่วนลดคืนให้ประชาชนโดยตรงในภายหลัง ซึ่งกำลังอยู่ระหว่างการหารือ โดยในส่วนสายการบินมีแค่ 2 ล้านสิทธิ์เท่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;คลังเป็นผู้สนับสนุนระบบให้กับการ ททท. ที่เป็นผู้คิดและออกมาตรการ โดยจะมีการหารือกันอย่างรอบคอบ เพื่อไม่ให้เกิดปัญหา และให้เกิดการท่องเที่ยวภายในประเทศอย่างแท้จริง ซึ่งคาดว่าจะมีเงินหมุนเวียนในธุรกิจท่องเที่ยวเพื่อช่วยผู้ประกอบการที่เกี่ยวข้องได้หลายหมื่นล้านบาทในช่วงโลว์ซีซั่น ซึ่งจะช่วยผู้ประกอบการต่อลมหายใจได้ก่อนถึงช่วงไฮซีซั่น&amp;rdquo; นายลวรณ กล่าว
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/68971</URL_LINK>
                <HASHTAG>ลวรณ แสงสนิท, สศค., เว็บเที่ยวปันสุข, โครงการเที่ยวปันสุข</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190308/image_big_5c8287bfa60f4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
