<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>107922</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/06/2021 15:54</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/06/2021 15:54</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คลังรับศก.สะดุดพิษโควิด กดดัชนีเชื่อมั่นผู้บริโภคชะลอ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;28 มิ.ย.2564 นายวุฒิพงศ์ จิตตั้งสกุล ที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจการคลัง ในฐานะโฆษกสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง&amp;nbsp;(สศค.)&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;เศรษฐกิจไทยในเดือน&amp;nbsp;พ.ค.&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;ส่งสัญญาณชะลอตัวจากเดือนก่อนหน้า เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19&amp;nbsp;ระลอกใหม่&amp;nbsp;แต่ยังคงขยายตัวได้จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยเครื่องชี้เศรษฐกิจด้านการบริโภคภาคเอกชน ส่งสัญญาณขยายตัวจากช่วงเดียวกันของปีก่อน แต่ชะลอตัวเมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้า ดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคที่ปรับตัวลดลงมาที่ระดับ&amp;nbsp;44.7&amp;nbsp;จากระดับ&amp;nbsp;46.0&amp;nbsp;ในเดือนก่อนหน้า เนื่องจากผู้บริโภคมีความกังวลต่อการแพร่ระบาดของโควิด-19&amp;nbsp;ระลอกใหม่ แม้ว่ามาตรการของภาครัฐ โดยเฉพาะโครงการเราชนะ และโครงการม33&amp;nbsp;เรารักกัน จะสามารถพยุงกำลังซื้อได้ในระดับหนึ่ง&amp;nbsp;ขณะที่การบริโภคเอกชน ได้รับปัจจัยสนับสนุนจากรายได้เกษตรกรที่แท้จริงที่ยังคงขยายตัวต่อเนื่องที่&amp;nbsp;12.5%&amp;nbsp;ต่อปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เครื่องชี้เศรษฐกิจด้านการลงทุนภาคเอกชน ส่งสัญญาณขยายตัวจากช่วงเดียวกันของปีก่อน แต่ชะลอตัวเมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้า โดยการลงทุนภาคเอกชนในหมวดเครื่องมือเครื่องจักร สะท้อนจากปริมาณการนำเข้าสินค้าทุนขยายตัวต่อเนื่องที่&amp;nbsp;33.6%&amp;nbsp;ต่อปี ส่วนการลงทุนในหมวดการก่อสร้าง สะท้อนจากปริมาณจำหน่ายปูนซีเมนต์ขยายตัว&amp;nbsp;6.3%&amp;nbsp;ต่อปี แต่ลดลงเมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้า เนื่องจากได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโควิด-19&amp;nbsp;ระลอกใหม่ที่เริ่มมีการค้นพบผู้ติดเชื้อในคลัสเตอร์แคมป์คนงานก่อสร้างหลายแห่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับมูลค่าการส่งออกสินค้ารวมในรูปเงินสกุลดอลลาร์สหรัฐ อยู่ที่&amp;nbsp;23,057.9&amp;nbsp;ล้านดอลลาร์สหรัฐ คิดเป็นอัตราการขยายตัวที่&amp;nbsp;41.6%&amp;nbsp;ต่อปี ซึ่งเป็นการขยายตัวที่สูงสุดในรอบ&amp;nbsp;11&amp;nbsp;ปี โดยสินค้าที่ขยายตัวได้ดี ได้แก่ สินค้าเกษตรและอาหาร โดยเฉพาะ ยางพารา ผักและผลไม้ และเครื่องปรุงรส สินค้าที่เกี่ยวข้องกับการทำงานที่บ้าน&amp;nbsp;(Work from Home)&amp;nbsp;สินค้าที่เกี่ยวกับการป้องกันการติดเชื้อและลดการแพร่ระบาด สินค้าเกี่ยวเนื่องกับภาคการผลิตที่เริ่มกลับมาฟื้นตัว และสินค้ารถยนต์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ และสินค้าอัญมณีและเครื่องประดับที่ไม่รวมทองคำ โดยตลาดคู่ค้าหลักของไทยปรับตัวดีขึ้นต่อเนื่องในเกือบทุกตลาด โดยเฉพาะการส่งออกไปตลาดหลัก ได้แก่ อินเดีย สหภาพยุโรป อาเซียน-9&amp;nbsp;และสหรัฐฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวุฒิพงศ์ กล่าวอีกว่า ดัชนีความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรมปรับตัวลดลงมาอยู่ที่ระดับ&amp;nbsp;82.3&amp;nbsp;จากระดับ&amp;nbsp;84.3&amp;nbsp;ในเดือนเม.ย. 2564&amp;nbsp;เนื่องจากผู้ประกอบการมีความกังวลต่อสถานการณ์การแพร่ระบาดระลอกใหม่ ขณะที่ภาคเกษตรยังคงขยายตัวได้ต่อเนื่อง สะท้อนจากดัชนีผลผลิตสินค้าเกษตร ขยายตัว&amp;nbsp;0.6%&amp;nbsp;ต่อปี สำหรับบริการด้านการท่องเที่ยว พบว่า ในเดือนพ.ค. 2564&amp;nbsp;มีนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติประเภทพิเศษ&amp;nbsp;(Special Tourist Visa: STV)&amp;nbsp;รวมถึงนักท่องเที่ยวกลุ่มสิทธิพิเศษ&amp;nbsp;(Thailand Privilege Card)&amp;nbsp;และนักธุรกิจ จำนวน&amp;nbsp;6,052&amp;nbsp;คน โดยส่วนใหญ่เป็นนักท่องเที่ยวจากสหรัฐฯ สหราชอาณาจักร เยอรมนี และอาเซียน ขณะที่การท่องเที่ยวภายในประเทศ สะท้อนจากจำนวนผู้เยี่ยมเยือนชาวไทยขยายตัว140.2%&amp;nbsp;ต่อปี ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากปัจจัยฐานต่ำในช่วงเดียวกันของปีก่อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/107922</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงการคลัง, เศรษฐกิจทรุด, เศรษฐกิจไทยในเดือน พ.ค. 2564, โควิดระบาด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210628/image_big_60d98df27060e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>34864</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/05/2019 13:04</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/05/2019 13:04</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เพื่อชาติกระทุ้งคสช.ยุติอำนาจ! ของขวัญวันแรงงาน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1 พ.ค. 62 - นายธีระพงษ์ เผ่ากา รองโฆษกพรรคเพื่อชาติ ตั้งคำถามว่า เลือกตั้งผ่านไป 1 เดือน ผลการเลือกตั้งไม่ทราบ เศรษฐกิจฐานรากมีแต่ทรุด ไม่ใช่เพียงเสียงประชาชนยืนยัน แต่เมื่อวันที่ 30 เม.ย. 2562 ธนาคารแห่งประเทศไทยรายงานเศรษฐกิจไทยไตรมาสแรกทรุด โตต่ำกว่าเป้าที่คาดไว้ ผลพวงส่งออกหดตัวคาดติดลบถึง -3.6 คาดว่าจะติดลบถึงไตรมาส 2 แบงก์ชาติเล็งรื้อประมาณการการเติบโตทางเศรษฐกิจใหม่ หนี้สินต่อครัวเรือนของแรงงานในระบบที่มีรายได้ต่ำกว่า 15,000 บาท ขยายตัวเพิ่มขึ้นร้อยละ 15 เมื่อเทียบกับปีก่อนจากผลการสำรวจของศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย แต่ผู้นำประเทศกำลังดีใจกับผลการจัดอันดับที่บอกว่าประเทศไทยความทุกข์น้อย เพราะวัดจากอัตราเงินเฟ้อ และอัตราการว่างงานในระบบ ไม่ได้นับรวมแรงงานในภาคเกษตรอีก 10 ล้านคนที่ไม่เข้าระบบ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายธีระพงษ์ กล่าวว่า ตอนนี้เศรษฐกิจฐานรากไปไม่ได้จริงๆ ข้อมูลผลสำรวจล่าสุดเนื่องในวันแรงงานของศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย หัวข้อ สถานภาพแรงงานไทย : กรณีศึกษาผู้มีรายได้ ต่ำกว่า 15,000 บาท พบว่า ส่วนใหญ่มีรายได้เฉลี่ยเดือนละ 10,000-15,000 บาท ในจำนวนนี้ร้อยละ 86.2 ไม่มีเงินออม ทำให้แรงงานร้อยละ 95 มีภาระหนี้สินจากการกู้ยืมมาใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน ที่อยู่อาศัย และยานพาหนะ โดยเฉลี่ยจำนวนหนี้สินต่อครัวเรือนประมาณ 158,000 บาท ขยายตัวเพิ่มขึ้นร้อยละ 15 เมื่อเทียบกับปีก่อน และในกลุ่มแรงงานภาคเกษตร 10 ล้านคน ก็ไม่แตกต่างจากแรงงานในระบบที่ไม่มีเงินออม อยู่ในภาวะหนักกว่าอีกเพราะราคาสินค้าเกษตรตกต่ำมา 5 ปี พูดง่ายๆ คือไม่มีรายได้มา 5 ปี เก็บของเก่ากินจนไม่มีจะให้กินแล้ว หนี้สินครัวเรือนเพิ่มในระดับไปต่อกันไม่ได้แล้ว คือไม่สามารถไปกู้ยืมใครได้แล้ว เพราะทุกคนไม่มีเสมอหน้ากัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ใครที่สัญญาว่าจะมาคืนความสุข ขอเวลาอีกไม่นาน นี่ผ่านมา 5 ปี ประชาชนมีแต่ความทุกข์เข้าขั้นขาดแคลนไม่มีจะกิน ผมขอมาทวงสัญญาแทนประชาชนที่เป็นแรงงานภาคเกษตรที่ลงไปพบปะมา ว่า รัฐบาลทหารพอเสียทีเวลา 5 ปี ที่นั่งทับอำนาจมันนานเกินไป นานจนประชาชนหาความสุขไม่ได้แล้ว ทุกครัวเรือนจะอดตาย และความอดทนจะสิ้นสุดแล้ว ถ้า คสช. จริงใจอยากคืนความสุขให้ประชาชนจริงดังที่เคยสัญญาเมื่อ 5 ปีที่แล้ว ประกาศยุติความอยากมีอำนาจต่อเป็นของขวัญวันแรงงานให้พี่น้องร่วมชาติในวันแรงงานปีนี้เถอะ พี่น้องแรงงานทั้งในระบบและแรงงานภาคเกษตรกรรมจะได้มีความหวังกับอนาคตข้างหน้า มิใช่รอวันอดตายให้รัฐบาลทหารนั่งทับอำนาจไว้สนองความต้องการตนเอง&amp;rdquo; รองโฆษกพรรคเพื่อชาติ ระบุ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/34864</URL_LINK>
                <HASHTAG>คสช., ธีระพงษ์ เผ่ากา, ยุติอำนาจ, วันแรงงาน, เพื่อชาติ, เศรษฐกิจทรุด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190501/image_big_5cc936518905c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>21209</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/11/2018 10:04</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/11/2018 10:02</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;คนไม่มีผม&#039;สวน&#039;สมคิด&#039;หากยังเป็นนายกฯหน้าเดิมยิ่งทำลายเชื่อมั่นนักลงทุน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
2พ.ย.61-นายพิชัย นริพทะพันธุ์ อดีตรมว.พลังงาน และคณะทำงานเศรษฐกิจ พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า รู้สึกเป็นห่วงที่ นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกฯ ฝ่ายเศรษฐกิจ ได้ออกมาประกาศต่อหน้า ซีอีโอ บริษัทต่างประเทศกว่า 400 คน ในงาน Forbes Global CEO conference ว่านายกรัฐมนตรีหลังการเลือกตั้งหน้าตาคล้ายคนเดิม เพราะอาจจะยิ่งทำลายความมั่นใจของนักลงทุนต่างประเทศที่มีต่ำอยู่แล้วให้ยิ่งต่ำลงไปอีก เพราะตลอด 4 ปีกว่าที่ผ่านมา แสดงให้เห็นชัดเจนแล้วว่านักลงทุนต่างประเทศไม่มีความมั่นใจในรัฐบาลนี้ จากยอดการลงทุนจากต่างประเทศที่หดหายไปมาก ยิ่งบอกเหมือนว่ารัฐบาลหลังการเลือกตั้งจะไม่เปลี่ยนจากเดิมก็ยิ่งทำให้ความมั่นใจหดหายไปอีก และการที่นายสมคิดประกาศว่าประเทศไทยไม่ใช่คนป่วยของเอเชียอีกต่อไปแล้ว อาจจะเป็นประกาศที่เร็วเกินไป เพราะ 4 ปีกว่าที่ผ่านมาไทยโตได้ต่ำมากเฉลี่ยเพียง 2% กว่าเท่านั้น เพิ่งจะมาฟื้นได้ปีนี้ที่ 4% กว่า ซึ่งก็ยังโตต่ำที่สุดในอาเซียน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;อีกทั้งมีแนวโน้มที่เศรษฐกิจไทยจะทรุดลงต่ออีกแล้ว จากการส่งออกที่ติดลบในเดือนกันยายนที่ 5.2 % และมีแนวโน้มที่การส่งออกจะติดลบต่อถึงสิ้นปีจนถึงต้นปีหน้า ประกอบกับการที่ปริมาณนักท่องเที่ยวที่ลดลงอย่างมากโดยเฉพาะนักท่องเที่ยวจากประเทศจีนที่ลดลงถึง - 80.61% ในเดือน ตุลาคม และ ก่อนหน้านี้ก็ติดลบมา 3 เดือนติดกันแล้วที่ -22.17%, -36.49% และ - 39.20% ซึ่งเป็นผลจากคลิปที่นักท่องเที่ยวจีนถูกเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมือง ตบหน้าข้อหาที่ไม่ยอมทิป ได้ถูกกระจายไปทั่วประเทศจีน ซ้ำเติมกับการสื่อสารที่ผิดพลาดและการจัดการเหตุการณ์เรือล่มที่ภูเก็ตอย่างไม่มีประสิทธิภาพของรัฐบาล อีกทั้งสภาวะเศรษฐกิจของจีนที่เริ่มถดถอยจากสงครามการค้ากับสหรัฐดังนั้น จีดีพี ของไทยในครึ่งปีหลังของปีนี้น่าจะออกมาต่ำลง ซึ่งจะส่งผลกระทบไปถึงจีดีพีในปีหน้าด้วย&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายพิชัย กล่าวว่า หากรัฐบาลยังเป็นรัฐบาลเดิมที่ยังไม่สามารถแก้ปัญหาเศรษฐกิจได้ และแสดงให้เห็นว่าเศรษฐกิจที่ฟื้นขึ้นในช่วงที่ผ่านมาเป็นการฟื้นเพียงชั่วคราวที่เป็นผลมาจากเศรษฐกิจโลกที่ดีขึ้นเท่านั้น และโตจากฐานเดิมที่ต่ำมากติดต่อกันมา 4 ปีแล้ว และเริ่มที่จะปักหัวลงอีก ไม่ได้มาจากการฝีมือของรัฐบาลแต่อย่างไร เพราะขนาดอันดับความสะดวกในการทำธุรกิจที่ปีที่แล้วที่รัฐบาลโม้ว่าดีขึ้นมาอยู่อันดับที่ 26 หรือดีขึ้นมา 20 อันดับจากอันดับ 46 แต่ยังต่ำกว่าก่อนปฏิวัติที่อันดับที่ 18 มาก โดยอันดับได้ตกหนักหลังการปฏิวัติ&amp;nbsp; และรัฐบาลได้ประกาศว่าปีนี้จะต้องดีขึ้นเท่าก่อนปฏิวัติ แต่กลับทรุดตกลงไปอยู่ที่อันดับที่ 27 ยิ่งตอกย้ำความไม่มีประสิทธิภาพในการบริหารจัดการของรัฐบาลนี้ และแสดงให้เห็นว่าหลังการปฏิวัติการทำธุรกิจในประเทศไทยยากลำบากขึ้นมาก
&amp;nbsp;
&amp;quot;ดังนั้นจึงอยากขอให้ประชาชนได้ช่วยพิจารณาว่า รัฐบาลหลังการเลือกตั้งจะต้องเข้ามาแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจที่รัฐบาลนี้สร้างไว้หลายด้านทั้ง การลงทุน การส่งออก การท่องเที่ยว ที่ลดลงหนัก การกระจายรายได้ที่รวยกระจุก จนกระจาย&amp;nbsp; อีกทั้งการบริหารจัดการที่มีปัญหามาโดยตลอด หากเป็นรัฐบาลชุดเดิมคงไม่สามารถจะแก้ปัญหาได้และเศรษฐกิจอาจทรุดหนักลงอีก&amp;quot;นายพิชัย กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/21209</URL_LINK>
                <HASHTAG>Forbes Global CEO conference, คนป่วยของเอเซีย, นักท่องเที่ยวจีน, นายพิชัย นริพทะพันธุ์, สมคิด  จาตุศรีพิทักษ์, เศรษฐกิจทรุด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180420/image_big_5ad9527f71d85.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>8646</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/05/2018 10:29</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/05/2018 10:29</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คนอีสานโอดเศรษฐกิจทรุดต่อเนื่อง แต่ผลงานโดยรวมของรัฐบาลยังพอใช้!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7 พ.ค. 61 - ผศ.ดร.สุทิน &amp;nbsp;เวียนวิวัฒน์ หัวหน้าโครงการอีสานโพล คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น (มข.) เปิดเผยว่า จากการสำรวจอีสานโพลเรื่องดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคต่อภาวะเศรษฐกิจอีสานไตรมาส1/2561 ที่ได้มีการลงพื้นที่สำรวจจากกลุ่มตัวอย่าง 1,208 ราย ในพื้นที่20 จังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือพบว่าด้านเศรษฐกิจและการค้าจังหวัด รายได้ครัวเรือน สภาพคล่องทางการเงินครัวเรือน และการใช้จ่ายเพื่ออุปโภคและบริโภคครัวเรือน โดยได้ทำการประมวลผลในดัชนีต่างๆ ซึ่งถ้าค่าดัชนีต่ำกว่า 100 คือ แย่ลงหรือลดลง เท่ากับ 100 คือทรงตัวหรือเท่าเดิม และมากกว่า 100 คือดีขึ้นหรือเพิ่มขึ้น ซึ่งจากการสอบถามความคิดเห็นของคนอีสาน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พบว่า ในเรื่องของดัชนีเศรษฐกิจและการค้าของภาคอีสาน ที่ได้มีการสำรวจต่อเนื่องแบบเปรียบเทียบตั้งแต่ไทรมาส 4/2559 จนถึง ไตรมาส 1/2561 รวม 6 ไตรมาส พบว่า ไตรมาส 1/2561 นั้นมีคะแนนอยู่ที่ 88.7 ในขณะที่ไตรมาส 4/2560 อยู่ที่ 79.1 เท่านั้น ซึ่งไตรมาส 3/2560 อยู่ที่ 73.7 ซึ่งยังคงถือว่าในประเด็นดังกล่าวนี้สถานการณ์ยังคงน่าเป็นห่วง ด้านดัชนีรายได้ครัวเรือน มีเพียงไตรมาสที่ 2/2560 เท่านั้นที่คะแนนอยู่ที่ 104.3 ในขณะที่ไตรมาสที่ 3/2560 อยู่ที่ 74.7,ไตรมาส 4/2560 อยู่ที่ 82.5 และ ไตรมาส 1/2561 อยู่ที่ 82.7&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ด้านดัชนีสภาพคล่องการเงินครัวเรือน ไตรมาส 3/2560 อยู่ที่ 71.0 ไตรมาส 4/2560 อยู่ที่ 81.7 และ ไตรมาส 1/2561 อยู่ที่ 76.9 ด้านดัชนีการใช้จ่ายเพื่ออุปโภคและบริโภคครัวเรือน นั้น ตั้งแต่ไตรมาสที่ 4/2559-2/2560 นั้นอยู่ในระดับที่ดีขึ้น แต่เมื่อเข้าสู่ไตรมาสที่ 3/2560 นั้นตกลงมาที่ 90.3 ไตรมาส 4/2560 อยู่ที่ 98.2 และ ไตรมาส 1/2561 อยู่ที่ 90.1 และสุดท้ายคือดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคต่อภาวะเศรษฐกิจอีสาน ประเด็นนี้น่าสนใจเพราะเชื่อมโยงกับแนวทางในการกระตุ้นเศรษฐกิจและภาพรวมต่างๆที่เกิดขึ้นในประเทศที่ส่งผลต่อความเชื่อมั่นของคนอีสาน ซึ่งจากการสำรวจก็พบว่า ไตรมาสนที่ 3/2560 นั้นคะแนนอยู่ที่ 77.4 ไตรมาส 4/2560 อยู่ที่ 85.4 และ ไตรมาส 1/2561 อยู่ที่ 84.6 ซึ่งถือว่า ตั้งแต่ไตรมาส 3/2560 &amp;ndash; ไตรมาส 1/2561 นั้น คะแนนนั้นต่ำกว่า 100 ทั้งหมด ซึ่งแสดงถึงภาพรวมทางเศรษฐกิจของภาคอีสานนั้นทรุดต่อเนื่องมากถึง 3 ไตรมาสติดต่อกัน&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผศ.ดร.สุทิน กล่าวต่ออีกว่า จากการสำรวจดังกล่าวยังคงมีการสอบถามถึงผลงานของรัฐบาลในด้านเศรษฐกิจในช่วง 1 ปีที่ผ่านมา อยุ่ในระดับพอใช้ ด้วยคะแนน 45.4 โดยมีเพียง ร้อยละ 0.7 เท่านั้นที่ระบุว่าผลงานของรัฐบาลด้านเศรษฐกิจนั้นดีมาก และให้คะแนนในระดับดีที่ร้อยละ 13.4 ในขณะที่การสำรวจเรื่องผลงานโดยรวมของรัฐบาลในช่วง 1 ปีที่ผ่านมา นั้น คนอีสานลงคะแนนให้รัฐบาลนั้นมีผลงานพอใช้ในทุกๆด้าน ด้วยคะแนน 44.8 โดยมองว่าล้มเหลวเพียงร้อยละ 10.5 เท่านั้น ขณะที่ในระดับดีอยู่ที่ร้อยละ 12.4 และในระดับแย่ร้อยละ 31.1&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/8646</URL_LINK>
                <HASHTAG>ผลงานพอใช้, มหาวิทยาลัยขอนแก่น, สุทิน  เวียนวิวัฒน์, เศรษฐกิจทรุด, แถลงผลงานรัฐบาล, โพลอีสาน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180507/image_big_5aefc6eee37fd.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
