<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>34573</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/04/2019 10:44</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/04/2019 10:44</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;เกศปรียา&#039;ถาม&#039;บิ๊กตู่&#039;รักชาติจริงไหม ถ้าจริงรีบประกาศ&#039;ผมพอแล้ว&#039;เพราะเศรษฐกิจพินาศความขัดแย้งบานปลาย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;27 เม.ย.62-น.ส.เกศปรียา แก้วแสนเมือง โฆษกพรรคเพื่อชาติ &amp;nbsp;ถาม พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และหัวหน้า คสช. ว่ารักชาติจริงไหม ถ้ารักชาติจริงช่วยพิจารณาตนเอง แล้วประกาศว่า &amp;ldquo;ผมพอแล้ว&amp;rdquo;โดยการเสียสละอำนาจเพื่อความสุขของคนไทย เพราะผลงาน 5 ปีที่ผ่านมาของ พล.อ.ประยุทธ์ ทำเศรษฐกิจฐานรากพังพินาศอยู่ในระดับคนจนเมืองในหมู่บ้านจัดสรรต้องเลี้ยงไก่เพื่อนำไข่มาทำอาหารยังชีพแล้ว ตลาดนัดพากันปิดตัวมีแต่ผู้ขายไม่มีผู้ซื้อ แม้แต่ตลาดคลองผดุงกรุงเกษมก็ยังต้องปิดตัวเพราะช่วงหลังมีแต่ผู้ขายไม่มีผู้ซื้อ รวมทั้งหลักฐานการแจกเงินเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจรวมในรอบ 1 ปีที่หนังสือพิมพ์ไทยรัฐรวบรวมมาให้ว่า เป็น &amp;ldquo;รัฐบาลจอมแจก&amp;rdquo; ครองอันดับ 1 ของโลก เป็นใบเสร็จว่ารัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ บริหารเศรษฐกิจผิดพลาดร้ายแรง สร้างคนจน 14.5 ล้านคน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ความผิดพลาดในการบริหารเศรษฐกิจของรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ ยังมีใบเสร็จที่เป็นรายงานของหน่วยงานระหว่างประเทศอีกหลายหน่วยงานที่รายงานออกมาในช่วงนี้ดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1. ธนาคารโลกรายงานว่าปี 2562 นี้ประเทศไทยอัตราการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจต่ำที่สุดใน 10 ประเทศอาเซียน ต่ำกว่า ลาว เขมร และพม่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2. รายงานของสำนักข่าวเอเอฟพี ระบุว่า ไทยเป็นประเทศแห่งความเหลื่อมล้ำ คนไทยจดทะเบียนเป็นคนจนเพื่อขอรับสวัสดิการจากรัฐเป็นจำนวนกว่า 14.5 ล้านคน คนร่ำรวยที่สุด 20 เปอร์เซนต์แรกของประชากรถือครองสินทรัพย์ 80 เปอร์เซนต์ ความไม่เท่าเทียมกลายเป็นอุปสรรคของไทยในการก้าวไปสู่การเป็นประเทศที่มีเศรษฐกิจก้าวหน้า &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3. รายงานผลวิจัยของ หูหรุน รีพอร์ต (Hurun Report) ของจีนที่เปิดเผยทำเนียบมหาเศรษฐีโลก ประจำปี 2019 ระบุว่า ในปีนี้ ประเทศที่มีมหาเศรษฐีระดับพันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เป็นจำนวนมากที่สุด 5 อันดับแรก ได้แก่ จีน สหรัฐฯ เยอรมนี สหราชอาณาจักร และอินเดีย ติดตามด้วยสวิตเซอร์แลนด์ รัสเซีย บราซิล โดยมีไทยก้าวขึ้นมาอยู่ในอันดับที่ 9 จากอันดับที่ 12 เมื่อปีที่ผ่านมา นับถึงเดือนมกราคม 2019 ไทยมีมหาเศรษฐี 50 คน ในขณะที่ญี่ปุ่นรั้งอันดับที่ 13 ด้วยจำนวนมหาเศรษฐี 38 คน ตามด้วยเกาหลีใต้ (36 คน) และสิงคโปร์อยู่ในอันดับที่ 16 ด้วยจำนวนมหาเศรษฐี 31 คน รายงานระบุว่า ในปีนี้ ไทยมีมหาเศรษฐีเพิ่มขึ้น 6 คน ซึ่งเมื่อปีที่แล้วเพิ่มขึ้น 12 คน โดยมหาเศรษฐีหน้าใหม่ส่วนใหญ่มาจากซีพีกรุ๊ป โดยมหาเศรษฐีของไทยมีสินทรัพย์รวมกัน 153,000 ล้านดอลลาร์ฯ หรือกว่า 4.9 ล้านล้านบาท มากกว่างบประมาณรายจ่ายประจำปีของไทยในปี 2562 อยู่ที่ 3 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.6 เปอร์เซนต์จากปีก่อนหน้า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ความผิดพลาดในการบริหารเศรษฐกิจที่สร้างความเหลื่อมล้ำเกิดภาวะรวยกระจุกจนกระจายมากขนาดนี้ ถ้าประยุทธ์รักชาติจริงอย่างที่กล่าวอ้าง ต้องพิจารณาตัวเองว่าเวลา 5 ปีที่ถ่วงรั้งประเทศบริหารจนเศรษฐกิจฐานรากเข้าสู่วิกฤติ ควรจะรู้จักพอยอมเสียสละอำนาจให้ผู้อื่นเข้ามาบริหารประเทศ จะทำให้ประยุทธ์ยังมีที่ยืนในประวัติศาสตร์ แต่ถ้ายังยึดติดอำนาจทำให้เศรษฐกิจฐานรากพังพินาศ ส่งผลทำให้ประเทศชาติพังประยุทธ์ก็จะพังยิ่งกว่า อย่าลืมว่าความกลัวอำนาจเผด็จการจะหมดไป ตราบใดที่ประชาชนอดอยาก&amp;rdquo; น.ส.เกศปรียา กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น.ส.เกศปรียา กล่าวอีกว่า การยึดติดอำนาจของ พล.อ.ประยุทธ์ นอกจากเศรษกิจฐานรากจะพังพินาศแล้ว ความขัดแย้งในสังคมบานปลายอีกด้วย เดิมมีความขัดแย้ง 2 กลุ่มคือ เผด็จการอนุรักษ์นิยม กับฝ่ายประชาธิปไตยเสรีนิยม แต่ขณะนี้เพิ่มคู่ขัดแย้งใหม่อีก 1 คู่ คือ คสช.และกองทัพวัยร่วงโรยแย่งชิงอำนาจจากคนรุ่นใหม่วัยดิจิตอล ที่นับวันความขัดแย้งยิ่งกว้างมากขึ้นเพราะความอยากสืบทอดอำนาจต่อของ คสช. และ พล.อ.ประยุทธ์ ด้วยความพยายามทุกวิถีทางที่จะเอาเปรียบกลั่นแกล้งตัวแทนคนรุ่นใหม่และฝ่ายตรงข้าม เหมือนในนิทานหมาป่ากับลูกแกะ การพยายามเอาชนะด้วยการที่ไม่อายในการเป็นตัวโกง ไม่มีประชาชนที่ไหนรับได้ ดังนั้นขณะนี้ประยุทธ์มีทางเลือก 2 ทาง ถ้าอยากมีอำนาจต่อก็เป็นได้แค่ &amp;ldquo;ผู้ที่ไม่อายที่จะเป็นตัวโกง&amp;rdquo; หรือประกาศว่า &amp;ldquo;ผมพอแล้ว&amp;rdquo; ก็จะได้เป็น &amp;ldquo;พระเอกแบบที่มีการเขียนชมตนเองไว้ในหนังสือประวัติศาสตร์ของกรมศิลปากร&amp;rdquo;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/34573</URL_LINK>
                <HASHTAG>น.ส.เกศปรียา แก้วแสนเมือง, บิ๊กตู่-พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, ผมพอแล้ว, รักชาติ, เศรษฐกิจพินาศ, โฆษกพรรคเพื่อชาติ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190427/image_big_5cc3cf7279a64.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
