<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>50803</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/11/2019 13:17</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/11/2019 13:16</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โป๊ปเฝ้าสมเด็จพระสังฆราชมีพระราชดำรัส &#039;โรมันคาทอลิก-พุทธจักรไทย&#039; แน่นแฟ้นงดงาม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;21 พ.ย.62 - สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก เสด็จลงพระอุโบสถวัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม ทรงรับสมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิส ประมุขแห่งคริสต์ศาสนานิกายโรมันคาทอลิกและนครรัฐวาติกัน ซึ่งเสด็จเยือนราชอาณาจักรไทยอย่างเป็นทางการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โอกาสนี้ สมเด็จพระสังฆราช มีพระดำรัสรับเสด็จความว่า&amp;nbsp;&amp;ldquo;ขอถวายพระพรมหาบพิตรสมเด็จพระสันตะปาปาผู้ทรงสมณคุณอันประเสริฐ อาตมภาพในนามคณะสงฆ์ไทยขอถวายอนุโมทนาสาธุการในโอกาสที่มหาบพิตรเสด็จเยือนราชอาณาจักรไทยและเสด็จมาทรงเยี่ยมอาตมภาพในวาระนี้นับเป็นเหตุการณ์สำคัญทางประวัติศาสตร์อีกครั้งหนึ่ง ซึ่งพึงจดจารึกไว้เป็นศุภนิมิตแห่งน้ำใจไมตรีที่ศาสนจักรโรมันคาทอลิกกับพุทธจักรไทยมีสืบเนื่องกันมาอย่างแน่นแฟ้นราบรื่นและงดงามเป็นเวลาเนิ่นนานนับแต่ครั้งกรุงศรีอยุธยา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อ 35 ปีล่วงมาแล้ว ณ พระอุโบสถวัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม เฉพาะพระพักตร์พระพุทธอังคีรสประธานพระอุโบสถแห่งนี้ สมเด็จพระอุปัชฌายะของอาตมภาพ คือ สมเด็จพระสังฆราชเจ้ากรมหลวงชินวราลงกรณได้เสด็จลงทรงรับสมเด็จพระสันตะปาปายอห์นปอลที่2 เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์โลกที่ประมุขแห่งศาสนจักรโรมันคาทอลิกเสด็จมาทรงเยี่ยมประมุขแห่งพุทธจักรไทยณราชอาณาจักรไทย ภาพเหตุการณ์ในวันนั้นยังคงประทับอยู่ในความทรงจำของอาตมภาพผู้มีโอกาสได้เฝ้าอยู่ในการดังกล่าวด้วยทั้งสองพระองค์ทรงปราศรัยกันทรงแสดงพระอัธยาศัยอันงามต่อกันบนพื้นฐานแห่งพระเมตตาจิตอย่างแท้จริง ในฐานะนักบุญผู้ประเสริฐแห่งสองศาสนาซึ่งมุ่งหมายจะแผ่ความปรารถนาดีอย่างจริงใจไปสู่ทุกชีวิตอย่างไม่มีประมาณเป็นอุดมการณ์ร่วมกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขอถวายพระพรให้ทรงทราบว่า ใต้ฐานพระพุทธอังคีรสยังเป็นที่บรรจุพระบรมอัฐิพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวผู้เคยเสด็จพระราชดำเนินไปเฝ้าสมเด็จพระสันตะปาปาเลโอที่13 เมื่อพุทธศักราช 2440 เป็นที่บรรจุพระบรมราชสรีรางคารพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวและพระราชสรีรางคารสมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณีพระบรมราชินีผู้เคยเสด็จพระราชดำเนินไปเฝ้าสมเด็จพระสันตะปาปาปีโอที่ 11 เมื่อพุทธศักราช2477 อีกทั้งเป็นที่บรรจุพระบรมราชสรีรางคารพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศรมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราชบรมนาถบพิตรผู้เคยเสด็จพระราชดำเนินไปเฝ้าสมเด็จพระสันตะปาปายอห์นที่23 เมื่อพุทธศักราช 2503 และทรงเคยรับเสด็จสมเด็จพระสันตะปาปายอห์นปอลที่2 ซึ่งเสด็จเยือนราชอาณาจักรไทยเมื่อพุทธศักราช 2527&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ณ สถานที่แห่งนี้จึงเป็นมงคลสถานสำหรับการพบกันของเราทั้งสอง ด้วยส่วนแห่งพระวรกายของทุกๆ พระองค์ยังคงประดิษฐานเป็นสักขีพยานแห่งมิตรภาพซึ่งได้ทรงสร้างสรรค์ไว้นับแต่อดีตสมัยหากแต่ละพระองค์มีพระญาณวิถีใดที่จะทรงหยั่งทราบคงจะทรงโสมนัสพระราชหฤทัยไม่น้อยที่ได้ทอดพระเนตรเห็นความเจริญงอกงามแห่งทางพระราชไมตรีเป็นภาพอันน่าประทับใจอีกครั้งในวันนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การเสด็จมาครั้งนี้ของมหาบพิตรจึงไม่ใช่การมาของมิตรใหม่ หากแต่เป็นการมาเยือนของมิตรแท้อันเก่าแก่ของคนไทยระยะทางที่ห่างไกลกันหาใช่อุปสรรคของความสนิทสนมกลมเกลียวกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงสั่งสอนไว้ว่า&amp;lsquo;ผู้ไม่ประทุษร้ายมิตรย่อมมีผู้บูชาในที่ทั้งปวง.&amp;rsquo; &amp;lsquo;ผู้ไม่ประทุษร้ายมิตรย่อมผ่านพ้นศัตรูทั้งปวง.&amp;rsquo; บัดนี้ มหาบพิตรทรงพระอุตสาหะตรากตรำพระวรกายบนหนทางแสนไกลเสด็จเยือนราชอาณาจักรไทย และมาทรงเยี่ยมอาตมภาพด้วยน้ำพระทัยอันเปี่ยมด้วยมิตรภาพถึงที่นี้ อาตมภาพขอสนองน้ำพระทัยอันเปี่ยมด้วยมิตรภาพนั้นๆ ตอบถวายเป็นหลายเท่าทวีคูณ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้วยอานุภาพแห่งพระเมตตาธรรมซึ่งมหาบพิตรทรงเจริญมั่นอยู่ในพระหฤทัยและด้วยศุภผลแห่งกุศลเหตุ คือความไม่ประทุษร้ายมิตรขอมหาบพิตรทรงสถิตสถาพรเป็นปูชนียฐานอันประเสริฐของศาสนิกบริษัทและทรงพระเจริญในสมณคุณค้ำจุนให้ทรงผ่องแผ้วผ่านพ้นภัยพิบัติทั้งปวงสมตามพระพุทธานุศาสนีดังอาตมภาพอัญเชิญมาอ้างเป็นสัจจวาจาข้างต้นนี้ทุกประการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขอถวายพระพร &amp;rdquo;
&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/50803</URL_LINK>
                <HASHTAG>ประมุขแห่งคริสต์ศาสนานิกายโรมันคาทอลิก, สมเด็จพระสังฆราช, สมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิส, เสด็จเยือนไทย, โป๊ปฟรานซิส</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191121/image_big_5dd6284409239.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>50726</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/11/2019 19:04</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/11/2019 14:23</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;โป๊ปฟรานซิส&#039; เสด็จถึงไทย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;สมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิส องค์ประมุขแห่งคริสตจักรโรมันคาทอลิก เสด็จถึงประเทศไทยแล้วเมื่อช่วงเที่ยงที่ผ่านมา เริ่มการเสด็จเยือนเอเชียอย่างเป็นทางการที่ไทย ก่อนจะเสด็จเยือนญี่ปุ่นต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โป๊ปฟรานซิส (ขวา) เสด็จถึงท่าอากาศยานดอนเมือง โดยมีซิสเตอร์อานา โรซา ซิโวรี (ซ้าย) พระญาติ เป็นหนึ่งในคณะเฝ้ารับเสด็จ เมื่อวันพุธที่ผ่านมา / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานว่า เครื่องบินพระที่นั่งของสมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิสมาถึงท่าอากาศยานทหาร 2 กองบิน 6 ดอนเมือง เมื่อเวลาหลังเที่ยงวันของวันพุธที่ 20 พฤศจิกายน 2562 โดยรัฐบาลไทยมีนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี เป็นผู้นำคณะผู้แทนไทย ถวายการต้อนรับ ในคณะที่มาเฝ้ารับเสด็จยังรวมถึงซิสเตอร์อานา โรซา ซิโวรี พระญาติที่ทำงานอยู่ในประเทศไทยมานานหลายสิบปีด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โป๊ปตรัสกับซิสเตอร์อานา โรซา ว่าพระองค์ดีพระทัยที่ได้พบและซิสเตอร์สามารถทำหน้าที่ล่ามของพระองค์ที่นี่ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การเสด็จเยือนไทยและญี่ปุ่นครั้งนี้เป็นการเสด็จเยือนเอเชียครั้งที่ 3 ของโป๊ปฟรานซิส และเป็นการเสด็จเยือนไทยครั้งแรกในรอบเกือบ 4 ทศวรรษของประมุขแห่งคริสตจักรโรมันคาทอลิก ต่อจากสมเด็จพระสันตะปาปา จอห์น ปอล ที่ 2 เมื่อปี พ.ศ. 2527&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก่อนเริ่มการเสด็จโป๊ปฟรานซิสทรงยกย่องราชอาณาจักรไทยซึ่งมีคริสต์ศาสนิกชนชาวคาทอลิกเกือบ 400,000 คน หรือไม่ถึง 0.5% ของประชากร ว่าไทยเป็นประเทศที่มีความหลากหลายเชื้อชาติ และพระองค์หวังว่าการเสด็จเยือนครั้งนี้จะกระชับความมิตรภาพระหว่างชุมชนชาวคาทอลิกกับพี่น้องชาวพุทธจำนวนมากมายให้แนบแน่นยิ่งขึ้น&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/50726</URL_LINK>
                <HASHTAG>ซิสเตอร์อานา โรซา ซิโวรี, สมเด็จพระสันตะปาปา, สมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิส, เสด็จถึงไทย, เสด็จเยือนไทย, โป๊ปฟรานซิส</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191120/image_big_5dd4e9db56bc2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>45698</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/09/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/09/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โป๊ปฟรานซิสเสด็จเยือนไทย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; วาติกันออกแถลงการณ์ &amp;ldquo;โป๊ปฟรานซิส&amp;rdquo; เสด็จเยือนไทย 20-23 พ.ย.นี้ ในรอบ 35 ปี ก่อนเสด็จญี่ปุ่น ทรงประกอบพิธีมิสซาแบบสาธารณะ 2 ครั้ง สำหรับคริสตชนคาทอลิกทั่วประเทศและเยาวชนด้วย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันศุกร์ที่ 13 กันยายน สำนักวาติกันออกประกาศว่า สมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิสจะเสด็จเยือนประเทศไทย ระหว่างวันที่ 20-23 พฤศจิกายนปีนี้ จากนั้นจะเสด็จเยือนญี่ปุ่นจนถึงวันที่ 26 พ.ย. ซึ่งรวมถึงการเสด็จเยือนเมืองฮิโรชิมาและนางาซากิด้วย
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอเอฟพีรายงานว่า การเสด็จเยือนไทยและญี่ปุ่นของโป๊ปฟรานซิสปลายปีนี้ จะเป็นการเสด็จเยือนเอเชียครั้งที่ 3 ของพระองค์ นับแต่ทรงได้รับเลือกเป็นองค์ประมุขแห่งคริสตจักรโรมันคาทอลิกเมื่อ 5 ปีที่แล้ว โดยโป๊ปเคยเสด็จเยือนฟิลิปปินส์และศรีลังกาเมื่อปี 2557 ตามด้วยการเสด็จเยือนเมียนมาและบังกลาเทศเมื่อปี 2561
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คำแถลงของสำนักวาติกันกล่าวว่า โป๊ปจะเสด็จเยือนไทยระหว่างวันที่ 20-23 พ.ย. จากนั้นจะเสด็จต่อไปยังกรุงโตเกียวของญี่ปุ่น ระหว่างประทับที่ญี่ปุ่นจนถึงวันที่ 26 พ.ย. โป๊ปจะเสด็จเยือนเมืองฮิโรชิมาและนางาซากิ ซึ่งเป็นเมืองที่โดนสหรัฐอเมริกาทิ้งระเบิดปรมาณูสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยการเสด็จเยือนญี่ปุ่นจะเป็นการเสด็จเยือนครั้งแรกในรอบ 40 ปีของประมุขแห่งคริสตจักรโรมันคาทอลิก โป๊ปฟรานซิสทรงเคยตรัสเมื่อเดือนมกราคมว่า พระองค์มีพระประสงค์จะเยือนญี่ปุ่น ที่นั่นมีชาวคริสต์นับถือนิกายโรมันคาทอลิกประมาณ 450,000 คน ในขณะที่ข้อมูลของสำนักงานกิจการวัฒนธรรมของญี่ปุ่นกล่าวว่า มีชาวคริสต์นิกายโปรเตสแตนต์อยู่ในญี่ปุ่นด้วยประมาณ 510,000 คน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่โรงพยาบาลเซนต์หลุยส์ พระคาร์ดินัลฟรังซิสเซเวียร์ เกรียงศักดิ์ โกวิทวาณิช ประธานสภาประมุขบาดหลวงโรมันคาทอลิกแห่งประเทศไทย พร้อมด้วยอาร์ชบิชอป พอล ชาง อิน นัม เอกอัครสมณทูตนครรัฐวาติกันประจำประเทศไทย ร่วมแถลงข่าวและอ่านประกาศการเสด็จเยือนราชอาณาจักรไทยอย่างเป็นทางการของสมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิส โดยได้อ่านประกาศเป็นภาษาไทยและภาษาอิตาเลียน พร้อมถ่ายทอดผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ไปยังนครรัฐวาติกัน และประเทศญี่ปุ่น&amp;nbsp;
ใจความประกาศมีว่า &amp;quot;สมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิสจะเสด็จเยือนไทยอย่างเป็นทางการ ระหว่างวันที่ 20-23 พฤศจิกายน พุทธศักราช 2562 ตามคำเชิญของรัฐบาลไทยและสภาประมุขบาดหลวงโรมันคาทอลิกแห่งประเทศไทย กำหนดการต่างๆ ของการเสด็จเยือนดังกล่าวจะประกาศให้ทราบต่อไป&amp;quot;&amp;nbsp;
พระคาร์ดินัลฟรังซิสเซเวียร์ เกรียงศักดิ์ กล่าวว่า สมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิสทรงมีความโสมนัสยิ่งที่จะเสด็จเยือนไทยครั้งนี้ เป็นการจาริกเพื่อสร้างสะพานแห่งสันติภาพ และเพื่อการเสวนาระหว่างศาสนา เปิดมิติในการทำงานร่วมกันระหว่างศาสนาต่างๆ โดยพระองค์จะประกอบพิธีมิสซาแบบสาธารณะ 2 ครั้ง คือสำหรับคริสตชนคาทอลิกทั่วประเทศและสำหรับเยาวชน โดยประเทศไทยมีประชาชนนับถือคริสต์นิกายโรมันคาทอลิก 388,468 &amp;nbsp;คน หรือคิดเป็น 0.58% ซึ่งพระสันตะปาปาคือผู้สืบทอดตำแหน่งของนักบุญเปโตรเซนต์ปีเตอร์ที่ได้รับอำนาจสืบทอดมาจากพระเยซูคริสตเจ้า ทรงเป็นผู้แทนของพระเยซูคริสตพระเจ้าบนโลกนี้ และยังถือว่าเป็นบิชอปแห่งกรุงโรม&amp;nbsp;
ด้านความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างราชอาณาจักรไทยและสันตะสำนักแห่งนครรัฐวาติกัน มีหลักฐานการติดต่อทางพระราชไมตรีมาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา ส่วนการเยือนระหว่างประมุขแห่งรัฐมีขึ้นครั้งแรกในสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชดำเนินเข้าเฝ้าสมเด็จพระสันตะปาปาเลโอที่ 13 เมื่อปี พ.ศ.2440, พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว เสด็จฯ เข้าเฝ้าสมเด็จพระสันตะปาปาที่ 11 เมื่อปี พ.ศ.2477 และพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เสด็จฯ เข้าเฝ้านักบุญยอห์นที่ 23 พระสันตะปาปา เมื่อปี พ.ศ.2503&amp;nbsp;
ในการเสด็จเยือนประเทศไทยครั้งนี้ของสมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิส จะทรงประกอบศาสนกิจ เยี่ยมเยียนคริสตชนในไทย ระหว่างวันที่ 20-23 พ.ย.2562 รวม 4 วัน ก่อนจะเสด็จต่อไปยังประเทศญี่ปุ่น ในวันที่ 23-26 พ.ย.2562 ทั้งนี้ การเสด็จเยือนไทยของสมเด็จพระสันตะปาปานั้น เกิดขึ้นครั้งแรกเมื่อ พ.ศ.2527 เมื่อนักบุญยอห์น ปอล ที่ 2 พระสันตะปาปา เสด็จเยือนไทยอย่างเป็นทางการ ในฐานะพระราชอาคันตุกะ.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/45698</URL_LINK>
                <HASHTAG>วาติกัน, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เสด็จเยือนไทย, โป๊ปฟรานซิส</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190913/image_big_5d7ba890aafb9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>45676</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/09/2019 15:02</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/09/2019 14:49</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>วาติกันยืนยันแล้ว โป๊ปฟรานซิสเสด็จเยือนไทย พ.ย.นี้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;สำนักวาติกันประกาศเมื่อวันศุกร์ว่า สมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิสจะเสด็จเยือนประเทศไทยระหว่างวันที่ 20-23 พฤศจิกายนปีนี้ จากนั้นจะเสด็จเยือนญี่ปุ่นจนถึงวันที่ 26 พฤศจิกายน ซึ่งรวมถึงการเสด็จเยือนเมืองฮิโรชิมาและนางาซากิด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ โป๊ปฟรานซิส / Vincenzo PINTO / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; รายงานของเอเอฟพีเมื่อวันศุกร์ที่ 13 กันยายน กล่าวว่า การเสด็จเยือนไทยและญี่ปุ่นของโป๊ปฟรานซิสปลายปีนี้จะเป็นการเสด็จเยือนเอเชียครั้งที่ 3 ของพระองค์นับแต่ทรงได้รับเลือกเป็นองค์ประมุขแห่งคริสตจักรโรมันคาทอลิกเมื่อ 5 ปีที่แล้ว โดยโป๊ปเคยเสด็จเยือนฟิลิปปินส์และศรีลังกาเมื่อปี 2557 ตามด้วยการเสด็จเยือนเมียนมาและบังกลาเทศเมื่อปี 2561&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คำแถลงของสำนักวาติกันกล่าวว่า โป๊ปจะเสด็จเยือนไทยระหว่างวันที่ 20-23 พฤศจิกายน จากนั้นจะเสด็จต่อไปยังกรุงโตเกียวของญี่ปุ่น ระหว่างประทับที่ญี่ปุ่นจนถึงวันที่ 26 พฤศจิกายน โป๊ปจะเสด็จเยือนเมืองฮิโรชิมาและนางาซากิ ซึ่งเป็นเมืองที่โดนสหรัฐอเมริกาทิ้งระเบิดปรมาณูสมัยสงครามโลกครั้งที่่ 2&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การเสด็จเยือนญี่ปุ่นจะเป็นการเสด็จเยือนครั้งแรกในรอบ 40 ปีของประมุขแห่งคริสตจักรโรมันคาทอลิก โป๊ปฟรานซิสทรงเคยตรัสเมื่อเดือนมกราคมว่า พระองค์มีพระประสงค์จะเยือนญี่ปุ่น ที่นั่นมีชาวคริสต์นับถือนิกายโรมันคาทอลิกประมาณ 450,000 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ข้อมูลของสำนักงานกิจการวัฒนธรรมของญี่ปุ่นกล่าวว่า มีชาวคริสต์นิกายโปรเตสแตนท์อยู่ในญี่ปุ่นด้วยประมาณ 510,000 คน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/45676</URL_LINK>
                <HASHTAG>ญี่ปุ่น, สมเด็จพระสันตะปาปา, สำนักวาติกัน, เสด็จเยือนไทย, โป๊ปฟรานซิส, โป๊ปเยือนไทย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190913/image_big_5d7b4a8007a4a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>41412</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/07/2019 20:51</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/07/2019 20:47</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สื่ออิตาลีเผย &#039;โป๊ปฟรานซิส&#039; เตรียมเสด็จเยือนไทย-ญี่ปุ่น</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;มีรายงานอย่างไม่เป็นทางการจากสื่ออิตาลีว่า สมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิสจะเสด็จเยือนญี่ปุ่นช่วงปลายเดือนพฤศจิกายนปีนี้ โดยจะแวะเสด็จเยือนไทยก่อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ เมื่อวันที่ 31 พฤษภาคม 2562 สมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิสขณะประทับเครื่องบินเสด็จไปเยือนโรมาเนีย&amp;nbsp; / VATICAN MEDIA / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำนักข่าว ANSA ของอิตาลีอ้างรายงานจากเว็บไซต์ Il Sismografo ที่ติดตามข่าวสารของนครวาติกัน เมื่อวันพุธที่ผ่านมา ว่าโป๊ปฟรานซิสทรงมีกำหนดการจะเสด็จเยือนญี่ปุ่นและไทยช่วงปลายเดือนพฤศจิกายน แต่กำหนดการเดินทางอย่างเป็นทางการจะประกาศภายในสิ้นเดือนกรกฎาคมนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เว็บไซต์ข่าวสารคริสตจักรโรมันคาทอลิก La Croix International อ้างรายงานที่ไม่ยืนยันว่า โป๊ปจะเสด็จเยือนไทยก่อน แล้วจึงเสด็จเยือนญี่ปุ่นต่อไป ซึ่งหากข่าวนี้เป็นความจริง โป๊ปฟรานซิสจะเป็นองค์ประมุขแห่งคริสตจักรโรมันคาทอลิกองค์ที่ 2 ที่เสด็จเยือนไทย ต่อจากสมเด็จพระสันตะปาปา จอห์น ปอล ที่ 2 ที่เสด็จมาไทยเมื่อวันที่ 10 พฤษภาคม 2527&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานกล่าวว่า โป๊ปฟรานซิสทรงประกาศขณะประทับเครื่องบินเสด็จไปยังปานามาเมื่อวันพุธว่าพระองค์จะเสด็จเยือนญี่ปุ่นในเดือนพฤศจิกายน ซึ่งจะเป็นการเยือนญี่ปุ่นครั้งแรกของผู้นำคริสตจักรโรมันคาทอลินในรอบเกือบ 40 ปี ต่อจากโป๊ปจอห์น ปอล ที่ 2 โดยเว็บไซต์ Il Sismografo กล่าวว่าพระองค์จะเสด็จเยือนกรุงโตเกียว และเมืองนางาซากิกับฮิโรชิมา ระหว่างการเยือนที่คาดว่าจะเป็นระหว่างวันที่ 23-26 พฤศจิกายน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/41412</URL_LINK>
                <HASHTAG>สมเด็จพระสันตะปาปา, เสด็จเยือนญี่ปุ่น, เสด็จเยือนไทย, โป๊ปฟรานซิส</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190719/image_big_5d31c9d31a0fa.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
