<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>70276</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/07/2020 13:10</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/07/2020 00:02</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เศรษฐกิจยังทรุด หั่นจีดีพีติดลบ 8% ไตรมาส2ร่วงหนัก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; กกร.หั่นจีดีพีปี 63 อยู่ที่ติดลบ 8% เหตุเศรษฐกิจยังไม่ฟื้นแม้คลายล็อก ประเมินไตรมาส 2 ร่วงหนักสู่เลขสองหลัก&amp;nbsp;&amp;nbsp; หวังมาตรการเยียวยาโควิด 4 แสนล้านประคอง ศก.ผงกหัวได้ครึ่งปีหลัง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม นายปรีดี ดาวฉาย ประธานสมาคมธนาคารไทย ในฐานะประธานคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) เปิดเผยว่า ในเดือน พ.ค.และ มิ.ย.2563 แม้ภาครัฐทยอยคลายล็อกให้กิจกรรมเศรษฐกิจกลับมาเปิดดำเนินการ แต่เครื่องชี้เศรษฐกิจส่วนใหญ่ยังอยู่ในภาวะหดตัว จากกำลังซื้อที่อ่อนแอของครัวเรือนและภาคธุรกิจ ส่งผลต่อบรรยากาศการใช้จ่ายภายในประเทศ ขณะเดียวกัน การส่งออกและการท่องเที่ยวยังอยู่ภายใต้แรงกดดันจากเศรษฐกิจโลกที่ถดถอยและสถานการณ์โควิดในต่างประเทศที่ยังไม่ยุติทิศทางดังกล่าว คาดว่าจะทำให้เศรษฐกิจไทยในไตรมาสที่ 2 ปี 2563 หดตัวลงลึกสู่อัตราเลขสองหลัก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ดังนั้น ที่ประชุม กกร.จึงมีมุมมองที่ระมัดระวังต่อทิศทางเศรษฐกิจไทยในช่วงข้างหน้า ขณะที่ล่าสุดทั้งผลการค้นหากองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) และผลการค้นหาธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้ปรับลดคาดการณ์เศรษฐกิจไทยในปี 2563 ลงมาที่ -7.7% และ -8.1% ตามลำดับ ทั้งนี้ จากทิศทางเศรษฐกิจไทยที่ยังมีประเด็นท้าทายอยู่มากดังกล่าว ในการประชุมรอบนี้ กกร.จึงได้ปรับลดประมาณการเศรษฐกิจไทย (จีดีพี) ในปี 2563 ลงมาเป็น -8.0% ถึง -5.0% จากเดิมที่ -5.0% ถึง -3.0%
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะเดียวกัน ได้ปรับลดกรอบประมาณการการส่งออกมาเป็น -10.0% ถึง -7.0% จากเดิม -10.0% ถึง -5.0% และปรับลดอัตราเงินเฟ้อทั่วไปมาที่ -1.5% ถึง -1.0% จากเดิม -1.5% ถึง 0.0% เนื่องจากในช่วงครึ่งปีหลังแนวโน้มเศรษฐกิจยังเผชิญความไม่แน่นอนสูง จากการระบาดของไวรัสโควิดในบางประเทศที่ยังรุนแรง ซึ่งจะทำให้การเปิดพรมแดนระหว่างประเทศของไทยคงเกิดขึ้นอย่างจำกัด ส่งผลกระทบต่อภาคการท่องเที่ยว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ขณะที่แรงฉุดจากเศรษฐกิจโลก สงครามการค้าระหว่างสหรัฐอเมริกากับจีน และประเทศอื่นๆ ตลอดจนเงินบาทที่แข็งค่า อาจยังกดดันการส่งออกและการผลิตภาคอุตสาหกรรม โดยเฉพาะหมวดสินค้าไม่จำเป็นต่อการดำรงชีพ&amp;quot; นายปรีดีระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม มาตรการเยียวยาผลกระทบจากโควิด ควบคู่กับแรงขับเคลื่อนจากกลไกภาครัฐผ่านการอนุมัติแผนฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคม วงเงิน 400,000 ล้านบาท ให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม จะเข้ามาช่วยประคองให้เศรษฐกิจไทยในช่วงที่เหลือของปีทยอยฟื้นตัวจากจุดต่ำสุด ซึ่งการกลับสู่ภาวะปกติก่อนโควิดของกิจกรรมทางเศรษฐกิจคงต้องใช้เวลา และจำเป็นต้องอาศัยการดำเนินนโยบายการเงินและการคลังที่ผ่อนคลายอย่างต่อเนื่อง &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ กกร.ได้ร่วมหารือรับมอบนโยบายจากนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี เรื่องมาตรการให้ความช่วยเหลือด้านการเงินเอสเอ็มอีอย่างทั่วถึง โดยมี 1.กองทุน 50,000 ล้านบาท โดยสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) เป็นผู้จัดตั้งกองทุน และ 2.การเพิ่มสัดส่วนการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐในกลุ่มเอสเอ็มอี ซึ่งเตรียมนำเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในวันอังคารที่ 7 ก.ค.นี้ หากผ่านความเห็นชอบจาก ครม. จะสามารถดำเนินการภายในเดือน ส.ค.นี้.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/70276</URL_LINK>
                <HASHTAG>กกร., จีดีพี, จีดีพีปี 63, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เศรษฐกิจยังไม่ฟื้น</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200701/image_big_5efc9ef52c751.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
