<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>39568</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/06/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/06/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กนง.คงดอกเบี้ย ผวาศก.ยังเสี่ยง หั่นจีดีพี-ส่งออก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;กนง.มติเอกฉันท์คงดอกเบี้ย 1.75% &amp;nbsp; หลังประเมินเศรษฐกิจไทยยังเสี่ยง พร้อมหั่นจีดีพีเหลือ 3.3% ส่งออกโคม่าไม่ขยายตัว จับตาบาทแข็งค่าเร็ว &amp;quot;สมคิด&amp;quot; ปัดตอบเอกชนรุมยี้ทีม ศก.รัฐบาลใหม่ เชื่อครึ่งปีหลังดีขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 26 มิถุนายน นายทิตนันทิ์ มัลลิกะมาส ผู้ช่วยผู้ว่าการสายนโยบายการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) และเลขานุการคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) เปิดเผยภายหลังการประชุม กนง.ว่า ที่ประชุมมีมติเป็นเอกฉันท์ให้คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 1.75% ต่อปี เนื่องจากเศรษฐกิจมีแนวโน้มขยายตัวต่ำกว่าที่คาดการณ์ จากภาพรวมการส่งออกที่ขยายตัวชะลอลงกว่าที่ประเมินไว้มาก ตามเศรษฐกิจคู่ค้าและปริมาณการค้าโลกที่ชะลอลงจากสภาวะกีดกันทางการค้าที่รุนแรงขึ้น โดยเฉพาะระหว่างสหรัฐอเมริกาและจีน ขณะที่ภาคการท่องเที่ยวมีแนวโน้มขยายตัวต่ำกว่าที่ประเมินไว้ จากจำนวนนักท่องเที่ยวจีนเป็นหลัก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ได้มีการปรับลดประมาณการเศรษฐกิจไทยในปี 2562 ลดลงเหลือ 3.3% จากคาดการณ์เดิมที่ 3.8% ส่วนหนึ่งเป็นผลจากความล่าช้าของการเบิกจ่ายงบประมาณปี 2563 ที่จะสามารถเบิกจ่ายได้ต้นปีหน้า พร้อมทั้งได้ปรับลดประมาณการมูลค่าการส่งออกของไทยในปีนี้ ลดลงเหลือ 0% จากคาดการณ์เดิมที่ 3% การบริโภคภาคเอกชนอยู่ที่ 3.8% ลดลงจากคาดการณ์เดิมที่ 3.9% โดยยังได้รับแรงกดดันจากปัญหาหนี้ครัวเรือนที่อยู่ในระดับสูง รวมถึงรายได้และการจ้างงานที่มีสัญญาณชะลอลงในภาคการผลิตเพื่อส่งออก การลงทุนภาคเอกชน อยู่ที่ 3.8% ลดลงจากคาดการณ์เดิมที่ 4.4% การลงทุนภาครัฐ อยู่ที่ 3.8% ลดลงจากคาดการณ์เดิมที่ 6.1%
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;จากประมาณการทิศทางเศรษฐกิจของ ธปท. พบว่าสัญญาณเศรษฐกิจยังมีโอกาสชะลอลงได้อีก โดยปัจจัยหลักจากความเสี่ยงด้านต่างประเทศ ขณะที่ภาคการส่งออกก็ยังมีโอกาสขยายตัวติดลบ และมีโอกาสที่จะเป็นบวกได้ด้วยเช่นกัน หากสถานการณ์ความตึงเครียดของการค้าโลกยืดเยื้อและรุนแรง ส่วนปัจจัยเรื่องค่าเงินบาทแข็งค่าเร็วไม่สอดคล้องกับปัจจัยพื้นฐาน ยังต้องติดตามใกล้ชิด ซึ่ง ธปท.จะมีการบริหารจัดการที่เข้มข้นมากขึ้น ส่วนมาตรการที่จะออกมาดูแลนั้น ยังอยู่ระหว่างการพิจารณาและนำมาใช้เมื่อมีความจำเป็น&amp;rdquo; นายทิตนันทิ์ระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม ภาวะการเงินที่ผ่านมาอยู่ในระดับที่ผ่อนคลายและเอื้อต่อการขยายตัวของเศรษฐกิจ สภาพคล่องในระบบการเงินอยู่ในระดับสูง อัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงอยู่ในระดับต่ำ ทำให้ภาคเอกชนยังสามารถระดมทุนได้ต่อเนื่อง โดยรวมระบบการเงินยังมีเสถียรภาพ แต่ยังต้องติดตามความเสี่ยงที่อาจสร้างความเปราะบางให้เสถียรภาพระบบการเงินได้ในอนาคต โดยเศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มขยายตัวชะลอลงตามแรงส่งจากอุปสงค์ต่างประเทศเป็นสำคัญ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี ยอมรับว่า เศรษฐกิจไทยในครึ่งแรกของปี 2562 มีการชะลอตัว โดยมีสาเหตุมาจากการเมืองภายในประเทศที่มีการเลือกตั้งใหม่ ซึ่งไม่สามารถทำอะไรได้มาก อย่างไรก็ตาม เชื่อว่าในช่วงครึ่งหลังของปีนี้เศรษฐกิจจะเข้าสู่ภาวะปกติ เนื่องจากมีรัฐบาลใหม่ชัดเจนที่จะสามารถเข้ามาขับเคลื่อนนโยบายต่างๆ ได้ โดยเฉพาะการเดินหน้าการลงทุนที่จะเริ่มมีมากขึ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ประเทศไทยอยู่ในจุดยุทธศาสตร์ทางเศรษฐกิจที่ดีมาก เมื่อเทียบกับประเทศเพื่อนบ้าน แต่มีปัญหาแค่เมื่อมีการเลือกตั้ง ทำให้ยังไม่มีความชัดเจน ซึ่งตอนนี้มีความชัดเจนแล้ว เพราะ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ดำรงตำแหน่งเป็นนายกรัฐมนตรีคนใหม่ และยืนยันว่ากลางเดือน ก.ค.2562 จะได้รัฐบาลใหม่ ทุกอย่างก็จะดีขึ้น นักลงทุนและประชาชนจึงไม่ควรกังวลอีกต่อไป&amp;rdquo; นายสมคิดกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม รองนายกฯ ด้านเศรษฐกิจปฏิเสธให้ความเห็นกรณีที่ภาคเอกชนมองว่ารายชื่อทีมเศรษฐกิจของรัฐบาลใหม่ยังไม่ทำให้นักลงทุนเกิดความเชื่อมั่นได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายเชาว์ เก่งชน กรรมการผู้จัดการ บริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย จำกัด ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยถึงภาพรวมเศรษฐกิจและทิศทางการค้าโลกในช่วงครึ่งหลังของปี 2562 ว่า อาจถูกกดดันจากการเก็บภาษีสินค้านำเข้าจากจีนในวงเงินที่เหลืออีก 3.25 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ ทำให้มีการปรับลดประมาณการของการส่งออกในปีนี้ลงมาที่ 0% จากเดิมที่ 3.2% ซึ่งต้องติดตามผลการประชุมจี 20 และการหาทางออกของเกมการเมืองของทั้งสองประเทศ รวมถึงสถานการณ์การแข็งค่าของเงินบาท
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม ศูนย์วิจัยมองว่าหากมีสัญญาณบวกจากการเจรจาระหว่างสหรัฐและจีนมากขึ้น การส่งออกยังมีโอกาสโตในแดนบวก ซึ่งจะเป็นหนึ่งในปัจจัยที่ช่วยหนุนให้ตัวเลขจีดีพีเข้าหากรอบบนของช่วงประมาณการใหม่ที่ 2.9-3.3% ได้ ถึงแม้ตัวเลขจีดีพีทั้งปีอาจลดภาพบวกลงจากเดิม แต่ศูนย์วิจัยคาดว่าเศรษฐกิจไทยครึ่งปีหลังจะปรับตัวดีกว่าในช่วงครึ่งปีแรก จากผลของฐานและมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลใหม่ ที่คาดว่าจะผลักดันนโยบายที่สอดคล้องกับที่พรรคร่วมรัฐบาลเคยหาเสียงไว้ช่วงก่อนการเลือกตั้ง อย่างไรก็ตาม ศูนย์ได้ปรับลดเศรษฐกิจไทยอยู่ที่ 3.1% จากเดิมที่คาดไว้ที่ 3.7%.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/39568</URL_LINK>
                <HASHTAG>กนง., คงอัตราดอกเบี้ย, คณะกรรมการนโยบายการเงิน, หนังสือพิมพ์, เศรษฐกิจมีแนวโน้มขยายตัวต่ำกว่าที่คาดการณ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190626/image_big_5d1387a01b4ac.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
