<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>120165</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/10/2021 10:30</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/10/2021 10:30</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;แรมโบ้&#039; ทุบคลิป &#039;ยิ่งลักษณ์&#039; ฟอกผิดตัวเองแก้น้ำท่วมปี 54</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;19 ต.ค.64 - นายเสกสกล อัตถาวงศ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เผยแพร่คลิป &amp;ldquo;น(า)ทีวิปโยค : 10 ปีมหาอุทกภัย&amp;rdquo; ย้อนรอยเหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่ปี 2554 สมัยรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ว่า อดีตนายกฯยิ่งลักษณ์ และอดีตรัฐมนตรีในรัฐบาลทักษิณคิดเพื่อไทยทำอีกหลายคน โดยเฉพาะนายปลอดประสพ สุรัสวดีและนายกิตติรัตน์ ณ ระนองอดีตรองนายกฯ ได้ให้สัมภาษณ์พาดพิง กล่าวหาหน่วยงานรัฐ รวมไปถึงพยายามแก้ตัวน้ำขุ่นๆ ฟอกตัวอย่างไม่เกรงใจประชาชนที่ทุกข์ระทมขมขื่น มีชีวิตเหมือนตกนรกทั้งเป็นหลายเดือนจากการบริหารจัดการน้ำไร้ประสิทธิภาพในยุคนั้น

นายเสกสกล กล่าวว่าในยุครัฐบาลยิ่งลักษณ์น้ำท่วมปี 2554 ยาวข้ามปีไปถึง 2555 คนไทยจำได้ดี น้ำท่วมกินพื้นที่กว่า 36 ล้านไร่ ครอบคลุมพื้นที่ 65 จังหวัด ไล่ตั้งแต่เชียงใหม่ลงมาถึง กทม. ประชาชนเดือดร้อนกว่า 12 ล้านคน คนตายอย่างน้อย 815 คน มีคนไทยกว่า 5 ล้านคน กลายเป็นผู้อพยพ คนงานเกือบ 650,000 คน ตกงานหรือได้รับผลกระทบอย่างหนัก มีนักวิชาการธนาคารโลกประเมินมูลค่าความเสียหายทางเศรษฐกิจ 1.425 ล้านล้านบาท

&amp;quot;แต่มาวันนี้นางสาวยิ่งลักษณ์กับพวกกลับหน้ามึน ถึงขนาดออกมาโยนขี้ให้คนอื่นไปทั่ว ไม่เห็นความบกพร่องผิดพลาดของพวกตนเลย พยายามแก้ตัวน้ำขุ่นๆ ด้วยวาทกรรมเดิมๆ ทั้งๆ ที่ความจริง รัฐบาลยิ่งลักษณ์แถลงนโยบายในวันที่ 23 สิงหา 2554 หากใส่ใจกับการแก้ปัญหาจริงๆ เหมือนการออกพาสปอร์ตและแก้ปัญหาให้พี่ชาย ทักษิณ ชินวัตร ที่หนีคดีอยู่ ย่อมจะสามารถแก้ปัญหาให้ประชาชนทุเลาลงได้มากกว่านี้หลายเท่านัก&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี กล่าวต่อว่าสถานการณ์น้ำท่วมปี2554 ส่งสัญญาณมาจากพายุไหหม่า และนกเต็น ตั้งแต่เดือน มิ.ย. และ กค. 2554 มีสถานการณ์น้ำท่วม ประชาชนเดือดร้อนจำนวนมาก แต่รัฐบาลยิ่งลักษณ์มัวแต่นวยนาด กว่าจะลงมือแก้ปัญหาจริงๆ จังๆ ก็กลางเดือนกันยา 2554 กว่าจะตั้งศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบภัยก็เดือนตุลา2554 ใช้สนามบินดอนเมืองเป็นศูนย์ แล้วสุดท้ายขนาดดอนเมืองยังปล่อยให้ท่วม แล้วชีวิตชาวบ้านจะเหลืออะไร นั่นเป็นช่วงเวลาแห่งความทุกข์ยากของคนไทย ที่ต้องทนอยู่กับนายกฯโง่ๆ และรัฐบาลหุ่นเชิดที่คอยแต่รับคำสั่งจากคนแดนไกลอย่างแท้จริง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เขา กล่าวว่าหลายฝ่ายถอดบทเรียนตรงกัน ว่าปัญหาใหญ่ส่วนหนึ่งในอุทกภัยปี 2554 นอกจากน้ำท่วมเยอะสูงสุดในประวัติศาสตร์แล้วยังมีประสิทธิภาพต่ำของรัฐบาล ที่ทำงานมุ่งแก้ปัญหาเฉพาะหน้าเป็นหลัก แต่ขาดความรวดเร็วและคิดไม่รอบด้านขาดการวางแผนและเตรียมการป้องกันที่ดี แย่งซีนกันทำงาน เอาการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้องกับการแก้ปัญหา การสื่อสารในยามวิกฤตล้มเหลวสิ้นเชิง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ยกตัวอย่างการแถลงข่าวของ นายปลอดประสพ สุรัสวดี ที่เป็นหัวหน้าทีมปฏิบัติการของศปภ.เมื่อ 13 ตุลาคม 2554 ผ่านการถ่ายทอดสดทางทีวี บอกว่าขณะนี้สถานการณ์น้ำท่วมในปทุมธานีเริ่มวิกฤต จึงขอเตือนให้ประชาชนในพื้นที่ปทุมธานีและใกล้เคียงอพยพมาอยู่ที่ดอนเมือง จนสร้างความปั่นป่วนไปทั่ว แล้วหลังจากนั้น น้ำก็ท่วมศูนย์ ศปภ.ถึงบันไดเครื่องบิน จนต้องย้ายหนี เป็นภาระของสังคมเสียอีก แม้แต่ของบริจาคประชาชน ยังมุบมิบ ติดป้ายเอาหน้าหาเสียง อมทั้งของหลวงของราษฎร ตัวนายกฯ ก็อ่านแถลงการณ์ผิดๆ ถูกๆ เป็นที่น่าเวทนาแก่ใจของคนไทยในขณะนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนนายกิตติรัตน์เองก็ทำได้เพียงไปร้องไห้กับนักลงทุนต่างชาติ ผลสำรวจออกมา ชาวบ้านจดจำชัดเจนว่าใครช่วย ใครเป็นที่พึ่งในยามนั้นมากที่สุด คือ ทหาร &amp;ndash;จิตอาสาหรืออาสาสมัครภาคประชาชนและสื่อมวลชนยิ่งกว่านั้น การมาฟอกตัวเรื่อง พรก.น้ำ 3.5 แสนล้านบาท ก็เป็นการบิดเบือน เอาดีใส่ตัว เอาชั่วให้คนอื่น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายเสกสกล กล่าวอีกว่าโครงการน้ำที่รัฐบาลยิ่งลักษณ์เร่งรัดผลักดัน ทำโครงการเป็นโมเดลต่างๆ เป็นการเอาโครงการประเภทร้อยพ่อพันแม่มามัดรวมกันเป็นกลุ่มๆ แล้วให้เอกชนเข้ามายื่นข้อเสนอ ยื่นราคารับเหมา โดยไม่มีราคากลางตามกฎหมายปกติ งดเว้นระเบียบราชการ แต่ตั้งกรอบงบเอาไว้ตาม พ.ร.ก.กู้เงิน 3.5 แสนล้านบาท ต้องครหาส่อทุจริต ผลประมูลปรากฏว่า กลุ่มเค-วอเตอร์จากเกาหลีใต้คว้าชิ้นปลามันไปครอง โดยก่อนหน้าจะประมูล ปรากฏว่า นายกฯ ทักษิณ ชินวัตร โผล่ไปเยี่ยมถึงที่ทำการของเควอเตอร์ในเกาหลีใต้ วงเงินที่เสนอราคาชนะเรียกว่าพอดีกับกรอบวงเงินที่ตั้งไว้ แทบจะไม่มีการแข่งขันราคากันเลยก็ว่าได้ โครงการทั้งหลายนั้น ต่อให้เซ็นสัญญากับเอกชนไปจริงๆ หลายโครงการยังไม่เคยมีการศึกษาความคุ้มค่าและผลกระทบใดๆ มาก่อนเลย หากเดินหน้าต่อ สุ่มเสี่ยงที่จะเกิดค่าโง่มโหฬาร และเกิดความเสียหายบานปลายไปอย่างไม่อาจประเมินได้ต่อประเทศชาติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;จะเห็นได้ว่า หลังยุครัฐบาลยิ่งลักษณ์ รัฐบาลต่อจากนั้นจนถึงปัจจุบัน ได้มีการดำเนินโครงการบริหารจัดการน้ำจำนวนมาก ในหลายพื้นที่ หลายลุ่มน้ำ ด้วยวิธีการจัดซื้อจัดจ้างปกติ ไม่ต้องไปออกกฎหมายเฉพาะกิจเพื่อกู้เงินและยกเว้นระบบราชการเหมือนที่พยายามดิ้นรนทำในสมัยรัฐบาลปู เสมือนหนึ่งอาจจะมีการเตรียมการโกงกินหาเงินทอนใต้โต๊ะจากโครงการน้ำ ที่ไร้ความจริงใจในการแก้ไขให้ประชาชน&amp;quot;

นายเสกสกล ย้ำว่า การที่นางสาวยิ่งลักษณ์ออกคลิปน้ำท่วมปี 2554จึงเป็นดราม่า ทำเพียงแค่แก้ตัวน้ำขุ่นๆ หวังฟอกตัวแบบไม่เกรงใจประชาชน โยนบาปให้คนอื่นทั้งหมด ยกเว้นพวกตัวเองที่เป็นคนบริหารจัดการล้มเหลวแท้ๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;คนอย่างนางสาวยิ่งลักษณ์ ไม่มีภาวะความเป็นผู้นำ ไร้ความรับผิดชอบต่อการบริหารจัดการน้ำท่วม ทำให้แก้ปัญหาล้มเหลว และยังปัดความรับผิดชอบให้คนอื่นเช่นนี้ ยิ่งออกมาพูดแก้ตัวยิ่งอายปากตัวเองมากกว่า หยุดอ้าปากพูดจะได้ประโยชน์มากกว่าไหม&amp;quot;นายเสกสกล กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/120165</URL_LINK>
                <HASHTAG>น้ำท่สมปี54, ปลอดประสพ, ย่ิงลักษณ์, เสกสกล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211019/image_big_616e3b85189e3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>117376</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/09/2021 13:26</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/09/2021 11:34</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ดร.แรมโบ้&#039;ตอกกลับ&#039;พิชัย&#039; คนคิดลบ ผมบาง เป็นธรรมชาติคนขี้ใจน้อย อยากเรียกร้องความสนใจ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;21 ก.ย.64 - นายเสกสกล อัตถาวงศ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงนายพิชัย นริพทะพันธุ์ รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทยด้านเศรษฐกิจ ออกมาทักท้วงรัฐบาล ถึงปัญหาหนี้สาธารณะที่อาจจะเป็นปัญหาใหญ่ทำให้รัฐบาลมีปัญหาในการชำระหนี้ และไม่เชื่อว่าประเทศไทยจะเป็นประเทศที่มีรายได้สูงว่า ตนไม่อยากถือสา คนคิดลบ ผมบาง เป็นธรรมชาติคนขี้ใจน้อย และอยากเรียกร้องความสนใจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;บ้านเมืองมีแต่ความขัดแย้งเดินหน้าไม่ได้มากว่า 10 ปี เพราะนายโทนี่-นายทักษิณ และรัฐบาลพรรคไทยรักไทย-พลังประชาชน-เพื่อไทย ที่ไม่ว่าจะเปลี่ยนกี่ชื่อ แต่นิสัยไม่เคยเปลี่ยน ตนอยากจะถามว่าพลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ใช่หรือไม่ ที่ยุติความขัดแย้ง แล้วพลิกฟื้นประเทศจากอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจที่ต่ำเตี้ย ให้โตเพิ่มขึ้น 4% ต่อ GDP และแม้จะเจอสงครามการค้าช่วงปี 62 แต่ก็ยังหารายได้เพิ่ม จากนักท่องเที่ยวต่างชาติ เกือบ 40 ล้านคน ซึ่งมากที่สุดในประวัติศาสตร์ ดึงเงินเข้าประเทศกว่า 1.9 ล้านล้านบาท เสียดายที่ปี 63-64 เกิดวิกฤตโควิดทั่วโลก ทำให้ต้องปรับแผนกันใหม่หมด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถ้าจะกล่าวหาว่ารัฐบาลพลเอกประยุทธ์ชอบกู้ ชอบสร้างหนี้สาธารณะ แสดงว่านายพิชัยเจตนาบิดเบือนตาใส ใครๆ ก็รู้ว่ายามไม่ปกติแบบนี้ ทั่วโลกก็ต้องกู้เพื่อนำเงินมาช่วยเหลือพี่น้องประชาชน และพยุงเศรษฐกิจของประเทศทั้งนั้น โดยเฉลี่ยกลุ่มประเทศพัฒนาแล้ว มีการกู้เงินทำให้มีสัดส่วนหนี้สาธารณะเพิ่มขึ้นร้อยละ 19 ต่อ GDP ในขณะที่ประเทศไทยเพิ่มขึ้นน้อยกว่าเพียง 14% ต่อ GDP แต่สามารถช่วยเหลือพี่น้องประชาชนไปแล้ว 2 รอบ รอบแรก 41 ล้านราย และรอบสอง 40.37 ล้านราย ครอบคลุมกลุ่มผู้มีรายได้น้อย อาชีพอิสระ เกษตรกร กลุ่มเปราะบาง แรงงานประกันสังคม ผ่านโครงการเราไม่ทิ้งกัน โครงการเราชนะ โครงการ ม.33 เรารักกัน ที่สำคัญหนี้สาธารณะของไทย เป็นหนี้ในประเทศ 98.2% ของหนี้สาธารณะทั้งหมด เม็ดเงินก็ยังหมุนเวียนในประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ก่อนหน้าที่จะมีโควิด แม้รัฐบาลพลเอกประยุทธ์จะมีการกู้เงิน แต่ก็เป็นการกู้เงินเพื่อลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน หรือลงทุนเพื่ออนาคต ยกระดับคุณภาพชีวิต ให้เกิดการกระจายรายได้ สร้างงาน สร้างอาชีพให้ประชาชนทุกคน ตั้งแต่ปี 2559 เป็นต้นมา ลงทุนไปแล้วมากกว่า 2 ล้านล้านบาท ทั้งเขื่อน ทางหลวง มอเตอร์เวย์ รถไฟความเร็วสูง รถไฟฟ้า รถไฟทางคู่-ทางสาม ท่าเรือน้ำลึก สนามบิน อินเตอร์เน็ตหมู่บ้าน &amp;nbsp;EEC และ SEZ เป็นต้น เคยมีรัฐบาลไหนที่ทำมากมายเท่ารัฐบาลนี้อีกหรือไม่ หากไม่หูหนวกตาบอด ก็คงได้เห็น ได้ยิน ได้ใช้ประโยชน์กันบ้างแล้ว ดีกว่าจำนำข้าวทุกเม็ดที่สร้างแต่หนี้บาป ชดใช้กันเป็น 10 ปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และถ้าจะแถต่อว่ารัฐบาลสร้างหนี้จนชนเพดาน นายพิชัยซึ่งเป็นหัวหน้าทีมเศรษฐกิจพรรคเพื่อไทย คงมีความรู้บ้างว่าประเทศพัฒนาแล้ว หลายประเทศ ที่มีหนี้สาธารณะต่อ GDP อยู่ในระดับเกินกว่า 100% เช่น สหรัฐ อิตาลี สิงคโปร์ ส่วนญี่ปุ่นนั้นเกิน 200% ต่อ GDP มานานแล้ว แต่ประเทศไทย ยังอยู่ภายใต้กรอบกฎหมายวินัยการเงินการคลัง ที่ไม่เกิน 60% ของ GDP อย่างไรก็ตาม คิดง่ายๆ ใครจะกู้เงินก็มี 2 เหตุผลหลักๆ อย่างแรกคือลงทุน อีกอย่างคือเจ็บไข้ได้ป่วย-เกิดอุบัติเหตุ ประเทศชาติก็เหมือนกัน ช่วงปี 57-62 เป็นการลงทุนเพื่อให้เกิดรายได้ เกิดกำไรที่มากขึ้น แต่ช่วงปี 63-64 ก็ต้องกู้เพิ่มเพราะวิกฤตโควิด ซึ่งเป็นมาตรการ &amp;quot;ชั่วคราว&amp;quot; เมื่อจบวิกฤตก็กลับมาเหมือนเดิม แต่ถ้าต้องการมีรายได้-กำไรเพิ่มขึ้นอีก ก็ต้องกู้ ก็ต้องมีแผนการลงทุนอีก เหมือนมียุทธศาสตร์ชาติระยะยาว มีโครงการขนาดใหญ่อย่าง EEC มีการส่งเสริมอุตสาหกรรมเป้าหมายที่ตอบสนองโลกอนาคต เป็นโอกาสงานของเยาวชนของเรา ที่กำลังเติบโตขึ้นในอีก 5-10 ปีข้างหน้า แต่รัฐบาลเตรียมพร้อมให้ตั้งแต่วันนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;การที่นายพิชัยจะเป็นตัวถ่วง จะเป็นจระเข้ขวางความเจริญของบ้านเมือง ของประชาชน ของเยาวชน ด้วยความด้อยปัญญานั้น คงไม่มีใครถือสา แต่ถ้าทำด้วยความอิจฉา ไม่อยากให้รัฐบาลสร้างบ้านแปงเมืองได้สำเร็จ เพราะกลัวพรรคเพื่อไทยจะตกกระป๋อง โดยเอาประชาชนเป็นตัวประกัน มันเป็นสิ่งที่น่ารังเกียจ ใครที่รู้ทันเขาก็จะสาปแช่งเอา&amp;quot;นายเสกสกล กล่าว.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/117376</URL_LINK>
                <HASHTAG>พิชัย นริพทะพันธุ์, หนี้สาธารณะ, เสกสกล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210724/image_big_60fbc61c2ed0c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>115854</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/09/2021 08:18</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/09/2021 08:18</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;แรมโบ้-นิพิฏฐ์&#039; ปฏิบัติหน้าที่ต่อ &#039;บิ๊กตู่&#039; เซ็นต่ออายุ 19 กรรมการผู้ช่วยรัฐมนตรี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7 ก.ย.64 - เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง ให้กรรมการผู้ช่วยรัฐมนตรีคงอยู่ปฏิบัติหน้าที่ต่ออีกหนึ่งวาระ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้วยคณะรัฐมนตรีได้มีมติเมื่อวันที่ 10 สิงหาคม 2564 เห็นชอบให้กรรมการผู้ช่วยรัฐมนตรีซึ่งดำรงตำแหน่งครบวาระหนึ่งปี คงอยู่ปฏิบัติหน้าที่ต่ออีกหนึ่งวาระ จำนวน 19 ราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อาศัยอำนาจตามความในข้อ 3 ของระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยคณะกรรมการผู้ช่วยรัฐมนตรี พ.ศ.2546 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยระเบียบส านักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยคณะกรรมการผู้ช่วยรัฐมนตรี (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2559 ประกอบกับมติคณะรัฐมนตรีในการประชุมเมื่อวันที่ 10 สิงหาคม 2564 นายกรัฐมนตรีจึงให้กรรมการผู้ช่วยรัฐมนตรีคงอยู่ปฏิบัติหน้าที่ต่ออีกหนึ่งวาระ ดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1. นายประสาน หวังรัตนปราณี 2. นายวิชาวัฒน์ อิศรภักดี 3. นายนภินทร ศรีสรรพางค์ 4. นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ 5. นายสากล ม่วงศิริ 6. นายสรรเสริญ สมะลาภา 7. นายนราพัฒน์ แก้วทอง 8. พลตำรวจโท ณัฐพิชย์ สนิทวงศ์ณ อยุธยา 9. นายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ 10. นายธีระยุทธ วานิชชัง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;11. นายชาญกฤช เดชวิทักษ์ 12. นายทวี สุระบาล 13. นายทศพล เพ็งส้ม 14. นายธีระทัศน์ เตียวเจริญโสภา 15. นายเสกสกล อัตถาวงศ์ 16. นายพรศักดิ์ เจริญประเสริฐ 17. นายอภิวัฒน์ ขันทอง 18. นายชื่นชอบ คงอุดม 19. นายนเรศ ธ ารงค์ทิพยคุณ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ลำดับที่ 1-3 ตั้งแต่วันที่ 13 สิงหาคม พ.ศ. 2564 เป็นต้นไป&amp;nbsp;
ลำดับที่ 4-6 ตั้งแต่วันที่ 20 สิงหาคม พ.ศ. 2564 เป็นต้นไป
ลำดับที่ 7-18 ตั้งแต่วันที่ 22 สิงหาคม พ.ศ. 2564 เป็นต้นไป
ลำดับที่ 19 ตั้งแต่วันที่ 30 สิงหาคม พ.ศ. 2564 เป็นต้นไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประกาศ ณ วันที่ 13 สิงหาคม พ.ศ. 2564
พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา
นายกรัฐมนตรี&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/115854</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรรมการผู้ช่วยรัฐมนตรี, นิพิฏฐ์, ราชกิจจานุเบกษา, เสกสกล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210907/image_big_6136bc8e57815.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>115772</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/09/2021 12:15</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/09/2021 12:15</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;หมอวรงค์&#039;ร้องนายกฯ ชงครม.เคลียร์ปมดาวเทียมไทยคม </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6 ก.ย. 64 - ที่ศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ของรัฐบาล สำนักงาน ก.พ. เวลา 10.15 น. นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม รักษาการหัวหน้าพรรคไทยภักดี ยื่นหนังสือถึงนายกรัฐมนตรี ผ่านนายเสกสกล อัตถาวงศ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี เพื่อให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) ต้องปฏิบัติตามหนังสือคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) และคำพิพากษาศาลฎีกา ก่อนที่สัมปทานดาวเทียมไทยคมจะสิ้นสุดลงในวันที่ 10 กันยายน 2564&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยหนังสือดังกล่าวระบุว่า ตามที่สัญญาดำเนินกิจการดาวเทียมสื่อสารภายในประเทศ จะหมดอายุในวันที่ 10 กันยายน 2564 ประกอบกับมีคำพิพากษาศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง เมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2553 ที่เกี่ยวข้องกับดาวเทียมไทยคม 4 (ไอพีสตาร์) และสัดส่วนการถือหุ้นของบริษัทอินทัชต่อบริษัทไทยคม ต่อมาคณะกรรมการปปช. ได้มีหนังสือถึงครม.ลงวันที่ 14 สิงหาคม 2563 พิจารณารายงานการตรวจสอบข้อเท็จจริงโดยมีข้อเสนอแนะว่า ครม.ควรกำหนดแนวทางให้เป็นไปตามคำพิพากษาของศาลฎีกาฯ กรณีไทยคม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ล่าสุดรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) ได้ตอบฝ่ายค้านในการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ไม่ตรงตามสัญญาดำเนินกิจการดาวเทียมสื่อสารภายในประเทศ ข้อที่ 15 เรื่อง ส่งมอบทรัพย์สิน เป็นการกระทำที่เอื้อประโยชน์กับบริษัท ไทยคม จำกัด (มหายน) ทำให้รัฐได้รับความเสียหาย จึงขอให้นายกรัฐมนตรี นำเรื่องเข้าประชุมครม. ก่อนวันที่ 10 กันยายน 2564 และขอให้มีมติต่อเรื่องดังกล่าว ดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1. ตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดีอีเอส และสอบสวนวินัยร้ายแรงปลัดกระทรวง ฐานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบหรือโดยทุจริตที่ไม่ได้ปฏิบัติไปตามคำพิพากษาศาลฎีกาฯ มติคณะรัฐมนตรีและข้อเสนอแนะของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติดังกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2. ให้กระทรวงดีอีเอส ดำเนินการยกเลิกสัญญาแก้ไขเพิ่มเติมสัญญาดำเนินกิจการดาวเทียมสื่อสารภายในประเทศ ฉบับที่ 5 ตามคำพิพากษาศาลฎีกาฯ และมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2554 (ให้คงหุ้นอินทัชในบริษัทไทยคม ไม่น้อยกว่า 51%) ให้กระทรวงดีอีเอส ดำเนินการรวบรวมเรียกร้องค่าเสียหายจากบริษัท ไทยคม จำกัด และบริษัท อินทัช โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) ในกรณีบริษัท ไทยคม จำกัด (มหาชน) ที่นำดาวเทียมไอพีสตาร์ไปใช้หาประโยชน์ต่างประเทศร้อยละ 94 เพื่อเป็นการบรรเทาความเสียหายที่เกิดขึ้นแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และ 3. ให้กระทรวงดีอีเอส ตรวจสอบการส่งมอบดาวเทียม สถานีควบคุมดาวเทียม และอุปกรณ์ต่างๆ ตลอดจนลูกค้าให้เป็นไปตามเงื่อนไข ข้อ 15 ของสัญญาดำเนินกิจการดาวเทียมสื่อสารภายในประเทศ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/115772</URL_LINK>
                <HASHTAG>ครม., ดาวเทียม, นพ.วรงค์  เดชกิจวิกรม, นายกฯ, เสกสกล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210906/image_big_6135a3736c4ab.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>113496</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/08/2021 16:56</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/08/2021 16:50</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เข้าทาง &#039;แรมโบ้&#039; เชิญ &#039;ณัฐวุฒิ&#039; ฟ้องเลย งานนี้รู้เรื่องใครอมเงินม็อบเสื้อแดง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;16 ส.ค.64 - นายเสกสกล อัตถาวงศ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า กรณีนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ อดีตแกนนำกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ(นปช.) และปัจจุบันเป็นแกนนำเครือข่ายขับไล่ประยุทธ์ ซึ่งเป็นผู้ประกาศนัดประชาชนมาทำกิจกรรมคาร์ปาร์ก โพสต์ข้อความผ่าน ทางเฟซบุ๊ก มอบหมายให้ทนายความฟ้องตนและ นายอานนท์ แสนน่าน อดีตประธานหมู่บ้านเสื้อแดงแห่งประเทศไทย ฐานหมิ่นประมาทพ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ และคดีแพ่งเรียกค่าเสียหายที่พูดให้ร้ายนายณัฐวุฒินั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;รู้สึกเป็นเกียรติและยินดีอย่างมากซึ่งผม รอเวลานี้มานานแล้ว เพราะอึดอัดหัวใจมานานเหลือเกิน เพราะผมสงสัยอยากรู้เอาเงินจากไหนมามากมายในการชุมนุมและเงินบริจาคจำนวนมากมายมหาศาลหายไปอยู่กับใคร&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายเสกสกล กล่าวว่า เชิญนายณัฐวุฒิ ฟ้องได้เลย ตนจะได้แฉความจริงว่านายณัฐวุฒิ เอาเงินจากไหนมาในการเคลื่อนไหวชุมนุมในช่วงการชุมนุมปี52 ปี 53&amp;nbsp;&amp;nbsp;รอมานานแล้ว ตนยังสงสารนายสมหวัง อัสราษี ที่เป็นหนึ่งในแกนนำกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ(นปช.) ที่ต้องถูกสรรพากรเรียกเก็บภาษีเงินในบัญชีนปช.เป็นจำนวนเงินถึง 572 ล้านบาท จนต้องถูกยึดทรัพย์และต้องยอมล้มละลาย ก็ขอให้นายณัฐวุฒิ รีบฟ้องตนเอง เพราะจะได้เชิญให้นายสมหวัง มาเป็นพยานให้ด้วยว่าใครนำเงินบริจาคในบัญชีของนปช.ไปไหนบ้าง เส้นทางเป็นอย่างไร ใครเป็นให้ทุนให้นายณัฐวุฒิมา เผาบ้านเผาเมือง จะได้รู้กันในศาล ก็ขอบอกนายณัฐวุฒิว่า ถ้าสาบานต่อหน้าศาลแล้วขอให้พูดความจริง อย่าพูดโกหกแสดงสภาโจ๊กต่อศาลก็แล้วกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/113496</URL_LINK>
                <HASHTAG>เสกสกล, เสกสกล อัตถาวงศ์, แรมโบ้</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210816/image_big_611a342aaa292.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>113444</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/08/2021 10:07</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/08/2021 10:07</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;หมอวรงค์&#039;บุกทำเนียบฯร้อง&#039;บิ๊กตู่&#039; ระงับประมูลดาวเทียมเอื้อเอกชน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;16 ส.ค. 64 - นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม รักษาการหัวหน้าพรรคไทยภักดี โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า &amp;quot;ต้องระงับการประมูลดาวเทียมเพื่อเอื้อเอกชน เช้าวันที่ 16 สิงหาคม เวลา 11.00 น.&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผมจะไปยื่นหนังสือถึงท่านนายกรัฐมนตรี ผ่านนายเสกสกล อัตถาวงศ์&amp;nbsp; เรื่องขอให้ระงับการประมูลและตรวจสอบข้อเท็จจริง ที่ให้สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เปิดประมูลใบอนุญาตเข้าใช้ตำแหน่งวงโคจรดาวเทียม ที่จะเปิดประมูล วันที่ 28 สิงหาคมนี้&amp;nbsp; ณ ศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ทำเนียบรัฐบาล (ตึก กพ. เดิม)&amp;quot;.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/113444</URL_LINK>
                <HASHTAG>กสทช., ดาวเทียม, นพ.วรงค์  เดชกิจวิกรม, นายกฯ, เสกสกล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210719/image_big_60f4dd44c8314.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>113225</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/08/2021 08:34</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/08/2021 08:34</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;แรมโบ้&#039; จ่อแจกคดีที่ 2 &#039;คุณหญิงสุดารัตน์&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;14 ส.ค.64 - นายเสกสกล อัตถาวงศ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี กล่าวถึง พรรคไทยสร้างไทยและสมาคมทนายความแห่งประเทศไทย เป็นตัวแทนประชาชน 700,000 รายชื่อที่ลงชื่อสนับสนุน ยื่นฟ้องต่อศาล กรณีรัฐบาล บริหารจัดการโควิดและจัดซื้อวัคซีนคุณภาพต่ำที่ขัดต่อรัฐธรรมนูญของรัฐบาล&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยนายเสกสกล กล่าวว่าคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ที่เป็นประธานพรรคไทยสร้างไทย และเป็นถึงอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข น่าจะเข้าใจสถานการณ์การแพร่ระบาดเชื้อโควิด-19 เป็นอย่างดี รวมถึงการจัดการวัคซีนต่างๆในขณะนี้ที่ประเทศทั่วโลกก็มีความต้องการเช่นเดียวกัน ดังนั้นการจัดหาวัคซีนเพื่อนำมาฉีดให้กับประชาชนยี่ห้อใด หรือของประเทศใด ก็ต้องนำมาฉีดให้กับประชาชนให้ได้มากที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่ข้อหาที่พรรคไทยสร้างไทยยื่นฟ้องต่อศาลรัฐบาลจัดซื้อวัคซีนคุณภาพต่ำขัดต่อรัฐธรรมนูญของรัฐบาล หากคุณหญิงสุดารัตน์หมายถึงวัคซีนซิโนแวค ตนเองก็ขอบอกว่าวัคซีนนี้ได้รับรองจากองค์การอนามัยโลกแล้ว และยังมีหลายประเทศก็นำวัคซีนยี่ห้อนี้มาฉีดให้กับประชาชนของตนเองเช่นเดียวกัน &amp;nbsp;ทั้งนี้แม้รัฐบาลจะจัดหาวัคซีนซิโนแวคเข้ามา แต่ยังมีวัคซีนยี่ห้ออื่นๆอีกหลายยี่ห้อรวมถึงวัคซีนชนิด mRNA เข้ามาเช่นเดียวกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายเสกสกล ยืนยันว่านายกฯ และรัฐบาล ไม่ได้นิ่งนอนใจในการแก้ไขปัญหาสถานการณ์โควิด-19 รวมถึงการบริหารจัดการวัคซีน อยากให้ประชาชนได้สิ่งที่ดีที่สุดอยู่แล้ว ซึ่งคุณหญิงสุดารัตน์ควรที่จะเข้าใจในเรื่องเหล่านี้ด้วย ไม่ใช่แต่จะอาศัยโอกาสนี้มาโจมตีนายกฯ และรัฐบาล เพื่อหวังว่าตนเอง และพรรคตนเองอาจจะได้เข้ามาทำงานแทน ซึ่งหากคิดเช่นนั้นตนเองก็ขอให้ย้อนมองดูตัวเองและพรรคตัวเองว่ามีศักยภาพหรือไม่ เพราะตั้งแต่คุณหญิงสุดารัตน์กลับมาเล่นการเมือง ตนเองยังไม่เคยเห็นว่าจะทำประโยชน์เพื่อบ้านเมืองและประชาชนเลย มีแต่ทำเพื่อตัวเองเท่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;คุณหญิงสุดารัตน์ คงหิวแสงมาก คราวก่อนก็โพสต์บิดเบือนว่าประเทศไทยยอดผู้ป่วยเป็นอันดับหนึ่งของโลก ตายเป็นอันดับสองของโลก ต้องรีบลบโพสต์แทบไม่ทัน หน้าแตกเย็บไม่ติด อับอายขายขี้หน้าเป็นถึงระดับคุณหญิงกล้าปล่อยเฟคนิวส์ ผมกำลังให้ฝ่ายกฎหมายตรวจสอบว่า ดำเนินคดีคุณหญิงว่ามีสิทธิ์ที่จะฟ้องนายกฯได้หรือไม่ และถ้าเจตนาต้องการใส่ร้ายป้ายสี หมิ่นประมาทนายกฯ คงต้องแจ้งความกลับคุณหญิงฯหิวแสงเป็นคดีที่สอง หลังจากที่เคยกล่าวหารัฐบาลฆาตกร จนผมไปแจ้งความดำเนินคดีที่ตำรวจกองปราบปรามฯไว้เรียบร้อยแล้ว&amp;quot;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายเสกสกล &amp;nbsp;กล่าวว่าอยากถามกลับคุณหญิงสุดารัตน์และพรรคไทยสร้างไทยที่กล่าวหาด้อยค่า วัคซีนซิโนแวท ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาว่าด้อยคุณภาพ ในเมื่อองค์การอนามัยโลก(WHO) ขึ้นทะเบียนรับรองคุณภาพแล้ว คุณหญิงฯและคนในพรรคไทยสร้างไทย คงจะหน้าแตกเย็บไม่ติด คงต้องใช้ปี๊บคลุมหัวกันทั้งพรรคเป็นแน่คราวนี้ อยากถามกลับว่า สิ่งที่คุณหญิงฯและพรรคไทยสร้างไทย เปิดแคมเปญและโพสต์ผิดพลาดครั้งแล้วครั้งเล่ามีเจตนาเพื่ออะไร หิวแสงอยากเป็นนายกฯจนเนื้อตัวสั่นหรือไร ทำไมไม่อดทนรอให้ครบวาระ4ปีเลือกตั้งใหม่ จะมาตีกินการเมืองในช่วงวิกฤติความเดือดร้อนประชาชนทำไม เป็นถึงคุณหญิงทำไมสมองคิดได้แค่นี้ ประชาชนจะฝากความหวังให้เป็นผู้นำบ้านเมืองคงไม่ได้ ถ้ายังมีหลักวิธีคิดได้เพียงแค่นี้ ถึงแม้จะเป็นนายกฯได้ตนคิดว่า ประชาชนคงพึ่งพาฝากความหวังไม่ได้เลย มีแต่จะนำพาประเทศไทยลงเหวลงทะเลอย่างแน่นอน ถ้าคุณหญิงฯยังมีหลักวิธีคิดได้เพียงแค่นี้&amp;quot;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/113225</URL_LINK>
                <HASHTAG>คุณหญิงสุดารัตน์, ฟ้องนายกฯ, เสกสกล, แรมโบ้, ไทยสร้างไทย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210814/image_big_61171cd6d866c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
