<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>76991</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/09/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/09/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ฝ่ายค้านโหนเด็กรุมไล่นายกฯ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; เปิดสภาอภิปรายทั่วไปเพื่อซักถามข้อเท็จจริงเสนอแนะปัญหาต่อรัฐบาล แต่ฝ่ายค้านเรียงหน้าไล่ &amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot; ลาออก หวังเป็นรัฐบาลเอง จุดเชื้อให้ &amp;quot;ม็อบ 3 นิ้ว&amp;quot; หลับตาถล่มประเทศไทยมืดมน เศรษฐกิจตกต่ำ นายกฯ ไม่มีภาวะผู้นำ เลือดเย็นกับประชาชน รอวันพังพินาศ ขณะที่ &amp;quot;ประยุทธ์&amp;quot; วอนอย่าสร้างความเกลียดชังต่อไป ลั่นไม่ได้มีปัญหากับนักเรียนนักศึกษา มีแต่คนทำให้นักเรียนนักศึกษามีปัญหากับตนเอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 9 กันยายน เวลา 10.00 น. การประชุมสภาผู้แทนราษฎร ที่มีนายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร เป็นประธาน ได้พิจารณาญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไปเพื่อซักถามข้อเท็จจริงหรือเสนอแนะปัญหาต่อคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในเรื่องวิกฤติทางเศรษฐกิจและวิกฤติทางการเมือง โดยไม่ลงมติ ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 152
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รัฐบาลนำโดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี,&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ, พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย, นายสันติ พร้อมพัฒน์? รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง รักษาการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง, นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ฯลฯ เข้าประชุมอย่างพร้อมเพรียง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ ส.ส.กทม.?พรรคเพื่อไทย ในฐานะผู้นำเสนอญัตติ อภิปรายต่อที่ประชุมถึงวิกฤติทางการเมืองซึ่งมีเยาวชนและนักเคลื่อนไหวช่วงที่ พล.อ.ประยุทธ์เป็นนายกฯ และเชื่อว่าจะได้รับการขนานนามว่าเป็นนายกฯ ที่ทำให้มีม็อบก่อตัวมากที่สุด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขาขอให้ยกเลิกหมายจับเยาวชนนักเคลื่อนไหวทั่วประเทศ รวมถึงยุติการคุกคามการเคลื่อนไหว การปิดกั้นการแสดงความเห็น เปลี่ยนเป็นการคุ้มครองและรับฟัง อย่างไรก็ตาม ปัญหาในประเทศที่เกิดขึ้นสร้างความกังวล ทั้งด้านเศรษฐกิจรัฐบาลกู้ยืมเงินจำนวนมาก เป็นความเสี่ยงที่ทำให้เกิดภาวะล้มละลาย และความสูญเสียศักยภาพทางเศรษฐกิจที่รัฐบาลพลเรือนวางแผนไว้นั้นหายไปเพราะการยึดอำนาจ และทำให้ประเทศไทยตกอยู่ในภาวะลำบาก นอกจากนั้นปัญหาด้านเศรษฐกิจมีผลสืบเนื่องจากการไม่เคารพสิทธิพื้นฐานประชาชนและเสรีภาพ
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ขีดความสามารถของประเทศด้านการลงทุน ต่อความต้องการของโลก อยู่ที่การจัดสรรเงินและการลงทุนภาครัฐ รัฐบาลต้องคำนึงถึง และคำนึงถึงการบริหารงานที่เน้นเป้าหมายนำกระบวนการ ซึ่งต่างจากผู้นำของทหารที่ใช้กระบวนการนำเป้าหมาย โดยมีตัวอย่างคือ การระบาดโควิด-19 นายกฯ ใช้กระบวนการส่วนตัวคือกู้และกู้ วันนี้หากกำหนดยุทธศาสตร์ต้องมีเป้าหมายชัดเจน หากอะไรที่ไม่ตอบสนองยุทธศาสตร์ต้องยกเลิก เช่น ซีพีทีพีพี เป็นต้น&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.อ.อนุดิษฐ์กล่าวด้วยว่า การบริหารประเทศของรัฐบาลทำให้ประเทศจมกองหนี้ คนส่วนใหญ่เดือดร้อน มีปัญหาเศรษฐกิจ โดยหลายปัญหาเกินเยียวยา ตนมีข้อเสนอสุดท้ายต่อรัฐบาลถึงนายกฯ ว่าหากต้องการช่วยเหลือประเทศไทยอย่างแท้จริง คือการลาออกตามเสียงเรียกร้องของคนไทยทั้งประเทศ
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ในการอภิปรายช่วงหนึ่ง น.อ.อนุดิษฐ์ขออนุญาตต่อที่ประชุม เพื่อชู 3 นิ้วกลางที่ประชุม ให้คำมั่นสัญญาและปฏิญาณตนต่อหน้าคนไทยทั้งประเทศว่า ขอคืนอำนาจอธิปไตยให้ประชาชน ใช้รัฐสภาแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อหาทางออกประเทศ ตามข้อเรียกร้องของประชาชน พร้อมขอให้เจ้าหน้าที่รัฐยุติความรุนแรง หยุดคุกคาม และหยุดหมายเรียก รวมถึงต้องยุติรัฐธรรมนูญเผด็จการ โดยตั้งสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) คืนอำนาจให้ประชาชน
เลือดเย็นกับประชาชน
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้น นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล อภิปรายว่า เศรษฐกิจไทยบ๊วยเกือบที่สุดในเอเชียจากการทำสำรวจของไอเอ็มเอฟ ในสิ้นปีนี้คาดว่าเศรษฐกิจไทยเกือบอยู่ท้ายสุดของเอเชีย ไม่เพียงเท่านั้น ความล้มเหลวจะเริ่มส่งผลต่อคนชนชั้นกลางและเจ้าของกิจการ ขณะเดียวกันค่าเงินบาทจะแข็งตัว ซึ่งซ้ำเติมผู้ส่งออก สิ่งเหล่านี้สะท้อนจำนวนตัวเลขคนว่างงาน ซึ่งตอนนี้สูงถึง 5 เท่าเมื่อเทียบกับเดือน ก.พ.ที่ผ่านมา อุตสาหกรรมท่องเที่ยวหายเกือบร้อยเปอร์เซ็นต์ โครงการเที่ยวปันสุขคนมาใช้เพียง 17 เปอร์เซ็นต์ โรงแรมขนาดกลางและเล็กไม่ได้เข้าร่วมโครงการ จึงไม่แปลกใจที่ชาวภูเก็ตบอกว่าป่าตองกลายเป็นป่าช้า ทั้งหมดแสดงให้เห็นถึงภาวะสุญญากาศในการบริหารเศรษฐกิจ กัปตันสวมเกียร์ว่างไม่รู้ร้อนรู้หนาวในยามที่พายุโหม ดูเหมือนรัฐบาลนอกจากใจเย็นก็ยังเลือดเย็นกับประชาชน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;เศรษฐกิจยิ่งแก้ คนต้องกล้าใช้จ่าย แต่ขณะนี้ดัชนี้ผู้บริโภคยิ่งดิ่งลึกลงกว่าเดิม ร้ายกว่านั้นหน่วยงานราชการยังคอร์รัปชัน ดั่งที่มีรายงานของปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ที่ออกมาว่างบปะมาณปี 62 มีหน่วยงานราชการยักยอกในธุรกิจจัดซื้อจัดจ้างมูลค่า 1.3 หมื่นล้านบาท นายกรัฐมนตรีมีโอกาสตลอด 5 ปี ไม่มีฝ่ายค้าน งบประมาณเต็มมือที่จะสร้างรัฐเปิดเผย บริหารราชการบนพื้นฐานความโปร่งใส เพื่อให้ประชาชนตรวจสอบการทุจริต นายกฯ มีโอกาสแต่ไม่ได้ทำ จนทำให้คนในประเทศต้องมารับกับความมืดมนสิ้นหวัง ในอนาคตอันใกล้หากรัฐบาลไม่ประสบความสำเร็จในการแก้ปัญหาเศรษฐกิจ จะมีแรงกดดันเพิ่มมากขึ้นทั่วประเทศและทุกชนชั้น บ้านเมืองถึงทางตัน&amp;rdquo; หัวหน้าพรรคก้าวไกลกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายพิธากล่าวอีกว่า ความน่าเศร้าที่สุดในตอนนี้คือ ในช่วงที่มีความมืดมน เราดันมีนายกฯ ที่ไม่มีภาวะผู้นำอยู่ในระบบการเมืองที่บิดเบือน ไม่ต้องหลับตาก็รู้ว่าพังพินาศเพียงใด พรรคการเมืองที่เสนอท่านเป็นนายกฯ ก็เพราะรัฐธรรมนูญปี 60 ออกแบบมาเพื่อพรรคพวก พรรคที่ได้คะแนนอันดับหนึ่งกลับไม่สามารถเป็นรัฐบาลได้ตามเจตจำนงของประชาชน ท่านเองได้เป็นนายกฯ ก็เพราะกฎกติกาที่พวกพ้องท่านเขียนเอง ตั้ง 250 ส.ว. ให้มีจำนวนมากกว่าพรรคการเมืองใดๆ รัฐธรรมนูญปัจจุบันถูกร่างขึ้น ไม่ได้มีไว้เพื่อแก้ปัญหาสังคม แต่เป็นรัฐธรรมนูญที่ทำหน้าที่เฉพาะกิจสืบทอดอำนาจ รักษาอำนาจของพวกท่านให้ยาวนานที่สุด สภาวุ่นวายอยู่กับการป้อนกล้วยให้งูกิน ทำให้เกิดรัฐบาลผสมไม่มีเอกภาพและไร้คุณภาพ ประเทศเดินทางไปอย่างไรทิศทาง มองไม่เห็นอนาคต
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หัวหน้าพรรคก้าวไกลกล่าวด้วยว่า เมื่อประชาชนออกมาชุมนุมเพื่อเรียกร้องอนาคต นอกจากรัฐบาลจะแก้ปัญหาไม่ได้ ก็ไม่รับฟังและยังคุกคามเสรีภาพ การใช้มาตรา 116 ไม่สมเหตุสมผล ยิ่งขยายความขัดแย้ง ตนเกรงว่าจะกลายเป็นการยั่วยุท้าทายให้ประชาชนโกรธ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ไม่มีครั้งไหนที่นักเรียน นักศึกษาประท้วงรัฐบาลมาก และกระจายไปทั่วประเทศขนาดนี้ หยั่งรากลึกลงไปจนถึงระดับนักเรียนมัธยม ซึ่งถ้าท่านปฏิรูปประเทศจริงตั้งแต่ 6 ปีก่อน การชุมนุมของนักศึกษาจะไม่เกิดขึ้น ดังนั้น เลิกดูถูก เลิกทวงบุญคุณว่าท่านเข้ามาบริหารประเทศเพราะอะไร เพราะคนที่ปลุกให้พวกเขาตื่นขึ้นมาก็คือ พล.อ.ประยุทธ์ วันนี้ชัดเจนแล้วว่าความวุ่นวาย ความสิ้นหวัง ความล้าหลังนั้น ใจความล้มเหลวมันอยู่ที่ พล.อ.ประยุทธ์ เมื่อแก้ปัญหาไม่ได้ ท่านก็ควรหลีกทาง ลงจากอำนาจ คืนอนาคตให้กับประเทศชาติ ออกไปก่อนที่ประเทศจะย่อยยับเกินกว่าที่พวกท่านจะชดใช้ไหว&amp;quot; นายพิธากล่าว
อย่ารังเกียจทหารมากนัก
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมา พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ชี้แจงว่า การทำให้ทุกคนพอใจเป็นเรื่องยาก แต่ไม่เกินความพยายามหากพวกเราช่วยกัน รัฐบาลมีความห่วงใยในสถานการณ์ปัจจุบัน ทั้งการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 และสถานการณ์อื่นๆ จะพยายามทำหน้าที่อย่างเต็มที่ เพื่อดูแลแก้ไขทุกอย่างให้กลับมาสู่ภาวะปกติโดยเร็ว และเดินหน้าสู่การพัฒนาประเทศในระยะต่อไป แม้จะมีอุปสรรคอยู่บ้างก็ตาม แต่ก็ยังคงมีความพยายามเหล่านี้ เพราะนึกถึงชาติ ศาสน์ กษัตริย์ และประชาชน จำเป็นต้องทำด้วยความรอบคอบ ระมัดระวังข้อกฎหมาย ภายใต้งบประมาณที่มีอยู่จำกัด และการกู้เงินต่างๆ ที่จำเป็นกู้ก็ต้องกู้ หากไม่มีเหตุการณ์ก็คงไม่ต้องกู้ ส่วนที่มีการอ้างว่ารัฐบาลไม่เคยถูกตรวจสอบมาตั้งแต่ คสช. ก็เป็นเรื่องเข้าใจผิด เพราะเรื่องต่างๆ ยังทำงานอยู่ มีการตรวจสอบ มีการชี้แจง การทักท้วง
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์กล่าวต่อว่า การแก้ไขปัญหาโควิด-19 อยู่ในระดับน่าพอใจในระดับโลก และต้องร่วมมือกันให้มากยิ่งขึ้น ส่วนปัญหาเศรษฐกิจนั้น รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายเศรษฐกิจคงจะชี้แจง ทั้งส่วนอาเซียนและส่วนประชาคมโลก ยืนยันว่าเคารพในกระบวนการรัฐสภามาโดยตลอด จะทำทุกอย่างให้เกิดความชอบธรรมโปร่งใสให้มากที่สุด ปัญหาหลายปัญหาที่จะพูดในช่วงบ่ายวันนี้ ก็เป็นปัญหาที่เกิดขึ้นยาวนานมาแล้ว ซึ่งรัฐบาลที่เข้ามาก็มีการเตรียมแก้ปัญหามาหลายปีแล้วเหมือนกัน เพราะก่อนหน้านี้ปัญหาหลายปัญหาไม่ได้รับการแก้ไข ยืนยันว่าจะรับผิดชอบแก้ไขปัญหาให้ลุล่วงไปได้ด้วยดี
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายกรัฐมนตรีกล่าวด้วยว่า อย่ารังเกียจทหารมากนัก เพราะคือลูกหลานทั้งนั้น ทำงานโดยเสียสละ หลายคนเคยเป็นทหารมาก่อน แต่ไม่ประสบความสำเร็จในวงการทหาร จึงโจมตีวงการทหาร แต่อะไรที่เป็นประโยชน์ก็รับฟังได้ และขออย่าแยกทหารออกจากประชาชน ทหารไทยไม่ได้มีแค่ปฏิวัติ แต่ทุกวันนี้ทหารทำงานเพื่อประชาชน ทั้งการป้องกันประเทศ การป้องกันภัยพิบัติ การป้องกันโควิด-19 ขอให้ทุกคนร่วมมือกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;อย่าสร้างความเกลียดชังต่อไปเลย ผมไม่ได้มีปัญหากับนักเรียนนักศึกษา มีแต่คนทำให้นักเรียนนักศึกษามีปัญหากับผมเอง&amp;rdquo; นายกฯ กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้น นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชาติ ได้ลุกขึ้นอภิปรายเป็นครั้งสุดท้ายก่อนจะลาออกจากตำแหน่ง ส.ส. ว่าวันนี้หมดเวลาของท่านแล้ว ขอให้ลงจากอำนาจอย่างสง่างาม ทั้งนี้ ขอยกตัวอย่างกรณี 2 พล.อ. คือ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ อดีตประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ และ พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ อดีตนายกฯ ที่รู้จักพอ เมื่อลงจากอำนาจก็อยู่ในสังคมไทยอย่างปกติสุข ขณะที่อีก 1 พล.อ. และอีก 1 จอมพล ซึ่งตนไม่ขอเอ่ยนาม ต้องหนีไปใช้ชีวิตอยู่ต่างประเทศ โดยคนหนึ่งเสียชีวิตในต่างประเทศ ขณะที่อีกคนกลับมาโดยต้องห่มผ้าเหลือง และทรัพย์สมบัติของครอบครัวก็ถูกยึดทรัพย์ ซึ่งเป็นตัวอย่างให้ท่านดูว่าท่านจะเอาแบบไหน อย่างไรก็ตาม ตนอยากให้ท่านเลือกเส้นทางที่สวยงาม ท่านยังมีเวลาตัดสินใจก่อนถึงวันที่ 19 ก.ย. ก่อนที่คนส่วนใหญ่จะพูดว่า หมดเวลาของท่านแล้ว
&amp;quot;จีทูจี&amp;quot;เรือดำน้ำ
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาในช่วงบ่าย นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย อภิปรายว่า กองทัพเรือจัดซื้อเรือดำน้ำ 2 ลำ มูลค่า 2.25 หมื่นล้านบาท ถือว่า ครม.ขาดความซื่อสัตย์ ปล่อยปละให้ กองทัพเรือไปลงนามจัดซื้อ ไม่เป็นไปตามรูปแบบรัฐต่อรัฐ หรือจีทูจี โดย พล.ร.อ.ลือชัย รุดดิษฐ์ ไปลงนามกับบริษัท China Shipbuilding and Offshore International Company (CSOC)และจากการโอนเงิน ไม่ได้โอนจากรัฐบาลไทย แต่ทางกองทัพเรือ โอนเงินไปให้บริษัท CSOC และหนังสือรับมอบอำนาจฉบับเต็ม หรือ Full Powes ทั้งของฝั่งไทยและจีน ไม่เคยนำมาแสดง จึงสงสัยว่าจะเป็นจีทูจีเก๊หรือไม่ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เนื่องจากบริษัท CSOC ที่กองทัพเรือไปลงนามซื้อเรือดำน้ำ เป็นบริษัทลูกในเครือของ CSSC (China State Shipbuilding Coperation Limited) และบริษัท CSSC ยังเป็นเจ้าของบริษัท China Shipbuilding Trading Company Limited ซึ่งเป็นบริษัทเดียวกัน นอกจากนี้บริษัท CSSC ยังมาเปิดบริษัทที่ประเทศไทย ชื่อ บริษัท ไชน่าชิปปิ้ง บิวดิ้ง ประเทศไทย จำกัด จดทะเบียน 13 พ.ย.2562 ทุนจดทะเบียน 5 ล้านบาท ที่อยู่ 22/331 อาคารเอเวอร์กรีนชั้น 2 ถนนบางนา-ตราด แขวงบางนา พระโขนง กทม. ประกอบกิจการโรงหล่อโลหะ อย่างนี้จะเป็นจีทูจีจริงได้อย่างไร มีทุนจดทะเบียนเพียงแค่ 5 ล้านบาท นอกจากนี้ บริษัทจีนจะมีเพียง 97 บริษัทที่ขึ้นต้นด้วย China ได้เพียงเท่านี้ หากจะไปจดใหม่ รัฐบาลจีนไม่ให้จดอีกแล้ว &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;มีข้อซักถามไปถึงนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ว่าเหตุใดจึงปล่อยปละละเลยให้กองทัพเรือไปลงกับบริษัทของจีน แทนที่จะไปลงนามกับรัฐบาลจีน เพื่อให้การใช้อำนาจรัฐบาลและหน่วยงานของรัฐเป็นตามโดยหลักนิติธรรม ไม่เลือกปฏิบัติ และเพื่อความเหมาะสม ขอตั้งคำถามไปถึงนายกฯ ทั้งเรื่องรถไฟฟ้าสีเขียวและการจัดซื้อเรือดำน้ำจากจีน&amp;rdquo; นายยุทธพงศ์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หลังนายยุทธพงศ์พูดจบ นายชวนกล่าวขึ้นมาว่า นายยุทธพงศ์ มีข้อมูลไปสู้คดีนะครับ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้น พล.อ.ชัยชาญ ช้างมงคล รมช.กลาโหม ชี้แจงว่าประเด็นที่ว่าทำไมผู้ลงนามในข้อตกลงของฝ่ายไทยจึงเป็นเสนาธิการทหารเรือ แต่ฝ่ายจีนเป็นผู้แทนบริษัท China Shipbuilding &amp;amp; Offshore International หรือ CSOC และเหตุใดทำไมถึงจ่ายเงินให้กับบริษัทเอกชน ทั้งๆ ที่เป็นการซื้อจากรัฐบาลจีน ขอเรียนว่าในส่วนของรัฐบาลไทยนั้น คณะรัฐมนตรีได้มอบหมายให้ผู้บัญชาการทหารเรือเป็นผู้ลงนาม และได้มีการมอบให้เสนาธิการทหารเรือเป็นผู้ลงนาม ขณะที่รัฐบาลจีนมอบหมายให้องค์การบริหารงานของรัฐด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและอุตสาหกรรมการป้องกันประเทศ หรือ The State Administration for Science, Technology and Industry for National Defense (SASTIND) ซึ่งเป็นหน่วยงานที่ขึ้นตรงกับรัฐบาลจีนและเป็นหน่วยงานของรัฐ ซึ่งได้มอบอำนาจให้ CSOC ที่เป็นรัฐวิสาหกิจที่รัฐบาลจีนเป็นเจ้าของ 100% โดยในหนังสือรับรองการจดทะเบียนบริษัทของ CSOC มีการระบุคำว่า State-owned ที่ย้ำถึงความเป็นรัฐวิสาหกิจ ส่วนเรื่องการจ่ายเงินให้กับ CSOC นั้น เป็นเพราะ SASTIND ได้มอบอำนาจเต็มให้กับ CSOC
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ช่วงเย็น นายศรัณย์วุฒิ ศรัณย์เกตุ ส.ส.อุตรดิตถ์ พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า นายกฯ ได้เอื้อประโยชน์ให้กับธุรกิจพลังงานกว่า 10 ล้านล้านบาท โดยเป็นความร่วมมือของเจ้าสัวพลังงาน &amp;lsquo;ส&amp;rsquo; นายพล &amp;lsquo;น&amp;rsquo; นาย &amp;lsquo;พ&amp;rsquo; ที่เป็นรัฐมนตรีตัวจริง และนาย &amp;lsquo;ศ&amp;rsquo; ที่เป็นลูกพี่เก่าของนาย &amp;#39;พ&amp;#39; ทั้งหมดนี้เป็นแก๊งผูกขาดพลังงาน กระทรวงพลังงาน โดยเจ้าสัว &amp;#39;ส&amp;#39; เป็นเจ้าของพรรคการเมืองพรรคหนึ่ง เคยชวนตนไปอยู่ด้วย ให้เงินเดือน 2 แสนบาทต่อเดือน ตนไม่ไปแต่มีคลิปการชวนเป็นหลักฐาน โดยเจ้าสัว &amp;lsquo;ส&amp;rsquo; มีการฮั้วในการอุ้มสัญญาโรงไฟฟ้า ไอพีพี 5,000 เมกะวัตต์ ฮั้วประมูลท่าเรือแหลมฉบังเฟส 3 ฮั้วประมูลท่าเรือมาบตาพุดเฟส 3 การให้สัมปทานโรงไฟฟ้า 1,400 เมกะวัตต์ โดยไม่ต้องมีการประมูล ทั้งนี้&amp;nbsp; สิ่งที่คนไทยเจ็บปวดคือการสร้างสถานการณ์ให้เกิดการยึดอำนาจ หลังจาก พล.อ.ประยุทธ์เข้ามา ทำให้เศรษฐกิจประเทศพังยับเยิน มีแต่เจ้าสัวที่รวยเอา ดังนั้นนายกฯ ไม่ต้องลาออก แต่เผด็จการต้องออกไป &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์กล่าวชี้แจงว่า เรื่องโรงไฟฟ้าที่กล่าวหา ตนได้รับผลประโยชน์ก็ไม่จริง ตนพยายามจะทบทวน แต่แก้ไม่ได้ เพราะรัฐบาลก่อนที่จะตนเข้ามาได้เซ็นสัญญาเอาไว้ก่อน ให้ไปดูเอาว่าเป็นรัฐบาลไหน.&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/76991</URL_LINK>
                <HASHTAG>หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อภิปรายทั่วไป, อย่าสร้างความเกลียดชัง, เปิดสภา, เศรษฐกิจตกต่ำ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200909/image_big_5f58ef4d6b376.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>65428</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/05/2020 06:45</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/05/2020 06:45</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;วัฒนา&#039; รับแล้ว &#039;รัฐบาลบิ๊กตู่&#039; คุมโควิด-19 อยู่หมัด แต่ไม่วายหาจะเอาความสำเร็จกลบเศรษฐกิจตกต่ำ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9 พ.ค 63 - นายวัฒนา เมืองสุข แกนนำพรรคเพื่อไทย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า ความจริงที่ต้องยอมรับคือเศรษฐกิจหลังโควิด-19 จะหนักหนาสาหัส แต่รัฐบาลจะฉวยเอาความสำเร็จของการคุมโรค ที่เกิดจากความร่วมมือของคนไทยมากลบความล้มเหลวทางเศรษฐกิจที่หลายฝ่ายคาดว่าจีดีพีจะติดลบถึงร้อยละ 10 ถ้านึกไม่ออกว่าจะเลวร้ายขนาดไหนก็ลองนึกภาพก่อนเกิดโควิดที่จีดีพีโตประมาณ 3% คนไทยยังรมเตาถ่านฆ่าตัวตายไปหลายคน หากจีดีพีติดลบร้อยละ 10 อะไรจะเกิดขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้นำที่รับราชการมาทั้งชีวิตไม่มีทางจินตนาการออกว่า การคลายล็อกด้วยเงื่อนไขที่เกินกว่าความจำเป็นต่อการควบคุมการแพร่ระบาดของโควิด เช่น การห้ามร้านตัดผมให้บริการอื่นนอกจากตัด สระ ไดร์ รวมทั้งข้อห้ามที่ไม่สมเหตุสมผลมากมายในร้านอาหาร เช่น การเปิดให้นั่งรับประทานอาหารหากเว้นระยะห่าง 1-1.5 เมตร ต้องมีฉากกั้น รวมถึงเคอร์ฟิวที่นอกจากจะไม่จำเป็นแล้วยังทำให้ร้านเล็กๆ ดำเนินการไม่ได้เพราะไม่คุ้มทุน เท่ากับรัฐเองเป็นผู้สร้างอุปสรรคต่อความอยู่รอดของผู้ประกอบการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;SME คือกลไกสำคัญในการฟื้นฟูเศรษฐกิจครั้งนี้ ก่อนหน้านี้พวกเขาต้องเผชิญการขาดทุนเพราะประชาชนขาดกำลังซื้ออันเนื่องจากผลงานของรัฐบาล คสช. ต่อมาก็ต้องเจ็บตัวรอบสองเพราะคำสั่งล็อกดาวน์ประเทศและเคอร์ฟิว วันนี้กำลังจะเผชิญวิกฤตรอบสามเพราะคำสั่งและมาตรการที่ขาดทั้งสติและปัญญาโดยไม่เคยได้รับการเยียวยาใดๆ นอกจากเงินกู้ที่มีเงื่อนไข รัฐบาลคงลืมไปว่าหากพวกเขาไม่รอดก็จะมีคนอีกมากมายที่ไม่รอดซึ่งรวมถึงรัฐบาลก็จะไม่รอดด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประเทศไม่ใช่ที่ฝึกงานของทหารเกษียณ รัฐบาลควรมาจากการเลือกตั้งของประชาชนไม่ใช่มาจาก ส.ว. และรัฐธรรมนูญที่เขียนกันเองแล้วโกงประชามติ
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/65428</URL_LINK>
                <HASHTAG>วัฒนา เมืองสุข, เพื่อไทย, เศรษฐกิจตกต่ำ, โควิด-19, ไก่วัฒนา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181018/image_big_5bc7d1c4e7cc7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>57177</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/02/2020 12:19</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/02/2020 12:19</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;พิชัย&#039; ชี้เลียนแบบยิงกราดที่โคราชเกิดขึ้นแล้วที่จุฬาซอย 10  เหตุเพราะปัญหาเศรษฐกิจย่ำแย่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;14 ก.พ.63 - นายพิชัย นริพทะพันธุ์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานในรัฐบาลนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร โพสต์ข้อความผ่านทวีตเตอร์ ระบุว่า &amp;quot;เตือนยังไม่ทันขาดคำ พฤติกรรมเลียนแบบของทหารยิงกราดที่โคราชเกิดขึ้นแล้วที่จุฬา ซอย 10 โชคดีที่ครั้งนี้ไม่มีใครเสียชีวิตหรือบาดเจ็บ สภาวะกดดันของคนจะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะปัญหาเศรษฐกิจที่ย่ำแย่ ถ้ารัฐบาลยังเป็นแบบนี้ ผู้นำแบบนี้ ห่วงว่าจะเกิดแบบนี้กันอีก #จุฬาซอย10 #ผนงรจตกม&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/57177</URL_LINK>
                <HASHTAG>การเมือง, พิชัย นริพทะพันธุ์, เศรษฐกิจตกต่ำ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180420/image_big_5ad9527f71d85.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>48852</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/10/2019 14:47</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/10/2019 14:47</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;พิชัย&#039; ชี้ประชาชนจะจดจำรัฐบาลประยุทธ์ ทำให้เศรษฐกิจไทยเจ๊ง คิดได้แค่แจกเงิน!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;25 ต.ค 62 - นายพิชัย นริพทะพันธ์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานในรัฐบาลยิ่งลักษณ์ โพสต์ข้อความลงในทวีตเตอร์ ระบุว่า &amp;quot;เชื่อว่าประชาชนจำนวนมากจะจำรัฐบาลพลเอกประยุทธ์ว่าเป็นรัฐบาลที่ทำให้เศรษฐกิจไทยเจ๊งมาตลอด 5 ปีกว่า ถึงขนาดต้องวิ่งไล่แจกเงิน เพื่อประคับประคองความนิยมไม่ให้ทรุดหนัก ใครจำได้เหมือนกันบ้าง ? #คิดได้แค่แจกเงิน #ประยุทธ์ออกไป&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/48852</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชิมช้อปใช้, พิชัย นริพทพันธุ์, รัฐบาลพลเอกประยุทธ์, สภาวะเศรษฐกิจ, เศรษฐกิจตกต่ำ, แก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180327/image_big_5ab9d17ab4dec.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>45937</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/09/2019 11:00</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/09/2019 11:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ส.ส.คนเก่ง&#039;แนะ&#039;ลุงตู่&#039;ลาออก!ก่อนผู้ประกอบการจะฆ่าตัวตายอีกเยอะ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;17 ก.ย.62-นายการุณ โหสกุล ส.ส.กรุงเทพมหานคร พรรคเพื่อไทย เปิดเผยว่า หนึ่งในเหตุผลที่หลายพรรคการเมือง มีความประสงค์ร่วมกันให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ2560 เพราะรัฐธรรมนูญเป็นอุปสรรคในการพัฒนาประเทศและการแก้ปัญหาเศรษฐกิจ รวมทั้งเป็นรัฐธรรมนูญไม่เปิดโอกาสให้คนที่มีฝีมือเข้ามาทำงานเพื่อแก้ไขปัญหาประเทศร่วมกันทำงานให้ประชาชน ด้วยรัฐธรรมนูญฉบับนี้ คณะผู้ร่างใจคับแคบมาก มีการร่างกฎเกณฑ์ไว้เพื่อสืบทอดอำนาจให้คณะผู้มีอำนาจเท่านั้น คณะรัฐมนตรีเป็นคนหน้าเดิมๆเข้ามาดำรงตำแหน่ง ผ่านมา 5 ปี พิสูจน์แล้วว่า ไร้ฝีมือในการแก้ไขปัญหาให้ประชาชนให้มีความเป็นอยู่ดีขึ้น รวมทั้งนักลงทุนต่างประเทศไม่เชื่อมั่นในรัฐบาลนี้ จากการเลือกตั้งที่ผ่านมา ผลที่ออกมาไม่ได้เป็นไปตามที่ประชาชนต้องการ ทั้งนี้ประชาชนไม่ได้ต้องการได้คณะรัฐมนตรีชุดปัจจุบัน แต่ก็ทำอะไรไม่ได้ เพราะกติการัฐธรรมนูญที่บิดเบี้ยว ส่งผลให้รัฐบาลบิดเบี้ยวตามไปด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายการุณ กล่าวว่า จากการพบปะประชาชนในหลายพื้นที่ พบว่าประชาชนทุกข์ยาก การใช้ชีวิตลำบาก หนี้สินเพิ่มขึ้น นอกจากนี้รัฐบาลประกาศอัดฉีดเม็ดเงินเข้าระบบเศรษฐกิจหลายแสนล้านบาทในหลายปีที่ผ่านมา แต่ไม่เกิดผลอะไร เงินหลายแสนล้านบาทละลายหายไปไหน ไร้คำตอบจากผู้มีอำนาจ ประชาชนไม่รู้สึกถึงความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น การทำมาหากินของประชาชนลำบาก พ่อค้า แม่ค้า ขายของไม่ได้ มีผู้ประกอบการทั้งรายย่อย รายใหญ่ พ่อค้าแม่ค้า หลายราย ฆ่าตัวตายเพราะทนรับกับภาระหนี้สินไม่ไหว หากรัฐไม่เร่งแก้คงมีผู้ประกอบการ ฆ่าตัวตายอีกเป็นจำนวนมาก ล่าสุด พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ออกให้สัมภาษณ์ว่า เหนื่อย เครียด อยากบอกท่านว่าปัญหานี้แก้ง่ายนิดเดียว หากท่านลาออกก็ไม่เหนื่อยไม่เครียดแล้ว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/45937</URL_LINK>
                <HASHTAG>การุณ  โหสกุล, ผู้ประกอบการฆ่าตัวตาย, เพื่อไทย., เศรษฐกิจตกต่ำ, แก้รัฐธรรมนูญ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190917/image_big_5d804dee565d9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>45579</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/09/2019 09:27</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/09/2019 09:27</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตายแล้ว!13 สิ่งที่&#039;เหวง&#039;เห็น ประเทศจะล่มจมถ้าไม่แก้รธน.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;12 ก.ย.62- นพ.เหวง โตจิราการ แกนนำนปช. โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า ลองตรวจสอบดูกันนะครับใช้รธน.60มาประมาณสองปีกว่าแล้ว รัฐบาลเป็นอย่างไร?ประชาชนเป็นอย่างไร?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่ผมเห็นก็คือ
1.ประเทศมีหนี้สินเพิ่ม
2.ประชาชนมีหนี้สินเพิ่ม
3.พืชผลเกษตรแทบทุกชนิดราคาตกต่ำอย่างน่าใจหาย
4.เศรษฐกิจประเทศไม่มีอนาคตเห็นแต่จะตกต่ำลง
5.มหาเศรษฐีใหญ่ร่ำรวยขึ้นหลายแสนล้านในช่วงคสช.และต่อเนื่อง
6.แต่ความแตกต่างระหว่างคนรวยคนจนถีบตัวเป็นอันดับหนึ่งของโลก
7.การละเมิดสิทธิมนุษยชนเข้าขั้นเลวร้าย
8.พรรคการเมืองฟากรัฐบาลทำอะไรก็ไม่ผิดพรรคตรงข้ามรัฐบาลทำอะไรก็ผิด
9.คำนวณคะแนนบัญชีรายชื่อแบบมหัศจรรย์ฝั่งรัฐบาล 3,000 กว่าก็ได้เป็นแล้วอีกฝั่งต้อง 70,000 กว่าจึงได้เป็น
10.นักโทษยาเสพติดเป็นสส.เป็นรมต.ได้
11.นายกฯจงใจปฏิบัติไม่ครบ(ละเมิด)รัฐธรรมนูญได้โดยไม่รู้ร้อนรู้หนาว
12.แถลงนโยบายโดยไม่ต้องระบุรายละเอียดของที่มาที่ไปของงบประมาณ(ขัดรัฐธรรมนูญ)
13.เอาเงินงบประมาณแผ่นดินมาแจกโดยอ้างว่าเพื่อแก้ปัญหาคนยากจนทั้งที่ไม่ได้แก้ที่รากเหง้าไม่ได้แก้ระยะยาว(ขัดรัฐธรรมนูญ)
ฯลฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สรุปรวบยอดคือรัฐธรรมนูญ60ไม่เป็นประชาธิปไตย
ไม่ได้เป็นประโยชน์กับประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศ
แต่เป็นรัฐธรรมนูญของคสช.โดยคสช.และเพื่อคสช.?
ไม่ได้เป็นรัฐธรรมนูญของประชาชนโดยประชาชนและเพื่อประชาชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จึงต้องแก้ไขรธน.60เพื่อ
เปิดทางให้ประชาชนได้เข้าร่วมร่างโดยตรง
ผ่านสสร.ที่ประชาชนเลือกเข้ามา
จากนั้นทำประชามติที่ต้องให้เสรีภาพในการแสดงความเห็น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยไม่ก้าวล่วงหมวดพระมหากษัตริย์
ไม่เปลี่ยนการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข
ไม่เปลี่ยนประเทศไทยอันเป็นราชอาณาจักรหนึ่งเดียวอันแบ่งแยกไม่ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภายหลังจากนั้นเปิดให้มีการเลือกตั้งทั่วไปที่บริสุทธิ์ยุติธรรม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประชาชนจะเลือกพรรคการเมืองที่จะจัดตั้งรัฐบาลมาแก้ปัญหาประเทศสร้างความเติบใหญ่เข้มแข็งเกรียงไกรให้กับประชาชนและประเทศไทยได้อย่างแน่นอน.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/45579</URL_LINK>
                <HASHTAG>น.พ.เหวง โตจิราการ, นปช., ละเมิดสิทธิมนุษยชน, เศรษฐกิจตกต่ำ, แก้รัฐธรรมนูญ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190509/image_big_5cd388ae26e5e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>36361</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/05/2019 10:26</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/05/2019 10:26</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ไทยกำลังล่มสลาย!&#039;พิชัย&#039;ยันคสช.สืบทอดอำนาจเศรษฐกิจพินาศ เพราะโลกไม่คบ&#039;บิ๊กตู่&#039;ไร้ความสามารถ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;21 พ.ค.62- &amp;nbsp;นายพิชัย นริพทะพันธุ์ อดีต รมว. พลังงาน กล่าวว่า การเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจของไทยในไตรมาสแรกเหลือเพียง 2.8 % เท่านั้น ซึ่งทรุดหนักมาก ต่ำกว่าที่ได้คาดการณ์ไว้ ซึ่งจะทำให้เศรษฐกิจไทยทั้งปี 2562 นี้ จะขยายตัวได้ต่ำกว่า 3.5% อย่างแน่นอน ซึ่งต่ำกว่า 4% ที่รัฐบาลโม้ไว้มาก และอาจจะต่ำที่สุดในรอบ 4 ปีก็เป็นได้ อีกทั้งจะขยายตัวน้อยที่สุดในอาเซียนอีกปีหนึ่ง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เขากล่าวว่าการที่รัฐบาลจะอ้างว่าเป็นเพราะเศรษฐกิจโลกตกต่ำ และต้องเผชิญกับสงครามการค้า ก็อาจจะไม่ถูกต้องนัก เพราะหากมองย้อนหลัง 5 ปี จะพบว่าในขณะที่เศรษฐกิจโลกดี ประเทศเพื่อนบ้านขยายตัว 6-9% ประเทศไทยก็โตเฉลี่ยได้เพียง 2-3 % เท่านั้น ซึ่งแสดงถึงปัญหาการบริหารเศรษฐกิจของรัฐบาล และ การขาดความเชื่อมั่นจากต่างประเทศ ซึ่งการลงทุนจากต่างประเทศลดลงมาตลอดจนถึงปัจจุบัน ซึ่งส่งผลกระทบต่อการขยายตัวของการส่งออก และ ทั้งๆที่มีการเลือกตั้งแล้ว การลงทุนก็ยังไม่ฟื้นแถมยังลดลงอีก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากการพูดคุยกับสื่อต่างประเทศ รวมถึง นักการฑูตประเทศหลักหลายประเทศ ต่างก็เห็นตรงกันและแสดงความกังวลกับการเลือกตั้งของไทยที่แปลกประหลาด เหมือนกับพยายามทำทุกวิถีทาง และใช้ทุกองค์กรแบบบิดเบี้ยวเพื่อจะจัดตั้งรัฐบาลฝ่ายตนให้ได้ อีกทั้งยังยึดติดกับแนวคิดแบบเผด็จการ ทำให้เป็นห่วงสถานการณ์ทางการเมืองของไทย และเชื่อว่าหากพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชากลับมาเป็นนายกฯ อีกครั้ง ก็จะไม่สามารถฟื้นความมั่นใจได้ เศรษฐกิจไทยก็จะตกต่ำไปอีกนาน &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ในวิกฤติภาวะสงครามการค้าระหว่างสหรัฐและจีน ก็ยังมีโอกาสที่การลงทุนจากจีน ญี่ปุ่น และชาติตะวันตกจะหันมาลงทุนในประเทศที่สามมากขึ้น ซึ่งเห็นได้จากการที่เวียดนามได้รับประโยชน์ในเรื่องนี้อย่างเต็มที่ โดยใน 5 ปีนี้ การลงทุนจากต่างประเทศในเวียดนามเพิ่มขึ้นอย่างมากทุกปีมาตลอด ในขณะที่การลงทุนในไทยกลับเหือดหาย ทั้งๆที่โครงสร้างพื้นฐานของไทยดีกว่าเวียดนาม และนักลงทุนต่างประเทศอยากลงทุนในประเทศไทยมากกว่า แต่เนื่องจากภาวะการเมืองของไทยไม่เอื้ออำนวย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คงเป็นตามที่อาจารย์โกร่ง ดร. วีรพงษ์ รามางกูร อดีตรองนายกรัฐมนตรี ได้เตือนไว้ว่า อเมริกา และยุโรปรังเกียจระบอบเผด็จการทหาร หรือแม้แต่ระบอบที่สืบทอดอำนาจจากเผด็จการทหาร ดังนั้น โอกาสที่ประเทศไทยจะได้ประโยชน์จากสงครามการค้าจึงแทบไม่มีเลย หากพลเอกประยุทธ์ยังกลับมาเป็นนายกรัฐมนตรีอีก ประเทศไทยจะยิ่งล้าหลังและตกต่ำต่อไปอีกอย่างแน่นอน ไม่ต่างอะไรกับ 5 ปีที่ผ่านมาที่ทรุดลงต่อเนื่องมาโดยตลอด ประชาชนส่วนใหญ่เดือดร้อนกันอย่างมาก แต่ผู้นำกลับยังคิดว่าตัวเองทำใด้ดี เหมือนกับหลอกตัวเองไปเรื่อยๆ ซึ่งหากจะทำให้ประเทศไทยพัฒนาแบบก้าวหน้า ประเทศไทยจะต้องปรับแนวคิดและวิธีการทั้งหมด ซึ่งพลเอกประยุทธ์คงจะไม่มีความสามารถจะทำได้.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/36361</URL_LINK>
                <HASHTAG>คสช., นายพิชัย นริพทะพันธุ์, สืบทอดอำนาจ, อดีตรมว.แรงงาน, เศรษฐกิจตกต่ำ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180208/image_big_5a7bb77db57fc.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
