<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>114386</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/08/2021 16:46</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/08/2021 16:45</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รมว.วธ.เผยได้รับจัดสรรงบฯปี 2565 กว่า 7,100 ล้านบาท นโยบายยังคงมุ่งเน้นสืบสาน รักษา ต่อยอดงานด้านศาสนา ศิลปะและวัฒนธรรมของชาติ เดินหน้านำทุนทางวัฒนธรรมส่งเสริมการเรียนรู้ และเศรษฐกิจชุมชนบนฐานวัฒนธรรมแบบบูรณาการภายใต้สถานการณ์โควิด-19</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:6.0pt; text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:6.0pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:6.0pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอิทธิพล คุณปลื้ม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม(รมว.วธ.) เปิดเผยว่า ในปีงบประมาณ 2565 กระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) ยังคงมีกรอบการดำเนินงานมุ่งเน้นการสืบสาน รักษา ต่อยอด และปฏิบัติหน้าที่ราชการด้วยหลักธรรมาภิบาลเพื่ออนุรักษ์และพัฒนางานด้านศาสนา ศิลปะและวัฒนธรรมของชาติโดยเฉพาะอย่างยิ่งในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) ระลอกปัจจุบัน ดังนั้น วธ.จึงได้วางแผนงานโครงการเพื่อให้สามารถนำทุนทางวัฒนธรรมมาเป็นกลไกขับเคลื่อนชุมชน สังคม โดยเฉพาะเศรษฐกิจชุมชนที่เป็นรากฐานของการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศเพื่อสร้างงาน สร้างรายได้ให้แก่ประชาชน ชุมชนและประเทศชาติอย่างยั่งยืน&amp;nbsp; ซึ่งในปีงบประมาณ 2565 วธ.ได้รับจัดสรรงบประมาณวงเงินรวมทั้งสิ้นกว่า 7,100 ล้านบาท ลดลงจากปีงบประมาณ 2564 คิดเป็นร้อยละ 12.34 แบ่งเป็นดังนี้ สำนักงานปลัดกระทรวงวัฒนธรรม(สป.วธ.) กว่า 2,111 ล้านบาท กรมการศาสนา(ศน.) กว่า 329 ล้านบาท กรมศิลปากร(ศก.) กว่า 2,532 ล้านบาท กรมส่งเสริมวัฒนธรรม(สวธ.)กว่า 551 ล้านบาท สำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย(สศร.)กว่า 187 ล้านบาท สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์(สบศ.) 1,015 ล้านบาท ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)กว่า 95&amp;nbsp; ล้านบาท หอภาพยนตร์(องค์การมหาชน) กว่า 82 ล้านบาทและศูนย์คุณธรรม (องค์การมหาชน) กว่า 88 ล้านบาท ทั้งนี้ โดยภาพรวมหน่วยงานสังกัดวธ. 9 หน่วยงานส่วนใหญ่ได้รับจัดสรรงบฯ ลดลงมีหน่วยงานเดียวคือ ศูนย์คุณธรรม (องค์การมหาชน)ที่ได้รับจัดสรรงบฯ เพิ่มขึ้นจากปีงบฯ 2564 คิดเป็นร้อยละ 19.08 &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:6.0pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:6.0pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม กล่าวอีกว่า สำหรับโครงการ/กิจกรรมสำคัญที่จะดำเนินการขับเคลื่อนในปีงบฯ 2565&amp;nbsp; ได้แก่ (1).สำนักงานปลัดกระทรวงวัฒนธรรม โครงการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์และวัฒนธรรม โครงการส่งเสริมการท่องเที่ยวชุมชน ยลวิถี โครงการพัฒนาผลิตภัณฑ์วัฒนธรรมไทย (CPOT) โครงการจัดทำและพัฒนาระบบศูนย์ข้อมูลใหญ่ วธ. (M-Culture Big Data) เพื่อต่อยอดและพัฒนามูลค่าทางเศรษฐกิจ โครงการเสริมสร้างพหุวัฒนธรรมที่เข้มแข็ง (2). กรมการศาสนา โครงการส่งเสริมคุณธรรม งานอุปถัมภ์คุ้มครองศาสนา โครงการบูรณะศาสนสถาน โครงการการเสริมสร้างคุณธรรม จริยธรรม ค่านิยมและความเป็นไทย (3). กรมศิลปากร&amp;nbsp; โครงการพัฒนาและส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ ศาสนา และวัฒนธรรม การพัฒนาและเพิ่มศักยภาพโรงละครแห่งชาติ การอนุรักษ์และพัฒนาอุทยานประวัติศาสตร์ศรีเทพ&amp;nbsp; การอนุรักษ์และพัฒนาอุทยานประวัติศาสตร์ภูพระบาท การอนุรักษ์และพัฒนาอุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา การอนุรักษ์และพัฒนาอุทยานประวัติศาสตร์พนมรุ้ง การอนุรักษ์และพัฒนาเมืองเก่าลพบุรี การปรับปรุงและพัฒนานิทรรศการถาวร การจัดตั้งพิพิธภัณฑสถานงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตรพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ หอศิลป กรุงเทพฯ การจัดสร้างพิพิธภัณฑ์มรดกทางวัฒนธรรมอิสลามและศูนย์การเรียนรู้อัลกุรอาน (4).กรมส่งเสริมวัฒนธรรมโครงการส่งเสริมการดำเนินงานมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม โครงการส่งเสริมและเผยแพร่ค่านิยมและวัฒนธรรมความเป็นไทย โครงการสร้างรายได้แก่ศิลปิน นักแสดงพื้นบ้าน ชุมชนและเจ้าของมรดกทางวัฒนธรรม &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอิทธิพล กล่าวด้วยว่า นอกจากนี้ (5).สำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย โครงการพัฒนาศักยภาพชุมชนสู่การเป็นเมืองแห่งศิลปะ (จ.เชียงราย จ.นครราชสีมา และ จ.กระบี่) โครงการส่งเสริมและพัฒนาศิลปะสร้างสรรค์ เช่น กิจกรรมการพัฒนาการออกแบบเครื่องแต่งกายผ้าไทยร่วมสมัย โครงการส่งเสริมและพัฒนาศิลปะสร้างสรรค์ อาทิ กิจกรรมศิลปินร่วมสมัย สู้ภัยโควิด ด้วยจิตสำนึก&amp;nbsp; (6). สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ โครงการพัฒนาแหล่งเรียนรู้ทางการศึกษาด้านศิลปวัฒนธรรม โครงการส่งเสริมเด็กไทยเล่นดนตรีคนละ 1 ชิ้น โครงการสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการจัดการการศึกษาตั้งแต่ระดับอนุบาลจนจบการศึกษาขั้นพื้นฐาน (7). ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน) กิจกรรมส่งเสริมการประโยชน์องค์ความรู้มานุษยวิทยาสู่สาธารณะ กิจกรรมพัฒนาศักยภาพการจัดการข้อมูลวัฒนธรรมและการจัดการคลังข้อมูลชุมชน (8). หอภาพยนตร์(องค์การมหาชน) มีโครงการสำคัญ เช่น โครงการพัฒนาแหล่งเรียนรู้ศิลปวัฒนธรรมภาพยนตร์ไทยและโลก โครงการส่งเสริมการใช้ภาพยนตร์ให้เป็นสื่อการเรียนรู้ และ (9).ศูนย์คุณธรรม (องค์การมหาชน) ส่งเสริมสนับสนุนการป้องกันการต่อต้านทุจริตด้วยการยกระดับบทบาทของวิทยากรส่งเสริมคุณธรรมและการมีส่วนร่วมของประชาชนในพื้นที่&amp;nbsp; โครงการส่งเสริมเครือข่ายทางสังคม ต่อต้านการทุจริตด้วยมิติทางวัฒนธรรมและมิติด้านสังคม ซึ่งทาง วธ. ตระหนักและเข้าใจ ในสถานการณ์ Covid 19 เป็นอย่างมาก งบประมาณปี 65 จึงจะต้องเป็นเครื่องมือสำคัญในการสนับสนุนสังคม วัฒนธรรม ให้สามารถ ผ่านพ้น อุปสรรค ไปให้ได้ อย่างดีที่สุดต่อไป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/114386</URL_LINK>
                <HASHTAG>CPOT, M-Culture Big Data, กระทรวงวัฒนธรรม, จัดสรรงบฯปี 2565, นายอิทธิพล คุณปลื้ม, ปีงบประมาณ 2565, รมว.วธ., วัฒนธรรมแบบบูรณาการ, ศิลปะและวัฒนธรรมของชาติ, สืบสาน รักษา ต่อยอด, เศรษฐกิจชุมชน, โครงการจัดทำและพัฒนาระบบศูนย์ข้อมูลใหญ่ วธ., โครงการพัฒนาผลิตภัณฑ์วัฒนธรรมไทย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210824/image_big_6124bef5d6f43.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>82702</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/11/2020 18:29</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/11/2020 18:29</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อว.ทุ่มหมื่นล้านเปิดโครงการ&quot; 1 ตำบล 1 มหา&#039;ลัย&quot;ช่วยเหลือยกระดับเศรษฐกิจชุมชน </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3 พ.ย.63-&amp;nbsp;นายเอนก เหล่าธรรมทัศน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (รมว.อว.) กล่าวว่า ในวันที่ 4 พฤศจิกายนนี้ อว.จะเปิดตัวโครงการยกระดับเศรษฐกิจและสังคมรายตำบลแบบบูรณาการ หรือ 1 ตำบล 1 มหาวิทยาลัย โดยจะนำนิสิต นักศึกษา บัณฑิตจบใหม่ รวมถึงประชาชน จำนวน 60,000 คน ที่ได้รับการจ้างงาน เข้าไปช่วยพัฒนา 3,000 ตำบลทั่วประเทศ งบประมาณกว่า 10,000 ล้านบาท โดยมีมหาวิทยาลัยกว่า 80 แห่ง ดำเนินการร่วมกับภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชนในแต่ละพื้นที่ โดยมีเป้าหมายหลัก คือ การลดความยากจนแบบมีเป้าหมาย และเพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจในระดับชุมชน ซึ่งการจะทำให้ประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศหลุดพ้นจากกับดักความยากจนได้ ต้องอาศัยองค์ความรู้ เทคโนโลยี และความเชี่ยวชาญของมหาวิทยาลัยที่อยู่ในพื้นที่ เข้าไปส่งเสริมและสนับสนุนชุมชนให้เกิดการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งพัฒนาทักษะในการเสริมสร้างอาชีพใหม่ให้กับชุมชน รวมถึงสนับสนุนให้คนในชุมชนสามารถพึ่งพาตนเองได้ตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายเอนก กล่าวต่อว่า โครงการ 1 ตำบล 1 มหาวิทยาลัย จะส่งนิสิต นักศึกษา บัณฑิตจบใหม่ รวมถึงประชาชน 20 คนต่อตำบล เพื่อช่วยในกิจกรรมพัฒนาต่างๆ ของแต่ละตำบล เช่น การสร้างและพัฒนาอาชีพใหม่ การพัฒนาการท่องเที่ยวชุมชน การสร้างเข้มแข็งให้วิสาหกิจชุมชน การฟื้นฟูสิ่งแวดล้อม เป็นต้นรวมทั้ง เก็บข้อมูลในชุมชนเพื่อทำเป็นบิ๊กดาต้า (Big Data) มาทำการวิเคราะห์และกำหนดรูปแบบการแก้ปัญหาในแต่ละชุมชน ขณะเดียวกันนิสิต นักศึกษา บัณฑิตจบใหม่ รวมถึงประชาชนจะได้รับการพัฒนาทักษะใน 4 ด้าน ได้แก่ ดิติจัล การเงิน สังคมและภาษาอังกฤษควบคู่ไปกับทักษะเฉพาะด้านอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับการทำงานในพื้นที่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ทั้งนี้ ภายใน 1 ปีของโครงการ 1 ตำบล 1 มหาวิทยาลัย ตั้งเป้าว่าจะยกระดับตำบลที่มีความพร้อมไปสู่ระดับยั่งยืน ประมาณ 750 ตำบลหรือ 25 เปอร์เซ็นต์ของตำบลในโครงการ ที่มีความเข้มแข็งทางเศรษฐกิจและสังคมสามารถพัฒนาชุมชนของตนเองได้อย่างต่อเนื่อง ยกระดับตำบลที่มีความพร้อมปานกลางไปสู่ระดับพอเพียง ประมาณ 1,500 ตำบลหรือ 50 เปอร์เซ็นต์ และจากนั้น อว.จะดำเนินการการให้ครอบคลุมทั้ง 7,900 ตำบลทั่วประเทศด้วย&amp;rdquo;รมว.อว.กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผศ.ดร.สมหมาย ผิวสอาด อธิการบดี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.) ธัญบุรี เปิดเผย โครงการ 1 ตำบล 1 มหาวิทยาลัย) ว่า ทั้งนี้การที่มทร.ธัญบุรีได้ผ่านการพิจารณาถึง 80 โครงการ เพราะที่ผ่านมามหาวิทยาลัยได้ดำเนินโครงการในลักษณะนี้มาแล้วกว่า 10 ปี เป็นโครงการที่ลงมือปฏิบัติจริงและมีผลงานอย่างต่อเนื่อง ดังนั้น เมื่อภาครัฐจัดทำโครงการ 1 ตำบล 1 มหาวิทยาลัยขึ้น มทร.ธัญบุรีจึงมีความพร้อมที่จะนำเสนอโครงการ &amp;nbsp;ทั้งนี้ทุกโครงการนั้น จะมีการลงพื้นที่จริงในชุมชน ทำงานร่วมกับชาวบ้าน อบต. กำนันและผู้ใหญ่บ้าน ศึกษาความต้องการของชุมชนออย่างแท้จริง มีความต้องการยกระดับคุณภาพชีวิตในด้านใดบ้าง เพื่อมุ่งเป้าหมายไปยังการพัฒนาคุณภาพผลิตภัณฑ์ชุมชน / OTOP สร้างมูลค่าเพิ่มด้านการเกษตรอาหาร ยกระดับการท่องเที่ยวชุมชน การพัฒนาเศรษฐกิจสร้างสรรค์ในพื้นที่ พัฒนาองค์ความรู้และทักษะ ให้กับผู้ประกอบการและแรงงานเสริมสร้างอาชีพ &amp;nbsp;ทั้งนี้ คาดว่าผลที่จะได้รับจากโครงการจะก่อให้เกิดการจ้างงาน จำนวน 1,600 คน และช่วยให้เศรษฐกิจชุมชนดีขึ้น ประชาชนในชุมชนได้รับการพัฒนาทักษะในการเสริมสร้างอาชีพใหม่ในชุมชนทางด้านเกษตร การพัฒนาผลิตภัณฑ์ สิ่งแวดล้อม และผู้ประกอบการ SME วิสาหกิจชุมชนและอุตสาหกรรม รวมถึงเกิดการจัดทำข้อมูลขนาดใหญ่ของชุมชน จำนวน 80 ฐานข้อมูล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;quot; โครงการ 1 ตำบล 1 มหาวิทยาลัย เป็นโครงการที่สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ของมทร.ธัญบุรี แม้โครงการรัฐบาลจะจบลง แต่มหาวิทยาลัยพร้อมที่จะสนับสนุนต่อไป เป็นการสร้างความเข้มแข็งของชุมชนอย่างแท้จริง และเป็นการยกระดับรายได้ของชุมชน โดยใช้ความรู้วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีเข้ามาช่วย&amp;rdquo; อธิการบดี มทร.ธัญบุรี กล่าว
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/82702</URL_LINK>
                <HASHTAG>#อว., ดร. เอนก เหล่าธรรมทัศน์, มทร.ธัญบุรี, เศรษฐกิจชุมชน, โครงการ1ตำบล 1มหาวิทยาลัย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201006/image_big_5f7c3ee016004.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>31427</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/03/2019 16:33</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/03/2019 16:33</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศธ.หวังตั้งกลุ่มฝึกอาชีพนักเรียนในโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลามและสถาบันศึกษาปอเนาะ     สร้างเศรษฐกิจชุมชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;กระทรวงศึกษาธิการชูกลไกตั้งกลุ่มฝึกอบรมวิชาชีพหลักสูตรระยะสั้น และจัดตั้งกลุ่มอาชีพให้กับนักเรียนในโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลามและสถาบันศึกษาปอเนาะ หวังสร้างงาน สร้างรายได้ สร้างสันติสุขในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;พล.อ.สุรเชษฐ์ ชัยวงศ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เปิดเผยว่า ที่ผ่านมาในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ผู้ปกครองนิยมส่งบุตรหลานให้มีการศึกษาควบคู่ไปกับการเรียนรู้ศาสนา ซึ่งส่วนใหญ่จะเน้นให้บุตรหลานศึกษาในโรงเรียนเอกชน&amp;nbsp; สอนศาสนาอิสลามและสถาบันศึกษาปอเนาะเป็นจำนวนมาก&amp;nbsp; แต่ทั้งนี้นักเรียนในโรงเรียนดังกล่าวนอกจากจะใช้ระบบการเรียนในโรงเรียนสอนศาสนาแล้ว เยาวชนก็จำเป็นต้องมีความรู้และทักษะทางวิชาชีพอื่นๆ เพื่อรองรับการเจริญเติบโตทางด้านเศรษฐกิจและการเปลี่ยนแปลทางสังคมโลกในยุคปัจจุบัน &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;ด้วยเหตุนี้กระทรวงศึกษาธิการ โดยสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา จึงมุ่งเน้นให้สถานศึกษาในเขตพัฒนาพิเศษจังหวัดชายแดนภาคใต้ มีการจัดฝึกอบรมอาชีพระยะสั้น พร้อมกับจัดตั้งกลุ่มอาชีพให้กับนักเรียนในโรงเรียนเอกชน สอนสอนศาสนาอิสลามและเยาวชนในถาบันศึกษาปอเนาะในเขตพื้นที่รับผิดชอบ เพื่อให้นักเรียนและเยาวชนในโรงเรียนดังกล่าวสามารถนำความรู้และทักษะที่ได้จากการฝึกอบรมไปประกอบาชีพในอนาคตได้ ภายใต้วัตถุประสงค์ เพื่อจัดฝึกอบรมวิชาชีพให้กับนักเรียนและเยาวชน เพื่อส่งเสริมให้มีการจัดกลุ่มอาชีพในโรงเรียน โดยนำความรู้ที่ได้รับมาประกอบอาชีพ สร้างงาน สร้างรายได้ในท้องถิ่น อันจะก่อให้เกิดความสงบสุข และความมั่นคงทางเศรษฐกิจและสังคมในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;ldquo;การดำเนินงานดังกล่าว ศธ. ได้กำหนดเป้าหมายการจัดตั้งกลุ่มอาชีพในโรงเรียน โดยมีสถานศึกษาอาชีวศึกษาในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้&amp;nbsp; จำนวนทั้งหมด 18 แห่ง ที่จัดให้มีการฝึกอบรมวิชาชีพดังกล่าว ซึ่งหวังว่าการดำเนินงานดังกล่าวจะช่วยสร้างประโยชน์ก่อเกิดอาชีพการสร้างรายได้ที่มีความมั่นคงให้กับครอบครัวของเยาวชน และชุมชนได้อย่างยั่งยืนต่อไป&amp;rdquo; รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/31427</URL_LINK>
                <HASHTAG>#ศธ., กระทรวงศึกษาธิการ, ชายแดนภาคใต้, พล.อ.สุรเชษฐ์ ชัยวงศ์, สถาบันศึกษาปอเนาะ, อิสลาม, เศรษฐกิจชุมชน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190315/image_big_5c8b40efd4e7b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>14643</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/03/2026 17:08</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/08/2018 15:11</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พลเอกประยุทธ์ นายกฯ เปิดงาน ‘ไทยแลนด์  โซเชียล  เอ็กซ์โป’  มหกรรมด้านสังคมเพื่อลดความเหลื่อมล้ำครั้งแรกของไทย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;เมืองทองธานี/ พลเอกประยุทธ์&amp;nbsp; จันนทร์โอชา&amp;nbsp; นายกฯ เปิดงาน &amp;lsquo;Thailand Social Expo&amp;rsquo; &amp;nbsp;มหกรรมด้านสังคมครั้งแรกของประเทศไทย&amp;nbsp; รวมพลังประชารัฐกว่า 90&amp;nbsp; องค์กรโชว์ผลงานการลดความเหลื่อมล้ำและสร้างโอกาสการเข้าถึงบริการของรัฐ &amp;nbsp;&amp;nbsp;เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตประชาชนทุกกลุ่มเป้าหมาย &amp;nbsp;ชูผลงานรัฐบาลแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยผู้มีรายได้น้อยและที่ดินทำกินให้เกษตรกรที่ยากไร้&amp;nbsp; ขณะที่เครือข่ายขบวนองค์กรชุมชนทั่วประเทศเสนอพื้นที่รูปธรรมในการพัฒนาและแก้ไขปัญหาชุมชนทุกมิติ&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; ด้านเศรษฐกิจชุมชน&amp;nbsp; เกษตรอินทรีย์&amp;nbsp; ธนาคารต้นไม้ใช้หนี้ ที่อยู่อาศัย ภัยพิบัติ &amp;nbsp;สวัสดิการสังคม&amp;nbsp; ฯลฯ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;วันนี้ (3 สิงหาคม) เวลา 9.30 น.&amp;nbsp; พลเอกประยุทธ์&amp;nbsp; จันทร์โอชา&amp;nbsp; นายกรัฐมนตรี&amp;nbsp; ได้เดินทางมาที่ศูนย์ประชุมอิมแพค&amp;nbsp; เมืองทองธานี&amp;nbsp; เพื่อเป็นประธานในการเปิดงาน &amp;lsquo;ไทยแลนด์&amp;nbsp; โซเชียล&amp;nbsp; เอ็กซ์โป 2018&amp;rsquo;&amp;nbsp; มหกรรมด้านสังคมแสดงผลงานการลดความเหลื่อมล้ำและสร้างโอกาสการเข้าถึงบริการของรัฐ &amp;nbsp;&amp;nbsp;เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตประชาชนทุกกลุ่มเป้าหมาย ครั้งแรกของประเทศไทย&amp;nbsp; จัดโดยกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.)&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดยมีหน่วยงานต่างๆ ทั้งในสังกัด พม.&amp;nbsp; หน่วยงานรัฐและภาคเอกชนเข้าร่วมกว่า 90 องค์กร&amp;nbsp; มีตัวแทนหน่วยงานและประชาชนเข้าร่วมงานประมาณ&amp;nbsp; 3.000 คน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;พลเอกอนันตพร&amp;nbsp; กาญจนรัตน์&amp;nbsp; รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมฯ กล่าวว่า&amp;nbsp; การจัดงาน &amp;nbsp;&amp;lsquo;Thailand Social Expo 2018&amp;rsquo; ครั้งนี้ &amp;nbsp;&amp;nbsp;ถือเป็นการจัดงานมหกรรมด้านสังคมครั้งแรกของประเทศไทย &amp;nbsp;ด้วยการแสดงผลงานด้านสังคมของรัฐบาลในการลดความเหลื่อมล้ำทางสังคม &amp;nbsp;และการสร้างโอกาสเข้าถึงบริการของรัฐ &amp;nbsp;เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตสำหรับประชาชนทุกกลุ่มเป้าหมาย &amp;nbsp;โดยเฉพาะเด็ก &amp;nbsp;เยาวชน &amp;nbsp;สตรี &amp;nbsp;ครอบครัว &amp;nbsp;ผู้สูงอายุ &amp;nbsp;คนพิการ &amp;nbsp;และผู้ด้อยโอกาส &amp;nbsp;ให้มีความมั่นคงในการดำรงชีวิต&amp;nbsp; ด้วยคุณค่าและศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์อย่างเท่าเทียมกันในสังคม&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;ldquo;การจัดงานครั้งนี้ &amp;nbsp;มีวัตถุประสงค์เพื่อเสริมสร้างศักยภาพหน่วยงานด้านสังคมในการขับเคลื่อนการพัฒนาด้านสังคมของ&amp;nbsp; สร้างพลังความร่วมมือของหน่วยงานด้านสังคมทุกภาคส่วน&amp;nbsp; การแสดงผลงานสำคัญด้านการพัฒนาสังคม&amp;nbsp; ของประเทศ&amp;nbsp; ผลการคิดค้นและการดำเนินงานสำคัญในด้านสังคมของไทยและอาเซียน การประชุม&amp;nbsp; เสวนาวิชาการ &amp;nbsp;&amp;nbsp;รายงานสถานการณ์ทางสังคม&amp;nbsp; การคาดการณ์แนวโน้มทางสังคมเพื่อนำไปสู่การกำหนดนโยบายของประเทศด้านการพัฒนาและแก้ไขปัญหาสังคมต่อไป&amp;rdquo; &amp;nbsp;พลเอกอนันตพรกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;พลเอกประยุทธ์&amp;nbsp; จันทร์โอชา กล่าวปาฐกถาเรื่อง &amp;ldquo;การขับเคลื่อนงานด้านการพัฒนาสังคมในยุค 4.0&amp;rdquo;&amp;nbsp; มีใจความตอนหนึ่งว่า&amp;nbsp; วันนี้ประเทศไทยกำลังเดินหน้าสู่ไทยแลนด์ 4.0&amp;nbsp; โดยมียุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี&amp;nbsp; ดำเนินการตามยุทธศาสตร์ชาติ 6 ด้าน &amp;nbsp;และการปฏิรูปประเทศ &amp;nbsp;&amp;nbsp;โดยใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมในการพัฒนาประเทศ ซึ่งทั้งหมดจะต้องพัฒนาคนให้สอดคล้องกับการพัฒนาประเทศ &amp;nbsp;นั่นคือการดูแลด้านสังคมที่รัฐบาลมุ่งให้การดูแลในทุกมิติ &amp;nbsp;โดยเฉพาะการดูแลด้านจิตใจ &amp;nbsp;ให้ทุกคนมีคุณธรรม &amp;nbsp;จริยธรรม &amp;nbsp;มีจิตสำนึก &amp;nbsp;เผื่อแผ่แบ่งปัน &amp;nbsp;มีความสามัคคีและปรองดอง &amp;nbsp;และการทำให้สังคมไทยพร้อมรับกับความท้าทายที่ซับซ้อนของโลกยุคปัจจุบัน &amp;nbsp;โดยมุ่งเน้นสร้างความเข้มแข็งตั้งแต่ระดับครอบครัว และยังคำนึงถึงการแก้ปัญหาให้กับประชาชนทุกกลุ่ม &amp;nbsp;ตั้งแต่ผู้มีรายได้น้อย &amp;nbsp;ผู้พิการ &amp;nbsp;ผู้สูงวัย &amp;nbsp;และเยาวชน &amp;nbsp;ผ่านโครงการสำคัญต่างๆ มากมาย &amp;nbsp;เช่น &amp;nbsp;การลงทะเบียนผู้มีรายได้น้อยและบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ &amp;nbsp;การส่งเสริมการศึกษาที่ตรงความต้องการของประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;นอกจากนี้รัฐบาลได้มุ่งจัดระเบียบสังคมในด้านต่างๆ &amp;nbsp;เพื่อสร้างความเท่าเทียม&amp;nbsp; ลดความเหลื่อมล้ำ &amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp; การทำเรื่องที่อยู่อาศัยสำหรับผู้ที่มีรายได้น้อย &amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp; แฟลตดินแดง&amp;nbsp; &amp;nbsp;และประชาชนที่ยังไม่มีบ้านเป็นของตัวเอง&amp;nbsp;&amp;nbsp; มีเป้าหมาย 2.7 ล้านครัวเรือน&amp;nbsp; โดยให้การเคหะแห่งชาติดูแล&amp;nbsp; การแก้ปัญหาที่ดินทำกินแก่เกษตรกรที่ไม่มีที่ดินทำกินที่ได้ดำเนินการไปแล้วในกว่า 60 จังหวัด &amp;nbsp;ประมาณ 250,000 ไร่&amp;nbsp; และปีนี้จะทำอีก 300,000 ไร่ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;ldquo;ส่วนชุมชนริมคลอง&amp;nbsp; รัฐบาลมีนโยบายแก้ไขการบุกรุกชุมชนริมคลอง&amp;nbsp; ซึ่งในอดีตเรามีคลองที่ใช้สัญจรประมาณ 250 คลอง&amp;nbsp; แต่ก็มีผู้บุกรุกจำนวนมาก&amp;nbsp; รัฐบาลจึงมีนโยบายพัฒนาคลอง&amp;nbsp; เพื่อให้คลองมีความสะอาด&amp;nbsp;


แทงบอลออนไลน์ &amp;nbsp;ดูสวยงาม&amp;nbsp; และขอความร่วมมือประชาชนอย่างทิ้งขยะและน้ำเสียลงคลอง&amp;rdquo;&amp;nbsp; นายกรัฐมนตรียกตัวอย่างการพัฒนาชุมชนริมคลอง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;ทั้งนี้ผ่านมารัฐบาลได้จัดสรรงบประมาณกว่าร้อยละ 40 ของงบประมาณรายจ่ายประจำปี&amp;nbsp; จากงบประมาณ 3.3 ล้านบาท&amp;nbsp; เพื่อดูแลสวัสดิการประชาชนทั้งระบบ &amp;nbsp;ซึ่งครอบคลุมทั้งเรื่องของนโยบายสุขภาพถ้วนหน้า &amp;nbsp;การศึกษาฟรี &amp;nbsp;กองทุนเงินออมแห่งชาติ &amp;nbsp;และกองทุนเพื่อพัฒนาสังคมในด้านต่างๆ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;นายสมชาติ&amp;nbsp; ภาระสุวรรณ&amp;nbsp; ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) กล่าวว่า &amp;nbsp;พอช.ได้ประสานงานกับเครือข่ายขบวนองค์กรชุมชนทั่วประเทศเพื่อนำผลงานพื้นที่รูปธรรมในการพัฒนาและแก้ไขปัญหาชุมชนท้องถิ่น&amp;nbsp; 


แทงสล็อต&amp;nbsp;&amp;nbsp;รวมทั้งนวัตกรรมชุมชนท้องถิ่นจัดการตนเองมานำเสนอ&amp;nbsp; ทั้งในรูปแบบการจัดเวทีเสวนา&amp;nbsp; การพูดหรือนำเสนอแบบ TED Talk (การพูดเพื่อเผยแพร่ความคิดหรือประสบการณ์เพื่อจุดประกายพลังให้แก่ผู้ฟังโดยใช้เวลาสั้นๆ) พื้นที่ละ 10-15 นาที&amp;nbsp; และการจัดเวทีสังเคราะห์ความรู้ &amp;lsquo;นวัตกรรมชุมชนท้องถิ่นจัดการตนเองสู่เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน&amp;rsquo;&amp;nbsp; โดยมีผู้แทนจากประเทศอาเซียนเข้าร่วมในเวทีดังกล่าวด้วย&amp;nbsp;&amp;nbsp;


แทงหวยออนไลน์&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;ldquo;การจัดงาน &amp;lsquo;Thailand Social Expo 2018&amp;rsquo; ครั้งนี้&amp;nbsp; ถือเป็นโอกาสดีที่ขบวนองค์กรชุมชนและเครือข่ายจะได้แสดงศักยภาพและความสามารถในการพัฒนาสังคมในด้านต่างๆ&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; เรื่องเศรษฐกิจฐานราก&amp;nbsp;


เครดิตฟรีทดลองเล่น &amp;nbsp;สถาบันการเงิน&amp;nbsp; เกษตรอินทรีย์&amp;nbsp; สิ่งแวดล้อม&amp;nbsp; การแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัย&amp;nbsp; การป้องกันภัยพิบัติ&amp;nbsp; การจัดสวัสดิการชุมชน&amp;nbsp; ฯลฯ&amp;nbsp; มานำเสนอเพื่อเป็นแนวทางในการใช้นวัตกรรมชุมชนท้องถิ่นจัดการตนเองสู่เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนต่อไป&amp;rdquo;&amp;nbsp; ผอ.พอช.กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;งาน &amp;lsquo;Thailand Social Expo 2018&amp;rsquo;&amp;nbsp; มีกิจกรรมที่น่าสนใจ 4 ด้าน&amp;nbsp; คือ 1.การประชุมวิชาการ&amp;nbsp; เสวนา&amp;nbsp; ปาฐกถาพิเศษ&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ด้านการพัฒนาสังคม&amp;nbsp; และการนำเสนอรายงานสถานการณ์ทางสังคม&amp;nbsp; ทั้งในเชิงประเด็นและกลุ่มเป้าหมาย&amp;nbsp; 2.การแสดงผลงานนวัตกรรมด้านสังคมของประเทศไทย&amp;nbsp; นวัตกรรมเพื่อพัฒนาสังคม&amp;nbsp; ต้นแบบที่ดีของการพัฒนาสังคม&amp;nbsp; เทคโนโลยีเพื่อสังคม&amp;nbsp; 3.การแสดงผลิตผลด้านสังคมของภาคีเครือข่ายด้านสังคม&amp;nbsp; และ 4.การแสดงศักยภาพของกลุ่มเป้าหมายและภาคีเครือข่ายเพื่อเสริมสร้างเจตคติที่ดีและสร้างสรรค์ของคนในสังคม&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;นอกจากนี้ภายในงานจะมีการออกบูธของหน่วยงานต่างๆ ในสังกัดกระทรวง พม.&amp;nbsp; และกระทรวงอื่นๆ เช่น&amp;nbsp; มหาดไทย&amp;nbsp; แรงงาน&amp;nbsp; ท่องเที่ยวและกีฬา&amp;nbsp; พลังงาน&amp;nbsp; ยุติธรรม&amp;nbsp; ศึกษาธิการ&amp;nbsp; วัฒนธรรม&amp;nbsp; ดิจิตัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม&amp;nbsp;&amp;nbsp; ฯลฯ&amp;nbsp; รวมทั้งภาคธุรกิจและเอกชน&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; หอการค้าไทย&amp;nbsp; บริษัทบางจาก&amp;nbsp; ทีวีบูรพา&amp;nbsp; โรงพยาบาลในเครือบางปะกอก&amp;nbsp; รพ.รามคำแหง&amp;nbsp; ตลาดหลักทรัพย์&amp;nbsp; ฯลฯ&amp;nbsp; รวมทั้งหมดกว่า&amp;nbsp; 90 องค์กร&amp;nbsp; จำนวนบูธทั้งหมดประมาณ&amp;nbsp; 150&amp;nbsp; บูธ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;งาน&amp;nbsp; &amp;lsquo;Thailand Social Expo 2018&amp;rsquo; &amp;nbsp;มีขึ้นระหว่างวันที่ 3 &amp;ndash; 5 สิงหาคม 2561 ตั้งแต่เวลา 9.00 &amp;ndash; 18.30 น. ณ ฮอลล์ 5-8 &amp;nbsp;ศูนย์การแสดงสินค้าและการประชุมอิมแพ็ค &amp;nbsp;เมืองทองธานี &amp;nbsp;จังหวัดนนทบุรี&amp;nbsp; ประชาชน&amp;nbsp; นักศึกษา&amp;nbsp; และผู้สนใจสามารถเข้าร่วมงานดังกล่าวได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/14643</URL_LINK>
                <HASHTAG>Thailand Social Expo, กระทรวง พม., คุณภาพชีวิต, ประชารัฐ, พลเอกประยุทธ์  จันนทร์โอชา, สังคม, อิมแพค  เมืองทองธานี, เกษตรอินทรีย์, เศรษฐกิจชุมชน, ไทยแลนด์  โซเชียล  เอ็กซ์โป 2018</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180803/image_big_5b640d42f0684.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
