<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>115296</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/09/2021 15:16</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/09/2021 15:15</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ก.ล.ต. นับหนึ่งไฟลิ่ง “สีเดลต้า หรือ DPAINT” เตรียมเข้าเทรด mai ปีนี้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; บมจ.สีเดลต้า หรือ DPAINT หนึ่งในผู้นำผลิตภัณฑ์สีทาอาคารรายใหญ่ กางแผนเข้าจดทะเบียนใน mai ปีนี้ ล่าสุด ก.ล.ต. ไฟเขียวนับหนึ่งไฟลิ่งเรียบร้อยแล้ว เตรียมเสนอขายหุ้น IPO 53.25 ล้านหุ้น คิดเป็น 23.15% ระดมทุนขยายธุรกิจรองรับโอกาสการเติบโตไปพร้อมกับอุตสาหกรรมก่อสร้างและอสังหาริมทรัพย์ที่ขยายตัว โดยเฉพาะแผนเร่งลงทุนหลังโควิด เสริมขีดความสามารถในการแข่งขัน โดยเพิ่มความแข็งแกร่งและสภาพคล่องทางการเงินของบริษัท ผ่านการลงทุนและพัฒนาต่างๆ เช่น การปรับปรุงโรงงาน เครื่องจักร และระบบการผลิตที่โรงงานสุวินทวงศ์ ซึ่งตั้งเป้าเป็นโรงงานนวัตกรรมที่ออกแบบตามแนวคิดเพื่อความยั่งยืน รวมทั้งการซื้อเครื่องผสมสี จำนวน 440 เครื่อง การทำระบบ ERP และห้อง LAB รวมถึงใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียน ชูจุดเด่น การขยายฐานลูกค้า และพัฒนาคุณภาพผลิตภัณฑ์&amp;nbsp; หนุนอัตรากำไรขั้นต้นสูงระดับ 44%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นายรณฤทธิ์ ตั้งคารวคุณ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สีเดลต้า จำกัด (มหาชน) หรือ DPAINT เปิดเผยว่า &amp;ldquo;การเสนอขายหุ้นไอพีโอครั้งนี้เป็นการเปิดโอกาสให้ประชาชนและนักลงทุนได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการต่อยอดความสำเร็จของเราในฐานะผู้นำในธุรกิจสีทาอาคาร ที่มีศักยภาพและความพร้อมสูงในการสร้างความเติบโตเพื่อรองรับการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจในช่วงหลังโควิด-19 ด้วยจุดแข็งด้านกลยุทธ์ที่มุ่งเน้นการพัฒนาสินค้าคุณภาพที่สูง ง่ายต่อการใช้งาน และคุ้มค่า สามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้อย่างครอบคลุม กลุ่มผู้ถือหุ้นใหญ่อยู่ในอุตสาหกรรมยาวนานกว่า 42 ปี มีความเข้าใจอย่างลึกซึ้งในสภาวะการแข่งขันและการสร้างความได้เปรียบในการทำการตลาด รวมทั้งทีมผู้บริหารที่มีความเชี่ยวชาญ สามารถเจาะขยายฐานลูกค้ากลุ่มเป้าหมายเป็นอย่างดี ตลอดจนมีทีมวิจัยและพัฒนาที่มุ่งมั่นพัฒนาผลิตภัณฑ์อย่างมีเอกลักษณ์ มีการใช้เทคโนโลยีการผลิตระดับโลก ตลอดจนเครือข่ายคู่ค้าที่แข็งแกร่งทั่วประเทศ สามารถส่งมอบผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพและตรงความต้องการในแต่ละกลุ่มลูกค้าเป้าหมายสู่ตลาดได้อย่างต่อเนื่อง&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; บริษัทฯ DPAINT เป็นผู้ผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์สีทาอาคารรายใหญ่ ภายใต้พันธกิจในการมอบ &amp;ldquo;คุณค่าที่มากกว่า&amp;rdquo; ให้สังคมไทย ประกอบธุรกิจผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์สีทาอาคาร (Decorative Paint) แบ่งเป็น สีคุณภาพพิเศษ สีคุณภาพสูง และสีคุณภาพคุ้มค่า โดยมีกลุ่มลูกค้า ได้แก่ ผู้รับเหมาและช่างทาสี เจ้าของที่พักอาศัย และเจ้าของโครงการทั้งภาครัฐและเอกชน ด้วยความมุ่งมั่นที่ต้องการมอบ &amp;ldquo;คุณค่าที่มากกว่า&amp;rdquo; บริษัทฯ มุ่งพัฒนาผลิตภัณฑ์อย่างต่อเนื่อง ยกระดับคุณภาพผลิตภัณฑ์ด้วยเทคโนโลยีระดับโลกเพื่อตอบสนองการใช้งานในแต่ละกลุ่มเป้าหมาย พร้อมคำนึงถึงความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม เช่น DPAINT เป็นบริษัทแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ที่นำเครื่องจักรผลิตสีด้วยเทคโนโลยีแบบสูญญากาศมาใช้ในกระบวนการผลิต ซึ่งช่วยเพิ่มกำลังการผลิต และลดการใช้พลังงานไปพร้อมๆ กัน รวมถึงการคิดค้นผลิตภัณฑ์ Toptech สีรองพื้นปูนพิเศษสูตรน้ำนวัตกรรมสีรองพื้น ช่วยลดระยะการทำงานของช่างทาสีได้ถึง 75% เป็นเทคโนโลยีเดียวกับที่สหรัฐอเมริกาเลือกใช้กับแลนด์มาร์กระดับโลก และล่าสุด DPAINT ได้ร่วมจับมือกับดิสนีย์ เปิดตัวสีเดลต้าเมจิก ชิลด์ (DELTA MAGIC SHIELD) สีทาภายใน เกรดอัลตร้าพรีเมียม เพื่อให้กลุ่มลูกค้าที่เป็นแฟนคลับดิสนีย์ ได้เพลิดเพลินกับการเนรมิตห้องในฝันด้วยสีสันแห่งจินตนาการจากดิสนีย์ โดยบริษัทฯและบริษัทย่อยจัดจำหน่ายสินค้าผ่านร้านโมเดิร์นเทรด (Modern Trade) ร้านค้าปลีก (Retail) ครอบคลุมเกือบทั่วประเทศ รวมทั้ง งานโครงการ (Project) และการบริการเครื่องผสมสีที่นำไปติดตั้งให้ลูกค้าที่เป็นร้านค้าใช้งาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นางสาวเดือนพรรณ ลีลาวิวัฒน์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไพโอเนีย แอดไวเซอรี่ จำกัด ในฐานะที่ปรึกษาทางการเงิน กล่าวว่า หลังจาก DPAINT ยื่นแบบแสดงรายการข้อมูล (Filing) เพื่อเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนให้แก่ประชาชนครั้งแรก (IPO) จำนวนไม่เกิน 53.25 ล้านหุ้น คิดเป็น 23.15% ของจำนวนหุ้นสามัญที่ออกและเรียกชำระแล้วทั้งหมดภายหลังการเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนในครั้งนี้ มูลค่าที่ตราไว้ (Par value) 1.00 บาทต่อหุ้น ล่าสุด สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (สำนักงาน ก.ล.ต.) ได้นับหนึ่งแบบแสดงรายการข้อมูล (Filing) เรียบร้อยแล้ว ตามแผนคาดว่าจะสามารถเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai) หมวดธุรกิจ อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง ภายในปีนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ปัจจุบัน DPAINT มีทุนจดทะเบียน 230,000,000 บาท ทุนจดทะเบียนที่ออกและชำระแล้ว 176,750,000 บาท การระดมทุนครั้งนี้จะนำเงินที่ได้ไปขยายธุรกิจ โดยนำไปใช้เป็นเงินทุนในการปรับปรุงโรงงาน เครื่องจักร และระบบการผลิตที่โรงงานสุวินทวงศ์ รวมทั้ง ใช้เป็นเงินทุนในการซื้อเครื่องผสมสี จำนวน 440 เครื่อง ภายในปี 2568 และใช้เป็นเงินทุนในการทำระบบ ERP ใช้เป็นเงินทุนสร้างห้อง LAB ภายในปี 2565 ส่วนที่เหลือใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ทั้งนี้ บริษัทฯ มีนโยบายจ่ายเงินปันผลให้แก่ผู้ถือหุ้นไม่น้อยกว่าร้อยละ 40 ของกำไรสุทธิของงบการเงินเฉพาะกิจการที่เหลือหลังจากหักภาษีเงินได้นิติบุคคล และทุนสำรองต่างๆ ตามกฎหมาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; โครงสร้างของผู้ถือหุ้น ประกอบด้วยกลุ่มนายอาจณรงค์ ตั้งคารวคุณ เป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ สัดส่วนก่อนและหลัง IPO ที่ 96.18% และ 73.91% ตามลำดับ นอกจากนี้ ทรัสต์เพื่อกิจการเงินร่วมลงทุน กองทุนร่วมลงทุนในกิจการ SMEs (กองทุนย่อยกองที่ 2) โดยบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน วรรณ จำกัด ในฐานะทรัสตี ถือหุ้นในสัดส่วนก่อนและหลัง IPO ที่ 3.76% และ 2.89% ตามลำดับ และบริษัท พีพีเอ็ม แอ็ดไวเซอรี จำกัด ถือหุ้นในสัดส่วนก่อนและหลัง IPO ที่ 0.06% และ 0.04% ตามลำดับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; สำหรับฐานะทางการเงินที่แข็งแกร่ง ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา (ปี 2561 &amp;ndash; 2563) มีการเติบโตต่อเนื่องทั้งรายได้และกำไร โดยบริษัทฯ และบริษัทย่อยมีรายได้รวม 522.8 ล้านบาท 595.2 ล้านบาท 603.2 ล้านบาท ตามลำดับ และงวดไตรมาส 1 ของปี 2564 เทียบกับปี 2563 อยู่ที่ 193 ล้านบาท และ 155.1 ล้านบาท ตามลำดับ คิดเป็นการเติบโต 24.4% จากการขยายฐานลูกค้าต่อเนื่อง โดยมีการเพิ่มจำนวนคู่ค้าทั้งร้านโมเดิร์นเทรดและร้านค้าปลีก และการเริ่มผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ใหม่หลายรายการ โดยเฉพาะกลุ่มสีคุณภาพพิเศษ ที่มีอัตรากำไรดี สำหรับผลิตภัณฑ์ของบริษัทในงวดไตรมาสแรกปีนี้ มาจากกลุ่มผลิคภัณฑ์สีคุณภาพพิเศษ สัดส่วน 39.4% สีคุณภาพคุ้มค่า 32.6% และสีคุณภาพสูง 28%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ​ภาพรวมกำไรสุทธิในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา (ปี 2561 &amp;ndash; 2563) อยู่ที่ 12.4 ล้านบาท 35.5 ล้านบาท และ 41.9 ล้านบาทตามลำดับ และงวดไตรมาส 1 ของปี 2564 เทียบกับปี 2563 อยู่ที่ 21.2 ล้านบาท และ 9 ล้านบาทตามลำดับ จากสัดส่วนการขายสินค้าที่อัตรากำไรมากขึ้นรวมไปถึงการได้เปรียบเชิงต้นทุน (Economies of Scale) โดยมีอัตรากำไรขั้นต้นสูงระดับ 44% และอัตรากำไรสุทธิ 11%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;หลังจากบริษัทฯ เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ mai จะมีความพร้อมมากขึ้นในการขยายโอกาสทางธุรกิจ เติบโตเคียงคู่อุตสาหกรรมงานก่อสร้าง ที่คาดว่าจะมีการเร่งลงทุนหลังมาตรการภาครัฐผ่อนคลาย รับสถานการณ์โควิดมีแนวโน้มดีขึ้น อุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์ขยายตัว เสริมศักยภาพให้ DPAINT ก้าวสู่ความเป็นผู้นำผลิตภัณฑ์สีทาอาคารรายใหญ่ มุ่งพัฒนาแบรนด์ &amp;ldquo;สีเดลต้า&amp;rdquo; ให้แข็งแกร่ง พร้อมยกระดับอุตสาหกรรมสีของไทยอย่างไม่หยุดยั้ง และสร้างการเติบโตให้ธุรกิจอย่างยั่งยืนต่อไปในอนาคต&amp;rdquo; นายรณฤทธิ์กล่าวทิ้งท้าย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/115296</URL_LINK>
                <HASHTAG>Decorative Paint, DELTA MAGIC SHIELD, DPAINT, ก.ล.ต., ขายหุ้นสามัญ, ความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม, คุณค่าที่มากกว่า, จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ mai, จับมือกับดิสนีย์, นางสาวเดือนพรรณ ลีลาวิวัฒน์, นายรณฤทธิ์ ตั้งคารวคุณ, บมจ.สีเดลต้า, บริษัท สีเดลต้า จำกัด (มหาชน), บริษัท ไพโอเนีย แอดไวเซอรี่ จำกัด, ผลิตภัณฑ์ Toptech, ผู้นำผลิตภัณฑ์สีทาอาคารรายใหญ่, เตรียมเข้าเทรด mai, เปิดตัวสีเดลต้าเมจิก ชิลด์, เสนอขายหุ้น IPO</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210901/image_big_612f3697e5acb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>49375</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/11/2019 15:54</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/11/2019 15:54</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ACE เนื้อหอมนักลงทุนสนใจจองหุ้น ลุยขยายโรงไฟฟ้ามากกว่า 1,000 เมกะวัตต์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2 ต.ค. 2562 นายธนะชัย บัณฑิตวรภูมิ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แอ๊บโซลูท คลีน เอ็นเนอร์จี้ &amp;nbsp;จำกัด (มหาชน) หรือ ACE กล่าวว่า หลังจากที่เปิดให้นักลงทุนร่วมรับฟังจุดเด่นธุรกิจโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนของ ACE &amp;nbsp;และแผนการขยายโรงไฟฟ้าที่มีเป้าหมายเพิ่มกำลังการผลิตติดตั้งรวมมากกว่า 1,000 เมกะวัตต์ ภายในปี 2567 ซึ่งมีนักลงทุนให้ความสนใจเข้าร่วมฟังกว่า 200 คน นอกจากนี้บริษัทยังเตรียมเสนอขายหุ้น IPO จำนวน 1,018 ล้านหุ้น หรือคิดเป็นร้อยละ 10 ของหุ้นสามัญที่ออก และเรียกชำระแล้วทั้งหมดของบริษัทฯ ภายหลังเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนครั้งนี้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับนักลงทุนรายย่อยจะต้องจองซื้อที่ราคา 4.40 บาทต่อหุ้น ซึ่งเป็นราคาเสนอขายสูงสุดของช่วงราคาเสนอขายเบื้องต้น 4.00-4.40 บาทต่อหุ้น ในกรณีที่ราคาเสนอขายสุดท้ายต่ำกว่าราคาจองซื้อที่ 4.40 บาท ซึ่งเป็นราคาเสนอขายเบื้องต้นสูงสุด ผู้จัดจำหน่ายหลักทรัพย์รายที่เกี่ยวข้องจะดำเนินการคืนเงินส่วนต่างค่าจองซื้อหุ้นให้กับผู้จองซื้อทุกราย และเตรียมเปิดจองซื้อแก่นักลงทุนรายย่อยในวันที่ 1, 4 และ 5 พฤศจิกายน 2562 และคาดว่าจะเข้าซื้อขายหลักทรัพย์วันแรกในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ในวันที่ 13 พฤศจิกายนนี้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;บริษัทแอ๊บโชลูท คลีน เอ็นเนอร์จี้ หรือ ACE เป็นโรงไฟฟ้าพลังงานสะอาดต้นแบบของโลก ประกอบธุรกิจผลิตและจำหน่ายไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน และมีความเชี่ยวชาญในการเดินเครื่องโรงไฟฟ้าจากพลังงานชีวมวล ก๊าซธรรมชาติ และขยะชุมชน &amp;nbsp;โดยให้ความสำคัญกับการเพิ่มประสิทธิภาพโรงไฟฟ้าผ่านการลงทุนในระบบเทคโนโลยีสารสนเทศและการวิจัยพัฒนาเพื่อเพิ่มผลตอบแทนการลงทุนในระยะยาวและก่อให้เกิด Economy of Scale ในการบริหารโรงไฟฟ้าเพื่อให้มีต้นทุนต่ำที่สุด&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/49375</URL_LINK>
                <HASHTAG>ACE, บริษัทแอ๊บโชลูท คลีน เอ็นเนอร์จี้, เสนอขายหุ้น IPO</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191102/image_big_5dbd43c2c0e89.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>38339</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/06/2019 09:24</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/06/2019 09:24</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ลูกสาวเสี่ยเจริญเตรียมนำ AWC เข้าตลาดหุ้นระดมเงินขยายธุรกิจโรงแรม </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;12 มิ.ย. 2562 นางวัลลภา ไตรโสรัส ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และกรรมการผู้จัดการใหญ่ บมจ.แอสเสท เวิรด์ คอร์ป (AWC) เปิดเผยว่า บริษัทได้ยื่นไฟลิ่งเพื่อเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนให้กับประชาชนครั้งแรก (IPO) ในเมื่อเช้าวันนี้ ซึ่งจะเสนอขายหุ้น IPO ไม่เกิน 6,957 ล้านหุ้น หรือคิดเป็น 22.47% ของจำนวนหุ้นทั้งหมดที่ออกและจำหน่ายแล้วของบริษัท มูลค่าที่ตราไว้ (พาร์) 1 บาท/หุ้น และอาจมีการจัดสรรหุ้นส่วนเกินไม่เกิน 1,043 ล้านหุ้น คิดเป็นสัดส่วนไม่เกิน 15% ของจำนวนหุ้นที่เสนอขายในครั้งนี้ เพื่อรองรับหากมีผู้จองซื้อหุ้นมากกว่าหุ้นที่เสนอขาย หรือใช้เป็นหุ้น Green Shoes&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับวัตถุประสงค์ของการเสนอขาย IPO ในครั้งนี้ของบริษัทเพื่อใช้เป็นเงินลงทุนในการเข้าซื้อกิจการที่เป็นเจ้าของทรัพย์สินกลุ่ม 3 และใช้ในการลงทุน พัฒนา และ/หรือ ปรับปรุงทรัพย์สินของบริษัท และ/หรือ บริษัทย่อย โดยที่บริษัทมีแผนลงทุนธุรกิจโรงแรมเพิ่มอีก 12 โรงแรม ซึ่งอยู่ระหว่างการเตรียมการลงทุน พร้อมกับชำระคืนเงินกู้ยืมให้กับธนาคาร และ/หรือตั๋วสัญญาใช้เงินที่ออกโดยบริษัทและ/หรือ บริษัทย่อย และใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนในการดำเนินกิจการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนแอสเสท เวิรด์ คอร์ปอเรชั่น หรือ AWC จะมุ่งเน้นด้วยกันสองกลุ่มหลัก ได้แก่ 1. กลุ่มธุรกิจโรงแรมและการบริการ และ 2. กลุ่มธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เพื่อการพาณิชย์ โดยข้อมูล ณ วันที่ 31 มี.ค. 2562 ในกลุ่มธุรกิจโรงแรมและบริการ บริษัทเป็นเจ้าของโรงแรมทั้งสิ้น 15 แห่ง ดำเนินงานแล้ว 10 แห่ง อยู่ระหว่างการพัฒนา 5 แห่ง โดยกระจายตัวอยู่ในกรุงเทพฯ และเมืองท่องเที่ยวสำคัญของประเทศไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ประเทศไทยเป็นจุดหมายปลายทางของนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก ในปี 2561 ที่ผ่านมามีจำนวนนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติเดินทางมายังประเทศไทยกว่า 38 ล้านคน โดยในอดีตจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องทุกปี นอกจากนี้ยังเป็นจุดหมายปลายทางของการทำกิจกรรมสันทนาการ การพักผ่อน และการใช้ชีวิต ทำให้อุตสาหกรรม การท่องเที่ยวเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมหลักของประเทศ ซึ่งมีศักยภาพในการเติบโตสูงอีกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางวัลลภา กล่าวว่า กลุ่มธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เพื่อการพาณิชย์ แบ่งเป็น 2 กลุ่มย่อย ได้แก่ 1. กลุ่มธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เพื่อประกอบกิจการการค้า รวมทั้งสิ้น 10 แห่ง ดำเนินงานแล้ว 8 แห่ง และอยู่ระหว่างการพัฒนา 2 แห่ง รวมทั้งมีโครงการในกลุ่มธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เพื่อกิจการค้าปลีกอีก 2 แห่ง และ 2. กลุ่มธุรกิจอาคารสำนักงาน จำนวน 4 แห่ง โดยที่ดินส่วนใหญ่ AWC เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ (Freehold)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ดี ในปี 2561 บริษัทมีรายได้จากธุรกิจหลักรวม 10,998.64 ล้านบาท โดยรายได้หลักมาจาก 2 กลุ่มธุรกิจ แบ่งเป็นรายได้จากกลุ่มธุรกิจโรงแรมและบริการ 60% และรายได้จากกลุ่มธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เพื่อการพาณิชย์ป 40%&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/38339</URL_LINK>
                <HASHTAG>AWC, บมจ.แอสเสท เวิรด์ คอร์ป, วัลลภา ไตรโสรัส, เข้าตลาดหุ้น, เสนอขายหุ้น IPO</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190612/image_big_5d00620f77d23.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
