<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>105998</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/06/2021 09:19</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/06/2021 09:19</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>หนักกว่าที่คิด &#039;คุณหญิงหน่อย&#039; เดินเท้าเยี่ยมคนตัวเล็ก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขอบคุณรูปภาพจาก&amp;nbsp;คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ Sudarat Keyuraphan&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;11 มิ.ย. 64 - คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ผู้ก่อตั้งพรรคไทยสร้างไทย โพสต์รูปข้อความในเฟซบุ๊ก มีเนื้อหาดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;#เดินเท้าเยี่ยมคนตัวเล็ก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หลังจากที่หน่อยได้ #เดินเท้าเข้าเยี่ยมSMEs ที่ประตูน้ำทำให้ได้เห็นสภาพเศรษฐกิจที่แท้จริงว่า เศรษฐกิจหนักกว่าที่คิด คนค้าขายเดือดร้อนอย่างแสนสาหัส หลายคนหมดแรงเดินต่อ หลายคนกำลังจะหมดแรงตาม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หน่อยได้นั่งคุยกับพี่วีรกิจ ซึ่งเล่าให้ฟังว่า &amp;rdquo;ขายเสื้อผ้าประตูน้ำมากว่า 20 ปีไม่เคยเจอวิกฤตหนักเท่านี้มาก่อน สภาพร้านรวงปิดไปกว่า 80% ที่เหลือเปิดอยู่ก็แทบขายไม่ได้ ยอดขายลดลงกว่า 90% บางวันไม่ได้เปิดบิลเลย ถ้ายังไม่สามารถกลับมาค้าขายได้ปกติภายใน 1-2 เดือนข้างหน้า ร้านที่เหลืออยู่ก็ต้องไปหมด&amp;rdquo; ฟังแล้วก็ทุกข์ใจไปกับพี่วีรกิจและผู้ค้าทุกคนเลยค่ะ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สิ่งที่รัฐบาลต้องเร่งทำคือ อย่าปล่อยให้ SMEs #คนตัวเล็ก ที่เป็นฟันเฟืองสำคัญของเศรษฐกิจไทยต้องหมดลมไปก่อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;▪ ต้องเร่งฉีดวัคซีนให้เพียงพอและทั่วถึง ต้องฉีดให้จบภายในสิ้นปีนี้ เพื่อคืนชีวิตปกติสุขให้ประชาชน ได้เปิดประเทศ เปิดการทำมาหากินกันใหม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;▪ ต้องใช้งบประมาณเพื่อไปเพิ่มกำลังซื้อให้ประชาชนโดยด่วนที่สุด ต้องเปลี่ยนวิธีจากแจกเงิน (ที่แจกน้อยไม่เพียงพอ ไม่ทั่วถึง ไม่ได้ผลในการกระตุ้นเศรษฐกิจ แบบตำน้ำพริกละลายแม่น้ำ) มาเป็นการจ้างงาน สร้างงาน สร้างรายได้ให้ประชาชน เพื่อเพิ่มกำลังซื้อโดยด่วน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รัฐบาลต้องเร่งปรับแผนการใช้งบประมาณมาช่วยSMEs #คนตัวเล็ก ที่เดือดร้อนให้ได้ตรงจุด และรวดเร็ว ถ้ายังปล่อยให้อยู่ในสภาพนี้ต่อไป เศรษฐกิจไทยจะยิ่งพังหนักขึ้นไปอีก จะกู้เงินมาอีกกี่ล้านล้านบาท ก็จะเยียวยาคนที่เดือดร้อนไม่พอ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;#สู้เพื่อคนตัวเล็ก #rรรคไทยสร้างไทย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/105998</URL_LINK>
                <HASHTAG>การเมือง, คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์, หน่อย, เศรษฐกิจแย่, ไทยสร้างไทย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210611/image_big_60c2c82126e80.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>88641</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/01/2021 12:50</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/01/2021 07:20</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โพลชี้ปี64การเมืองวุ่นวายเหมือนเดิม! &#039;บิ๊กตู่&#039;อยู่ยาว ม็อบคณะราษฎรมีไปเรื่อยๆ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3 ม.ค. 64&amp;nbsp;- ศูนย์สำรวจความคิดเห็น &amp;ldquo;นิด้าโพล&amp;rdquo; สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เปิดเผยผลสำรวจของประชาชน เรื่อง &amp;ldquo;การเมือง เศรษฐกิจ และโควิด-19 ในปี 2564&amp;rdquo; ทำการสำรวจระหว่างวันที่ 24 &amp;ndash; 25 ธันวาคม 2563 จากประชาชนที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป กระจายทุกภูมิภาค ระดับการศึกษา และอาชีพทั่วประเทศ รวมทั้งสิ้น จำนวน 1,326 หน่วยตัวอย่าง เกี่ยวกับสถานการณ์ทางการเมือง เศรษฐกิจ และโควิด-19 ในปี 2564 การสำรวจอาศัยการสุ่มตัวอย่างโดยใช้ความน่าจะเป็นจากบัญชีรายชื่อฐานข้อมูลตัวอย่างหลัก (Master Sample) ของ &amp;ldquo;นิด้าโพล&amp;rdquo; สุ่มตัวอย่างด้วยวิธีแบบง่าย&amp;nbsp; (Simple Random Sampling) เก็บข้อมูลด้วยวิธีการสัมภาษณ์ทางโทรศัพท์โดยกำหนดค่าความเชื่อมั่นที่ร้อยละ 97.0&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากการสำรวจเมื่อถามถึงความคิดเห็นของประชาชนต่อสถานการณ์ทางการเมืองไทยโดยทั่วไปในปี 2564 เมื่อเทียบกับปี 2563 พบว่า&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนใหญ่ ร้อยละ 41.63 ระบุว่า สถานการณ์ทางการเมืองจะวุ่นวายเหมือนเดิม รองลงมา ร้อยละ 35.30 ระบุว่า สถานการณ์ทางการเมืองจะวุ่นวายมากขึ้น ร้อยละ 15.46 ระบุว่า สถานการณ์ทางการเมืองจะวุ่นวายน้อยลง ร้อยละ 4.22 ระบุว่า สถานการณ์ทางการเมืองจะไม่วุ่นวายเลย และ ร้อยละ 3.39 ระบุว่า เฉย ๆ/ไม่ตอบ/ไม่สนใจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านความคิดเห็นของประชาชนต่อรัฐบาลพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ในปี 2564 พบว่า ส่วนใหญ่ ร้อยละ 54.15 ระบุว่า นายกรัฐมนตรีพลเอกประยุทธ์ จะอยู่ยาวตลอดทั้งปี รองลงมา ร้อยละ 13.12 ระบุว่า รัฐบาลพลเอกประยุทธ์ จะมีการปรับคณะรัฐมนตรี ร้อยละ 8.45 ระบุว่า จะมีการยุบสภาเพื่อเลือกตั้งใหม่ ร้อยละ 7.62 ระบุว่า นายกรัฐมนตรีพลเอกประยุทธ์ จะลาออก ร้อยละ 3.02 ระบุว่า จะเกิดความแตกแยกในพรรคร่วมรัฐบาล ร้อยละ 2.26 ระบุว่า พลเอกประยุทธ์ จะโดนคดีความทางการเมืองจนต้องหลุดจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ร้อยละ 1.73 ระบุว่า รัฐบาลพลเอกประยุทธ์ จะโดนรัฐประหาร และร้อยละ 15.01 ระบุว่า เฉย ๆ/ไม่ตอบ/ไม่สนใจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับความคิดเห็นของประชาชนต่อม็อบคณะราษฎรในปี 2564 พบว่า ส่วนใหญ่ ร้อยละ 43.21 ระบุว่า ม็อบคณะราษฎรจะไปเรื่อย ๆ เหมือนเดิม รองลงมา ร้อยละ 22.78 ระบุว่า ม็อบคณะราษฎรจะอ่อนแรงลง ร้อยละ 13.80 ระบุว่า ม็อบคณะราษฎรจะยุติลง ร้อยละ 11.24 ระบุว่า ม็อบคณะราษฎรจะสามารถยกระดับได้ และร้อยละ 8.97 ระบุว่า เฉย ๆ/ไม่ตอบ/ไม่สนใจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนความคิดเห็นของประชาชนต่อสถานการณ์ทางเศรษฐกิจไทยในปี 2564 เมื่อเปรียบเทียบกับปี 2563 พบว่า ส่วนใหญ่ ร้อยละ 52.19 ระบุว่า สถานการณ์ทางเศรษฐกิจจะแย่ลง รองลงมา ร้อยละ 32.13 ระบุว่า สถานการณ์ทางเศรษฐกิจจะเหมือนเดิม ร้อยละ 14.63 ระบุว่า สถานการณ์ทางเศรษฐกิจจะดีขึ้น และร้อยละ 1.05 ระบุว่า เฉย ๆ/ไม่ตอบ/ไม่สนใจ&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ท้ายที่สุดเมื่อถามถึงความคิดเห็นของประชาชนต่อการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ในปี 2564 ในประเทศไทย เมื่อเปรียบเทียบกับ&amp;nbsp; &amp;nbsp; ปี 2563 พบว่า ร้อยละ 48.11 ระบุว่า การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 จะรุนแรงขึ้น ร้อยละ 28.81 ระบุว่า การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19&amp;nbsp; &amp;nbsp;จะลดน้อยลง ร้อยละ 22.10 ระบุว่า การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 จะเหมือนเดิม และร้อยละ 0.98 ระบุว่า เฉย ๆ/ไม่ตอบ/ไม่สนใจ.&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/88641</URL_LINK>
                <HASHTAG>การเมืองวุ่นวาย, นิด้าโพล, บิ๊กตู่อยู่ยาว, ม็อบคณะราษฎร, เศรษฐกิจแย่, โควิดรุนแรง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210103/image_big_5ff10cbca7b21.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>77184</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/09/2020 08:19</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/09/2020 08:19</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;วัฒนา&#039; ว่าแล้วเชียวเศรษฐกิจแย่ &#039;บิ๊กตู่&#039; เลี้ยวลงโควิด!จี้เร่งแก้รธน.คืนอำนาจประชาชน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;12 ก.ย.63 - นายวัฒนา เมืองสุข สมาชิกพรรคเพื่อไทย โพสต์ข้อความบนเฟซบุ๊ก ระบุว่า &amp;quot;แล้วก็เป็นไปตามที่ผมดักคอไว้ว่าพลเอกประยุทธ์จะเอาโควิดเป็นแพะรับบาปตามนิสัยดั้งเดิม ทั้งที่เศรษฐกิจประเทศไทยย่ำแย่มาตั้งแต่ยึดอำนาจแล้ว หลักฐานคือการจัดเก็บภาษีสมัยพลเอกประยุทธ์เป็นนายกรัฐมนตรีนับแต่ปี 2557-2563 รัฐบาลจัดเก็บภาษีได้ต่ำกว่าประมาณการเกิน 1 ล้านล้านบาท ส่วนด้านการกู้สร้างสถิติไว้เกินกว่า 4 ล้านล้านบาท&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ความโง่ล่าสุดคือการที่รัฐบาลจ่ายเบี้ยคนพิการและคนชราของเดือนกันยายนล่าช้า ทำให้ประชาชนคิดว่ารัฐบาลถังแตกอันจะกระทบต่อความเชื่อมั่นที่เป็นหัวใจสำคัญของการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ ส่วนที่ที่ปรึกษาบางคนอุตริแนะนำให้ลดเงินเดือนข้าราชการก็อย่าได้โง่ไปทำเด็ดขาด เพราะนอกจากจะทำให้ประชาชนขาดความเชื่อมั่นในสถานะทางการคลังของรัฐบาลแล้ว ยังจะทำให้เครดิตของประเทศตกต่ำในสายตาของนักลงทุน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สิ่งที่นายกรัฐมนตรีควรรีบทำคือยุติปัญหาทางการเมืองที่เกิดจากรัฐธรรมนูญ ด้วยการคืนอำนาจให้ประชาชนไปร่างรัฐธรรมนูญเองเพื่อลดความขัดแย้ง วันนี้พรรคร่วมฝ่ายค้านและพรรคร่วมรัฐบาลได้เสนอญัตติขอแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญมาตรา 256 เพื่อตั้ง สสร. ตรงกันซึ่งในหลักการทั้งฝ่ายค้านและฝ่ายรัฐบาลจะต้องสนับสนุน หากได้รับการสนับสนุนจาก ส.ว. อีก 84 คน ปัญหาทางการเมืองก็เบาลง รัฐบาลก็จะมีเวลาไปแก้ปัญหาเศรษฐกิจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผมจึงเรียกร้องมายังนายกรัฐมนตรีในฐานะอดีตหัวหน้า คสช. ซึ่งเป็นผู้แต่งตั้ง ส.ว. ทั้ง 250 คน ให้ตระหนักถึงปัญหาทางการเมืองที่ท่านและคณะได้ก่อขึ้นไว้ด้วยการยึดอำนาจและแต่งตั้งนายมีชัยให้เขียนรัฐธรรมนูญจนเกิดปัญหากับบ้านเมือง ขอให้ช่วยกันหาทางออกให้กับประเทศด้วยการคืนอำนาจให้ประชาชนไปร่างรัฐธรรมนูญและยอมรับอำนาจของประชาชน การแก้ตัวว่าไม่มีอำนาจไปสั่ง ส.ว. นอกจากจะไม่มีใครเชื่อแล้วยังจะทำให้สถานการณ์เลวร้ายยิ่งขึ้นไปอีก เชื่อเถิดว่าถ้าประชาชนไม่ยอมรถถังหรือกองทัพใดก็เอาไม่อยู่&amp;quot;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/77184</URL_LINK>
                <HASHTAG>วัฒนา เมืองสุข, เพื่อไทย, เศรษฐกิจแย่, แกรัฐธรรมนูญ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181018/image_big_5bc7d1c4e7cc7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>50781</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/11/2019 08:53</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/11/2019 08:53</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;เพื่อไทย&#039; อัด &#039;ประยุทธ์&#039; อยู่นานเศรษฐกิจแย่ วอนหยุดใช้ประเทศเป็นหนูลองยา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;21 พ.ย.62 - น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ เลขาธิการพรรคเพื่อไทย เปิดเผยว่า ขอแสดงความห่วงใยประชาชนที่อาจได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจตกต่ำ หลังหน่วยงานด้านเศรษฐกิจของรัฐบาลออกมาเปิดเผยตัวเลขที่ถดถอยลงในทุกด้าน ขณะที่พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าทีมเศรษฐกิจ และ นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรีด้านเศรษฐกิจ ทำได้เพียงขอร้องไม่ให้พูดเรื่องเศรษฐกิจแย่เพราะจะส่งผลต่อการแก้ปัญหาและขอให้เชื่อมั่นรัฐบาล&amp;nbsp;เป็นท่าทีที่ขาดความรับผิดชอบของผู้นำรัฐบาล เพราะการพูดในทำนองตัวเองแก้ไม่ได้ แต่กลับยังไปโทษคนอื่นว่าไม่ช่วย ทั้งที่หลายฝ่ายได้เตือนมาตลอดว่าแนวทางแก้เศรษฐกิจของรัฐบาลเดินมาผิดทาง โดยเฉพาะการใช้นโยบายแจกเงินเฉพาะหน้าให้ประชาชน ซึ่งไม่มีผลต่อการกระตุ้นเศรษฐกิจในภาพรวม แต่รัฐบาลก็ยังดึงดันใช้แนวทางนี้ จนกระทั่งตัวเลขด้านต่างๆออกมาประจานความล้มเหลวให้เห็น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ประเทศไม่ใช่หนูลองยาที่จะให้ผู้นำที่ขาดความรู้อย่าง พล.อ.ประยุทธ์มาทดลองแก้เศรษฐกิจ โดยเฉพาะการแจกเงินแบบคิดเอาเองว่าแจกแล้วทุกอย่างจะดีขึ้น แต่วิกฤติครั้งนี้รุนแรงมากกว่าที่คิด เพราะต่อเนื่องมาจากการรัฐประหารที่ต่างชาติไม่ยอมรับ จนกระทั่งมาเป็นนายกฯรอบ 2 ด้วยกลไกรัฐธรรมนูญที่ถูกออกแบบมาเพื่อสืบทอดอำนาจ ดังนั้นการจะให้ต่างชาติหรือคนส่วนใหญ่เชื่อมั่น จึงเป็นไปได้ยาก&amp;rdquo; น.อ.อนุดิษฐ์กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น.อ.อนุดิษฐ์ กล่าวอีกว่าที่ผ่านมารัฐบาลมักโทษไปที่ปัญหาเศรษฐกิจโลก แต่หากย้อนไปดูประเทศเพื่อนบ้าน ตัวเลขทางเศรษฐกิจของเขาดีกว่าของเรามาก เนื่องจากมีผู้นำที่ทำให้คนในชาติเชื่อมั่นได้ ต่างกับของไทยที่ผู้นำขาดวิสัยทัศน์ ทำให้ประชาชนอยู่ในภาวะกลืนไม่เข้าคายไม่ออกและขาดความเชื่อมั่นต่ออนาคตของประเทศ ทำให้พวกเขาเลือกที่จะไม่ใช่จ่ายหรือลงทุน เพราะเห็นฝีมือ พล.อ.ประยุทธ์มาแล้วกว่า 5 ปี ไม่ใช่ 4 เดือนอย่างที่ฝ่ายรัฐบาลพยายามกล่าวอ้าง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;พล.อ.ประยุทธ์ พูดถึงตัวเลขโรงงานที่ต้องปิดตัวลงกว่า 1,000 แห่งในยุคของตัวเองแบบไม่รู้ร้อนรู้หนาว และใช้วิธีการแบบเดิมๆแก้ปัญหา นั่นคือสั่งให้รัฐมนตรีลงไปดูแล ขณะที่ตัวรัฐมนตรีเองก็ไม่รู้จะทำอย่างไร เพราะรัฐบาลไม่มีนโยบายร่วมกันที่ชัดเจน แม้กระทั่งค่าแรงขั้นต่ำที่หาเสียงเอาไว้ก็เบี้ยวผู้ใช้แรงงานหน้าตาเฉย สุดท้ายก็แก้ปัญหาแบบแก้ผ้าเอาหน้ารอดไปวันๆ ด้วยการเดินตามก้นระบบราชการ&amp;rdquo;น.อ.อนุดิษฐ์กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น.อ.อนุดิษฐ์ กล่าวอีกว่าพล.อ.ประยุทธ์อาจอยู่ในอำนาจต่อไปได้เรื่อยๆด้วยกลไกรัฐธรรมนูญที่พวกเขาช่วยกันออกแบบมา แต่หากอยู่แล้วไม่สามารถแก้ปัญหาเศรษฐกิจให้ประชาชนได้ ก็น่าสงสัยว่าจะอยากอยู่ต่อไปทำไม หากพล.อ.ประยุทธ์ยิ่งอยู่เศรษฐกิจยิ่งแย่ ขอถามว่าใครจะรับผิดชอบ กว่า 5 ปีแล้ว พวกเราจะปล่อยให้พล.อ.ประยุทธ์ใช้ประเทศเป็นหนูลองยาแก้เศรษฐกิจต่อไปอีกหรือ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/50781</URL_LINK>
                <HASHTAG>น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ, ภาวะเศรษฐกิจตกต่ำ, เลขาธิการพรรคเพื่อไทย, เศรษฐกิจแย่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190627/image_big_5d148eaeb86bc.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>50641</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/11/2019 15:21</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/11/2019 15:21</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เพื่อไทยตีปี๊บเศรษฐกิจแย่ต้องแก้รัฐธรรมนูญ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;19 พ.ย.62- นายชวลิต วิชยสุทธิ์ ส.ส.นครพนม พรรคเพื่อไทยกล่าวว่า ขณะนี้เป็นนิมิตหมายที่ดี ที่ภาคส่วนต่างๆ เริ่มพูดคุยกันมากขึ้นเกี่ยวกับญัตติขอแก้ไขรัฐธรรมนูญ ซึ่งรอการพิจารณาอยู่ในสภาฯ ในฐานะส.ส.เขต ได้ลงพื้นที่ พบว่าปัญหาเศรษฐกิจเป็นปัญหาที่จมลึกลงไปเรื่อยๆ ยากจะเยียวยา หากทุกภาคส่วนไม่ร่วมมือกันฟื้นสร้างความเชื่อมั่นกลับคืนมาหากรัฐบาลและส.ว.ซึ่งเป็นองค์กรตามรัฐธรรมนูญ ที่มีส่วนสำคัญว่าจะแก้ไขรัฐธรรมนูญสำเร็จหรือไม่ เห็นความเดือดร้อนของประชาชนในปัญหาเศรษฐกิจที่ยากจะเยียวยา แล้วร่วมมือกันกับภาคส่วนต่างๆ ส่งสัญญาณที่จะแก้ไขรัฐธรรมนูญให้เป็นรัฐธรรมนูญของประชาชน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;quot;มั่นใจว่า ความเชื่อมั่นจะฟื้นกลับมาอย่างรวดเร็ว ประเทศไทยมีโครงสร้างพื้นฐานทุกด้านที่ดีอยู่แล้ว เพียงแต่ถ้ามีการปรับพื้นฐานทางด้านการเมืองให้มีเสถียรภาพ ประเทศไทยก็ไม่เป็นสองรองใครในภูมิภาคนี้ หวังว่า เมื่อบ้านเมืองเดือดร้อน ประชาชนเดือดร้อนในปัญหาเศรษฐกิจปากท้อง ความสามัคคีที่ทุกภาคส่วนจะร่วมมือกันสร้างความเชื่อมั่นประเทศจะเกิดขึ้นในการพิจารณาญัตติขอแก้ไขรัฐธรรมนูญในสภาฯ โดยเร็วที่สุด&amp;quot;นายชวิตกล่าว.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/50641</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชวลิต วิชยสุทธิ์, ส.ส.นครพนม, เพื่อไทย., เศรษฐกิจแย่, แก้รธน.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191119/image_big_5dd3a1b5ed559.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>50096</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/11/2019 13:07</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/11/2019 13:07</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อยู่ไม่ได้แล้ว!&#039;เด็กแม้ว&#039;ให้&#039;บิ๊กตู่&#039;ลาออกเพราะไร้ฝีมือแก้ปัญหาเศรษฐกิจ คนตกงานเพียบ ยิ่งอยู่ยิ่งจน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;12 พ.ย.62-นายวิสาร เตชะธีราวัฒน์ ส.ส.เชียงราย พรรคเพื่อไทย เปิดเผยว่า สถานการณ์ของประเทศไทยเศรษฐกิจไทยดำดิ่งมาก ประชาชนเดือดร้อนทั่วประเทศ นโยบายที่รัฐบาลที่หวังจะให้เศรษฐกิจดีขึ้นก็ไม่ประสบความสำเร็จประชาชนในพื้นที่ไม่ได้รู้สึกว่าดีขึ้น การค้าขายตกต่ำ บรรดาผู้ประกอบการทั้งรายเล็กรายใหญ่ประสบปัญหาหมด ลูกค้าหดหาย ประชาชนไม่มีกำลังซื้อ ที่น่าตกใจคือรัฐบาลยังไม่ยอมรับความจริงยังสร้างวาทกรรมว่าเศรษฐกิจไทยไม่มีปัญหาแค่โตช้า จากการที่พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ที่นั่งในตำแหน่งหัวหน้าทีมเศรษฐกิจของรัฐบาล เชื่อว่ามีข้อมูลมากมายแต่ไม่รู้จักนำมาใช้หรือใช้ไม่เป็น หรือข้อมูลที่ได้มามีแต่การอวยว่าดีทุกด้าน เศรษฐกิจไม่มีปัญหา ประชาชนมีความสุข หากเป็นเช่นนั้นท่านก็ไม่ควรจะมาทำหน้าที่ตรงนี้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวิสารกล่าววา พล.อ.ประยุทธ์ต้องยอมรับว่าไร้ฝีมือในการบริหารประเทศ นับวันประเทศยิ่งแย่ลง ประชาชนไม่มีเงินในกระเป๋า &amp;nbsp;คนตกงาน โรงงานอุสาหกรรมปิดเป็นจำนวนมาก นักศึกษาจบออกมาไม่มีงานทำ เชื่อว่าจะหนักกว่านี้หากรัฐบาลยังบริหารประเทศแบบนี้ พล.อ.ประยุทธ์ประกาศชัดเจนว่าเสียสละเข้ามาทำหน้าที่บริหารประเทศ แต่ที่ผ่านมาท่านยิ่งบริหารประชาชนจนลง พล.อ.ประยุทธ์บอกว่า ไปจังหวัดไหนมีแต่คนรักมีแต่คนมาเชียร์ อยากบอกว่าบรรดาผู้ใต้อำนาจท่านเขาไปเกณฑ์คนมาและบังคับให้เชียร์ท่านจะเห็นเป็นอย่างอื่นไม่ได้ หรือชอบแบบนี้ ขอแนะนำว่าถ้าพล.อ.ประยุทธ์อยากรู้ความจริงลองไปเดินคนเดียวดูแล้วจะรู้ประชาชนพูดถึงรัฐบาลอย่างไร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;หากพลเอกประยุทธ์บอกว่าเสียสละเข้ามาทำงาน เข้ามาทำหน้าที่ไม่ได้อยากได้อะไร แต่เมื่อประเทศชาติกำลังเข้าสู่ภาวะวิกฤติ อยากให้พลเอกประยุทธ์เสียสละอีกครั้ง ลาออก เชื่อว่าถ้าพลเอกประยุทธ์ลาออกประเทศจะดีขึ้นอย่างแน่นอน หรือ ท่านจะไม่รับรู้อยู่ในอำนาจต่อไปท่านอาจจะเป็นผู้ร้ายในสายตาประชาชนในที่สุด&amp;rdquo; นายวิสารกล่าว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/50096</URL_LINK>
                <HASHTAG>บิ๊กตู่, ลาออก, วิสาร เตชะธีราวัฒน์, เพื่อไทย, เศรษฐกิจแย่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191025/image_big_5db2b6354c730.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>36992</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/05/2019 09:29</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/05/2019 09:29</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;เด็กแม้ว&#039;ห่วงการเมืองย้อนยุคคอร์รัปชั่นพุ่ง ทุจริตเยอะ วงจรอุบาทว์ไม่รู้จักจบสิ้น</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;28 พ.ค.62- &amp;nbsp; นายพิชัย นริพทะพันธุ์ อดีต รมว. พลังงาน กล่าวว่า จากสถานการณ์การเมืองและความวุ่นวายที่เกิดขึ้นในรัฐสภา ทำให้ห่วงว่าการเมืองไทยจะย้อนยุคไปเหมือนกับในอดีตหลายสิบปีที่ผ่านมา ที่รัฐบาลเป็นรัฐบาลผสมที่ประกอบด้วยพรรคการเมืองจำนวนมาก และพรรคการเมืองต่างก็ต่อรองผลประโยชร์สำหรับกลุ่มตน และมุ่งแต่กอบโกยผลประโยชน์ โดยไม่คำนึงถึงประเทศและประชาชน ซึ่งในอดีตประเทศไทยเคยเจอปัญหามาแล้ว และได้พยายามแก้ไขเรื่องนี้จึงมี รัฐธรรมนูญปี 2540 ขึ้นมาเพื่อสร้างให้พรรคการเมืองแข็งแรงที่จะออกนโยบายดีๆให้กับประชาชนได้ แต่ตอนนี้กลับย้อนอดีตทำให้พรรคการเมืองอ่อนแออีก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เศรษฐกิจไทยก็จะยิ่งทรุด ประชาชนก็จะยิ่งลำบาก ยิ่งรัฐบาลมีเสียงปริ่มน้ำพรรคร่วมรัฐบาลจะยิ่งสร้างความปั่นป่วนเพื่อต่อรอง อีกทั้งกลุ่มต่างๆอาจจะจ้องแต่การกอบโกยผลประโยชน์เนื่องจากไม่แน่ใจว่ารัฐบาลจะอยู่ได้นานขนาดไหน แนวคิดที่จะพัฒนาประเทศระยะยาวจึงไม่มี มีแต่แนวคิดระยะสั้นที่จะกอบโกยผลประโยชน์กันเท่านั้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อีกทั้งพรรคต่างๆอาจจะต้องหาทุนเพื่อการเลือกตั้งคราวหน้าที่อาจเกิดขึ้นช้าหรือเร็ว ซึ่งจะทำให้การคอร์รัปชั่นพุ่งขึ้นสูง เชื่อได้ว่าจะมีการพบและเปิดเผยการทุจริตที่จะเกิดขึ้นกันอย่างมากมาย ทั้งนี้ต้องตำหนิรัฐธรรมนูญปี 60 ที่ร่างขึ้นใหม่นี้ ที่ต้องการทำให้เกิดปัญหาทั้งหมดนี้ ที่จะทำให้ประเทศไทยล้าหลังและต้องถอยหลังกลับไปอีกหลายสิบปี&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้หากรัฐบาลผสมที่มีพรรคการเมือง ร่วมกันหลายพรรคเริ่มตีรวนหรือกอบโกยผลประโยชน์มากๆ ก็จะเปิดช่องสร้างเงื่อนไขให้มีการปฏิวัติรัฐประหารเพื่อยึดอำนาจกันอีก โดยอ้างว่ามีปัญหานักการเมือง และ การทุจริตคอรัปชั่นจำนวนมาก จนอาจเกิดเป็นวงจรอุบาทว์ในการเมืองไทยอย่างไม่รู้จักจบสิ้น จึงอยากให้ข้อคิดเพื่อแก้ไขกันก่อนที่ประเทศจะย่ำแย่ลงต่อไปอีก.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/36992</URL_LINK>
                <HASHTAG>คอร์รัปชั่น, นายพิชัย นริพทะพันธุ์, รัฐประหาร, วงจรอุบาทว์, เศรษฐกิจแย่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180327/image_big_5ab9d17ab4dec.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
