<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>85584</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/12/2020 09:27</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/12/2020 09:27</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ธปท.รับแรงส่งแผ่วทำศก.Q4โตไม่ปัง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1 ธ.ค. 2563 นางสาวชญาวดี ชัยอนันต์ ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายเศรษฐกิจมหภาค ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวว่า เศรษฐกิจไทยในไตรมาส 4/2563 จะไม่ฟื้นตัวแรงเหมือนไตรมาส 3 เนื่องจากในไตรมาส 2/2563 รัฐบาลมีการใช้มาตรการล็อกดาวน์เพื่อป้องกันการระบาดของโควิด-19 ทำให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจทั้งหมดหยุดนิ่ง ส่งผลให้เศรษฐกิจในไตรมาส 3/2563 หลังรัฐบาลคลายล็อกดาวน์ฟื้นตัวแรง แต่ว่าแรงส่งในไตรมาส 4/2563 ยังมีอยู่ มาจากมาตรการกระตุ้นการใช้จ่ายของภาครัฐจะเป็นแรงส่งสำคัญให้เศรษฐกิจฟื้นตัวได้ต่อเนื่องจนถึงต้นปี 2564&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับเศรษฐกิจไทยในเดือน ต.ค. 2563 หดตัวในอัตราที่สูงขึ้น เมื่อเทียบกับการหดตัวในเดือนก่อนหน้าที่หมดลง และอีกส่วนหนึ่งเป็นผลจากฐานที่สูงในปีก่อน โดยเครื่องชี้การบริโภคภาคเอกชนกลับมาหดตัวจากที่ขยายตัวได้เล็กน้อยในเดือนก่อนหน้า ตามการใช้จ่ายที่ปรับตัวลดลงในเกือบทุกหมวด เนื่องจากปัจจัยชั่วคราววันหยุดยาวพิเศษหมดลง ส่งผลให้การใช้จ่ายในหมวดสินค้าไม่คงทนกลับมาหดตัว และหมวดบริการหดตัวสูงขึ้น แต่ในภาพรวมการบริโภคภาคเอกชนยังอยู่ในทิศทางฟื้นตัว สอดคล้องกับปัจจัยสนับสนุนกำลังซื้อที่ทยอยปรับตัวดีขึ้น ทั้งการจ้างงาน รายได้ของครัวเรือนทั้งในและนอกภาคเกษตร และความเชื่อมั่นผู้บริโภค ประกอบกับได้รับแรงสนับสนุนจากมาตรการรัฐอย่างต่อเนื่อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับมูลค่าการส่งออกสินค้า หดตัว 5.6% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยเป็นการหดตัวสูงขึ้นเล็กน้อยเมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้าตามการส่งออกในบางหมวดสินค้า โดยเฉพาะสินค้าที่มีความเคลื่อนไหวตามราคาน้ำมัน สินค้าเกษตร และสินค้าเกษตรแปรรูปที่มีผลของฐานสูงในปีก่อน ขณะที่การส่งออกสินค้าบางหมวดปรับตัวดีขึ้นต่อเนื่อง อาทิ เครื่องใช้ไฟฟ้า เครื่องจักรและอุปปกรณ์ อิเล็กทรอนิกส์ และยานยนต์ ส่วนการผลิตภาคอุตสาหกรรมหดตัวเล็กน้อยจากการผลิตหมวดยานยนต์และหมวดปิโตรเลียมเป็นสำคัญ ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นผลของฐานที่ต่ำ สำหรับมูลค่าการนำเข้าสินค้า หดตัว 12.1% จากช่วงเดียวกันปีก่อน โดยเป็นการหดตัวในเกือบทุกหมวดสินค้า ทั้งการนำเข้าเชื้อเพลิง สินค้าอุปโภคบริโภค และสินค้าทุน สอดคล้องกับการใช้จ่ายในประเทศที่หดตัว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่เครื่องชี้การลงทุนภาคเอกชนที่หดตัวสูงขึ้นจากเดือนก่อน ตามการลงทุนทั้งหมดเครื่องจักรและอุปกรณ์ รวมถึงหมวดก่อสร้าง โดยการลงทุนหมวดเครื่องจักรและอุปกรณ์หดตัวสูงขึ้นตามการนำเข้าสินค้าทุน ส่วนการลงทุนหมวดก่อสร้างกลับมาหดตัวเล็กน้อย ตามพื้นที่ได้รับอนุญาตก่อสร้าง สอดคล้องกับกิจกรรมการก่อสร้างที่อยู่อาศัยที่ลดลง ขณะที่การใช้จ่ายภาครัฐที่ไม่รวมเงินโอน กลับมาหดตัวจากที่ขยายตัวในช่วงที่ผ่านมา โดยเป็นผลจากการเบิกจ่ายรายจ่ายประจำที่ล่าช้า ส่วนการลงทุนของทั้งรัฐบาลกลางและรัฐวิสาหกิจยังขยายตัวต่อเนื่อง และมีบทบาทสำคัญในการพยุงการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางสาวชญาวดี กล่าวอีกว่า จำนวนนักท่องเที่ยวต่างประเทศหดตัวสูงต่อเนื่องจากระยะเดียวกันของปีก่อน จากมาตรการจำกัดการเดินทางระหว่างประเทศของไทยที่ยังมีอยู่ แม้ในเดือนนี้ภาครัฐเริ่มอนุญาตให้นักท่องเที่ยวประเภทพิเศษ (Special Tourists Visa : STV) เดินทางเข้าไทยได้ แต่ยังมีจำนวนน้อย ส่วนอัตราเงินเฟ้อทั่วไปติดลบน้อยลงตามราคาพลังงานที่เพิ่มขึ้นเป็นสำคัญ อัตราเงินเฟ้อพื้นฐานปรับลดลง จากการใช้มาตรการส่งเสริมการขายของผู้ประกอบการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ดี ตลาดแรงงานในภาพรวมปรับตัวดีขึ้นต่อเนื่อง ทั้งด้านการจ้างงานและรายได้ แต่ยังเปราะบาง แม้ว่าตัวเลขในตลาดแรงงานมีทิศทางปรับตัวดีขึ้นต่อเนื่อง โดยในส่วนของผู้ทำงานไม่ถึง 4 ชั่วโมงต่อวัน มีสัดส่วนที่ลดลงต่ำกว่า 4 ล้านคน จากช่วงก่อนหน้าที่อยู่สูงระดับ 6 ล้านคน รวมทั้งรายได้รวมและเงินพิเศษ (โอที) เริ่มปรับตัวดีขึ้น ส่วนหนึ่งสะท้อนจากทั้งอัตราการว่างงานและสัดส่วนผู้ขอรับสิทธิว่างงานในระบบประกันสังคม ที่ยังอยู่ในระดับสูง ส่วนดุลบัญชีเดินสะพัดเกินดุลลดลงเล็กน้อยตามการขาดดุลบริการ รายได้ และเงินโอนที่เพิ่มขึ้น ขณะที่ดุลการค้าเกินดุลใกล้เคียงเดิม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางสาวชญาวดี กล่าวถึงสถานการณ์เงินบาทว่า ค่าเงินบาทมีความผันผวนมากขึ้น โดยเฉลี่ยในเดือน พ.ย. ที่ผ่านมา พบว่าเงินบาทมีการแข็งค่าขึ้นมากกว่า 2% เมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้า มาจากความคืบหน้าของวัคซีนป้องกันโควิด-19 และผลการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ ซึ่งส่งผลให้มีเงินทุนไหลเข้ามาบ้าง ส่วนหนึ่งเป็นเงินทุนที่เคยไหลออกไปในช่วงก่อนหน้านี้ แต่ยังไม่ได้กลับเข้ามามากเมื่อเทียบกับประเทศอื่น เพราะนักลงทุนยังกังวลเรื่องแนวโน้มการท่องเที่ยวของไทย จากการที่ยังไม่มีการเปิดประเทศ ซึ่ง ธปท. จะมีมาตรการดูแลไม่ให้มากระทบกับค่าเงิน เพื่อป้องกันไม่ให้มีการผันผวนมากเกินไปจากการเก็งกำไร แต่ก็ต้องดูแลผลข้างเคียงต่อนักลงทุนที่เข้ามาเพราะปัจจัยพื้นฐานเศรษฐกิจไทยแข็งแกร่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ธปท.เตรียมที่จะสรุปเพื่อทำความเข้าใจมาตรการเพื่อดูแลอัตราแลกเปลี่ยนซึ่งส่วนหนึ่งเป็นแผนของโครงการ FX Ecosystemในเร็ว ๆ นี้ ซึ่งบางส่วนเป็นเรื่องที่ทำไปแล้ว โดยแพคเก็จดังกล่าวจะดูเรื่องระยะสั้นและระยะยาว เพราะต้องยอมรับว่าความผันผวนที่เกิดขึ้น ไม่ได้มาจากปัจจัยระยะสั้นเพียงอย่างเดียว แต่มาจากปัจจัยโครงสร้างอัตราแลกเปลี่ยนไทย ซึ่งมาตรการดังกล่าวจะทำให้ค่าเงินบาทเคลื่อนไหวใน 2 ทิศทางมากขึ้น รวมทั้งทำให้ผู้ประกอบการสามารถทนต่อการนแข็งค่าของเงินบาทได้มากขึ้น&amp;rdquo; นางสาวชญาวดี กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/85584</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชญาวดี ชัยอนันต์, ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.), เศรษฐกิจไทยไตรมาส 4</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201201/image_big_5fc5a9f6b5555.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>25194</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/12/2018 09:29</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/12/2018 09:29</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คลังลุ้น Q4 เศรษฐกิจฟื้นแรง หลังพบสัญญาณบวกเพียบ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายพิสิทธิ์ พัวพันธ์ ผู้อำนวยการสำนักนโยบายเศรษฐกิจมหภาค สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) เปิดเผยว่า ประเมินว่าเศรษฐกิจไทยในไตรมาสที่ 4/2561 จะขยายตัวได้ดีกว่าไตรมาสก่อนหน้า เนื่องจากปัจจัยสนับสนุนจากภายในประเทศที่ขยายตัวได้ดีขึ้น โดยเฉพาะเรื่องการบริโภค และการใช้จ่ายภายในประเทศที่ปรับตัวดีขึ้นอย่างชัดเจนเมื่อเทียบกับไตรมาส 3/2561 ซึ่งกระทรวงการคลังเตรียมทบทวนประมาณการณ์ตัวเลขเศรษฐกิจไทย (จีดีพี) ปี 2561 ใหม่อีกครั้งในเดือน ม.ค. 2562 จากปัจจุบันคาดการณ์อยู่ที่ 4.5%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ที่ผ่านมาสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) หรือสภาพัฒน์ ได้ประกาศตัวเลขเศรษฐกิจในไตรมาส 1/2561 ขยายตัวที่ 4.9%, ไตรมาส 2/2561 ขยายตัว 4.6% และไตรมาส 3/2561 ขยายตัวลดลงอยู่ที่ 3.3% พร้อมทั้งได้มีการปรับลดประมาณการณ์เศรษฐกิจปี 2561 ลงเหลือ 4.2% โดยในส่วนของกระทรวงการคลังยังต้องประเมินตัวเลขเศรษฐกิจในเดือน ธ.ค. นี้อีกครั้ง ก่อนพิจารณาปรับประมาณการณ์จีดีพี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ยังต้องติดตามภาพรวมเศรษฐกิจในเดือน ธ.ค. 2561 อีกครั้ง ซึ่งปัจจัยขับเคลื่อนเศรษฐกิจสำคัญในเดือนนี้ คือการบริโภคภาคเอกชน และการส่งออก ส่วนเท่าที่ติดตามสถานการณ์เศรษฐกิจในช่วง 2 เดือนก่อนหน้า พบว่าปัจจัยภายในประเทศยังเติบโตสนับสนุนการขยายตัวของเศรษฐกิจได้เป็นอย่างดี&amp;rdquo; นายพิสิทธิ์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) นั้น เบื้องต้นมองว่าในระยะสั้นจะไม่ส่งผลกระทบกับภาพรวมเศรษฐกิจของไทยในปีนี้ เพราะการขับเคลื่อนนโยบายการเงินจะต้องใช้เวลาระยะหนึ่งเพื่อส่งผ่านผลของมาตรการสู่ระบบเศรษฐกิจ อีกทั้งปัจจุบันไทยยังมีสภาพคล่องในระบบสูง รวมถึงนโยบายการคลังยังทำหน้าที่ในการสนับสนุนการเติบโตของเศรษฐกิจได้เป็นอย่างดี&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ในส่วนเศรษฐกิจไทยในเดือน พ.ย. 2561 ยังขยายตัวดีจากการใช้จ่ายภายในประเทศ โดยภาษีมูลค่าเพิ่ม (แวต) ขยายตัว 9.6% สูงสุดในรอบ 4 เดือน รวมถึงการลงทุนภาคเอกในหมวดเครื่องมือเครื่องจักรสะท้อนการจำหน่ายรถยนต์เชิงพาณิชย์ขยายตัวสูงถึง 26.9% รวมถึงการท่องเที่ยวก็เริ่มมาขยายตัวได้ดี หลังจากรัฐบาลแก้ปัญหาและมีมาตรการฟรีวีซ่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายพงศ์นคร โภชากรณ์ ผู้อำนวยการส่วนการวิเคราะห์เศรษฐกิจมหภาค สศค. เปิดเผยว่า แม้ว่าเศรษฐกิจไทยเป็นรายไตรมาสจะขยายตัวลดลงต่อเนื่อง แต่หากดูเครื่องยนต์ขับเคลื่อนเศรษฐกิจด้านการบริโภคขยายตัวต่อเนื่อง โดยไตรมาส 1 ขยายตัว 3.7% ไตรมาส 2 ขยายตัว 4.5% และไตรมาส 3 ขยายตัวได้ 5%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ หากดูจากการขยายตัวของแวตที่สะท้อนจากการบริโภคในประเทศเป็นสำคัญไตรมาส 1 ขยายตัว 4.1% ไตรมาส 2 ขยายตัว 6% ไตรมาส 3 ขยายตัว 6.6% และในเดือน ต.ค. และพ.ย. แวตขยายตัวถึง 8.4% แสดงให้เห็นว่าเศรษฐกิจภายในประเทศยังขยายตัวได้ดีต่อเนื่อง&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/25194</URL_LINK>
                <HASHTAG>พิสิทธิ์ พัวพันธ์, ฟื้นตัว, สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง, เศรษฐกิจไทยไตรมาส 4</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181227/image_big_5c2438e3704a6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
