<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>102718</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/05/2021 21:02</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/05/2021 21:02</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ก้าวไกลเล่นใหญ่! จ่อเสนอกฎหมายเชือด &#039;ศาล-อัยการ-ตำรวจ&#039; บิดเบือนกฎหมาย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;12 พ.ค. 64&amp;nbsp;-&amp;nbsp;ที่พรรคก้าวไกล นายรังสิมันต์ โรม &amp;nbsp;และ นายวรภพ วิริยะโรจน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล แถลงข่าวต่อสื่อมวลชน เปิดตัวร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ ..) พ.ศ. &amp;hellip;. ว่าด้วยการเอาผิดเจ้าพนักงานยุติธรรมในฐานบิดเบือนกฎหมาย โดยพรรคก้าวไกลเตรียมยื่นเสนอต่อประธานสภาผู้แทนราษฎรต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายรังสิมันต์ กล่าวว่า ขอแสดงความยินดีต่อนักกิจกรรมทางการเมืองที่ได้รับการประกันตัว ซึ่งเป็นสิ่งที่พรรคก้าวไกลได้จับตามาตลอดว่าเกิดอะไรขึ้นกับกระบวนการยุติธรรม การได้รับการประกันตัวทั้งเมื่อวานนี้ (11 พ.ค.) และหลายกรณีที่ผ่านมาเป็นเรื่องที่น่ายินดีก็จริง แต่ไม่ใช่สิ่งที่ลบล้างว่าภายใต้การได้รับการประกันตัวดังกล่าวมีความไม่เป็นธรรมเกิดขึ้นอย่างไร และจากความไม่ธรรมเหล่านั้นจึงเป็นเหตุที่มีความจำเป็นในการร่างกฎหมายฉบับนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;สาระสำคัญของร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้ &amp;nbsp;คือการเพิ่มฐานความผิดเข้าไปในประมวลกฎหมายอาญา ภาค 2 ความผิด ลักษณะ 3 ความผิดเกี่ยวกับการยุติธรรม หมวด 2 ความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ในการยุติธรรม ได้แก่ความผิดฐานบิดเบือนกฎหมาย ของเจ้าพนักงานในการยุติธรรม เพื่อให้เกิดประโยชน์หรือความเสียหายแก่ผู้เสียหาย ผู้ต้องหา หรือคู่ความฝ่ายหนึ่งฝ่ายใด&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายรังสิมันต์ ระบุว่า เหตุผลที่พรรคก้าวไกลต้องเสนอร่าง พ.ร.บ. ดังกล่าว เนื่องจากในสังคมที่ปกครองด้วยหลักนิติรัฐ เจ้าพนักงานในกระบวนการยุติธรรมไม่ว่าจะเป็นงานสอบสวนทั้งตำรวจและฝ่ายปกครอง ผู้ว่าคดี พนักงานอัยการ ตลอดไปจนถึงผู้พิพากษาและตุลาการ ทั้งหมดล้วนเป็นผู้มีหน้าที่ในการดำเนินกระบวนการยุติธรรมเพื่อความเป็นธรรมของประชาชนภายใต้กฎหมายของบ้านเมือง เมื่อมีข้อกล่าวหาในทางคดีเกิดขึ้น การใช้อำนาจหน้าที่ของเจ้าพนักงานในการยุติธรรมจะต้องเป็นไปตามบทบัญญัติของกฎหมาย ทั้งกฎหมายสารบัญญัติและกฎหมายวิธีบัญญัติ โดยกล่าวได้ว่าเจ้าพนักงานในการยุติธรรมคือผู้รักษากฎหมาย ย่อมจะต้องปฏิบัติหน้าที่โดยสุจริตและด้วยความซื่อตรงต่อกฎหมายอย่างถึงที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;แต่ต้องยอมรับว่าเมื่อเวลาผ่านไป บุคคลเหล่านี้ไม่ได้ปฏิบัติหน้าที่ไปตามที่กฎหมายกำหนด ราวกับว่าพวกเขามีอคติบังตา แน่นอนว่าคนเหล่านี้เป็นมนุษย์ทั่วไปก็อาจกระทำไปโดยความรู้สึกส่วนตัวโดยไม่ได้สนใจว่า กฎหมายกำหนดอำนาจหน้าที่ให้กับตัวเองอย่างไร ผลที่เกิดขึ้นก็คือ มีการบิดเบือนในหลายกรณีและทำให้เกิดความเสียหาย ซึ่งไม่ใช่ต่อประชาชนผู้บริสุทธิ์เท่านั้น แต่เสียหายต่อกระบวนการยุติธรรมที่อุตส่าห์สร้างและสั่งสมมาและอาจจะถูกทำลายด้วยระยะเวลาที่ไม่นาน เพราะคดีเพียงไม่กี่คดีก็อาจทำให้ประชาชนหมดสิ้นศรัทธาต่อกระบวนการยุติธรรมได้&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายรังสิมันต์ กล่าวต่อไปว่า ตัวอย่างที่ทำให้ประชาชนรู้สึก เช่น กรณีศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยให้ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ไม่ต้องพ้นจากตำแหน่งรัฐมนตรี ทั้งที่ศาลรัฐธรรมนูญรับในข้อเท็จจริงกลายๆ ว่า เขาเคยถูกพิพากษาโดยศาลออสเตรเลียในประเด็นเรื่องการค้ายาเสพติด แต่ศาลรัฐธรรมนูญกลับอ้างถึงอำนาจอธิปไตย ทำราวกับว่ายังอยู่ในสมัยสมบูรณาญาสิทธิราชย์ที่ยังมีปัญหาเรื่องสิทธิสภาพนอกอาณาเขต &amp;nbsp;อันที่จริงแล้วเป็นเรื่องที่ไม่เกี่ยวข้องกัน เนื่องจากในปัจจุบันระบบกฎหมายไทยก็ยอมรับผลบางประการของคำพิพากษาของศาลต่างชาติ ทั้งกำหนดให้ความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดที่คนไทยกระทำนอกราชอาณาจักรจะต้องรับโทษและอยู่ในเกณฑ์ที่จะส่งผู้ร้ายข้ามแดน หากต่างประเทศมีบทบัญญัติความผิดลักษณะเดียวกันด้วย และนั่นไม่ได้ทำให้ประเทศไทยสูญเสียอธิปไตยในทางศาลเหมือนในอดีต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในขณะที่บทบัญญัติลักษณะต้องห้ามของ ส.ส. และรัฐมนตรีในรัฐธรรมนูญนั้น มุ่งเน้นที่จะคัดกรองมิให้ผู้มีประวัติมัวหมองเข้ามาใช้อำนาจในตำแหน่งสำคัญ แม้จะเป็นการต้องคำพิพากษาศาลต่างประเทศก็ถือเป็นประวัติที่มัวหมองได้เช่นกัน คำวินิจฉัยดังกล่าวได้ก่อประโยชน์ต่อ ร.อ.ธรรมนัส ให้ยังคงเป็น ส.ส. และรัฐมนตรีต่อไป ทั้งที่ข้อเท็จจริงชัดแจ้งว่าเคยมีการกระทำที่เข้าลักษณะต้องห้ามตามรัฐธรรมนูญ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประเด็นที่สอง คือเมื่อปี 2556 มีคำพิพากษาศาลฎีกาในคดีที่นักการเมืองท้องถิ่นกล่าวในรายการวิทยุเปรียบเปรยถึงบ้านเมืองในสมัยรัชกาลที่ 4 ว่าขาดอิสระเสรีภาพ โดยถูกพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 โดยอ้างว่ากฎหมายมิได้บัญญัติว่าห้ามหมิ่นประมาทพระมหากษัตริย์ที่ทรงครองราชย์อยู่เท่านั้น และการหมิ่นประมาทอดีตพระมหากษัตริย์ก็ย่อมกระทบถึงพระมหากษัตริย์องค์ปัจจุบันที่ยังคงครองราชย์อยู่ ทั้งที่การที่มาตรา 112 กำหนดกรรมของการกระทำไว้ที่เฉพาะบุคคลใน 4 ตำแหน่ง ได้แก่ พระมหากษัตริย์ พระราชินี รัชทายาท และผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์เท่านั้น ย่อมหมายถึงบุคคลซึ่งดำรงตำแหน่งดังกล่าวและมีอำนาจหน้าที่ตามตำแหน่งดังกล่าว ณ ปัจจุบันเท่านั้น มิได้รวมถึงอดีตกษัตริย์ ซึ่งหากตีความแบบนี้ก็ต้องรวมพระเจ้าเอกทัศน์ด้วยใช่หรือไม่ มิเช่นนั้นแล้วมาตรานี้ก็ยังต้องใช้กับการหมิ่นประมาทผู้ที่เคยเป็นผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ไปเสียหมดทุกคน ซึ่งนั่นไม่ใช่ความมุ่งหมายของกฎหมายมาตราดังกล่าวอย่างแน่นอน ซึ่งคำพิพากษาดังกล่าว แม้จะให้รอลงอาญา แต่ก็ได้สร้างความเสียหายแก่จำเลยให้กลายเป็นผู้มีความผิดติดตัว ทั้งที่เขาไม่ได้กระทำการอันเข้าข่ายความผิดนั้น จึงต้องถามว่าเป็นการตีความเกินกฎหมายและเป็นตัวอย่างของการบิดเบือนกฎหมายใช่หรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ตัวอย่างล่าสุดคือในช่วงเกือบ 1 ปีที่ผ่านมา ที่ประชาชนได้ออกมาชุมนุมประท้วงต่อต้านรัฐบาลและเรียกร้องการปฏิรูปสถาบันพระมหากษัตริย์ ทำให้ในเวลาต่อมามีความพยายามแจ้งความดำเนินคดีต่อผู้ชุมนุมคนสำคัญ ซึ่งบุคคลเหล่านี้ก็ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี ไม่ว่าจะไปพบพนักงานสอบสวนหรือขึ้นศาล ไม่พบพฤติการณ์ของการหลบหนีหรือยุ่งเหยิงพยานหลักฐานแต่อย่างใด แต่ในทางปฏิบัติ เมื่อเกี่ยวกับมาตรา 112 ศาลกลับไม่ให้ประกันตัว หรือกว่าจะให้ประกันตัวต้องไปยื่นนับสิบครั้งถึงจะได้ เช่น กรณีคุณเพนกวิ้น และสร้างเงื่อนไขที่ไม่ได้เกี่ยวกับประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 108/1 แต่ไปห้ามวิพากษ์วิจารณ์สถาบันพระมหากษัตริย์ ห้ามว่าจะต้องไม่เข้าไปร่วมกับการชุมนุมที่เกี่ยวข้องกับสถาบันพระมหากษัตริย์ จึงเท่ากับว่าศาลกำลังตัดสินให้คนเหล่านี้ผิดไปแล้วโดยยังไม่มีการดำเนินการพิจารณาตามกฎหมายแต่อย่างใด กลายเป็นศาลได้สร้างเงื่อนไขที่ไม่ได้อยู่บนพื้นฐานแห่งกฎหมาย ศาลไม่ให้ประกันตัวทั้งที่ไม่ได้ละเมิดเหตุแห่งกฎหมายแต่อย่างใด ทั้งไม่หลบหนีหรือไม่ยุ่งเหยิงพยานหลักฐาน การที่ศาลใช้ดุลพินิจแบบนี้ก็เกิดคำถามว่าศาลเอาฐานกฎหมายอะไรในการมาดำเนินคดีหรือพิจารณากับประชาชน&amp;rdquo;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายรังสิมันต์ กล่าวต่อว่า ด้วยเหตุผลเหล่านี้ ถ้าปล่อยให้กระบวนการยุติธรรมเป็นแบบนี้ต่อไปเรื่อยๆ คงไม่มีประชาชนเชื่อกระบวนการยุติธรรมอีกต่อไป กระบวนการยุติธรรมจะพังทลาย และถ้ากระบวนการยุติธรรมพังทลาย ประเทศนี้จะอยู่อย่างไร จึงเป็นที่มาที่พรรคก้าวไกลได้ตั้งคณะทำงานขึ้นเพื่อแก้ปัญหาดังกล่าว โดยได้ไปการศึกษา พบว่า ในต่างประเทศได้มีการบัญญัติไว้ในกฎหมายให้การบิดเบือนกฎหมายนั้นเป็นความผิดอาญา เช่น สหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี บัญญัติในประมวลกฎหมายอาญา (Strafgesetzbuch &amp;ndash; StGB) มาตรา 339 (Section 339) ความว่า &amp;ldquo;ผู้พิพากษา เจ้าพนักงานของรัฐ หรืออนุญาโตตุลาการ ผู้ปฏิบัติหน้าที่หรือวินิจฉัยในปัญหาข้อกฎหมาย กระทำการบิดเบือนกฎหมาย ก่อให้เกิดประโยชน์หรือความเสียหายของคู่ความ ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่หนึ่งปีถึงห้าปี&amp;rdquo; (Judges, other public officials or arbitrators who, in the course of conducting or deciding a legal matter, bend the law for the benefit or to the detriment of a party incur a penalty of imprisonment for a term of between one year and five years.)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยนัยก็คือเขามองว่า เจ้าพนักงานเหล่านี้เช่นศาลก็สามารถกระทำความผิดบิดเบือนกฎหมายได้ บทบัญญัติดังกล่าวมีนักกฎหมายไทยให้ความสนใจในการศึกษา เช่น ในวิทยานิพนธ์ &amp;ldquo;ความผิดฐานบิดเบือนกฎหมายของผู้พิพากษา: ศึกษาเปรียบเทียบกับกฎหมายเยอรมัน&amp;rdquo; ของ เหมือน สุขมาตย์ ปัจจุบันเป็นอาจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เขียนขึ้นเมื่อปี 2560 ได้เสนอว่า ควรมีการกำหนดฐานความผิดดังกล่าวไว้ในระบบกฎหมายของไทย อย่างไรก็ตามในปัจจุบันประมวลกฎหมายอาญาของไทยยังมิได้กำหนดฐานความผิดดังกล่าวไว้เป็นการเฉพาะ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้วยเหตุนี้ พรรคก้าวไกลจึงนำขอเสนอร่าง พ.ร.บ. ดังกล่าว เพื่อแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา โดยเพิ่มมาตรา 200/1 ในวรรคหนึ่ง กำหนดฐานความผิดจากการบิดเบือนกฎหมายของพนักงานอัยการ ผู้ว่าคดี และพนักงานสอบสวน ความว่า &amp;ldquo;ผู้ใดเป็นเจ้าพนักงานในตำแหน่งพนักงานอัยการ ผู้ว่าคดี หรือพนักงานสอบสวน กระทำการบิดเบือนกฎหมายในการสอบสวนและการสั่งฟ้องหรือไม่ฟ้องคดี ด้วยการทำความเห็นควรสั่งฟ้องหรือไม่ฟ้องคดี หรือกระทำความเห็นทางคดีอย่างอื่นอันจะมีผลกระทบต่อการสั่งฟ้องหรือสั่งไม่ฟ้องคดีโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย เพื่อให้เกิดประโยชน์หรือความเสียหายแก่ผู้เสียหายหรือผู้ต้องหา ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่หนึ่งปีถึงสิบปี&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนในวรรคสอง กำหนดฐานความผิดจากการบิดเบือนกฎหมายของผู้พิพากษาและตุลาการ ความว่า &amp;ldquo;ผู้ใดเป็นเจ้าพนักงานในตำแหน่งตุลาการ กระทำการบิดเบือนกฎหมายในการพิจารณาคดี การทำคำสั่งรับหรือไม่รับฟ้อง การทำคำพิพากษาหรือคำสั่งชี้ขาดตัดสินคดี หรือการทำคำสั่งคำร้องหรือคำขออื่นใด เพื่อให้เกิดประโยชน์หรือความเสียหายแก่ผู้เสียหาย ผู้ต้องหา หรือคู่ความฝ่ายหนึ่งฝ่ายใด ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่สามปีถึงยี่สิบปี&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ร่างกฎหมายพรรคก้าวไกลฉบับนี้จะเสนอสู่สภาโดยเร็ว หากผ่านกฎหมายฉบับนี้ จะเป็นนิมิตรใหม่หรือเป็นก้าวย่างสำคัญของกระบวนการยุติธรรม ต้องยอมรับว่าศาลยุติธรรมอยู่ในสภาวะที่จะเรียกว่าจะโปร่งใสก็ไม่โปร่งใส จะมืดมนก็ไม่มืดมน ที่ผ่านมาอาจจะได้ยินมาตลอดว่าศาลยุติธรรมอยู่ภายใต้การตรวจสอบถ่วงดุลกันข้างใน แต่จากกรณีต่างๆ ที่เกิดขึ้นกำลังแสดงให้เห็นว่า ศาลที่กำลังเป็นอยู่ เป็นศาลที่ปราศจากการยอมรับของประชาชนมากขึ้นเรื่อยๆ เราหวังว่า ผู้เกี่ยวของในกระบวนการยุติธรรมจะปฏิบัติหน้าที่โดยปราศจากการบิดเบือนกฎหมายต่อไป เราเชื่อว่าการทำหน้าที่ของผู้พิพากษา อัยการ พนักงานสอบสวน ต้องปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อตรงต่อกฎหมาย ถึงเวลาแล้วที่เราจะต้องทวงกระบวนการยุติธรรมจากขุนนางผู้ใช้กฎหมายเพื่อห้ำหั่นผู้บริสุทธ์ ก่อนที่กระบวนการยุติธรรมจะถูกทำให้ไร้ความหมายไปมากกว่านี้ จึงอยากให้ทุกคนได้ติดตามและเราจะยื่นสู่สภาในเร็ววันนี้&amp;rdquo; นายรังสิมันต์ กล่าว.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/102718</URL_LINK>
                <HASHTAG>พรรคก้าวไกล, รังสิมันต์ โรม, เสนอกฎหมาย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210313/image_big_604c079838f63.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>30842</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/03/2019 21:28</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/03/2019 21:18</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ส.ส.รีพับลิกัน-เดโมแครตสลายขั้ว จับมือกันเสนอร่างกัญชาถูกกฎหมาย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ส.ส.พรรครีพับลิกันและเดโมแครตผนึกความร่วมมือกันเสนอร่างกฎหมายเข้าสู่สภาคองเกรสเมื่อวันพฤหัสบดี เพื่อให้ลบกัญชาออกจากรายชื่อสารอันตรายที่บังคับใช้ตามนโยบายต่อต้านยาเสพติดแต่โบร่ำโบราณของรัฐบาลกลางสหรัฐ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทุลซี กับบาร์ด ส.ส.เดโมแครต (ขวา) และดอน ยัง ส.ส.รีพับลิกัน ประกาศความร่วมมือเสนอกฎหมายว่าด้วยกัญชาถูกกฎหมาย ที่อาคารรัฐสภาสหรัฐ เมื่อวันที่ 7 มี.ค. 2562 / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานเอเอฟพีกล่าวว่า ทุลซี กับบาร์ด ส.ส.ฮาวายพรรคเดโมแครต และดอน ยัง ส.ส.อะแลสกา พรรครีพับลิกัน แสดงความเป็นเอกภาพต่างพรรคในช่วงยามที่การเมืองสหรัฐแบ่งขั้วกันชัดเจน ด้วยการเสนอร่างกฎหมายฉบับนี้ โดยกับบาร์ดยกเหตุผลว่า นโยบายของรัฐบาลกลางสหรัฐในปัจจุบันยังทำให้การใช้กัญชาเป็นสิ่งผิดกฎหมายและจับกุมคุมขังผู้คนไว้จำนวนมาก ทั้งที่บางมลรัฐได้อนุญาตให้ใช้กัญชาได้อย่างถูกกฎหมายแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ปัจจุบันมี 33 มลรัฐจาก 50 มลรัฐ รวมถึงกรุงวอชิงตันที่กฎหมายอนุญาตให้ใช้กัญชาเพื่อการแพทย์&amp;nbsp; ขณะที่ 10 มลรัฐและกรุงวอชิงตันยังอนุญาตให้ใช้กัญชาเพื่อสันทนาการด้วย แต่ตามนโยบายของรัฐบาลกลางสหรัฐ กัญชายังคงอยู่ในบัญชียาอันตรายของสำนักงานปราบปรามยาเสพติด ในประเภทเดียวกับสารเสพติดเช่นแอลเอสดีและเฮโรอีน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กับบาร์ดซึ่งเป็นทหารผ่านศึกอิรักกล่าวว่า อดีตทหารหลายคนต้องผจญกับความเจ็บปวดเรื้อรังและอาการกระทบกระเทือนทางจิตใจภายหลังบาดเจ็บ คนเหล่านี้ไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องรับยาโอปิออยด์ที่ทำให้เกิดอาการเสพติด แต่หลายคนจะเลือกใช้กัญชาเพื่อการแพทย์หากได้รับโอกาส&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส.ส.หญิงซึ่งต้องการลงแข่งขันเป็นตัวแทนพรรคเดโมแครตชิงเก้าอี้ประธานาธิบดีสหรัฐ ยังได้กล่าวโจมตีการใช้งบประมาณหลายพันล้านดอลลาร์ไปกับการคุมขังผู้ที่ทำความผิดคดียาเสพติดที่ไม่รุนแรงด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อเดือนมกราคม 2561 รัฐบาลของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้ยกเลิกคำสั่งประธานาธิบดี 5 ฉบับที่ออกโดยประธานาธิบดีบารัค โอบามา ซึ่งสั่งการให้เจ้าหน้าที่รัฐบาลกลางระงับการดำเนินคดีกับผู้ซื้อหรือผู้ขายกัญชา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กับบาร์ดกล่าวว่า ตัวบทที่เธอร่วมกับยังเสนอเข้าสภานี้จะแก้ไขความแตกต่างระหว่างกฎหมายของมลรัฐกับของรัฐบาลกลางที่สร้างความไร้ระเบียบด้านเศรษฐกิจ และสร้างความสับสนและไม่แน่ใจในหมู่ธนาคารและธุรกิจที่ได้รับใบอนุญาตจากมลรัฐ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ยังกล่าวว่า ผู้ประกอบอาชีพด้านกัญชานั้นไม่สามารถเข้าถึงระบบธนาคารได้ และอาจจะโดนสรรพากรตามดำเนินคดีอีกด้วย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/30842</URL_LINK>
                <HASHTAG>กัญชาถูกกฎหมาย, คองเกรส, ส.ส.รีพับลิกัน, ส.ส.เดโมแครต, สหรัฐ, เสนอกฎหมาย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190308/image_big_5c827978cd5ad.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>21849</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/11/2018 21:34</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/11/2018 21:32</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จีนเสนอกฎหมายใหม่ ฟันบริษัทวัคซีนปลอมผลทดสอบ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ทางการจีนล้อมคอกวัคซีนปลอม เสนอร่างกฎหมายลงโทษบริษัทผลิตวัคซีนที่โกงผลทดสอบและความผิดอื่นๆ โดยกำหนดโทษปรับ 5 ล้านหยวน หรือราว 23.76 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ เมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม 2561 พยาบาลเตรียมวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าที่ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคติดต่อในเมืองหวยเป่ย มณฑลอานฮุย / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ร่างกฎหมายดังกล่าวโพสต์ทางเว็บไซต์ของหน่วยงานควบคุมการตลาดแห่งชาติจีนเมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายน 2561 โดยเอเอฟพีรายงานว่า กฎหมายนี้จะบังคับใช้ตั้งแต่การผลิต, จัดจำหน่ายและการใช้วัคซีน ซึ่งเป็นครั้งแรกที่จีนเสนอร่างกฎหมายในเรื่องวัคซีนโดยตรง ก่อนหน้านี้วัคซีนอยู่ในการควบคุมของกฎหมายยา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ร่างกฎหมายใหม่กำหนดบทลงโทษปรับสูงสุด 5 ล้านหยวน หรือราว 23.76 ล้านบาท สำหรับผู้กระทำความผิดที่เกี่ยวข้องกับการปลอมแปลงผลทดสอบวัคซีน, ไม่เรียกคืนวัคซีนที่พบปัญหา และได้กำหนดบทลงโทษร้ายแรงกับผู้มีส่วนร่วมในพฤติกรรมที่ผิดกฎหมายหรือขัดขวางการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อเดือนกรกฎาคม คณะกรรมการอาหารและยาของจีนตรวจพบวัคซีนป้องกันพิษสุนัขบ้าที่ผลิตโดยบริษัท ฉางชุนฉางเชิง ไบโอเทคโนโลยี ไม่ได้มาตรฐาน และมีการปลอมผลทดสอบวัคซีน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาในเดือนสิงหาคม ทางการจีนปรับเงินบริษัทนี้ 1,300 ล้านหยวน ประธานหญิงของบริษัทและพวกเกี่ยวข้องอีก 14 คนโดนจับกุม เจ้าหน้าที่มณฑลและเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นกว่า 10 คนถูกไล่ออก รวมถึงเจ้าหน้าที่ระดับสูงในคณะกรรมอาหารและยาของจีน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จีนตกเป็นข่าวหลายครั้งในเรื่องของอาหาร, ยาและผลิตภัณฑ์อื่นที่ไม่ได้มาตรฐานหรือเป็นพิษ แม้รัฐบาลจีนออกมาย้ำหลายครั้งว่าจะปราบปรามเรื่องนี้อย่างจริงจัง.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/21849</URL_LINK>
                <HASHTAG>จีน, ปลอมผลทดสอบ, วัคซีนปลอม, วัคซีนพิษสุนัขบ้า, เสนอกฎหมาย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181112/image_big_5be98de158432.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
