<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>76906</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/09/2020 11:37</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/09/2020 11:37</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>หอการค้าไทย-จีนมั่นใจศก.Q4ฟื้นแต่ยังห่วงปัจจัยการเมือง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9 ก.ย. 2563 นายณรงค์ศักดิ์ พุทธพรมงคล ประธานกรรมการ หอการค้าไทย-จีน เปิดเผยว่าประเมินผล
ทางเศรษฐกิจไตรมาส 4 พบผู้ประกอบการส่วนใหญ่มองเศรษฐกิจจีนทั้งการค้าและการ
ลงทุนไตรมาส 4 ปี 2563 จะปรับตัวดีขึ้นเมื่อเทียบกับไตรมาส 3 ปี 2563 ส่งผลให้การนำเข้าและส่งออกระหว่างไทยกับจีนมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น ขณะที่มุมมองต่อเศรษฐกิจไทยและทิศทางตลาดหุ้นไตรมาสสุดท้ายปีนี้มีโอกาสทรงตัวและปรับตัวดีขึ้นมากกว่าโอกาสที่จะถดถอย โดยแนวโน้มอัตราแลกเปลี่ยนคาดจะเคลื่อนไหวระหว่าง 30.85-31.35 บาทต่อเหรียญสหรัฐอเมริกา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p dir=&quot;ltr&quot;&gt;&amp;ldquo;รอบ 7 เดือนแรกของปีนี้(ม.ค.-ก.ค.63 ) การส่งออกไทยไปตลาดจีนขยายตัว 4.5%หรือเป็นสัดส่วน 12.8% ของการส่งออกทั้งหมดของไทย จึงมีส่วนที่จะเป็นปัจจัยในการขับเคลื่อนการส่งออกไทยได้ระดับหนึ่งและเมื่อเศรษฐกิจจีนมีทิศทางดีขึ้นก็ย่อมส่งผลต่อการค้าและส่งออกของไทยกับจีนจะเติบโตเช่นกัน แต่ในมุมมองเศรษฐกิจไทยไตรมาสสุดท้ายปีนี้ ยอมรับว่าผลสำรวจไม่มีมติเป็นเอกฉันท์ว่าจะดีขึ้นหากแต่โอกาสที่จะลดลงมีไม่สูงมากนักเมื่อเทียบกับโอกาสที่จะทรงตัวและดีขึ้นรวมกัน&amp;rdquo;นายณรงค์ศักดิกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p dir=&quot;ltr&quot;&gt;ทั้งนี้แม้ว่าเศรษฐกิจไทยไตรมาสที่ 2 ปีนี้จะหดตัว 12.2% แต่ก็เริ่มมีสัญญาณบวกจากความสามารถในการควบคุมการแพร่ระบาดโควิด-19 ได้เป็นอย่างดี แต่ก็ยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องติดตามใกล้ชิด ขณะเดียวกันมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจรัฐบาลควรเร่งแก้ไขไตรมาส 4 โดยเร็วด้วยการเร่งแก้ปัญหาปากท้องของประชาชน รวมถึงมาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยวภายในประเทศที่แม้ว่ารัฐบาลจะได้ดำเนินการอยู่แต่ยังไม่เพียงพอที่จะเป็นแรงขับเคลื่อนเศรษฐกิจของไทยได้จึง จำเป็นต้องผลักดันมาตรการผ่อนคลายการเดินทางเข้าไทยของนักท่องเที่ยวต่างชาติในไตรมาส 4ปี 2563 นี้ด้วย โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ต้องการเข้ามาพำนักในประเทศไทยในระยะยาว&lt;/p&gt;

&lt;p dir=&quot;ltr&quot;&gt;อย่างไรก็ตามเมื่อได้มีการสอบถามถึงการเปิดให้ต่างชาติมาท่องเที่ยวในไทยเกินครึ่งของผู้ตอบแบบสอบถามให้ข้อคิดเห็นว่านักท่องเที่ยวต่างชาติที่เข้ามาต้องมาจากพื้นที่ที่ปลอดจากโควิด ระยะเวลาที่เหมาะสมตามที่ทางการแพทย์ยอมรับได้และต้องมีการกักตัวในระยะสั้น และระยะเวลาการกักตัวนั้นขึ้นอยู่กับระดับความเสี่ยงของประเทศ ทั้งนี้ ต้องมีการหารือในระดับท้องที่เพื่อให้ประชาชนในท้องถิ่นให้ความยอมรับในการเปิดพื้นที่ และมีการจำกัดบริเวณการเดินทางให้อยู่เฉพาะภายในพื้นที่ เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p dir=&quot;ltr&quot;&gt;นอกจากนี้จากการสอบถามถึงความเชื่อมั่นในการงทุนพบว่า ปัจจัยสำคัญสุดคือการแก้ไขปัญหาสถานการณ์ทางการเมืองและการประท้วงหากคลี่คลายได้จะสร้างความมั่นใจให้กับนักลงทุนซึ่งให้ความสำคัญมากกว่าปัจจัยลำดับที่สองคือการทดลองวัคซีนป้องกันโควิด-19 ในคนได้อย่างสมบูรณ์ โดยคาดว่าจะต้องใช้เวลาอย่างน้อย 9-12 เดือนที่จะทำให้เกิดความมั่นใจในการลงทุนเพิ่มขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p dir=&quot;ltr&quot;&gt;&amp;quot; ไตรมาสสุดท้ายของปี 2563 นักธุรกิจหอการค้าไทยจีนยังมีความเชื่อมั่นในธุรกิจออนไลน์ ธุรกิจพืชผลทางการเกษตร บริการสุขภาพ โลจิสติกส์ และธุรกิจสินค้าเกษตรแปรรูปที่ยังสามารถขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยในไตรมาสสุดท้ายของปีนี้ในทางตรงกันข้ามได้ตระหนักถึงความจำเป็นที่จะต้องเร่งแก้ไขอย่างเร่งด่วนในธุรกิจท่องเที่ยว ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์และการก่อสร้าง และภาคอุตสาหกรรมการผลิต &amp;ldquo;นายณรงค์ศักดิ์ กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/76906</URL_LINK>
                <HASHTAG>#เศรษฐกิจไทย, หอการค้าไทยจีน, เศรษฐกิจไทย ไตรมาส 4</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200909/image_big_5f585bd8980fa.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>52382</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/12/2019 09:24</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/12/2019 09:24</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>“คลัง”การันตีไตรมาส4จีดีพีโตกระฉูดปลื้มS&amp;Pขยับความน่าเชื่อถือรอบ9ปี!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;13 ธ.ค. 2562 นายลวรณ แสงสนิท ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า มั่นใจว่าเศรษฐกิจไทยในไตรมาส 4/2562 จะขยายตัวได้ที่ 3.2% ซึ่งถือเป็นการเติบโตสูงสุดของปีนี้ ส่วนหนึ่งมาจากปัจจัยเสริมของมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลที่ออกมาในช่วงก่อนหน้านี้ ที่เชื่อว่าจะมีแรงส่งให้เศรษฐกิจไทยในไตรมาส 1 และ 2/2563 ยังสามารถเติบโตต่อได้ รวมถึงสัญญาณเศรษฐกิจในหลายตัวเริ่มดีขึ้น โดยเฉพาะการบริโภคภายในประเทศ สะท้อนจากภาพรวมการจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่ม (แวต) จากการบริโภคภายในประเทศ ในเดือน ต.ค. ที่ผ่านมา ที่ขยายตัวเป็นบวกที่ 6% และมีแนวโน้มดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยจากปัจจัยเสริมดังกล่าว ทำให้เชื่อว่าตัวเลขเศรษฐกิจไทยในปี 2562 จะขยายตัวได้ที่ระดับ 2.6%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;เศรษฐกิจไทยไม่ได้ย่ำแย่ ไม่ได้เกิดวิกฤติ จริงอยู่ที่อาจจะเติบโตแย่ลง ชะลอตัวลงไปบ้าง แต่ยังไม่ร้ายแรงถึงขั้นเติบโตติดลบ ซึ่งที่ผ่านมา นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี ก็ได้ยืนยันมาตลอด และน่าจะเห็นจีดีพีในไตรมาส 4/2562 ซึ่งเป็นตัวเลขที่ดีที่สุดในปีนี้&amp;rdquo; นายลวรณ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับแนวโน้มเศรษฐกิจไทยในปี 2563 ประเมินว่าจะเติบโตได้ ประมาณ 3.2% ในขณะที่ยังคงมีปัจจัยเสี่ยงไม่แตกต่างไปจากในปี 2562 มากนัก ทั้งในเรื่องของสงครามการค้า สถานการณ์การค้าโลกที่ยังซบเซา รวมทั้งปัจจัยเรื่องค่าเงินที่ยังคงต้องติดตามอยู่เช่นกัน ส่วนปัจจัยที่จะช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยในปีหน้า มาจากการใช้จ่ายและการบริโภคภายในประเทศ เป็นหลัก รวมทั้งการลงทุนทั้งในระดับฐานราก เช่น การลงทุนในระดับหมู่บ้าน ชุมชน และการลงทุนขนาดใหญ่ของภาครัฐ ที่เชื่อว่าในปีหน้าเม็ดเงินจะเริ่มลงสู่ระบบเศรษฐกิจได้อย่างแท้จริง จากที่ได้มีการทำสัญญาหรือลงนามในสัญญาก่อสร้างโครงการต่าง ๆ กันไว้ก่อนหน้านี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอุตตม สาวนายน รมว.การคลัง เปิดเผยว่า บริษัท S&amp;amp;P Global Ratings (S&amp;amp;P) ได้มีการปรับมุมมองความน่าเชื่อถือของเศรษฐกิจไทยจากระดับมีเสถียรภาพ (Stable) เป็นเชิงบวก (Positive) ซึ่งถือเป็นการปรับความน่าเชื่อถือเพิ่มขึ้นครั้งแรกในรอบ 9 ปี และยังคงอันดับความน่าเชื่อถือของรัฐบาลในการออกตราสารหนี้สกุลเงินตราต่างประเทศระยะยาวที่BBB+ และระยะสั้นที่ A-2 รวมทั้งคงอันดับความน่าเชื่อถือสกุลเงินบาทระยะยาวที่ A- และระยะสั้นที่ A-2 โดยมีปัจจัยด้านบวกของประเทศไทยมาจากภาคการคลังที่แข็งแกร่งและระดับหนี้สาธารณะที่ต่ำ ฐานะการเงินระหว่างประเทศและสภาพคล่องที่อยู่ในระดับสูง การดำเนินนโยบายการเงินการคลังที่เหมาะสมในช่วงที่ผ่านมา และการมียุทธศาสตร์ชาติก็เป็นสิ่งที่ดี รวมทั้งการมีรัฐบาลจากการเลือกตั้งที่น่าจะตอบสนองความต้องการของประชาชนได้ดี มีเสถียรภาพทางการเมืองที่น่าจะส่งผลดีกับการปฏิรูปเศรษฐกิจและการบริหารงาน เพื่อสร้างการเติบโตทางเศรษฐกิจ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม ในระยะต่อจากนี้ไป บริษัท S&amp;amp;P ประเมินว่า ควรต้องติดตามผลกระทบของสงครามการค้าสหรัฐฯ &amp;ndash; จีน ที่มีต่อภาคการส่งออกของไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่ก่อนหน้านี้ สถาบันจัดอันดับเครดิตชั้นนำต่าง ๆ ได้ปรับมุมมองความน่าเชื่อถือที่มีต่อเศรษฐกิจไทย โดยเมื่อเดือน ก.ค. 2562 บริษัท Fitch Ratings (Fitch) และบริษัท Moody&amp;#39;s Investors Service (Moody&amp;rsquo;s) ได้ปรับมุมมองความน่าเชื่อถือของประเทศไทยจากระดับมีเสถียรภาพ (Stable) เป็นเชิงบวก (Positive) และยังคงอันดับความน่าเชื่อถือของไทยที่ระดับ BBB+ และ Baa1 ตามลำดับ และต่อมาเมื่อเดือน ต.ค. 2562 บริษัท Rating and Investment Information, Inc. (R&amp;amp;I) ปรับอันดับความน่าเชื่อถือของไทยดีขึ้นจากระดับ BBB+ มาเป็น A- สะท้อนถึงความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่างชาติที่มีต่อเศรษฐกิจไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ดี การปรับมุมมองความเชื่อมั่นต่อเศรษฐกิจไทยของสถาบันจัดอันดับเครดิตชั้นนำต่าง ๆ จะช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนทั้งในและต่างประเทศ และสนับสนุนให้รัฐบาลสามารถดำเนินการตามแผนยุทธศาสตร์ชาติได้อย่างต่อเนื่อง ซึ่งจะต้องเพิ่มการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานและการร่วมลงทุนระหว่างภาครัฐและภาคเอกชน (PPP) ต่อไป เพื่อยกระดับศักยภาพเศรษฐกิจไทยในอนาคต
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/52382</URL_LINK>
                <HASHTAG>จีดีพี, ลวรณ แสงสนิท, เศรษฐกิจไทย ไตรมาส 4</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190926/image_big_5d8c95a4ca010.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>25341</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/12/2018 08:29</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/12/2018 08:29</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ธปท. แจงเศรษฐกิจไตรมาส 4 ขยายตัวดี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;29 ธ.ค. 2561 นางสาวพรเพ็ญ สดศรีชัย ผู้อำนวยการฝ่ายเศรษฐกิจมหภาค ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า เศรษฐกิจไทยในเดือน พ.ย.ขยายตัวจากเดือนก่อน โดยการบริโภคภาคเอกชนขยายตัวต่อเนื่องส่งผลให้การผลิตภาคอุตสาหกรรมขยายตัวตาม การลงทุนภาคเอกชนขยายตัวต่อเนื่องเช่นกัน สำหรับจำนวนนักท่องเที่ยวต่างประเทศกลับมาขยายตัว แท้จำนวนนักท่องเที่ยวจีนยังหดตัว ด้านการส่งออกสินค้าทรงตัว ขณะที่การใช้จ่ายภาครัฐหดตัวเล็กน้อยจากรายจ่ายลงทุน ด้านเสถียรภาพเศรษฐกิจ อัตราเงินเฟ้อชะลอตัวตามราคาน้ำมัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ มูลค่าส่งออกในเดือน พ.ย.ทรงตัว 0.2% ลดลงจากเดือนก่อนหน้าที่ขยายตัว 8.4% โดยการส่งออกหดตัวในหลายหมวด จาก 1.ผลจากฐานสูงช่วงเดียวกันปีก่อน จากกลุ่มสินค้าฮาร์ดดิสก์ไดรฟ์ &amp;nbsp;โทรศัพท์มือถือ ยานยนต์และชิ้นส่วนยานยนต์ เป็นต้น 2.ผลมาตรการกีดกันทางการค้าระหว่างสหรัฐและจีน ขณะที่มูลค่าการนำเข้าสินค้าขยายตัวสูงต่อเนื่องที่ 16.2% ด้านการใช้จ่ายภาครัฐหดตัวเล็กน้อย ส่วนรายจ่ายประจำขยายตัว ส่วนจำนวนนักท่องเที่ยว ขยายตัว 4.5% ตามการขยายตัวนักท่องเที่ยวเกือบทุกตลาด โดยเฉพาะอาเซียน ส่วนนักท่องเที่ยวจีนยังหดตัว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;การส่งออกในเดือน พ.ย.ได้รับผลจากสงครามการค้า และ ราคาน้ำมันที่ปรับลดลงทำให้มูลค่าส่งออกลดลงด้วย ซึ่งทุกอย่างเป็นตามไปที่คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ประเมินไว้ แต่คาดว่าเศรษฐกิจในเดือน ธ.ค.จะมีแนวโน้มดีขึ้น โดยผลกระทบจากสงครามการค้ามีความผ่อนคลาย ทำให้ไตรมาส 4/2561 จะขยายตัวได้ดีกว่าไตรมาส 3/2561 ที่ขยายตัว 3.3% ส่วนทั้งปีจะขยายตัวได้ตามเป้าหมายที่ 4.2% หรือไม่ จะต้องขอดูตัวเลขในเดือน ธ.ค.อีกครั้ง&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางสาวพรเพ็ญ กล่าวว่า เศรษฐกิจในไตรมาส 4/2561 ขยายตัวได้ดีกว่าไตรมาส 3/2561 ได้รับอานิสงค์จากการใช้จ่ายในประเทศ และการลงทุนภาคเอกชนที่ฟื้นตัวชัดเจน โดยเฉพาะการลงทุนภาคเอกชนที่ฟื้นตัวต่อเนื่องและคาดว่าในปี 2562 จะขยายตัวดีกว่าปี 2561 จากเครื่องชี้ในการลงทุนหมวดเครื่องจักรและอุปกรณ์ ตามการนำเข้าสินค้าทุนของภาคเอกชน โดยเฉพาะการนำเข้าเครื่องจักรเพื่อใช้ในการตรวจสอบอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ตามการย้ายฐานการผลิตธุรกิจฮาร์ดดิสก์ไดรฟ์มาในไทย และยอดจดทะเบียนรถยนต์เพื่อการลงทุน ขณะที่ภาคการส่งออกไม่ได้เร่งตัวมากนัก&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/25341</URL_LINK>
                <HASHTAG>ธปท., พรเพ็ญ สดศรีชัย, เศรษฐกิจไทย, เศรษฐกิจไทย ไตรมาส 4</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181101/image_big_5bda5e6f7bfcb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
