<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>4471</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/03/2018 14:09</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/03/2018 14:09</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คกก.อิสระฯเสนอรัฐอุดหนุนโรงเรียนเอกชน100%</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คกก.อิสระฯเสนอรัฐหนุนรร.เอกชน100% &amp;ldquo;ดารณี&amp;rdquo; เสนอ แนวทางปฏิรูปการศึกษาเอกชน ห้สิทธิ์ได้รับการดูแลอุดหนุน 100%เท่ารร.รัฐ เผยผลการวิเคราะห์ พบโรงเรียนเอกชน แม้ได้รับการดูแลจากรัฐน้อยกว่า แต่สามารถจัดการศึกษาได้มีคุณภาพ รวมทั้งใช้งบฯ และบริหารทรัพยากรได้อย่างเหมาะสม ดีกว่า&amp;quot;ชัยพฤกษ์&amp;rdquo; ระบุต้องมีการวิจัยและเสนอ &amp;ldquo;รมว.ศธ.&amp;rdquo;ตัดสินใจต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางสาวดารณี อุทัยรัตนกิจ ประธานคณะกรรมการอนุกรรมการเฉพาะกิจศึกษาแนวทางการมีส่วนร่วมของภาคเอกชนในการจัดการศึกษา กล่าวว่า ในการประชุมคณะกรรมการอิสระเพื่อปฏิรูปการศึกษา ตนได้นำเสนอเรื่องการปฏิรูปการศึกษาแนวทางการมีส่วนร่วมของภาคเอกชนในการจัดการศึกษา ซึ่งจากการวิเคราะห์การดำเนินการภาพรวมจากปัจจัยภายนอก เช่น กฎหมายรองรับ การสนับสนุนด้านงบประมาณ เป็นต้น พบว่า การจัดการศึกษาเอกชนเหมือนถูกเลือกปฏิบัติ ทั้งที่ในรัฐธรรมนูญได้กำหนดไว้ว่าเด็กทุกคนจะต้องได้รับการศึกษาอย่างทั่งถึง แต่การจัดการศึกษาเอกชนทุกวันนี้มีข้อจำกัดที่ไม่เป็นธรรม และสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) ก็ไม่สามารถดูแลคุณภาพวิชาการของโรงเรียนเอกชนเท่าที่ควร ทำให้โรงเรียนเอกชนไม่สามารถแข่งขันและเพิ่มคุณภาพผู้เรียนได้ ขณะที่โรงเรียนนานาชาติที่มีคุณภาพสูงของประเทศไทย ก็มีประเทศเพื่อนบ้านส่งบุตรหลานเข้ามาเรียนเป็นจำนวนมาก และสร้างรายได้กว่า 60,000 ล้านต่อปี ส่วนการวิเคราะห์การดำเนินการจากภายใน เช่น ผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษา คะแนนการทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ (โอเน็ต) พบว่า โรงเรียนเอกชนจัดการศึกษาได้มีคุณภาพ และใช้เงินงบประมาณรวมถึงบริหารทรัพยากรได้อย่างเหมาะสม จนเป็นอีกทางเลือกให้เด็กเข้าถึงคุณภาพการศึกษาแข่งขันกับโรงเรียนรัฐได้อย่างยั่งยืน &amp;ldquo;ที่ผ่านมารัฐบาลจัดสรรงบประมาณรายหัวให้โรงเรียนเอกชน จำนวน 15,000 ต่อคนต่อปี ขณะที่โรงเรียนรัฐได้รับจัดสรร 39,000 ต่อคนต่อปี หากพิจารณาตัวเลขการจัดสรรแล้วจะพบว่า แม้งบฯ การจัดสรรไม่เท่าโรงเรียนรัฐ แต่โรงเรียนเอกชนก็ยังสร้างกลไกคุณภาพการศึกษาแข่งขันกับโรงเรียนรัฐได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ดังนั้นหากเราปฏิรูปบทบาทการจัดการศึกษาของเอกชนให้ยังคงอยู่ได้ โดยไม่ได้รับผลกระทบจากสภาพเศรษฐกิจที่จะต้องปิดตัวลงจะทำให้โรงเรียนเอกชนยังคงสามารถเข้ามาช่วยเหลือโรงเรียนรัฐได้ทุกกลุ่ม นอกจากนี้ยังมีข้อเสนอว่าให้โรงเรียนเอกชนได้รับสิทธิเท่ากับโรงเรียนรัฐ รวมถึงขอรับการจัดสรรเงินอุดหนุนร้อยละ 100 และอยากผลักดันให้โรงเรียนเอกชนได้รับการจัดสรรงบประมาณโครงการอาหารกลางวันด้วยเช่นกัน&amp;rdquo;ประธานอนุฯ เฉพาะกิจศึกษาแนวทางการมีส่วนร่วมของภาคเอกชนในการจัดการศึกษา กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้าน นายชัยพฤกษ์ เสรีรักษ์ เลขาธิการสภาการศึกษา (เลขาฯ สกศ.) กล่าวว่า ที่ประชุมได้พิจารณาถึงหลักการบทบาทการจัดการศึกษาเอกชนที่ยังมีความจำเป็น เพราะยังสมารถจัดการศึกษาได้อย่างเข็มแข็งและมีอิสระ เพื่อลดความเหลื่อล้ำในการจัดการศึกษาของโรงเรียนเอกชนและโรงเรียนรัฐ โดยได้วางแนวทางการดำเนินการในเรื่องนี้แบ่งเป็น 2 ระยะ คือ ระยาว การปฏิรูปการศึกษา เช่น วางแผนขยายเพิ่มห้องเรียนของโรงเรียนเอกชน และเปิดโรงเรียนเอกชนแห่งใหม่เพิ่มเติมทั้งระดับการศึกษาพื้นฐานและอาชีวะ การปฏิรูปการจัดสรรงบประมาณ ตั้งแต่งบประมาณพื้นฐานและงบประมาณเพิ่มเติม ซึ่งควรจะจัดสรรให้เพิ่มเติมตามคุณภาพและบริบทของโรงเรียนในพื้นที่ โดยอิงไปกับโรงเรียนของรัฐ และระยะสั้น คือ การศึกษาจัดสรรงบอุดหนุนรายหัวแบบร้อยละ 100 ให้กับโรงเรียน ซึ่งในประเด็นนี้จะมีการวิเคราะห์และวิจัยจากนั้นจะนำเสนอให้ นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) พิจารณาต่อไป.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/4471</URL_LINK>
                <HASHTAG>คณะกรรมการอิสระปฎิรูปการศึกษา, ดารณี อุทัยรัตนกิจ, เสนอรัฐอุดหนุนโรงเรียนเอกชน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180130/image_big_5a70408f07781.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
