<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>14444</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>31/07/2018 19:18</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>31/07/2018 17:12</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ยันไม่ปิดกั้นใช้กัญชารักษาโรค เล็งแบ่งกลุ่มใหม่โรคที่เป็นไปได้มีผลวิจัยในมนุษย์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;จากกรณี ศ.นพ.ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา กรรมการพิจารณาการนำกัญชามาใช้ประโยชน์ทางการแพทย์แผนปัจจุบัน และแพทย์แผนไทย เสนออีก 4 กลุ่มอาการที่ควรใช้ &amp;quot;กัญชา&amp;quot; ในการรักษา &amp;nbsp;คือ 1.อาการแข็งเกร็งจากเส้นเลือดตันหรือแตก ความผิดปกติที่ระดับของไขสันหลัง 2.อาการปวดอื่นที่ไม่ใช่มะเร็งหรือปลอกประสาท เช่น ข้อ เส้นเอ็น กล้ามเนื้อ ที่ต้องใช้ยาระงับปวดอย่างรุนแรง 3.การรับประทานอาหารไม่ได้จากโรคทางกายและทางจิต และ 4.โรคทางสมอง เช่น พาร์กินสัน และอัลไซเมอร์ เพิ่มเติมจาก 3 โรคที่มีข้อบ่งชี้ชัดเจนว่าใช้กัญชารักษาได้ มายัง นพ.โสภณ เมฆธน ประธานคณะกรรมการพิจารณาการนำกัญชามาใช้ประโยชน์ทางการแพทย์ และ ศ.คลินิก เกียรติคุณ นพ.ปิยะสกล สกลสัตยาทร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.โสภณ เมฆธน ประธานคณะกรรมการพิจารณาการนำกัญชามาใช้ประโยชน์ทางการแพทย์ กล่าวถึงเรื่องที่มีการเสนอ 4 โรคเพิ่มเติมว่า ทาง ศ.นพ.ธีระวัฒน์ อาจจะกังวลว่า คณะกรรมการฯ จะประกาศให้ใช้กัญชาทางการแพทย์เฉพาะ 3 กลุ่มโรคที่มีข้อบ่งชี้ชัดเจนแล้วเท่านั้นหรือไม่ ซึ่งยืนยันว่ายังไม่ได้ประกาศจะให้ใช้แค่ 3 กลุ่มโรคและไม่ได้ปิดกั้นหากจะเสนอโรคอื่นๆ เพิ่มเติมเข้ามา เป็นหน้าที่คณะทำงานเพื่อพิจารณานำกัญชามาใช้ประโยชน์ทางการแพทย์แผนปัจจุบันและแพทย์แผนไทย ที่มี นพ.สมศักดิ์ อรรฆศิลป์ เป็นประธาน การใช้กัญชารักษาแค่ 3 กลุ่มโรค ตนมองว่า ไม่เพียงพอ เพียงแต่ช่วงแรกจะประกาศออกมาให้ใช้กี่โรคก่อนก็ได้ ถือเป็นผลดีต่อผู้ป่วย ส่วนโรคอื่นๆ หากมีข้อบ่งชี้ที่ชัดเจนสามารถทยอยประกาศตามได้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot; ที่ผ่านมาอาจจะแบ่งแค่เพียงกลุ่มที่มีหลักฐานชัดเจนและกลุ่มที่ต้องไปศึกษาเพิ่มเติม ซึ่งอาจจะหยาบเกินไป มองว่าอาจจะต้องแบ่งออกเป็น 3 กลุ่ม คือ 1.กลุ่มที่มีหลักฐานข้อบ่งชี้ชัดเจนแล้วว่าใช้ได้ 2.กลุ่มโรคที่เป็นไปได้ที่จะใช้กัญชา ที่มีผลวิจัยในมนุษย์อยู่บ้าง เช่น อัลไซเมอร์ หรือพาร์กินสัน อาจจะให้อยู่ในกลุ่มนี้ โดยมีการใช้และเก็บข้อมูลระยะยาวว่าเป็นอย่างไร หากเห็นผลชัดเจนก็ดันเข้าไปอยู่ในกลุ่มที่ 1 หากไม่ได้ผลก็เลิกใช้ไป และ 3.กลุ่มที่ต้องไปศึกษาเพิ่มเติม โดยอาจจะต้องศึกษาในสัตว์ทดลองก่อน เช่น การฆ่าเซลล์มะเร็ง เป็นต้น เพราะเรารู้ขนาดที่ต้องใช้เพื่อบรรเทาคลื่นไส้อาเจียนจากการรับเคมีบำบัด แต่ถ้ารักษามะเร็งเลยยังไม่รู้ขนาด ผลจะเป็นอย่างไรก็ไม่ทราบ &amp;quot; นพ.โสภณ กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.สมศักดิ์ กล่าวว่า เราเปิดรับหมดในการพิจารณาโรคที่จะนำกัญชามาใช้ อย่างทั้ง 4 กลุ่มอาการที่มีการเสนอก็พร้อมนำมาพิจารณา เพียงแต่บางส่วนยังห่วงเรื่องของการนำมาใช้กับเด็ก เพราะกัญชามีผลต่อพัฒนาการ และการใช้กับโรคทางด้านจิตเวช ต้องรอข้อมูลประกอบจากทางกรมสุขภาพจิตก่อน อย่างไรก็ตาม ในการประชุมคณะกรรมการฯ วันที่ 15 ส.ค. นี้ จะมีการเสนอเพิ่มกรรมการในการพิจารณานำกัญชามาใช้ทางการแพทย์แผนปัจจุบัน และแพทย์แผนไทย อีก 3 ท่าน คือ ผู้แทนจากราชวิทยาลัยจิตแพทย์แห่งประเทศไทย สมาคมมะเร็ง และ สมาคมโรคอายุรกรรมประสาท สำหรับเรื่องน้ำมันกัญชารักษามะเร็งนั้น สถาบันมะเร็งแห่งชาติอยู่ระหว่างการศึกษา 2 เรื่อง คือ 1.น้ำมันกัญชาที่ใช้รักษาคลื่นไส้อาเจียนตอบสนองกับโรคมะเร็งมากน้อยแค่ไหน และ 2.การทดลองระดับเซลล์มะเร็งและในสัตว์ทดลอง&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/14444</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงสาธารณสุข, กัญชารักษาโรค, นพ.สมศักดิ์ อรรฆศิลป์, นพ.โสภณ เมฆธน, ศ.นพ.ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา, เสนอเพิ่มกลุ่มอาการใช้กัญชารักษาได้</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180731/image_big_5b60356eb2e4a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
