<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>100726</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/04/2021 08:43</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/04/2021 08:43</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;อัษฎางค์&#039;ชำแหละ&#039;ไทยพีบีเอส&#039;ปล่อยข่าวเท็จ&#039;เรียกแขก&#039;เป็นวัฎจักร </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;26 เม.ย.64- นายอัษฎางค์ ยมนาค นักวิชาการอิสระ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า &amp;ldquo;เศรษฐีอินเดีย หนีโควิด แห่เช่าเหมาลำบินเข้าไทย&amp;rdquo; ไทยพีบีเอส อีกแล้วครับท่าน!!!&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จำกันได้มั้ยว่า ไทยพีบีเอส ออกมาแก้ตัวแก้ข่าวกี่ครั้งกี่หน และยังจำกันได้อยู่ใช่มั้ย ช่วงวันเฉลิมพระชนมพรรษา &amp;nbsp;แต่ไทยพีบีเอชเขียนข่าวว่าวันสวรรคต สุดท้ายออกมาแก้ข่าวแก้ตัว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ล่าสุดเอาอีกแล้วครับท่าน เอาข่าวที่ &amp;ldquo;ฟัง(อ่าน)ไม่ได้ศัพท์ จับไปกระเดียด&amp;rdquo; แล้วก็ออกมาแก้ตัวตามระเบียบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;............................................................................&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มีข่าวชาวอินเดียแห่กันบินหนีไปดูไบจนตั๋วเต็ม ทำให้ราคาตั๋วพุ่งขึ้นไป 5 เท่า จึงเกิดการรวมตัวกันเช่าเครื่องบินแบบเช่าเหมาลำ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ในข่าวดังกล่าวมีการพูดเกี่ยวกับไทยเพียงสั้นๆ นิดเดียว คือในตอนที่การสัมภาษณ์บริษัทแล้วเขาเพียงแค่พูดว่า มีคนมาเช่าเยอะมาก จึงมีการสอบถามถึงเรื่องการบินเข้าไทย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ซึ่งเป็นการสอบถามเพียงประโยคเดียวสั้นๆ เท่านั้น ข่าวไม่ได้พูดถึงการเช่าเหมาลำบินเข้าไทยแต่อย่างใดเลย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่ข่าวทีวีช่องที่รับเงินอุดหนุนจากรัฐบาล กลับออกข่าวที่ทำให้คนเข้าใจผิดไปในแง่ว่าคนอินเดียแห่เช่าเครื่องบินเหมาลำบินมาไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ล่าสุด มีการงดออก COE ให้คนที่ต้องการจะบินจากอินเดียเข้าไทย แต่ชาวบ้านยังคงเข้าใจผิด เพราะดูจากรายชื่อคนที่บินเข้าไทย พบว่ามีรายชื่อเป็นชาวอินเดีย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;http://newdelhi.thaiembassy.org/.../cancellation.../...&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;............................................................................&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ข้อเท็จจริงสำหรับข่าวที่ถูกบิดเบือนนี้คือ....&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;bull; มีชาวอินเดียเข้าไทย 602 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เงื่อนไขการเข้าประเทศไทยของคนสัญชาติอินเดีย ตั้งแต่วันที่ 1-20 เม.ย.2564 แบ่งเป็นเข้ามาทำงาน 426 คน กลุ่มนักธุรกิจ นักลงทุน 110 คน เป็นกลุ่มนักธุรกิจ มีคู่สมรส บิดามารดา หรือบุตรคนไทย จำนวน 30 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ ยังมีนักเรียนนักศึกษา จำนวน 16 คน มีถิ่นที่อยู่ในไทย จำนวน 10 คน และคณะทูต ผู้แทนรัฐบาล จำนวน 8 คน และเข้ามารักษาพยาบาลที่ไม่ใช่โรค COVID-19 จำนวน 2 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;bull; ชาวต่างชาติ 7 อันดับแรก ที่เดินทางเข้าไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับจำนวนบุคคลที่เข้ามาในไทย แยกตามสัญชาติระหว่างวันที่ 1-20 เม.ย. พบว่าสัญชาติอินเดียอยู่ในลำดับที่ 7
โดยลำดับที่ 1. ไทย 7,176 คน, 2. จีน 2,148 คน, 3. ญี่ปุ่น 1,700 คน, 4. สหรัฐอเมริกา 1,153 คน, 5. อังกฤษ 617 คน, 6. เยอรมนี 608 คน และ 7. อินเดีย 602 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;https://news.thaipbs.or.th/content/303669&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;............................................................................&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ซึ่งการที่มีชาวต่างชาติซึ่งมีวีซ่าทำงาน วีซ่านักเรียน หรือวีซ่าคู่สมรส เดินทางเข้าประเทศนั้น เป็นเรื่องปกติ มีทุกประเทศในโลก ไม่ได้มีเฉพาะเมืองไทย เพราะชาวต่างชาติเหล่านั้นเป็นคนที่ทำงานหรือเป็นนักศึกษาที่ใช้ชีวิตอยู่อาศัยในเมืองไทยเป็นหลัก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เข้าใจกันบ้างไหม ถ้าไม่เคยรู้เรื่องพวกนี้ ก็จงเปิดกะลา เปิดเนตรกันด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;............................................................................&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;bull; การจะบินเข้าไทยได้ มันมีเงื่อนไข แต่ไม่มีเงื่อนงำ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ชาวต่างชาติทุกคนที่จะเข้าไทยต้องมีการตรวจเชื้อโควิด-ทำประกันก่อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยก่อนที่ชาวต่างชาติทุกคนเข้ามาในไทย จะต้องได้รับการรับรองจากสถานทูตในประเทศต้นทางก่อนว่าผ่านการตรวจเชื้อ COVID-19 มาแล้ว และมีผลยืนยันไม่เกิน 72 ชั่วโมง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รวมทั้งต้องมีประกัน COVID-19 ทุนประกันวงเงิน 100,000 ดอลลาร์สหรัฐ เมื่อเข้ามาแล้วจะออกใบรับรองให้เดินทางเข้าไทย และเข้ามากักตัวตามขั้นตอน โดยผู้ที่ได้รับอนุญาตให้เข้าประเทศนั้นต้องอยู่ภายใต้เงื่อนไขที่รัฐบาลอนุญาตด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;............................................................................&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การที่ปล่อยข่าวเท็จหรือข่าวที่บิดเบือนออกไปแล้ว โดยเฉพาะข่าวที่ให้ร้ายรัฐบาลหรือสถาบันพระมหากษัตริย์ มักได้รับความสนใจอย่างสูงและรวดเร็ว รวมทั้งมันจะถูกกระจายข่าวออกไปเหมือนไฟลามทุ้งที่หยุดไม่อยู่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่เมื่อความจริงปรากฏ แล้วแหล่งที่ปล่อยข่าวเท็จหรือข่าวบิดเบือนออกมาแก้ข่าวพร้อมกับการแก้ตัวนั้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ข่าวแก้ตัวและข่าวของการการแก้ข่าวนั้น ไม่เคยได้รับความสนใจ หรือไปดับข่าวเท็จที่เป็นไฟลามทุ่งนั้นเลย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สุดท้ายความเข้าใจผิด ที่มีอยู่ตั้งแต่อ่านข่าวเท็จหรือข่าวบิดเบือนนั้น ก็ฝังแน่นอยู่ในจิตใจของคนที่มีทัศนคติเป็นปฏิปักษ์ต่อรัฐบาลหรือสถาบันพระมหากษัตริย์ต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;............................................................................&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ซึ่งมักจะมีลักษณะเป็นขั้นเป็นตอนแบบนี้:&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1.มีการปล่อยข่าวเท็จ ข่าวบิดเบือน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2.ชาวบ้านเชื่อสนิทใจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3.ชาวบ้านวิพากษ์วิจารณ์ และรุมด่ารัฐบาลกันสนั่น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4.สำนักข่าวออกมาแก้ข่าวและแก้ตัว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5.แต่ไม่มีชาวบ้านสนใจข่าวของการแก้ข่าวนั้นเลย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6.ความเข้าใจผิดนั้นฝังอยู่ในจิตใจของชาวบ้านไปแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7. หลังจากนั้นจะเกิดกรณีแบบนี้ซ้ำไปซ้ำมาเป็นวัฎจักร โดยไม่มีใครหรือหน่วยงานใดคิดจะจัดการหรือแก้ไข หรือลงโทษเพื่อจะกำจัดการกระทำผิดซ้ำซากนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เอาตัวอย่างเฉพาะไทยพีบีเอสทีเดียว ปล่อยข่าวเท็จข่าวบิดเบือน ทำผิดซ้ำซากกี่ครั้งกี่หนลองดูกันหน่อยมั้ย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;https://www.facebook.com/100010403598013/posts/1391250971231676/?d=n&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทำไมเกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำอีกได้นะหรือ?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คำตอบคือ ไม่เคยมีหน่วยงานหรือผู้มีอำนาจหน้าที่ ออกมาจัดการหรือลงโทษใดๆ เลย หรือไม่?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การไม่จัดการใดๆ หรือไม่มีการลงโทษ คือการให้การสนับสนุนให้กระทำผิดหรือไม่?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;............................................................................&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มีสำนักข่าวหลายแห่งในประเทศไทยที่มีลักษณะปล่อยข่าวเท็จหรือข่าวบิดเบือนอยู่เสมอๆ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เป็นสำนักข่าว แต่กลับปล่อยข่าวเท็จและข่าวบิดเบือนอยู่บ่อยๆ ไม่รู้สึกละอายใจบ้างหรือ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และรัฐบาลก็ไม่รู้สึกอะไรบ้างเลยหรือ ที่มีสื่อที่รัฐบาลต้องควบคุม หรือแม้กระทั่ง สื่อของรัฐบาลเอง ออกข่าวบิดเบือนโจมตีรัฐบาล โจมตีสถาบันพระมหากษัตริย์อยู่ซ้ำๆ ร่ำไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มันควรจะจัดการขั้นเด็ดขาดกับสื่อที่ไร้จรรยาบรรณ และไร้ความรับผิดชอบหรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นี่คนในรัฐบาลอให้การสนับสนุนการปล่อยข่าวเท็จทำลายรัฐบาล ทำลายสถาบันพระมหากษัตริย์ หรืออย่างไร? งงใจเหลือเกิน!&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;............................................................................
อัษฎางค์ ยมนาค&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/100726</URL_LINK>
                <HASHTAG>อัษฎางค์ ยมนาค, เศรษฐีอินเดีย, โควิด, ไทยพีบีเอส</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210426/image_big_60861a32e961e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>6017</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/03/2018 20:46</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/03/2018 20:43</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อินเดียคึกคัก มหาเศรษฐีเสนอให้ทุนเริ่มต้นพัฒนาโซเชียลเน็ตเวิร์กแข่งเฟซบุ๊ก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;มหาเศรษฐีแดนภารตะที่เสนอทุนตั้งต้นให้แก่ผู้พัฒนาโซเชียลเน็ตเวิร์กเพื่อเป็นคู่แข่งของเฟซบุ๊กเผยเมื่อวันพุธว่า เขาได้รับการตอบรับอย่างล้นหลาม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: right;&quot;&gt;ภาพ AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ความเคลื่อนไหวของมหาเศรษฐีอินเดียครั้งนี้เกิดขึ้นในช่วงเวลาที่เฟซบุ๊กกำลังถูกวิจารณ์และถูกตรวจสอบจากทั่วโลก จากกรณีการแสวงประโยชน์จากข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ใช้งาน ภายหลังบริษัทวิเคราะห์ข้อมูล เคมบริดจ์อนาลิติกา โดนเปิดโปงว่านำข้อมูลเหล่านี้มาใช้โดยที่เจ้าของข้อมูลไม่ได้ให้ความยินยอม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอเอฟพีรายงานเมื่อวันที่ 28 มีนาคม 2561 ว่า อนันต์ มหินทรา เจ้าของอาณาจักรมหินทรากรุ๊ปที่ทำธุรกิจตั้งแต่รถยนต์จนถึงอสังหาริมทรัพย์ กระตุ้นให้เกิดการระดมความคิดอย่างคึกคักในอินเดียเมื่อต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา เมื่อเขายุให้ผู้ประกอบการด้านเทคโนโลยีของอินเดียคิดค้นบริษัทโซเชียลเน็ตเวิร์กของอินเดียเอง และเสนอให้เงินทุนตั้งต้นสำหรับการต่อยอดพัฒนาแนวคิดนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คำเชื้อเชิญของเขากระตุ้นให้เกิดข้อเสนอหลั่งไหลเข้ามามากมาย รวมถึงจากชัสปรีต พินทรา หัวหน้าคณะเจ้าหน้าที่ฝ่ายดิจิทัลของมหินทรากรุ๊ปเอง ซึ่งอดรนทนไม่ไหวต้องสนองตอบข้อเสนอของเจ้านายใหญ่ด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มหินทราโพสต์ทวิตเตอร์เมื่อวันพุธ กล่าวถึงกระแสตอบรับข้อเสนอของเขาว่า หากจะบอกว่าข้อเสนอของเขาที่กระตุ้นให้มีการริเริ่มพัฒนาโซเชียลเน็ตเวิร์กได้รับการตอบรับอย่างล้นหลาม อาจเป็นการประเมินที่ต่ำกว่าความเป็นจริง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตามรายงานของบริษัท เดอะเน็กซ์เว็บ จากกรุงอัมสเตอร์ดัม เมื่อเดือนมิถุนายนปีที่แล้ว อินเดียมีจำนวนผู้ใช้งานเฟซบุ๊กมากที่สุดในโลกที่ 214 ล้านราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เครือข่ายโซเชียลเน็ตเวิร์กยักษ์ใหญ่จากสหรัฐแห่งนี้กำลังถูกกดดันให้ชี้แจงว่า ข้อมูลของผู้ใช้งานเฟซบุ๊ก 50 ล้านคน ถูกดึงไปใช้เพื่อการหาเสียงทางการเมืองได้อย่างไร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศของอินเดียได้ส่งคำร้องอย่างเป็นทางการถึงบริษัท เคมบริดจ์อนาลิติกา เพื่อขอให้บริษัทส่งคำอธิบายที่ชัดเจนเกี่ยวกับวิธีการดำเนินงานของบริษัทมาภายในสิ้นเดือนนี้ และยังได้ออกคำเตือนถึงเฟซบุ๊กด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การดำเนินการของกระทรวงเกิดขึ้นภายหลังมีรายงานว่าพรรครัฐบาลและพรรคฝ่ายค้านล้วนใช้บริการจากบริษัทนี้ในการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมา.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/6017</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทุนตั้งต้น, อินเดีย, เฟซบุ๊ก, เศรษฐีอินเดีย, โซเชียลเน็ตเวิร์ก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180328/image_big_5abb9a5a1ee29.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
