<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>110354</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/07/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/07/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เศรษฐกิจยังสำลักพิษ“โควิด-19”</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การระบาดของ &amp;ldquo;โควิด-19&amp;rdquo; ที่ยืดเยื้อยาวนานมาตั้งแต่ช่วงต้นปี 2563 ไม่เพียงส่งผลกระทบอย่างหนักในด้านสาธารณสุข แต่ในด้านของ &amp;ldquo;เศรษฐกิจ&amp;rdquo; ก็ได้รับผลกระทบอย่างหนักไม่แพ้กัน จากการระบาดในปีที่ผ่านมา ส่งผลให้รัฐบาลได้ตัดสินใจใช้มาตรการขั้นเด็ดขาดในการควบคุมการระบาด นั่นคือ &amp;ldquo;ล็อกดาวน์&amp;rdquo; ที่ต้องยอมรับว่าเป็นยาแรงที่สามารถควบคุมการแพร่ระบาดได้จริง จำนวนผู้ติดเชื้อ และผู้เสียชีวิตลดลงอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ด้านเศรษฐกิจ จีดีพีในปีที่ผ่านมาก็ติดลบไปถึง 6.1% ซึ่งถือว่าน้อยกว่าที่หลายฝ่ายคาดการณ์ไว้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สถานการณ์การระบาดที่ดูเหมือนจะดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่งผลดีต่อภาพของเศรษฐกิจด้วย แต่ท้ายที่สุดก็ต้องมาสะดุดลงเมื่อเจอการระบาดในระลอกที่ 2 ต่อเนื่องมาจนถึงระลอกที่ 3 ที่ปัจจุบันรัฐบาลเองยังไม่สามารถควบคุมสถานการณ์ทั้งในแง่การระบาดผ่านคลัสเตอร์ใหม่ๆ ที่ผุดขึ้นเหมือนดอกเห็ด จำนวนผู้ติดเชื้อรายใหม่ จำนวนผู้ติดเชื้อที่อาการหนัก ไปจนถึงจำนวนผู้เสียชีวิตต่อวันที่ยังอยู่ในระดับสูง แม้ว่ารัฐบาลจะพยายามเร่งการฉีดวัดซีน แต่ก็ดูเหมือนจะยังล่าช้ากว่าแผนอย่างมาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แม้ว่าขณะนี้รัฐบาลจะตัดสินใจใช้ &amp;ldquo;มาตรการกึ่งล็อกดาวน์&amp;rdquo; ด้วยการขอความร่วมมือจากภาคประชาชน และผู้ที่เกี่ยวข้องเพื่อยับยั้งสถานการณ์การแพร่ระบาด แต่ก็ดูเหมือนจะยังไม่ดีขึ้น ยอดผู้ติดเชื้อรายใหม่ต่อวันพุ่งทะลุ 1 หมื่นคนไปเรียบร้อยแล้ว &amp;ldquo;ธนาคารโลก (เวิลด์แบงก์)&amp;rdquo; ได้ประเมินว่า การที่รัฐบาลออกมาตรการกึ่งล็อกดาวน์เพื่อควบคุมการแพร่ระบาดครั้งนี้ หากยืดเยื้อไปจนถึงไตรมาส 3/2564 ซึ่งเป็นกรณีเลวร้ายที่สุดที่ได้มีการคาดการณ์ไว้ จะส่งผลกระทบต่อภาพรวมการขยายตัวของตัวเลขเศรษฐกิจ (จีดีพี) ในปีนี้ให้ลดลงเหลือ 1.2% จากปัจจุบันคาดว่าเศรษฐกิจจะขยายตัวได้ที่ระดับ 2.2% ขณะที่ปี 2565 จีดีพีจะลดลงเหลือ 2.1% จากคาดการณ์ปัจจุบันที่ 5.1%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ไม่เพียงเท่านี้ &amp;ldquo;เวิลด์แบงก์&amp;rdquo; ยังมองว่า ประเทศไทยมีความเสี่ยงและความเป็นไปได้ค่อนข้างสูงที่จะเกิดการระบาดของโควิด-19 ในระลอกใหม่ๆ รวมถึงจากสายพันธุ์ของไวรัสที่รุนแรงขึ้น มีการกลายพันธุ์ของไวรัสด้วย ซึ่งปัจจัยเสี่ยงดังกล่าวจะยิ่งทำให้การควบคุมการแพร่ระบาดทำได้ยากมากยิ่งขึ้น ไม่เพียงเท่านี้ ปัจจัยเสี่ยงเรื่อง &amp;ldquo;การจัดซื้อและการกระจายวัคซีนป้องกันโควิด-19 ที่ล่าช้ากว่าคาดการณ์มาก&amp;rdquo; ก็ยังเป็นอีกประเด็นกดดันสำคัญที่อาจจะทำให้ในอนาคต รัฐบาลยังต้องใช้มาตรการล็อกดาวน์ การลดการเดินทาง เพื่อควบคุมการระบาดในระลอกต่างๆ ที่อาจจะเกิดขึ้นได้อีก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ขณะที่ &amp;ldquo;ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.)&amp;rdquo; เอง ระบุว่า ปัจจัยเสี่ยงสำคัญหลักๆ ที่จะมีผลต่อการเติบโตของเศรษฐกิจไทย ที่ต้องจับตา นั่นคือการกลายพันธุ์ของไวรัสโควิด-19 ซึ่งอาจจะทำให้ประสิทธิภาพของวัคซีนลดลง จนส่งผลให้การระบาดรุนแรงมากขึ้น รวมถึงต้องจับตามองแรงกระตุ้นทางการคลัง เนื่องจากการจัดเก็บรายได้ภาษีที่ลดลง จะมีผลต่อแรงกระตุ้นทางการคลังในระยะต่อไป อีกทั้งฐานะทางการเงินของภาคธุรกิจในปัจจุบันอาจจะนำไปสู่การจ้างงานที่จะส่งต่อไปยังฐานะทางการเงินของครัวเรือน ทั้งหมดจะมีผลต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศไทยได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ทั้งนี้ โจทย์สำคัญที่สุดของเศรษฐกิจไทย ณ ปัจจุบัน คือ &amp;ldquo;การจัดหาและกระจายวัคซีนที่เหมาะสม เพียงพอ และทันการณ์&amp;rdquo; โดยเศรษฐกิจไทยที่ขยายตัวชะลอลงจากเดิมเนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดที่ยืดเยื้อและรุนแรงขึ้น นั่นหมายถึงทิศทางการเติบโตของเศรษฐกิจไทยยังต้องเผชิญความเสี่ยงด้านต่ำอย่างมีนัยสำคัญจากการกลายพันธุ์ของไวรัส ที่อาจทำให้ประสิทธิภาพของวัคซีนลดลง ส่งผลให้การระบาดรุนแรงขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ขณะที่ &amp;ldquo;ศูนย์วิจัยกสิกรไทย&amp;rdquo; ได้ปรับลดคาดการณ์การเติบโตของเศรษฐกิจไทยในปี 2564 ลงเช่นกัน อยู่ที่ 1% เนื่องจากผลของการแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่รุนแรงขึ้น ซึ่งส่งผลกระทบให้ระบบสาธารณสุขของไทยเผชิญข้อจำกัด จึงมีความจำเป็นที่จะต้องมีมาตรการเพื่อควบคุมการแพร่ระบาดที่เข้มข้นมากขึ้น ซึ่งตามมาด้วยผลกระทบต่อกิจกรรมทางเศรษฐกิจนั่นเอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แม้ว่ารัฐบาลจะมีการออกมาตรการเยียวยา วงเงินรวม 4.2 หมื่นล้านบาท เพื่อช่วยชดเชยแรงงานและผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบ โดยครอบคลุม 10 จังหวัดในพื้นที่สีแดงเข้ม เป็นระยะเวลา 1 เดือน รวมถึงมีมาตรการช่วยบรรเทาภาระค่าน้ำค่าไฟฟ้าแก่ประชาชนทั่วไป เป็นระยะเวลา 2 เดือน ซึ่งคาดว่าจะช่วยประคองการดำรงชีพที่จำเป็นของประชาชน แต่ไม่สามารถชดเชยผลกระทบทางเศรษฐกิจโดยรวม.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ครองขวัญ รอดหมวน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/110354</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระจกไร้เงา, ครองขวัญ รอดหมวน, เศรษฐกิจยังสำลักพิษ“โควิด-19”</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191229/image_big_5e088ef44eff8.jpg </PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
