<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>81374</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/10/2020 18:07</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/10/2020 18:07</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ประชาพิจารณ์&#039;ต้มยำกุ้ง&#039;ขึ้นมรดกโลกของยูเนสโก เห็นด้วยเป็นภูมิปัญญาโดดเด่น-ใช้สมุนไพรเพื่อสุขภาพ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;วันนี้ - นายชาย นครชัย อธิบดีกรมส่งเสริมวัฒนธรรม กล่าวว่า ตามที่ กรมส่งเสริมวัฒนธรรม(สวธ.)&amp;nbsp; กระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) ได้ผลักดันต้มยำกุ้งเข้าสู่บัญชีรายการมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของมนุษยชาติต่อองค์การยูเนสโกต่อจากโขนและนวดไทย&amp;nbsp; ล่าสุด ได้มีการประชุมประชาพิจารณ์เพื่อรับฟังความคิดเห็นและข้อเสนอแนะทั้งทางตรงและทางอ้อมจากภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ทั้งชุมชนผู้ถือครองภูมิปัญญา ผู้ปฏิบัติ และผู้สืบทอด ตลอดจนผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ผู้ประกอบการ บริษัทผลิตอาหาร ร้านอาหาร&amp;nbsp; เพื่อให้ได้รับรู้ รับทราบ ยินยอม และเข้ามามีส่วนร่วมในการจัดทำข้อมูล เอกสาร นำเสนอต่อที่ประชุมคณะกรรมการส่งเสริมและรักษามรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม พิจารณา ระหว่างเดือน พ.ย.- ธ.ค. นี้ จากนั้นจะนำเสนอต่อไปยังที่ประชุมคณะกรรมการร่วมระหว่างรัฐบาลเพื่อการสงวนรักษามรดกวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของยูเนสโก ภายในเดือน มี.ค.&amp;nbsp; 2564
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;นายชาย กล่าวอีกว่า จากการประชาพิจารณ์ทุกฝ่ายได้เห็นพ้องในการเสนอต้มยำกุ้งเป็นมรดกวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของมนุษยชาติ ตามมาตรา 2 ของอนุสัญญาว่าด้วยการสงวนรักษามรดกวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของยูเนสโก ด้วยลักษณะธรรมเนียมและการแสดงออก การปฏิบัติทางสังคม พิธีกรรม และงานเทศกาล ตลอดจนความรู้และการปฏิบัติเกี่ยวกับธรรมชาติและจักรวาล โดยต้มยำกุ้งเป็นภูมิปัญญาการทำอาหารที่ได้รับการสืบทอดจากรุ่นสู่รุ่นอย่างต่อเนื่องของชุมชนภาคกลางที่อาศัยอยู่ริมแม่น้ำ ซึ่งมีวัฒนธรรมการบริโภคอาหารผ่านการสังเกตและเรียนรู้จากธรรมชาติ โดยนำวัตถุดิบในท้องถิ่นมาสร้างสรรค์ให้เป็นอาหารเพื่อสุขภาพที่มีเอกลักษณ์โดดเด่น ที่สำคัญได้มีการนำเสนอถึงสมุนไพรไทย องค์ประกอบสำคัญของการปรุงอาหารต้มยำกุ้ง ได้แก่ ข่า ตะไคร้ ใบมะกรูด พริก และมะนาว ซึ่งนิยมปลูกตามพื้นที่ว่างภายในบริเวณบ้านหรือตามสวนไร่นาแบบวิถีไทย สมุนไพรเหล่านี้มีสรรพคุณช่วยบำบัดรักษาอาการเจ็บป่วยหรือความผิดปกติของร่างกาย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในช่วงเปลี่ยนฤดูกาลซึ่งร่างกายมักจะมีไข้ ปวดเมื่อย ครั่นเนื้อครั่นตัว การได้รับประทานต้มยำกุ้งซึ่งมีสมุนไพรจะช่วยให้เลือดลมหมุนเวียนดี และปรับสมดุลร่างกายให้ธาตุทั้งสี่เดินเป็นปกติ
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo; &amp;nbsp;สูตรต้มยำกุ้งยังสามารถประยุกต์ได้มากมายเพื่อตอบสนองต่อสภาพทางภูมิศาสตร์ วิถีชีวิต และรสนิยมทางอาหารที่แตกต่างกันไปของคนกลุ่มต่างๆ จนต้มยำกุ้งเป็นที่รู้จักและยอมรับของคนทั่วโลก อย่างไรก็ตาม หากต้มยำกุ้งได้รับการขึ้นทะเบียนจะส่งผลให้เกิดการสืบสานและพัฒนายกระดับอาหารไทยสู่สากล สร้างความภาคภูมิใจ และสร้างรายได้ให้แก่อุตสาหกรรมอาหารที่เกี่ยวข้องในทุกระดับ ตั้งแต่ชุมชน ผู้ประกอบการ ร้านอาหาร ผู้ผลิต และผู้ส่งออกวัตถุดิบ&amp;rdquo; นายชาย&amp;nbsp;&amp;nbsp;กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เครดิตภาพ : กรมส่งเสริมวัฒนธรรม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/81374</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมส่งเสริมวัฒนธรรม, ชาย นครชัย, เสนอต้มยำกุ้งขึ้นมรดกโลก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201021/image_big_5f900c3662de7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
