<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>41902</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/07/2019 09:51</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/07/2019 09:51</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>“ออมสิน” เผยฐานรากกังวลเศรษฐกิจชะลอเบรกใช้จ่าย-รายได้วูบ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;25 ก.ค. 2562 นายชาติชาย พยุหนาวีชัย ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน เปิดเผยถึงผลการสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นเศรษฐกิจฐานราก (GSI) ประจำไตรมาสที่ 2/2562 โดยได้ดำเนินการสำรวจจากกลุ่มตัวอย่างประชาชนที่มีรายได้ไม่เกิน 1.5 หมื่นบาท ทั่วประเทศ จำนวน 2,186 ตัวอย่าง ดำเนินการโดยศูนย์วิจัยเศรษฐกิจ ธุรกิจและเศรษฐกิจฐานราก ธนาคารออมสิน พบว่า ดัชนี GSI ในไตรมาสที่ 2/2562 อยู่ที่ระดับ 42.4 ปรับตัวลดลงจากไตรมาสก่อนหน้า ที่อยู่ระดับ 46.1 เนื่องจากประชาชนฐานรากมีความกังวลต่อภาวะเศรษฐกิจในปัจจุบัน จากรายได้ที่ลดลง ราคาสินค้าเกษตรยังทรงตัวในระดับต่ำ ขณะที่ค่าครองชีพปรับตัวสูงขึ้น ประชาชนจึงระมัดระวังการใช้จ่าย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับระดับ GSI ในอนาคตอีก 6 เดือนข้างหน้า มีมุมมองที่ดีขึ้นเล็กน้อย อยู่ที่ระดับ 43.3 แต่ยังคงมีความกังวลต่อปัญหาค่าครองชีพที่สูงขึ้น และเสถียรภาพของรัฐบาลใหม่ในการผลักดันนโยบายและมาตรการต่าง ๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ เมื่อพิจารณาดัชนีความเชื่อมั่นในด้านต่าง ๆ เทียบกับไตรมาสก่อนหน้า พบว่า มีเพียงด้านการจับจ่ายใช้สอยที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นเล็กน้อย เนื่องจากภาระการใช้จ่ายในช่วงเปิดเทอม ส่วนความสามารถในการชำระหนี้สิน การออม การหารายได้ โอกาสในการหางานทำ และภาวะเศรษฐกิจปรับตัวลดลง เนื่องจากภาพรวมเศรษฐกิจขยายตัวชะลอลงตามภาวะเศรษฐกิจโลกและสถานการณ์การเมืองในประเทศที่ส่งผลต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ศูนย์วิจัยฯ มองว่าในไตรมาสหน้า ยังคงมีประเด็นที่ต้องติดตาม คือ การผลักดันนโยบายเศรษฐกิจของรัฐบาลใหม่ และความต่อเนื่องของมาตรการภาครัฐต่อผู้มีรายได้น้อย ดังนั้นรัฐบาลใหม่ควรเร่งดำเนินการผลักดันนโยบายเศรษฐกิจต่าง ๆ เพื่อให้โครงการที่รัฐบาลได้ประกาศไว้ ได้ดำเนินการต่อไป เพื่อสร้างความความเชื่อมั่นให้เกิดขึ้น&amp;rdquo; นายชาติชาย กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/41902</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชะลอใช้จ่าย, ชาติชาย พยุหนาวีชัย, ผลการสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นเศรษฐกิจฐานราก (GSI), เศรษฐกิจขาลง, ไตรมาส 2</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180531/image_big_5b0fff05b1d8b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>36671</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/05/2019 09:14</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/05/2019 09:14</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> “หอการค้าไทย” แจงดัชนีเอสเอ็มอีไทยทรุดเศรษฐกิจในประเทศดิ่ง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;24 พ.ค. 2562 นายธนวรรธน์ พลวิชัย ผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยถึงผลสำรวจดัชนีความสามารถในการแข่งขันของธุรกิจเอสเอ็มอีทั้งภาคการผลิต ภาคการค้า และบริการ ประจำไตรมาส 1/2562 ทั่วประเทศ พบว่า ลดลงเหลือ 48.7 จากไตรมาสที่ผ่านมาอยู่ที่ระดับที่ 49 โดยในจำนวนนี้พบว่า เอสเอ็มอีที่เป็นลูกค้าของ ธพว.ลดลงอยู่ที่ระดับ 55.5 ส่วนกลุ่มที่ไม่ได้เป็นลูกค้าของ ธพว. ดัชนีอยู่ที่ระดับ 41.6&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ ยังพบว่าตัวชี้วัดลดลงทุกด้าน ทั้งสถานการณ์ธุรกิจที่ลดลงมาอยู่ที่ 43.7 เมื่อเทียบกับไตรมาสที่ผ่านมา จากสถานการณ์สภาพคล่อง หนี้สินโดยรวม ยอดขาย ตลอดจนกำไรสุทธิที่แย่ลง ด้านความสามารถในการทำธุรกิจ ก็ลดลงต่ำกว่าค่ากลางเหลือ 49.9 เนื่องจากต้นทุนต่อหน่วยสูงขึ้น มีผลต่อการตั้งราคาและกำไรจากการขาย และการเข้าถึงแหล่งทุนที่ยากขึ้น รวมถึงตัวชี้วัดจากดัชนีความยั่งยืนของธุรกิจที่ปรับลดลงมาอยู่ที่ 52.5 หลังการลงทุนการตลาด และการลงทุนด้านเทคโนโลยีและวิจัยที่ลดลง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ภาวะเศรษฐกิจของผู้ประกอบการเอสเอ็มอีในปีนี้ คาดจะเติบโต 5% โดยเฉพาเฉพาะเดือนพ.ค.นี้จะโตที่ 4.3-4.8% โดยภาพรวมถือว่าปรับตัวลดลงจากปีก่อนโตที่ 5.3% ซึ่งเป็นผลจากปัญหาด้านเศรษฐกิจในประเทศที่ยังไม่ฟื้นตัว รวมถึงปัญหาสงครามการค้า หากปัญหายังไม่คลี่คลายโดยเร็ว อาจส่งผลให้ภาคการส่งออกสินค้าเกษตร และสินค้าในภาคอุตสาหกรรมได้รับผลกระทบอย่างมากขึ้น ดังนั้นผู้ประกอบการต้องปรับตัว เพื่อรองรับสถานการณ์&amp;rdquo; นายธนวรรธน์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายพงชาญ สำเภาเงิน รักษาการกรรมการผู้จัดการธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) กล่าวว่า ธพว. จะเน้นสนับสนุนการให้ความรู้คู่เงินทุน เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันทางธุรกิจให้กับผู้ประกอบการเอสเอ็มอีให้เกิดความเข้มแข็งได้จริง โดย ธพว.จะยังคงเดินหน้ามอบ 3 เติม ได้แก่ เติมทักษะ เติมทุน และเติมคุณภาพชีวิตให้แก่เอสเอ็มอีไทยอย่างต่อเนื่อง&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/36671</URL_LINK>
                <HASHTAG>ดัชนีความสามารถในการแข่งขันของธุรกิจเอสเอ็มอี, ธนวรรธน์ พลวิชัย, มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย, เศรษฐกิจขาลง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180502/image_big_5ae9cecb7de53.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
