<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>101317</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/04/2021 17:21</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/04/2021 17:21</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ธปท.&#039;จ่อหั่นจีดีพีปีนี้โตต่ำ3%</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;border:none; margin-top:0px; margin-bottom:0.18cm; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px; padding:0cm&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;border:none; margin-top:0px; margin-bottom:0.18cm; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px; padding:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;border:none; margin-top:0px; margin-bottom:0.18cm; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px; padding:0cm&quot;&gt;นางสาวชญาวดี ชัยอนันต์ ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายเศรษฐกิจมหภาค ธนาคารแห่งประเทศไทย&amp;nbsp;(ธปท.)&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;ก่อนหน้านี้ ธปท.&amp;nbsp;ได้ประเมินว่าเศรษฐกิจไทย&amp;nbsp;(จีดีพี)&amp;nbsp;ในปีนี้จะขยายตัวได้ที่&amp;nbsp;3%&amp;nbsp;ยังไม่ได้รวมผลกระทบจากการระบาดของโควิด-19&amp;nbsp;ระลอกใหม่ ซึ่งจากข้อมูลเบื้องต้นยอมรับว่าการระบาดรอบนี้จะมีผลกระทบทางเศรษฐกิจ&amp;nbsp;และตัวเลขจีดีพีคาดการณ์ที่&amp;nbsp;3%&amp;nbsp;อย่างแน่นอน โดยที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน&amp;nbsp;(กนง.)&amp;nbsp;จะมีการประชุมในสัปดาห์หน้า ก็จะมีการประเมินภาพเศรษฐกิจทั้งหมด และจะมีการปรับประมาณการทางเศรษฐกิจในระยะต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;border:none; margin-top:0px; margin-bottom:0.18cm; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px; padding:0cm&quot;&gt;
ทั้งนี้&amp;nbsp;ในแง่ของการระบาดและการแพร่เชื้อของโควิด-19&amp;nbsp;ระลอกใหม่นี้ ถือว่าค่อนข้างรุนแรงกว่าในระลอกแรกและระลอกที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;โดยยังต้องติดตามผลกระทบที่ถูกถ่ายทอดสู่กิจกรรมทางเศรษฐกิจในระยะต่อไปก่อน แต่จากการประเมินเบื้องต้น จากการสำรวจข้อมูลเร็ว จะเห็นได้ว่าช่วงนี้กิจกรรมทางเศรษฐกิจค่อย ๆ ลดลงมาใกล้ ๆ ระดับของการระบาดระลอกที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;แต่ยังไม่ลงลึกเท่าระลอกแรก ดังนั้นอาจจะยังต้องติดตามดูสถานการณ์ต่อว่าการระบาดจะยังคงยืดเยื้อแค่ไหน และจะมีผลในแง่เศรษฐกิจระยะต่อไปอย่างไร&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;border:none; margin-top:0px; margin-bottom:0.18cm; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px; padding:0cm&quot;&gt;
โดยจากการหารือกับผู้ประกอบการในหลายภาคอุตสาหกรรมเพื่อประเมินผลกระทบเบื้องต้น พบว่า ในภาคการผลิตยังไม่ได้รับผลกระทบ เนื่องจากยังมีคำสั่งซื้อล่วงหน้าเข้ามาต่อเนื่อง ส่วนภาคอสังหาริมทรัพย์ผลกระทบเพิ่มเติมอาจจะยังไม่เยอะ แต่ยังมีความกังวลเรื่องอุปสงค์ในประเทศจะฟื้นตัวช้า ขณะที่ภาคการค้ามีผลกระทบต่อยอดขายค่อนข้างเยอะ ด้านภาคบริการต้องยอมรับว่าได้ผลกระทบเยอะมาก โดยเฉพาะธุรกิจร้านอาหารและโรงแรมจากมาตรการควบคุมการแพร่ระบาดของรัฐบาลที่กระชับและเข้มข้นมากขึ้น ส่วนภาคการขนส่งผู้โดยสารจะได้รับผลกระทบจากการที่คนออกจากบ้านน้อยลง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;border:none; margin-top:0px; margin-bottom:0.18cm; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px; padding:0cm&quot;&gt;
&amp;ldquo;ขณะนี้ยังไม่เห็นผลกระทบการระบาดของโควิด-19&amp;nbsp;ระลอกใหม่ที่ชัดเจน เพราะรอบนี้เพิ่งเริ่มระบาดเมื่อปลายเดือน&amp;nbsp;มี.ค.ที่ผ่านมาแต่ในระยะต่อไปจะต้องมีการติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ส่วนแนวโน้มเศรษฐกิจในไตรมาส&amp;nbsp;2/2564&amp;nbsp;ยังต้องรอดูภาพรวมจากมาตรการกระตุ้นการบริโภคเพิ่มเติมที่รัฐบาลเตรียมออกมา เช่น โครงการคนละครึ่ง เฟส&amp;nbsp;3&amp;nbsp;แน่นอนว่ามาตรการรองรับมีเพียงพอ แต่ต้องดูก่อนว่าจะออกมาในรูปแบบไหนและมากน้อยแค่ไหน&amp;rdquo; นางสาวชญาวดี กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;border:none; margin-top:0px; margin-bottom:0.18cm; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px; padding:0cm&quot;&gt;นางสาวชญาวดี กล่าวอีกว่า ปีนี้พระเอกของเศรษฐกิจไทย คือ ภาคการส่งออก ซึ่งเริ่มมีทิศทางฟื้นตัวดีขึ้นมาตั้งแต่ไตรมาส&amp;nbsp;4/2563&amp;nbsp;ตามทิศทางของเศรษฐกิจต่างประเทศที่เริ่มฟื้นตัวดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง รวมถึงนโยบายการเงินขนาดใหญ่ของสหรัฐฯ ก็มีผลทำให้เศรษฐกิจขยายตัวดี และได้ส่งผ่านผลดีมายังภาคส่งออกของทั้งโลกให้ดีขึ้น ดังนั้นจึงเชื่อว่าภาคการส่งออกจะเป็นแรงส่งที่ดีให้กับเศรษฐกิจไทยในปีนี้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;border:none; margin-top:0px; margin-bottom:0.18cm; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px; padding:0cm&quot;&gt;ทั้งนี้ หากย้อนไปเมื่อเดือน มี.ค. 2564&amp;nbsp;จะพบว่าภาพรวมเศรษฐกิจเริ่มฟื้นตัวได้ดีขึ้นหลังจากการระบาดของโควิด-19&amp;nbsp;ระลอก&amp;nbsp;1&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;2&amp;nbsp;การลงทุนต่าง ๆ การใช้จ่ายภาครัฐเริ่มดีขึ้น แต่ผลกระทบจากการระบาดระลอกล่าสุดนี้อาจทำให้เศรษฐกิจในไตรมาส&amp;nbsp;1-2/2564&amp;nbsp;สะดุดได้ ตัวที่ถูกกระทบคือการบริโภคจากกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่หายไป นักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดิมคาดว่าจะเข้ามาในช่วงปลายปีนี้ ขณะที่การส่งออกยังเคลื่อนได้ การใช้จ่ายภาครัฐหากกระตุ้นเพิ่มก็มีส่วนในการช่วยสนับสนุนเศรษฐกิจ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;border:none; margin-top:0px; margin-bottom:0.18cm; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px; padding:0cm&quot;&gt;&amp;ldquo;การบริโภคที่หายไป คาดว่าคงจะไม่ทั้งหมด แต่จะฟื้นตัวได้ในช่วงปลายปี ก็จะช่วยซับพอร์ตให้เศรษฐกิจปลายปียังไปได้ แต่ยังมีบางตัวที่สะดุดบ้าง ขึ้นอยู่กับว่าต่อไปนี้จะมีการระบาดรุนแรงแบบนี้อีกหรือไม่ ถ้าไม่มีการระบาดรุนแรงอีกการเติบโตของเศรษฐกิจก็พอจะกลับมาได้ แต่ที่เห็นแน่ ๆ ว่าเป็นแรงส่งที่ดีของเศรษฐกิจไทยในปีนี้ คงเป็นการส่งออก&amp;rdquo; นางสาวชญาวดี กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;border:none; margin-top:0px; margin-bottom:0.18cm; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px; padding:0cm&quot;&gt;สำหรับมาตรการสินเชื่อฟื้นฟู และมาตรการพักทรัพย์ พักหนี้ ของ ธปท.&amp;nbsp;ที่เพิ่งเริ่มดำเนินการนั้น ถือว่ามาทันการณ์ และหวังว่าจะเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยเหลือผู้ประกอบการได้ ส่วนมาตรการเพื่อช่วยเหลือรายย่อยจะมีการพิจารณาและทบทวน โดยต้องประเมินภาพเศรษฐกิจและผลกระที่เกิดขึ้น รวมถึงต้องดูถึงความพอเพียง และต้องหารือกับภาครัฐเพื่อประสานนโยบายให้ออกมาครอบคลุม ดังนั้นอาจต้องรออีกระยะหนึ่ง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;border:none; margin-top:0px; margin-bottom:0.18cm; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px; padding:0cm&quot;&gt;
อย่างไรก็ดี ในส่วนภาพรวมเศรษฐกิจไทยในเดือน&amp;nbsp;มี.ค. 2564&amp;nbsp;ทยอยปรับดีขึ้น หลังการแพร่ระบาดรอบสองของโควิด-19&amp;nbsp;คลี่คลายลง โดยเครื่องชี้การบริโภคภาคเอกชนฟื้นตัวต่อเนื่อง ตามกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่ปรับดีขึ้นและแรงสนับสนุนจากมาตรการภาครัฐ&amp;nbsp;และผลของฐานต่ำในระยะเดียวกันปีก่อนจากการแพร่ระบาดรอบแรก&amp;nbsp;โดยการส่งออกยายตัวสูงที่&amp;nbsp;15.8%&amp;nbsp;จากช่วงเดียวกันปีก่อน&amp;nbsp;จากอุปสงค์ประเทศคู่ค้าที่ฟื้นตัวทำให้การส่งออกปรับดีขึ้นในหลายหมวด ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกที่เพิ่มขึ้นทำให้การส่งออกสินค้าที่มีมูลค่าเคลื่อนไหวตามราคาน้ำมันปรับสูงขึ้น และฐานที่ต่ำในระยะเดียวกันปีก่อนจากการแพร่ระบาดรอบแรก&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/101317</URL_LINK>
                <HASHTAG>#เศรษฐกิจไทย, ชญาวดี ชัยอนันต์, ธปท., เศรษฐกิจไทยปี 64</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210430/image_big_608bd9c574ed4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>92790</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/02/2021 10:06</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/02/2021 10:06</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> &#039;อาคม&#039;ฟุ้งปี64เศรษฐกิจไทยยังมีหวัง </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;12 ก.พ. 2564 นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.การคลัง กล่าวปาฐกถาพิเศษ หัวข้อ &amp;ldquo;บทบาทตลาดทุนกับการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ ปี 2564&amp;rdquo; ในงานสัมมนาแถลงแผนยุทธศาสตร์คณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ว่า ปีนี้เศรษฐกิจไทยยังต้องเผชิญสถานการณ์โควิด-19 ต่อเนื่องจากปี 2563 แต่เศรษฐกิจปีนี้มีความหวังจากปีที่แล้วที่ไม่มีความหวัง เนื่องจากมีการผลิตวัคซีนได้แล้ว ซึ่งคนไทยจะได้ฉีดวัคซีนทุกคน หากทำได้เร็ว ก็จะช่วยลดการแพร่ระบาด ทำให้มีความหวังว่าโควิด-19 ปีนี้จะส่งผลกระทบเศรษฐกิจน้อยลง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;รัฐบาลไม่ได้นิ่งนอนใจ เพราะศูนย์กลางการระบาดรอบใหม่รุนแรง มีการติดเชื้อจำนวนมากกว่ารอบแรก การติดเชื้อแต่ละวันยังเป็นหลักร้อยคน โดยตอนนี้ลดลงเพราะการควบคุมแพร่ระบาดมีประสิทธิภาพ&amp;quot; นายอาคม กล่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอาคม กล่าวอีกว่า ไทยต้องมีวัคซีนเศรษฐกิจ 3 ตัว เพื่อทำให้เศรษฐกิจเติบโตอย่างมั่นคง ยั่งยืน และมีเสถียรภาพ ประกอบด้วย 1.วัคซีนเศรษฐกิจระดับประเทศ จีดีพีต้องเติบโตมั่นคง ต่อเนื่อง มีคุณภาพ โตเท่าไหร่ไม่สำคัญ เน้นเรื่องคุณภาพ เศรษฐกิจต้องมีความมั่นคง ทุนสำรองสูง ฐานะการคลังแข็งแรง และหนี้สาธารณะอยู่ในระดับที่ควบคุมได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2. วัคซีนเศรษฐกิจระดับภาคการผลิต ภาคบริการ ต้องมีภูมิคุ้มกัน ต้องมีการบริหารความเสี่ยง และมีธรรมาภิบาล และ 3.วัคซีนระดับประชาชน ส่งเสริมให้มีการออมเงินมากขึ้น และสร้างทางเลือกรออมยามเกษียณให้กับประชาชน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนการบริหารเศรษฐกิจปี 2564 รัฐบาลต้องดำเนินการ 3 เรื่องสำคัญ ได้แก่ 1.การเยียวยาและฟื้นฟู ต้องทำให้ทันสถานการณ์ ปีที่ผ่านมามีการเยียวยาประชาชนจากโครงการเราไม่ทิ้งกัน สำหรับปีนี้ก็ดำเนินการมาต่อเนื่อง ทั้งโครงการเราเที่ยวด้วยกัน โครงการคนละครึ่ง โครงการเราชนะ และโครงการ ม33 เรารักกัน &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;มาตรการเยียวยาทำได้แค่ระยะสั่นเท่านั้น ไม่สามารถเยียวยา โดยการแจกเงินไปไม่ได้ตลอด ดังนั้นรัฐบาลต้องทำการฟื้นฟู ช่วยเหลือผู้ประกอบการผ่านนโยบายการเงินการคลัง ไปพร้อมกันด้วย&amp;rdquo; นายอาคม กล่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2.การกำหนดทิศทางเศรษฐกิจในอนาคตให้มีความชัดเจน ซึ่ง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม ได้พูดชัดเจนว่าเศรษฐกิจไทยต้องเน้นเรื่อง BCG และ 3.การดูแลการระบาดของโควิด-19 และการดูแลรองรับสังคมผู้สูงอายุที่ตอนนี้ ประเทศไทยมีผู้สูงอายุ 12% อีก 10 ปี จะเพิ่มเป็น 24% ต้องเร่งลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับทิศทางของตลาดทุนในปี 2564 ต้องการให้ตลาดทุนมีบทบาท 5 เรื่อง คือ 1.อำนวยความสะดวกให้กับบริษัทที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 และ 2.เพิ่มการเข้าถึงตลาดทุน ทั้งในกลุ่มผู้ออม กลุ่มนักลงทุน และผู้ประกอบการสตาร์ทอัพ 3.สร้างความเชื่อมั่นและเสริมศักยภาพตลาดทุน เน้นการวางรากฐานในระดับกฎหมาย กฎระเบียบ เพื่อให้ตลาดมีความมั่นคงในฐานะที่เป็นผู้กำกับดูแล 4.การพัฒนาการเงินที่ยั่งยืนโดยคำนึงถึงสังคมและสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และ 5.พัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมสร้างเครื่องมือในการลงทุนใหม่ให้ตลาดทุน พร้อมทั้งดูแลนักลงทุน ผู้ออมเงิน ที่มีความรู้ไม่มาก เช่น การลงทุนบิตคอยน์ ที่ต้องดูแลให้ดี ซึ่งกลุ่มผู้มีเงินน้อยแต่ต้องการผลตอบแทนสูง ก็มีความเสี่ยง ต้องให้ความรู้ ให้เท่าทันการลงทุน อย่าให้เสี่ยงจนเกินไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/92790</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ, บทบาทตลาดทุนกับการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ ปี 2564, เศรษฐกิจไทยปี 64</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210112/image_big_5ffdb1530c7e1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
