<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>99864</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/04/2021 18:29</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/04/2021 18:29</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อยู่ให้คุ้มค่า! ด้วยบ้านโซลาร์เซลล์ ฟังก์ชันด้วยนวัตกรรมตอบโจทย์ทุก GEN</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ช่วงนี้อากาศร้อนจัด! จนทำให้หลายๆ คนต้องหันมาพึ่งเครื่องปรับอากาศ (แอร์) พัดลม ช่วยคลายความร้อน แต่นั่นก็ต้องแลกมากับบิลค่าไฟที่ต้องควักจ่ายสูงขึ้นแบบไม่ทันตั้งตัว...แน่นอนว่ายังมีผู้ที่โชคดีที่สามารถพลิกวิกฤติจากอากาศที่ร้อนจัดของเมืองไทย แปลงแสงแดดให้ลดค่าใช้จ่าย แถมเพิ่มรายได้อีกทางจากบ้านโซลาร์เซลล์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เนื่องด้วยเทคโนโลยีการผลิตพลังงานแสงอาทิตย์ที่ติดตั้งบนหลังคาที่อยู่อาศัย (โซลาร์รูฟท็อป) หรือบ้านโซลาร์เซลล์ ปัจจุบันกลายเป็นเทรนด์โลกที่สามารถตอบโจทย์ด้านการรักษาสิ่งแวดล้อมเพราะเป็นพลังงานสะอาดในการร่วมกันลดการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศ (climate change) หรือลดโลกร้อนแล้ว ยังมีต้นทุนค่าไฟเฉลี่ยที่ลดลงต่อเนื่องจนหลายส่วนคาดการณ์ว่าต้นทุนจะเท่ากับพลังงานฟอสซิลในไม่ช้า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประกอบกับประเทศไทยโดยกระทรวงพลังงงานยังมีนโยบายส่งเสริมพลังงานสะอาด โดยเฉพาะจากแสงอาทิตย์ ด้วยการเปิดโครงการโซลาร์ภาคประชาชน รับซื้อไฟฟ้าส่วนที่เหลือใช้จากโซลาร์รูฟท็อปปัจจุบันเพิ่มเป็น 2.20 บาทต่อหน่วย จากเดิม 1.68 บาทต่อหน่วย ซึ่งทำให้ไฟที่เหลือใช้สามารถนำไปขายสร้างรายได้อีกทางที่มีความคุ้มค่ามากขึ้น ทำให้การติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์คืนทุนได้เร็วกว่าเดิม เรียกว่าประหยัดรายจ่ายที่ปกติต้องจ่ายค่าไฟแพงกว่า 3 บาทต่อหน่วยแล้ว พอช่วงใดที่ไฟเหลือก็ยังส่งขายได้อีกด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปัจจุบัน การติดตั้งโซลาร์ฯ ในบ้านที่อยู่อาศัยและอาคารโรงงาน โรงพยาบาลจึงได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นและได้เปลี่ยนแปลงตลาดพลังงานไปอย่างสิ้นเชิง เพราะทำให้คนที่เคยเป็นเพียงผู้บริโภค หรือ Consumer กลายเป็นผู้ผลิตและผู้บริโภคอยู่ในคนคนเดียวกัน หรือ Prosumer ซึ่งตลาดในต่างประเทศได้เติบโตอย่างมาก คาดว่าในที่สุดไทยจะเดินตามทิศทางของโลกอย่างหลีกเลี่ยงได้ยาก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม การติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์บนหลังคาบ้านที่อยู่อาศัยเพื่อผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ สำหรับใครสักคนหนึ่งที่กำลังมองหาบ้านใหม่เริ่มกลายเป็นเรื่องที่ง่ายขึ้น เพราะมีการติดตั้งมาให้พร้อมสรรพ เพื่อเป็นทางเลือกให้กับผู้ซื้อ และหนึ่งในผู้นำการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่ตอบโจทย์ดังกล่าวก็เพื่อรองรับอนาคตไว้ให้ลูกบ้านหมดแล้ว คงหนีไม่พ้น &amp;ldquo;บริษัท เสนาดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน)&amp;rdquo; หรือ SENA
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางสาวเกษรา ธัญลักษณ์ภาคย์ กรรมการผู้จัดการ SENA กล่าวว่า เป็นการออกแบบรายละเอียดของฟังก์ชันที่เข้ามาตอบโจทย์ไว้ให้คนรักบ้านทั้งหมดแล้ว ตั้งแต่การลดค่าใช้จ่ายให้ผู้อยู่บ้านช่วงกลางวัน โดยเฉพาะในช่วงโควิด-19 ที่ทำให้ใครหลายคนต้องมาทำงานที่บ้าน (Work From Home) หยุดกิจกรรมนอกบ้าน กลับมาใช้ชีวิตอยู่กับบ้านมากขึ้น ส่งผลให้การใช้ไฟโดยเฉพาะจากเครื่องปรับอากาศเพิ่มขึ้นตามไปด้วย และหากไฟฟ้าเหลือใช้ SENA ยังได้ผลักดันลูกบ้านเข้าร่วมโครงโซลาร์ภาคประชาชน เพื่อขายไฟที่เหลือเข้าระบบรัฐ ระยะแรก 6 โครงการ 164 ราย คิดเป็นจำนวนขายไฟฟ้าเข้าระบบ 394.40 กิโลวัตต์ และล่าสุดอีก 7 โครงการ รวม 237 ราย นับเป็นการเพิ่มรายได้ที่คำนวณหักลบแล้วก็จะทำให้รายจ่ายต่ำลงอย่างมาก เหมาะกับยุควิถีใหม่ (New Normal) อย่างแท้จริง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;บ้านของใครวันนี้อาจจะไม่ใช่เป็นการซื้อบ้านหลังแรก แต่จะเป็นบ้านที่พวกเขาต้องอยู่ไปตลอดชีวิต โครงการ SENA ทั้ง 17 โครงการในปีนี้ต้องตอบสนองความสะดวกสบาย มีฟังก์ชันใช้งานครบและเหมาะกับคนทุกกลุ่ม และเป็นบ้านโซลาร์เซลล์เพื่อตอบโจทย์พลังงานสะอาด ลดโลกร้อน แม้แต่โครงการบ้านขนาดเล็ก หรือทาวน์โฮม เราก็ติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์ให้ ขนาด 1.28 กิโลวัตต์ เมื่อประหยัดค่าไฟได้ก็สามารถนำเงินไปผ่อนบ้านได้ และที่สำคัญต่อให้อายุในการซื้อบ้านครั้งแรกเป็นวัยทำงาน แต่บ้านต้องสามารถอยู่ได้แม้จะเข้าสู่ช่วงผู้สูงอายุ ก็ต้องอยู่บ้านได้อย่างสะดวกสบาย และมีความสุข เป็นการลงทุนครั้งเดียวที่คุ้มค่า&amp;rdquo; นางเกษรากล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม เขาย้ำให้เห็นว่า บ้านที่ติดตั้งแผงโซลาร์ฯ ก็ใช่ว่าจะเหมือนกัน เพราะรัฐส่งเสริมมากขึ้นทำให้ผู้บริโภคมีทางเลือกมากมาย ดังนั้นการเลือกโซลาร์เซลล์ต้องเลือกจากบริษัทที่มีความมั่นคง มีความน่าเชื่อถือ มีมาตรฐานระดับสากล ที่จะทำให้มั่นใจได้ว่าแผงโซลาร์ฯ ที่มีอายุถึง 25 ปีจะอยู่ได้ครบจริงๆ เพราะหากบริษัทที่ไปซื้อแผงโซลาร์เซลล์ที่ไม่สามารถอยู่ถึง 25 ปี การซ่อมบำรุง ดูแลรักษา ประกันจะทำอย่างไร ดังนั้นควรศึกษาแผงโซลาร์เซลล์ ตัวแปลงไฟ สายไฟและอุปกรณ์ต่างๆ ก่อนการติดตั้งให้มีคุณภาพดี และการดูแลหลังการขายที่ครบวงจร และเป็นมืออาชีพ มีความรู้และประสบการณ์จริง เพื่อความปลอดภัยและความคุ้มค่าในการใช้งาน
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;นอกจากนี้ SENA ยังนำเทคโนโลยีมาติดตั้งในบ้าน เพื่ออำนวยความสะดวกสบายยิ่งขึ้น รวมถึงมีฟีเจอร์ระบบที่เรียกว่า SOS ช่วยดูแลคุณยามฉุกเฉินตลอด 24 ชม., Triple Security สามารถดู CCTV เชื่อมโยงผ่าน App 360&amp;deg; ช่วยให้คุณสะดวกสบายตลอด 24 ชม. ตอบโจทย์วิถีชีวิตคนรุ่นใหม่ที่มีผู้สูงอาศัยอยู่บ้านเพียงลำพัง และมีการออกแบบห้องอเนกประสงค์ชั้นล่าง เพื่อให้สามารถปรับเปลี่ยนเป็นห้องทำงาน หรือห้องผู้สูงอายุในอนาคตได้ ปลั๊กไฟถูกออกแบบให้สูงกว่าพื้น 40 ซม. เพื่อผู้สูงอายุสามารถเสียบปลั๊กได้เองโดยไม่ต้องก้ม เป็นต้น เหล่านี้จึงเข้ามาตอบโจทย์ให้กับทุกช่วงจังหวะชีวิตของผู้อยู่อาศัย
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;ldquo;การพัฒนาโครงการบ้านเดี่ยว คอนโดมิเนียม ทาวน์โฮม ทุกโครงการของเสนาจะติดตั้งโซลาร์เซลล์ โดยในปี 2564 มีเป้าหมายที่จะเปิดทั้งหมด 17 โครงการ เพราะเรามุ่งที่จะตอบสนองให้คนรักบ้านมีครบทุกฟังก์ชัน ทั้งความสะดวกสบาย ลดค่าใช้จ่าย ลดโลกร้อน ที่สำคัญต้องเป็นบ้านที่ตอบโจทย์ 3 เจเนอเรชั่น หรือเหมาะสมกับทุกช่วงวัยของชีวิตตั้งแต่เด็ก วัยรุ่น ไปสู่สังคมสูงวัย จากการเปิดโครงการที่น่าสนใจที่จะได้เห็นในช่วง ต้นเดือน พ.ค.นี้ ภายใต้แบรนด์เสนา เวล่า เทพารักษ์-บางบ่อ&amp;rdquo; นางเกษรากล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โครงการเสนา เวล่า เทพารักษ์-บางบ่อ เป็นทาวน์โฮมแนวคิดใหม่ที่ร่วมกับพันธมิตรธุรกิจญี่ปุ่น บ.ฮันคิว ฮันชิน พร็อพเพอร์ตี้ส์ คอร์ป จำกัด ได้นำการออกแบบในแนวคิดญี่ปุ่น &amp;ldquo;Geo fit+&amp;rdquo; มาปรับใช้ให้เข้ากับพฤติกรรมผู้บริโภคในประเทศไทย เพื่อสร้างที่อยู่อาศัยที่มีคุณภาพ ได้ทั้งการประหยัดพลังงาน สิ่งแวดล้อมที่ดี รองรับทุกไลฟ์สไตล์ และใส่ใจทุกดีเทลที่มีความปลอดภัยให้กับลูกบ้าน ด้วยนวัตกรรมการออกแบบความสะดวกที่หลากหลายในความเป็นส่วนตัว จากรูปแบบของที่อยู่อาศัยทาวน์โฮมในอดีตที่มีผนังเดียวกัน ปัจจุบันได้ออกแบบแยกผนังกั้นเพื่อให้ความรู้สึกที่อยู่อาศัยเสมือนการอยู่บ้านเดี่ยว เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แนวโน้มเทคโนโลยีแผงโซลาร์เซลล์ปัจจุบันเริ่มมีการเปลี่ยนแปลงในเรื่องของประสิทธิภาพ ที่จะมีขนาดการใช้พื้นที่ในการติดตั้งน้อยแต่ได้ไฟในปริมาณที่เพิ่มขึ้น ซึ่งเทรนด์ของโลกกำลังมาแรง เพราะไม่เพียงตอบโจทย์เป็นพลังงานสะอาดช่วยลดโลกร้อน แต่ยังช่วยให้การผลิตไฟฟ้ามีการพึ่งพาตนเองมากขึ้นในการลดค่าใช้จ่าย....&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/99864</URL_LINK>
                <HASHTAG>นางสาวเกษรา ธัญลักษณ์ภาคย์, บริษัท เสนาดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน)” หรือ SENA, เสนา, โซลาร์รูฟท็อป</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200921/image_big_5f6878263d3a3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>13273</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/07/2018 14:02</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/07/2018 14:02</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เสนา ผุดแบรนด์ลักชูรี่คอนโด”ปีติ เอกมัย” </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เสนา เดินหน้าผนึก&amp;rdquo;ฮันคิว&amp;rdquo;โชว์แผนปี 61 จ่อพัฒนาโครงการร่วมกันอย่างน้อย 7 โครงการ มูลค่ารวมกว่า 23,000 ล้านบาท ล่าสุดเปิดตัวคอนโดฯระดับลักชูรี่ภายใต้แบรนด์&amp;ldquo;ปีติ เอกมัย&amp;rdquo;มูลค่ารวมกว่า 5,000 ล้านบาท ราคาขายเริ่ม 4.45 ล้านบาท&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;12 ก.ค. 61 น.ส.เกษรา ธัญลักษณ์ภาคย์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.เสนาดีเวลลอปเม้นท์ (SENA) เปิดเผยถึงภาพรวมตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทยครึ่งปีหลัง 2561 ว่า มีทิศทางที่ดียิ่งขึ้น โดยคาดว่าปีนี้จะมีอัตราการเติบโตได้ประมาณ 3-5% โดยมีปัจจัยจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจภายในประเทศ ขณะที่ดีมานด์ระดับบนยังมีสัญญาณที่ดีและเพิ่มขึ้น ส่งผลให้ภาพรวมตลาดคอนโดมิเนียมแนวรถไฟฟ้ายังมีความต้องการสูงขึ้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนแผนการดำเนินงานของบริษัทร่วมทุนในชื่อบริษัท เสนา ฮันคิว จำกัด ระหว่างบมจ.เสนา ดีเวลลอปเม้นท์ และ กลุ่ม ฮันคิว ฮันชิน พร็อพเพอร์ตี้ส์ คอร์เปอร์เรชั่น โดยในปี 2561 นี้บริษัทมีแผนพัฒนาโครงการรวมทุนอย่างน้อย 7 โครงการ รวมมูลค่ากว่า 23,0000 ล้านบาท ทั้งนี้การพัฒนาโครงการจะเป็นการต่อยอดการพัฒนาคอนโดมิเนียมร่วมกันบนทำเลที่มีศักยภาพในย่านใจกลางเมือง ซึ่งเป็นโอกาสและสัญญาณที่ดีในการพัฒนาคอนโดมิเนียมหรูระดับลักชูรี่และเป็นโครงการแรกของบริษัทในปีนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ล่าสุดบริษัทได้เปิดตัวโครงการคอนโดมิเนียมระดับลักชูรี่แบรนด์ใหม่ภายใต้ชื่อ&amp;ldquo;ปีติ เอกมัย&amp;rdquo;ซึ่งโครงการร่วมทุนที่ 3 ภายใต้การร่วมทุนชื่อบริษัท เสนา ฮันคิว จำกัด มูลค่ารวมกว่า 5,000 ล้านบาท เป็นโครงการคอนโดมิเนียม บนพื้นที่กว่า 4 ไร่ ทำเลซอยเอกมัย 26 เป็นอาคารสูง 37 ชั้น &amp;nbsp;1 อาคาร รวม 897 ยูนิต และร้านค้า 3 ยูนิต ราคาเริ่มที่ 4.45 ล้านบาท หรือราคาเฉลี่ยอยู่ที่ 170,000 บาทต่อตร.ม. โดยจะเปิดให้ลงทะเบียนจองสิทธิ์ผ่าน&amp;quot;SENA Online Booking&amp;quot;ตั้งแต่วันนี้-2 ส.ค.นี้&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/13273</URL_LINK>
                <HASHTAG>คอนโดมิเนียม, ปีติ เอกมัย, ระดับลักชูรี่, ฮันคิว, ฮันคิว ฮันชิน พร็อพเพอร์ตี้ส์ คอร์เปอร์เรชั่น, เสนา, เสนา ฮันคิว, แนวรถไฟฟ้า</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180712/image_big_5b46fc3c46a20.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>6985</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/04/2018 10:16</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/04/2018 10:16</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คนรุ่นใหม่แห่รูดปรื๊ด กระทบขอกู้บ้าน รับกลุ่มล่างถูกแบงก์ปฏิเสธ 10-20%</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;#39;เสนา&amp;#39; ชี้คนรุ่นใหม่แห่รูดปรื๊ดใช้เงินอนาคต ผ่อนกระหน่ำ กระทบยื่นซื้อที่อยู่อาศัย รับกลุ่มล่างถูกปฏิเสธ 10-20%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางเกษรา ธัญลักษณ์ภาคย์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.เสนา ดีเวลลอปเม้นท์ (SENA) เปิดเผยว่า ขณะนี้พฤติกรรมการใช้จ่ายเงินของคนรุ่นใหม่ที่ปรับเปลี่ยนไป ส่งผลต่อการยื่นขอสินเชื่อซื้อที่อยู่อาศัยจากสถาบันการเงินมีแนวโน้มถูกปฏิเสธเพิ่มขึ้น เนื่องจากการเป็นหนี้บัตรเครดิตในการผ่อนชำระสินค้าต่าง ๆ แม้จะผ่อน 0% ก็ตาม แต่วงเงินถูกคำนวณไว้แล้ว ทำให้เมื่อยื่นขอสินเชื่อ จึงไม่มีวงเงินและความสามารถในการชำระเพียงพอที่สถาบันการเงินจะพิจารณาปล่อยกู้ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ปัจจุบันภาพรวมการถูกปฏิเสธจากสถาบันการเงินของลูกค้าบริษัทเฉลี่ยอยู่ที่ 10-20% โดยส่วนใหญ่จะเป็นลูกค้าระดับล่างที่มีเงินเดือนเฉลี่ย 15,000-20,000 บาทต่อเดือน ถือเป็นปัญหาที่ต้องติดตาม เพราะส่วนหนึ่งเกิดจากการใช้จ่ายของลูกค้าที่ใช้จ่ายเงินอนาคต ผ่านบัตรเครดิตในการผ่อนชำระ ส่งผลให้ไม่มีวงเงินที่พอต่อการกู้ หากลูกค้าต้องการซื้อที่อยู่อาศัย ก็ควรเก็บออมและใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตที่จำเป็นเท่านั้น&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่ ภาพรวมตลาดอสังหาริมทรัพย์ปี 61 ยังมีแนวโน้มเติบโตดี เพราะได้รับปัจจัยจากภาวะเศรษฐกิจโลกที่ปรับตัวดีขึ้น การลงทุนของภาครัฐที่มีอย่างต่อเนื่อง รวมถึงอัตราดอกเบี้ยยังทรงตัวอยู่ในระดับต่ำ สนับสนุนความต้องการที่อยู่อาศัยของผู้บริโภค โดยเฉพาะผู้บริโภคระดับกลางและระดับบนเพิ่มขึ้น ทำให้บริษัทสร้างยอดขายไตรมาสแรกได้ตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ 3,000 ล้านบาท &amp;nbsp;และในไตรมาส 2 จะแผนเปิดโครงการใหม่เพิ่มอีก 1 โครงการ เป็นคอนโดมิเนียม ย่านติวานนท์ มูลค่าโครงการ 1,400 ล้านบาท เริ่มเปิดพรี เซลล์ ช่วงเดือน มิ.ย.นี้&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/6985</URL_LINK>
                <HASHTAG>SENA, กู้บ้าน, สินเชื่อที่อยู่อาศัย, สินเชื่อบ้าน, อสังหาริมทรัพย์, เงินผ่อน, เสนา, เสนา ดีเวลลอปเม้นท์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180412/image_big_5acecf5e9deda.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
