<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>8609</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/05/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/05/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ใบประกอบวิชาชีพนักการเมือง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เสนอ จันทรา ได้ทำการศึกษาถึงสาเหตุของการยึดอำนาจในประเทศไทย ได้ค้นพบสาเหตุของการรัฐประหาร 3 สาเหตุ พอสรุปได้ดังนี้
1.การแก่งแย่งอำนาจกันเองในกลุ่มผู้นำในวงการรัฐบาล การแก่งแย่งแข่งขันกันมีอำนาจของบรรดาผู้นำทางการเมืองนี้เองทำให้ต้องมีการรัฐประหารกันอยู่เสมอตลอดระยะเวลาประมาณ 40 ปี นับตั้งแต่เริ่มต้นการปกครองระบอบประชาธิปไตยได้มีขึ้นในประเทศไทย เป็นผลให้การปกครองระบอบนี้มิได้ก้าวหน้าหรือเจริญเติบโตแพร่หลายในหมู่ประชาชน
2.ความเฉยเมยหรือความไม่เอาใจใส่ในกิจการทางการเมืองของสมาชิกในสังคม สาเหตุที่ประชาชนไทยไม่สนใจกิจการทางการเมืองสืบเนื่องมาจาก 2.1 สถานภาพทางเศรษฐกิจที่ยากจน 2.2 การได้รับการศึกษาทางการเมืองน้อย 2.3 ขาดสถาบันทางการเมืองที่เปิดโอกาสให้ประชาชนได้เข้าไปมีส่วนร่วมทางการเมือง
3.ตัวบุคคลผู้ทะเยอทะยานทางการเมือง ไม่พอใจต่อฐานะของตน หวังแก่งแย่งอำนาจทางการเมืองเพื่อสนับสนุนพรรคพวกของตน การแก่งแย่งอำนาจชิงดีชิงเด่นกันเช่นนี้ทำให้ประชาชนคนไทยเรารู้สึกเบื่อหน่ายต่อการปกครองของประเทศ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ความล้มเหลวของประชาธิปไตยไทยกลายเป็นความล้มเหลวของบุคคล เพราะเริ่มเบื่อหน่ายไม่สนใจ &amp;ldquo;สังคม&amp;rdquo; ก็ทำให้ไม่มองพลังทางสังคมอื่นๆ อีกมากที่เฝ้าบ่อนทำลายประชาธิปไตย หรือขัดขวางมิให้ระบอบนี้สามารถตั้งมั่นในสังคมไทยได้ ในขณะเดียวกันก็มองไม่เห็นว่าอุดมคติประชาธิปไตยฝังตัวลงอย่างรวดเร็วและกว้างขวางใน &amp;ldquo;สังคม&amp;rdquo; ได้อย่างไร ทั้งๆ ที่มีเผด็จการซึ่งอ้างความล้มเหลวของนักการเมืองในระบอบนี้รวบอำนาจไปอยู่เกือบตลอดมา แต่อย่างไรก็ตามเราคงต้องย้อนกลับมามองในฟากของคนทางการเมืองเองว่ามีความเข้มแข็งหรือไม่ มีคุณภาพหรือไม่ สาเหตุหนึ่งที่มักถูกหยิบยกขึ้นมาเป็นเหตุให้รัฐประหารก็คือ การฉ้อราษฎร์บังหลวงซึ่งก็เป็นจริงตามนั้น จะมากน้อย หนักเบาแล้วแต่กรณี ผู้เขียนจึงมีความสงสัยว่ากว่าที่คนคนหนึ่งจะได้เป็นหมอต้องใช้เวลาเรียนยาวนาน หรือถ้าต้องการเป็นหมอเฉพาะทางก็ยิ่งต้องใช้เวลาศึกษาเพิ่มเติมยาวนานยิ่งขึ้น คนที่จะเป็นครูจะสามารถไปทำหน้าที่สอนในโรงเรียนต่างๆ ได้ก็จะต้องผ่านการศึกษาเรียนรู้เฉพาะทาง ซึ่งทั้งสองวิชาชีพนี้กว่าจะได้ปฏิบัติหน้าที่ก็จะต้องได้รับใบประกอบวิชาชีพ หมายถึงผ่านมาตรฐานต่างๆ ที่กำหนดไว้เพื่อเป็นตัวชี้วัดความรู้ความสามารถเป็นอย่างดี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จะเป็นอย่างไรถ้านักการเมืองของเราจะมีใบประกอบวิชาชีพนักการเมืองด้วย เพื่อเป็นเครื่องรับรองว่านักการเมืองเหล่านี้มีมาตรฐาน มีคุณภาพ มีคุณธรรมจริยธรรม มีประวัติที่ขาวสะอาดได้รับการยอมรับว่าเป็นผู้ที่มีหัวใจแห่งการรับใช้ประชาชนอย่างแท้จริง มิได้เป็นนักการเมืองเพราะถูกกวาดต้อนมา บางคนเป็นเพียงผู้ติดตาม เป็นคนรับใช้ แต่อยู่ถูกที่ถูกเวลาก็ได้เป็น ส.ส.กับเขาได้ ถ้าเป็นจริงตามนั้นเราคงจะมีการเมืองที่มีเสถียรภาพไม่ต้องพายเรืออยู่ในอ่าง เลือกตั้ง-ปฏิวัติ ปฏิวัติ-เลือกตั้ง อย่างนี้อีกต่อไป.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/8609</URL_LINK>
                <HASHTAG>การยึดอำนาจในประเทศไทย, การแก่งแย่งอำนาจกันเอง, ความล้มเหลวของประชาธิปไตยไทย, ความเฉยเมยหรือความไม่เอาใจใส่, ตัวบุคคลผู้ทะเยอทะยานทางการเมือง, พบสาเหตุของการรัฐประหาร, รังสรรค์ ปู่ทอง, เป็นเรื่องเป็นราว, เสนอ จันทรา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180117/image_big_5a5f23f7bc12c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
