<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>113452</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/08/2021 11:29</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/08/2021 11:29</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> ‘สภาพัฒน์&#039;เผยจีดีพีไตรมาส 2 โต 7.5% คาดการณ์ทั้งปีโต 0.7 - 1.2%</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;16 ส.ค.2564 นายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) แถลงภาวะเศรษฐกิจไทยในไตรมาส 2/2564 และแนวโน้มปี 2564 ว่า เศรษฐกิจไทยในไตรมาสที่ 2 ขยายตัว 7.5% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา โดยได้รับแรงสนับสนุนจากการขยายตัวของการบริโภคภาคเอกชน 4.6% การลงทุนรวม 8.1% ปริมาณการส่งออกสินค้าและบริการขยายตัว 27.5% สาขาอุตสาหกรรมขยายตัว &amp;nbsp;16.8% สาขาขนส่งขยายตัว 11.6%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
สำหรับเศรษฐกิจไทยในครึ่งปีแรกขยายตัวได้ 2% ซึ่งเป็นผลมาจากฐานที่ต่ำในปีที่แล้ว รวมทั้งเป็นการขยายตัวในภาคการส่งออก การให้การบริการด้านอาหาร ขณะที่การท่องเที่ยวยังไม่ฟื้นตัว โดยคาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้ามาในประเทศไทยประมาณ 1.5 แสนคน จากประมาณการเดิม 5 แสนคน อย่างไรก็ตามเศรษฐกิจไทยยังไม่เข้าสู่ภาวะถดถอย แต่มีโมเมนตั้มที่ทำให้การขยายตัวลดลงจากการระบาดช่วงเดือน เม.ย.ที่ผ่านมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ทั้งนี้ยังได้ปรับลดประมาณการเศรษฐกิจไทยในปี 2564 คาดว่าจะขยายตัวได้ 0.7-1.2% โดยมีค่ากลางอยู่ที่ 1% ภายใต้สมมติฐานที่คาดว่าตัวเลขการติดเชื้อไวรัสโควิดจะผ่านจุดสูงสุดได้ปลายเดือน ส.ค.นี้ และจะลดลงช่วงปลายเดือน ก.ย. 64 โดยช่วงไตรมาส 4 จะเริ่มเปิดให้ผ่อนคลายกิจกรรมทางเศรษฐกิจ รวมทั้งสามารถที่จะไม่มีการระบาดที่รุนแรงเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะในพื้นที่ฐานการผลิต ทั้งนี้คาดว่าการกระจายวัคซีนภายในปีนี้จะสามารถทำได้ได้ 85 ล้านโดส&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
นอกจากนี้สศช.ยังเสนอแนะประเด็นบริหารเศรษฐกิจในช่วงที่เหลือของปี 2564 ใน 7 ประเด็นสำคัญในการบริหารเศรษฐกิจมหภาคได้แก่ 1.การควบคุมสถานการณ์การระบาดให้อยู่ในวงจำกัด รวมทั้งการเร่งรัดจัดหาและการกระจายวัคซีนอย่างเพียงพอและทั่วถึง2.การช่วยเหลือเยียวยาประชาชน แรงงาน และภาคธุรกิจในช่วงที่การระบาดของโรคมีความรุนแรงและมีการดำเนินมาตรการควบคุมการระบาดอย่างเข้มงวด &amp;nbsp;ควบคู่ไปกับการปรับมาตรการและดำเนินมาตรการเพิ่มเติมอย่างเหมาะสม เข้าถึงเป้าหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
3.การดำเนินมาตรการสนับสนุนการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจเมื่อสถานการณ์การระบาดผ่อนคลายลง โดยให้ความสำคัญกับมาตรการสนับสนุนการฟื้นตัวของการใช้จ่ายและการท่องเที่ยวภายในประเทศ 4.การขับเคลื่อนการส่งออกสินค้า ควบคุมการแพร่ระบาดในฐานการผลิตที่สำคัญ การเร่งรัดแก้ไขปัญหาที่เป็นข้อจำกัดและอุปสรรคในการขนส่งสินค้า การแก้ไขปัญหาการขาดแรงงานต่างชาติในภาคการผลิต การขับเคลื่อนการส่งออกไปยังตลาดหลักที่มีการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจที่ชัดเจน 5.การรักษาแรงขับเคลื่อนการขยายตัวทางเศรษฐกิจจากการใช้จ่ายและการลงทุนภาครัฐ 6.การส่งเสริมการลงทุนภาคเอกชน &amp;nbsp;และ 7.การรักษาบรรยากาศทางการเมืองและเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/113452</URL_LINK>
                <HASHTAG>จีดีพี, ดนุชา พิชยนันท์, สภาพัฒน์, เศรษฐกิจไทยไตรมาส 2</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210517/image_big_60a282b3234fe.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
