<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>30482</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/03/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/03/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ต้องกำจัดระบอบทักษิณ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จะไปกันใหญ่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันก่อน &amp;quot;นคร มาฉิม&amp;quot; บอกว่า ระบอบทักษิณไม่มีจริง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก็คงต้องถามก่อนว่า &amp;quot;ระบอบทักษิณ&amp;quot; คืออะไร?&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อยากให้เข้าใจเสียใหม่ ระบอบทักษิณ ไม่ใช่ระบอบการปกครอง&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถ้าทึกทักเอาว่า &amp;quot;ระบอบทักษิณ&amp;quot; คือระบอบการปกครอง ก็อาจไม่มีจริง เพราะ ทักษิณไม่ได้สร้างคุโณปการในแง่การปกครองเอาไว้เลย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แท้จริงแล้ว &amp;quot;ระบอบทักษิณ&amp;quot; คือระบอบการคดโกง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไม่ได้โกงคนเดียว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่โกงเป็นเครือข่าย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คำพิพากษาของศาลในหลายคดี ตอกย้ำว่า ระบอบทักษิณมีอยู่จริง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีการโกง มีผลประโยชน์ต่างตอบแทนเกิดขึ้นจริง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ดังเช่นคำพิพากษาคดีงาบที่ธรณีสงฆ์&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เครือข่ายโกง &amp;quot;ทักษิณ-เสนาะ-ยงยุทธ&amp;quot; ปรากฏในคำพิพากษาของศาลชัดเจน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เครือข่ายทุจริตการซื้อ-ขายที่ดินย่านรัชดาภิเษก ที่สมุนทักษิณอ้างว่า ผัวเซ็นเมียซื้อ ผิดตรงไหน นั่นก็คือระบอบการเมืองขี้โกง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คดีปล่อยกู้กรุงไทย ผู้ต้องหาบางส่วนติดคุกไปแล้ว บางส่วนหนี และบางส่วนรอฟังคำพิพากษาศาลในเร็วๆนี้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นี่ก็คือขบวนการโกงในระบอบทักษิณ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ฉะนั้นใครที่ยังคิดว่า &amp;quot;ทักษิณ&amp;quot; ไม่โกง ก็ควรไปค้นหาความจริงในคำพิพากษาของศาล&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คดีเหล่านี้ไม่ใช่คดีการเมือง แต่เป็นคดีคอร์รัปชัน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แยกให้ถูก&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่าให้ระบอบทักษิณจูงจมูก&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขอให้ดูฟิลิปปินส์เป็นตัวอย่าง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากประเทศที่มีความก้าวหน้ามากที่สุดในอาเซียน กลายเป็นประเทศที่ต้องคอยวิ่งตามประเทศเพื่อนบ้านได้อย่างไร&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เฟอร์ดินานด์ มาร์กอส สร้างความวิบัติด้วยการปล้นสมบัติชาติ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กว่าฟิลิปปินส์จะกลับมาเข้ารูปเข้ารอย ต้องรอ &amp;quot;เฟอร์ดินานด์ มาร์กอส&amp;quot; ตาย กลุ่มสนับสนุนถึงค่อยๆ สลายตัวไป&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประเทศไทยคงไม่ต้องรอให้ใครตาย แต่ควรเรียนรู้ว่า ระบอบทักษิณโกงอย่างไร&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันนี้มีหลักฐานยืนยันการโกงมากมาย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอาง่ายๆ....คิดว่าคนที่กล้าฮุบที่วัด เป็นคนที่มีจิตใจอย่างไร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นั่นแหละคือคำตอบว่า ทำไม ไม่ควรปล่อยให้มีระบอบทักษิณต่อไป.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/30482</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทักษิณ, นคร มาฉิม, ยงยุทธ, อ่านเอาเรื่อง, เสนาะ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180114/5a5b69ad52eea.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>18469</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/09/2018 14:14</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/09/2018 12:52</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;เหนาะ&#039;ชูก้นแม้วปลุกพท.ข่มบิ๊กตู่-ปชป. มั่นใจชนะเลือกตั้ง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;26 ก.ย. 61 - ในระหว่างการประชุมพรรคเพื่อไทย นายเสนาะ เทียนทอง แกนนำพรรคเพื่อไทย กล่าวกับสมาชิกพรรคว่า เป็นวันที่เราได้มาพบกันอีกครั้งหนึ่ง จากที่ห่างกันไปตั้ง 4 ปีกว่า ในฐานะที่เรายืนอยู่กับประชาชน ในฐานะอดีตส.ส.เราคือผู้อาสามาดูแลบริหารประเทศชาติบ้านเมือง ที่ผ่านมาเราเป็นไทยรักไทยตั้งแต่ปี 2543 มีโอกาสได้จับมือกับน้องที่รักคือ นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ เปิดตัวครั้งแรกในนามพรรคไทยรักไทย มีสมาชิกร้อยกว่าชีวิต ช่วงเริ่มหาเสียงเลือกตั้ง ตนมีโอกาสร่วมต่อสู้กับนายทักษิณ ได้ส.ส. 207 คน จากจำนวนผู้แทน 400 คนในสภา และได้บัญชีรายชื่ออีก ทำให้เราได้สมาชิกเกินกว่าครึ่ง เริ่มต้นตั้งรัฐบาลก็โดนคดีซุกหุ้นแต่ก็สู้จนชนะ ได้ตั้งรัฐบาลสำเร็จ ได้บริหารประเทศ จะเห็นว่านายทักษิณบริหารประเทศจนมีชื่อเสียงโด่งดัง มีนโยบายที่ต่อเนื่อง คนชื่อทักษิณออกนโยบายแล้วทำสำเร็จทุกเรื่อง มาวันนี้พรรคเพื่อไทย ยังคงอนุรักษ์ของเก่าอยู่ เช่น นโยบาย 30 บาทรักษาทุกโรค เรียกได้ว่าเกือบ 20 ปี นโยบายนี้ก็ยังขลังใช้ได้อยู่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายเสนาะ กล่าวว่า แม้ว่าเราจากกัน 4 ปีกว่า แต่วันนี้เราได้มาพบกันก็ยังหนาแน่น ที่ไม่ได้มาก็เยอะ ถูกดูดไปก็หลาย แต่ไม่ย่อท้อ โต ๆ กันแล้ว ตรงไหนดีไม่ดี จะดูออกหรือไม่ออกก็แล้วแต่เขา เมื่อเขาไปก็เป็นโอกาสให้สมาชิกใหม่ ซึ่งก็แย่งกันจะลง แต่ละคนมีศักยภาพ และอาจจะเหนือกว่าคนเก่าด้วย ส่วนใหญ่ที่ถูกดูดไปตนรู้จักทั้งนั้น แต่ไม่ว่ากัน ทางใครทางมัน อย่างไรก็ตาม สำหรับ 46 ปีทางการเมืองของตน ถึงอย่างไรพรรคเพื่อไทยก็เป็นที่หนึ่ง รับรองได้เลย เป็นที่หนึ่งห่างด้วย ภาคเหนือก็มั่นคง ภาคอีสานไม่ต้องห่วง ภาคกลางก็ไม่แพ้ใคร ภาคใต้กำลังแก้ปัญหา มั่นใจคราวนี้ไม่น้อยหน้า คาดว่าจะได้ 10 คนขึ้นไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;เราอยู่ด้วยกันต้องจริงใจ รักผูกพันกับพรรค กับพวกอย่างแน่นแฟ้น อย่าไปมองว่าเขากำลังคึกคัก ยืนยันได้ว่า แพ้เราขาด ไม่มีทางเทียบกันได้ ส่วนพรรคเก่าอย่างพรรคประชาธิปัตย์ ไม่รู้ว่ากำลังเล่นอะไรกันเรื่องหัวหน้าพรรค ยื้อกันไปมา แต่ถ้าผมมองด้วยสายตาคิดว่าต่ำกว่า 100 แต่ของเรา 200 คนขึ้นไป ส่วนคนที่ถูกบีบ อย่าไปหวั่นไหว เลือกตั้งเสร็จ พวกนี้ก็หมดอำนาจ อย่าไปหวั่นไหวว่าเขาจะตั้งรัฐบาลได้ เรื่องที่เขาเอามาบีบเรา ถ้าเราผิดจริง เผาไฟไม่ได้เขาก็ขุดขึ้นมาได้ เขาช่วยเราไม่ได้หรอก แค่เอามาบีบตอนนี้เท่านั้น แต่ถ้าใครแยกออกไปจะมองหน้ากันไม่ติด ส่วนส.ว.250 คน ไม่ได้ทำให้เขาเป็นนายกรัฐมนตรีได้ หรือต่อให้เป็นนายกฯได้ก็บริหารประเทศไม่ได้ ท้ายที่สุดก็มีอันเป็นไป ผมแม้ปีนี้จะอายุ 85 ปีแล้ว แต่ขอยืนยันว่าจะยืนอยู่เคียงข้างประชาชน และพวกเราตลอดไป&amp;rdquo; นายเสนาะ ระบุ.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/18469</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชนะเลือกตั้ง, ปชป., ป๋าเหนาะ, พท., เพื่อไทย, เสนาะ, แม้ว</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180509/image_big_5af2ea660cfed.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>6471</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/04/2018 20:20</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/04/2018 20:20</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทวนความทรงจำ &#039;เฒ่าเหนาะ&#039; จะเอา &#039;ทักษิณ&#039; หรือ &#039;ประเทศไทย&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;4 เม.ย.61 - คึกคักทีเดียวสำหรับบรรยากาศการยืนยันความเป็นสมาชิกพรรคเพื่อไทย ยิ่งคึกคักขึ้นเป็นทบทวีเมื่อนักการเมืองรุ่นลายครามอย่างนายเสนาะ เทียนทอง&amp;nbsp; หัวหน้ากลุ่มวังน้ำเย็น&amp;nbsp; ปรากฎตัวเพื่อแสดงตัวตนในการเป็นสมาชิกพรรคเพื่อไทย เรียกเสียงฮือฮาจากบรรดาคอการเมืองได้มิใช่น้อย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;นายเสนาะ พูดในงานนี้ช่วงหนึ่งว่า &amp;quot;เดือนนี้สำคัญมีวันสำคัญมาก วันนี้พวกเรามารวมตัวกันทั้งหมด ยกเว้นบุคคลสำคัญคือ นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ผมฝันแล้วฝันอีกว่าท่านทักษิณ ต้องกลับเข้ามาประเทศไทยแน่นอน ความฝันของผมมักจะเป็นความจริง แม้ปีนี้ผมจะอายุ 84ย่าง 85 แต่ก็จะอยู่กับพรรคต่อไป มาร่วมกับพรรคนี้ตั้งแต่สมัยไทยรักไทยวันที่จับมือกับนายทักษิณ เมื่อวันที่ 1 เม.ย. 43 และจากนี้ก็จะอยู่กันต่อไปเพื่อจรรโลงไว้ซึ่งพรรคไทยรักไทย ไม่ว่าจะเปลี่ยนชื่อเป็นอะไรก็ตาม&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;คำพูดของนายเสนาะ ทำให้ต้องย้อนกลับไปเมื่อปี 2548 ที่นายเสนาะ ถ่ายทอดความรู้สึกของตนเองที่มีต่อนายทักษิณ ผ่านงานเขียนชื่อ &amp;quot;จะเอาทักษิณ หรือประเทศไทย&amp;quot; ตีพิมพ์ในหนังสือ &amp;quot;รู้ทันทักษิณ 4 ฅนวงใน The Insiders&amp;quot; ของสำนักพิมพ์ &amp;quot;ขอคิดด้วยฅน&amp;quot;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;นายเสนาะไว้ว่าอย่างไร เชิญท่านอ่านดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;....รู้จักพ.ต.ท.ทักษิณ ตั้งแต่ปี 2529 แบบผิวเผิน ตั้งแต่เป็นนายตำรวจติดตามรัฐมนตรี พ.ต.ท.ทักษิณพยายามสร้างความสัมพันธ์กับหัวหน้าพรรคคือทำธุรกิจกับการเมือง วิ่งเต้นเข้าทางผู้ใหญ่สูงสุดของพรรค ต่อมาตนย้ายไปเป็นเลขาธิการพรรคความหวังใหม่ พ.ต.ท.ทักษิณได้สนับสนุนปัจจัยการเมืองผ่านไปทาง พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ หัวหน้าพรรคความหวังใหม่ในขณะนั้น พ.ต.ท.ทักษิณจึงได้เข้ามาเป็นรองนายกรัฐมนตรี เมื่อก่อนเกิดวิกฤตค่าเงินบาท นายอำนวย วีรวรรณ รมว.คลังในขณะนั้นลาออก มีการคิดกันว่าจะให้ตำแหน่งนี้กับพ.ต.ท.ทักษิณด้วยซ้ำ ตนได้ไปทาบทามคนที่น่าเชื่อถือในสังคม โดย นายโฆสิต ปั้นเปี่ยมรัษฎ์ รับปากว่าจะเข้ามาช่วยเป็นรมว.คลัง ปรากฏว่าพ.ต.ท.ทักษิณไปนำนายทนง พิทยะ ผู้บริหารธนาคารทหารไทยมารับตำแหน่งนี้แทน โดยที่ตนไม่รู้เรื่อง พ.ต.ท.ทักษิณ ไปซุบซิบกับพล.อ.ชวลิต และนายโภคิน พลกุล อดีต รมต.สำนักนายกฯ แล้วจึงมีคำสั่งแต่งตั้งนายทนง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;ก่อนเงินบาทลอยตัว ผมไม่รู้เรื่องด้วย เพราะอยู่นอกวงของพวกเขา คนที่เกี่ยวข้องกับการลดค่าเงินบาทในขณะนั้นมี 4 คือ พล.อ.ชวลิต พ.ต.ท.ทักษิณ นายทนง และนายโภคิน ส่วนจะรู้เห็นกันขนาดไหนผมไม่รู้เขาบอกว่าเขาไม่รู้อันนี้ไม่มีใบเสร็จ แต่ถ้าถามผมว่าผลที่เกิดหลังค่าเงินบาทลอยตัวออกมาอย่างไร มันส่อชัดว่าทักษิณและบริษัทรอดวิกฤตคนเดียวคือผลลัพธ์มันสะท้อนชัดอยู่แล้ว การที่มีคนไปซื้อประกันความเสี่ยงเรื่องค่าเงินบาทเอาไว้มาก ๆ หรือไปซื้อดอลลาร์เอาไว้มากๆ ก่อนประกาศลอยค่าเงินบาท ก็เหมือนจุดไฟเผาบ้านตัวเองเพื่อเอาเงินประกัน เศรษฐกิจของชาติพังเสียหาย แต่ตัวเองรอดพ้นวิกฤตเพราะได้ประกัน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;หากต้องการจะรู้ทันทักษิณ ต้องเข้าใจเสียก่อนว่า พ.ต.ท.ทักษิณเป็นคนอย่างไร เพราะลักษณะเฉพาะและตัวตนของ พ.ต.ท.ทักษิณ เป็นตัวกำหนดพฤติกรรมการใช้อำนาจและบริหารราชการแผ่นดินของทักษิณทั้งหมดนั้นประกอบขึ้นมาเป็นระบอบทักษิณ ซึ่งมีทั้งระบบการใช้อำนาจและการแสวงหาผลประโยชน์อยู่ร่วมกัน พ.ต.ท. ทักษิณเป็นคนมีวุฒิการศึกษา แต่ขาดวุฒิภาวะการเป็นผู้นำ ไม่มีสภาวะผู้นำโดยเฉพาะในระดับประเทศ เป็นคนไม่มีประสบการณ์ในการบริหาราชการ แม้เคยรับราชการตำรวจ ก็อยู่ไม่นาน และใช้เวลาว่างไปกับการประกอบธุรกิจ พ.ต.ท.ทักษิณเป็นนักเสี่ยงโชค ขาดความรอบคอบ เคยประสบปัญหาทางธุรกิจ แลกเช็คและถูกฟ้องเช็คเด้ง นิยมบริหารธุรกิจแบบคิดไวทำไว โดยใช้การตลาดเป็นเครื่องมือ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;การจดทะเบียนคนจนนั้น ผมเคยแนะนำว่ามันทำไม่ได้ ไปประกาศเฉยๆ ไม่ได้ เอามาขึ้นทะเบียนเฉยๆ คนที่เป็นหนี้สินอยู่ที่ไม่ใช่คนจนก็ไปจดทะเบียนด้วย มันจะบานปลายไปใหญ่ พี่ไม่เห็นด้วย มองด้วยจิตสำนึกมันปฏิบัติไม่ได้ มันได้แค่โชว์ตัวเลขตอนเลือกตั้งจากนั้นไม่มีผลจริง แต่ทักษิณตอบว่า โธ่...พี่เหนาะ คนตาบอดมันกลัวเสือเหรอ ถ้าเราไม่พูดแบบนี้เราจะได้เสียงเหรอ เขาพูดอย่างนี้แสดงว่าไม่ได้จริงใจกับนโยบาย ประกาศไปก่อนค่อยหาวิธีการทำการตลาดทีหลัง ไปเสี่ยงเอาข้างหน้าขอให้ได้คะแนนเสียงไว้ก่อน ไม่สนวิธีปฏิบัติราชการ แม้แต่โครงการ เอสเอ็มแอล ผมก็เตือนว่าเข้าข่ายซื้อเสียง เพราะอยู่ในภาวะเลือกตั้ง ทักษิณตอบว่าโธ่...อำนาจอยู่ที่เรา กกต.ก็ของเรา คนก็บอกเรา ล่าสุดก่อนการเลือกตั้ง 2 เมษายน 2549 มีการกระทำผิดกฎหมาย คือขนคนมาฟังการปราศรัยโดยจ้างมา มันผิดกฎหมายแน่นอน แต่ กกต.กลับเฉย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;พ.ต.ท.ทักษิณเคยบอกรัฐมนตรีในรัฐบาลว่าไม่ต้องคิดอะไรมาก ขอให้ทำตามก็พอ หากรัฐมนตรีของพ.ต.ท.ทักษิณเป็นคนที่คิดมาก รอบคอบ คอยตักเตือนจะอยู่ไม่ได้เลย คนที่อยู่ได้จะต้องตอบ &amp;ldquo;เยส&amp;rdquo; อย่างเดียว เช่น นายพินิจ เคยพูดว่า &amp;ldquo;ท่านนายกฯ ผมไม่เคยเห็นใครคิดได้ดีเท่านี้เลย&amp;rdquo; หรือ นายเนวิน ก็มักพูดว่า &amp;ldquo;ดีนายๆ&amp;rdquo; ด้วยเหตุนี้รัฐมนตรีบางคนในช่วงเทศกาลเลือกตั้ง มักมีบัตรเลือกตั้งที่พิมพ์เกินอยู่เต็มรถ จึงได้รับการฟูมฟักอย่างดี เหนียวแน่น ถูกเรียกใช้งานบ่อยๆ ในช่วงหลัง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;ยิ่งกว่านั้นยังมีการใช้ระบบธุรกิจครอบครัวมาจัดการผลประโยชน์ในรัฐบาลแบบเบ็ดเสร็จ ตั้งแต่ขนคนที่เคยทำงานกับตัวเองในบริษัทแบบยกชุด วางคนของตัวเอง ไปในทุกกระทรวง โดยไม่จำเป็นต้องมีตำแหน่งที่มีอำนาจอย่างเป็นทางการ แต่ทุกคนในกระทรวงจะรู้ดีว่า คนๆนี้คือคนของเขา จะทำอะไรก็ต้องผ่านคนคนนี้ เรียกว่ามีสองสามคนไปดูแลผลประโยชน์ทุกกระทรวง เป็นเสมือนหลงจู๊ แล้วยังส่งคนไปยึดตำแหน่งใน กมธ.ชุดต่างๆ ของสภาผู้แทนฯ ใน ครม.ก็ไม่ต่างกัน ทุกโครงการที่จะมีการอนุมัติ ถ้ารัฐมนตรีคนไหนเสนอเรื่องของใช้งบกลางที่จัดสรรไว้มหาศาล ก็ต้องไปเคลียร์กับคนของเขาให้เรียบร้อยก่อน รัฐมนตรีหลายคนจะมีคนของเขาเข้ามาบอกว่าเดี๋ยวทำงบฯ จะเอากี่พันล้าน แต่ต้องเอาเข้าพรรค 10 เปอร์เซ็นต์ หมายความว่าจะไปทำอะไรขึ้นมาก็ได้ ไปเขียนโครงการมา&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;ถ้ารัฐมนตรีคนไหนทำไม่ได้ก็อยู่ไม่ได้ เวลาทำโครงการก็ต้องจ้างที่ปรึกษาที่เป็นคนของตัวเอง แล้วใช้วิธีที่เก่งที่สุด คือ ยกเว้นระเบียบพิเศษ ยิ่งใช้วิธีขีดเส้นตายว่าต้องเสร็จวันนั้นวันนี้ เหมือนกรณีสนามบินสุวรรณภูมิ เพื่อจะได้ใช้วิธีจัดซื้อจัดจ้างแบบพิเศษ นโยบาย 10 เปอร์เซ็นต์ รัฐมนตรีต้องทำโครงการ โดยตบแต่งงบประมาณขึ้นมาก่อนว่ามูลค่าของโครงการจะครอบคลุม 10 เปอร์เซ็นต์ที่ต้องหักเข้าพรรค จากนั้นไปตกลงกับคนของเขาผ่านคุณหญิง เมื่อเรียบร้อยเมื่อใดก็ส่งมาให้ตัวตายตัวแทนทางการเมืองที่เขาไว้ใจ พอเข้า ครม. นายกฯ จะเสนอโครงการและอนุมัติให้เองเสร็จสรรพ รัฐมนตรีไม่ต้องคิดไม่ต้องสงสัย ทุกวันนี้ยังไม่มีใครรู้ใครเข้าใจว่า 10 เปอร์เซ็นต์มีอยู่เท่าไร คงต้องไปถามคุณหญิง&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;สิ่งที่สุดทนจริงๆ คือ กรณีผู้ว่าฯ สตง. ที่ถูกแทรกแซงการทำงาน แทรกแซงองค์กรอิสระ และละเมิดพระราชอำนาจ มันเป็นฟางเส้นสุดท้ายที่สำคัญ ที่ทำให้ตนลุกขึ้นอภิปรายเมื่อ 8 มิ.ย.2548 การประกาศตัดขาดแตกหักกลางสภาฯ พูดได้ว่า ถ้ามันเอาชีวิตได้มันเอาไปแล้ว มันแค้น แต่ก็ไม่กล้า ตอนหลังคนของ พ.ต.ท.ทักษิณก็ติดต่อมาหลายครั้ง ตนพูดตรงๆ ไปว่า เรื่องมันมาถึงขนาดนี้แล้ว เมื่อไม่ยอมลดละเอง จนเราต้องแตกหักไปสู่สาธารณชนแล้ว สิ่งสำคัญนายกฯก็ต้องแก้ข้อกล่าวหาทั้งหมดให้ได้ และตนยังพูดอีกว่า ถ้าบอกจะกินข้าวกันตอนนี้ มันยังไงล่ะ ให้พี่เป็นผู้เป็นคนดีกว่าอย่าให้พี่เป็นหมาเลย&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;ก่อนที่จะเกิดปัญหาทั้งหมดตนก็พยายามไปเตือน แต่เรื่องที่เตือนก็เป็นการขัดผลประโยชน์เขาทุกเรื่อง เช่นคิดว่ารัฐมนตรีคอรัปชั่น ตนก็ไปเตือนเพราะคิดว่าไม่รู้ ที่ไหนได้มันสั่งเอง ขนาดกลายเป็นว่ารัฐมนตรีคนไหนไม่ทำตามสั่ง ภายหลังก็อยู่ไม่ได้ ความขัดแย้งในปัจจุบันมาสาเหตุมาจากตัวปัญหาคนเดียวคือ พ.ต.ท.ทักษิณ คนคนนี้โกงเพื่อเข้ามาสู่อำนาจ เมื่อมีอำนาจก็โกงอีก อันตรายต่อบ้านเมืองสุดๆ พ.ต.ท.ทักษิณน่ากลัวเพราะเป็นคนมีวุฒิการศึกษา จ้องวางแผนเอาเปรียบคนอื่น ถือว่าต่ำต้อยเหลือเกินในการเป็นผู้นำประเทศ&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;ผมจำคำพูดของทักษิณที่เคยบอกว่า พี่เหนาะผมพร้อมแล้ว สมบัติส่วนหนึ่งผมให้ลูก อีกส่วนเก็บไว้สำหรับตายาย กินจนตายก็ไม่หมด สมบัติอีกส่วนจะทำเพื่อบ้านเมือง จะใช้หนี้แผ่นดิน&amp;rdquo; คำพูดนั้นๆ ผมเคยหลงคิดว่าคนคนหนึ่ง รวยแล้วกลับใจ คิดใช้หนี้แผ่นดิน ตอนนี้ผมรู้ความจริงแล้วว่า รวยจากโกงชาติ กล้าทำแม้เผาบ้านเมืองเพื่อเอาประกัน คนรวยคนนี้รวยแล้วไม่รู้จักพอ ไม่ใช่หนี้แผ่นดินยังไม่พอ มันยังโกงกิน ทรยศต่อแผ่นดิน&amp;rdquo; นายเสนาะกล่าว และว่า ตนเคยพูดและเตือนกับคุณหญิงอ้อว่า &amp;ldquo;น้อง ถ้ามันได้มาอีกแสนล้าน เอาไปทำไม&amp;rdquo; เขาพากันตอบว่า &amp;ldquo;ก็รู้ แต่ในเมื่อเล่นการเมืองมันต้องควักเงิน ก็ต้องถือว่าเป็นธุรกิจ&amp;rdquo; เคยเตือนหนักๆ ถึงขั้นว่า &amp;ldquo;ในอนาคต ถ้ามันจะเดือดร้อนหนักๆ คือคนเป็นหัวนะ&amp;rdquo; เขาก็ตอบอย่างไม่สะทกสะท้านว่า &amp;ldquo;ก็รู้ ถ้าพี่ทักษิณจะลง ต้องให้พรรคไทยรักไทยมีอำนาจอย่างน้อยสองสมัยถึงจะปลอดภัย&amp;quot;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/6471</URL_LINK>
                <HASHTAG>จะเอาทักษิณหรือประเทศไทย, ทักษิณ, ป๋าเหนาะ, เพื่อไทย, เสนาะ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180404/image_big_5ac4d00fdbb88.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>6238</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/04/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/04/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>หนุนบิ๊กตู่ไล่พ้นปชป. อภิสิทธิ์ประกาศจุดยืน/&#039;ภูมิใจไทย&#039;ยังแทงกั๊กรอสถานการณ์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เปิดยืนยันการเป็นสมาชิกพรรควันแรก &amp;nbsp;ปชป.คึกคัก &amp;quot;มาร์ค&amp;quot; ยัน 72 ปี ปชป.อุดมการณ์ยึดมั่น ปชต.ไม่เคยเปลี่ยน ลั่นสมาชิกยังสนับสนุนหัวหน้าพรรค &amp;nbsp;ใครออกนอกแถวไปหนุน &amp;quot;ประยุทธ์&amp;quot; ให้ไปทางเลือกอื่น &amp;nbsp; &amp;quot;อนุทิน&amp;quot; แทงกั๊กหนุนนายกฯ คนนอก อ้างต้องดูสถานการณ์ &amp;quot;สุชาติ&amp;quot; เปิดบ้านเช็กขุมกำลังไร้เงาสมคิด &amp;nbsp;ขณะที่ &amp;quot;ป๋าเหนาะ&amp;quot; หยาม &amp;quot;ลุงตู่&amp;quot; หากโดดเล่นการเมืองคงไม่ไหว เจอกระทู้หนักๆ หรือญัตติสำคัญจะยิ่งกว่าไส้เดือนถูกขี้เถ้า แนะหากอยากเป็นนายกฯ ให้ตั้งรัฐบาลแห่งชาติหยิบ รธน.ฉบับอื่นมาใช้แล้วเลื่อนเลือกตั้ง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันอาทิตย์ที่ 1 เมษายน ซึ่งเป็นวันแรกในการยืนยันการเป็นสมาชิกพรรคการเมือง ตามคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่ 53/2560 บรรยากาศการยืนยันความเป็นสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) เป็นไปอย่างคึกคักตั้งแต่ช่วงเช้า นำโดยนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรค ปชป. และแกนนำพรรค อาทิ นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์, นายกรณ์ จาติกวณิช, นายองอาจ คล้ามไพบูลย์, นายจุติ ไกรฤกษ์ ส่วนอดีตแกนนำ กปปส. อาทิ นายถาวร เสนเนียม อดีต ส.ส. และสมาชิกพรรค ต่างทยอยเดินทางมาที่พรรคเพื่อยืนยันความเป็นสมาชิกพรรคกันอย่างเนืองแน่น ขณะที่บางคนที่เคยบวชทำให้ขาดสมาชิกภาพ เช่น อดีตแกนนำ กปปส. อาทิ นายอิสสระ สมชัย, นายวิทยา แก้วภราดัย, &amp;nbsp;นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ และนายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ ก็มาแสดงตัวที่พรรคเช่นกัน &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้น เวลา 10.00 น. นายอภิสิทธิ์แถลงชี้แจงต่อสมาชิกพรรคว่า การจะให้สมาชิกพรรคยืนยันตัวตนเป็นสมาชิกกับพรรคต่อ เราต้องบอกแนวทางให้รู้ว่าทิศทางของพรรค ปชป.ยุคใหม่จะเดินไปทางไหน เพื่อให้มาร่วมทางกับเรา วันที่ 6 เมษายน พรรคจะมีอายุ 72 ปี ที่ผ่านมาอุดมการณ์ชัดเจนไม่เคยเปลี่ยน ยึดมั่นในระบอบประชาธิปไตย ยึดหลักนิติรัฐ นิติธรรม ทำงานด้วยความซื่อสัตย์ แต่ด้วยสถานการณ์ของโลกที่เปลี่ยนแปลงไป &amp;nbsp;พรรคจึงต้องปรับตัวให้ทันกับโลกาภิวัตน์ และจากปัญหาความขัดแย้งที่เกิดขึ้น ทำให้ประชาชนสับสนในบทบาทของพรรคการเมือง พรรคจึงยืนยันยึดอุดมการณ์ประชาธิปไตยที่โปร่งใส เดินหน้าสร้างพรรคยุคใหม่ ให้เห็นว่าพรรคเป็นพรรคของประชาชนอย่างแท้จริง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;จากนี้จะเดินหน้าระดมสมาชิกให้ได้จำนวนมากที่สุด พยายามทุกวิถีทางให้สมาชิกเดิม 2.5 ล้านคนกลับมายืนยันให้มากที่สุด และเมื่อ คสช.ปลดล็อกจะเดินหน้าหาสมาชิกให้ได้มากที่สุด และพยายามให้มีสาขาพรรคให้มากที่สุด เพื่อเป็นหลักประกันว่าประชาชนจะได้เป็นเจ้าของพรรคอย่างแท้จริง และจะเขียนข้อบังคับพรรคให้ที่ประชุมใหญ่เคารพการตัดสินใจของสมาชิกที่จะสามารถหยั่งเสียงในการเลือกหัวหน้าพรรคโดยตรง รวมทั้งจะให้สมาชิกมีโอกาสร่วมร่างนโยบายพรรคด้วย&amp;rdquo; นายอภิสิทธิ์กล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอภิสิทธิ์กล่าวต่อว่า พรรคมีแนวทางในการบริหารพรรค ภายใต้แนวทางการสร้างใหม่ ยึดหลักปฏิรูปเป็นพรรค ปชป.ยุคใหม่ ถึงเวลาที่จะต้องสร้างใหม่สังคมไทย ซึ่งไม่ใช่การรื้อทิ้ง แต่เป็นการต่อยอดและเรียบเรียงสิ่งที่ดีที่มีอยู่ให้เป็นระบบด้วยการลดอำนาจรัฐ และเพิ่มอำนาจประชาชน ซึ่งต่างจากการปฏิรูปที่ทำกันใน 3-4 ปีที่ผ่านมา เพื่อนำมาสู่ 1.เศรษฐกิจยุคใหม่ 2.การศึกษายุคใหม่ 3.การเมืองยุคใหม่ 4.กฎหมายและกระบวนการยุติธรรมยุคใหม่ และ 5.ระบบราชการยุคใหม่&amp;nbsp;
ใครหนุน&amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot;ไปที่อื่น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภายหลังนายอภิสิทธิ์ให้สัมภาษณ์ว่า ตนทำตามเจตนารมณ์จากการยืนยันสมาชิกพรรคควรจะรู้ว่าแนวคิดเป็นอย่างไร ส่วนสมาชิกที่เป็น กปปส. นอกจากนายสุเทพ เทือกสุบรรณ ประธานมูลนิธิมวลมหาประชาชนเพื่อการปฏิรูปประเทศที่ลาออกไป และนายธานี เทือกสุบรรณ อดีต ส.ส.สุราษฎร์ฯ ที่แสดงเจตนาว่าจะเป็นผู้ไปจดแจ้งพรรคการเมืองใหม่ ก็ยังไม่มีอดีต ส.ส.ท่านอื่นมาบอกว่าจะไม่มาร่วมงานกับเรา วันนี้หลายท่านก็มายืนยันแล้ว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ยืนยันว่าสมาชิกพรรค ปชป.ก็ยังสนับสนุนหัวหน้าพรรค ปชป.อยู่แล้ว ส่วนใครที่จะออกนอกแถวไปสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช.นั้น ให้ไปทางเลือกอื่น ไม่ต้องมาที่นี่ เพราะมีพรรคอื่นรองรับเยอะแยะ ถ้าจะอยู่กับพรรค ปชป. ก็ต้องสนับสนุนหัวหน้าพรรค ไม่ว่าหัวหน้าพรรคจะเป็นใครก็ตาม ซึ่งความเป็นไปได้ที่พรรค ปชป.จะสนับสนุนทหารเป็นรัฐบาลนั้น ต้องไปดูว่าทหารเข้ามาได้อย่างไร และมีกี่เสียง&amp;rdquo; หัวหน้าพรรค ปชป.กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมา น.ต.สุธรรม ระหงส์ ผู้อำนวยการพรรค ปชป.เปิดเผยว่า ยอดสรุปผู้ที่มาแสดงตนดังกล่าวเมื่อเวลา 16.00 น. มีจำนวน 1,308 คน แบ่งเป็นสมาชิกตลอดชีพ จำนวน 556 คน และสมาชิกแบบรายปี 752 คน รวมเงินค่าบำรุงพรรคทั้งสิ้น 1,187,200 บาท โดยตั้งแต่วันที่ 2 เม.ย.เป็นต้นไป สมาชิกพรรคยังสามารถมาลงทะเบียนดังกล่าวได้ ณ ที่ทำการพรรค ปชป. ถนนเศรษฐกิจ ในเวลาราชการ หรือที่สาขาพรรคทั่วประเทศ ทางพรรคพบปัญหาหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นกรณีที่บางคนนำบัตรมายืนยันว่าเป็นสมาชิกพรรค ปชป. แต่เมื่อไปตรวจสอบฐานข้อมูลของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) พบว่ามีชื่อเป็นสมาชิกพรรคอื่นด้วย จึงยังไม่สามารถลงทะเบียนกับเราได้ ต้องไปลาออกจากพรรคอื่น และต้องรอ คสช.อนุญาตให้พรรคการเมืองเปิดรับสมาชิกใหม่ คนเหล่านี้จึงจะมาเป็นสมาชิกพรรค ปชป. อีกทั้งยังมีความไม่ชัดเจนของ กกต.หลายเรื่อง แต่ก็ติดคำสั่ง คสช.ที่ห้ามพรรคการเมืองทำกิจการใดๆ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ปัญหาทั้งหมดเป็นเพราะความไม่ชัดเจนของกติกาของ คสช. และความไม่ชัดเจนในการนำมาปฏิบัติของกกต. ที่ไม่กล้าลุกขึ้นมาต่อสู้เพื่ออำนวยความสะดวกให้พรรคการเมืองตามกฎหมายที่ให้ กกต.มีหน้าที่ต้องทำพรรคการเมืองให้เป็นสถาบันการเมืองที่เข้มแข็ง มีแต่ตีความเข้าข้าง คสช.ตลอด ทั้งที่รู้อยู่แก่ใจว่าคำสั่งเหล่านี้ขัดกันเอง บางเรื่องไม่สามารถปฏิบัติ สร้างความสับสนและเป็นภาระให้ประชาชนและพรรคต่างๆ เขาสั่งอะไรมา กกต.ก็ไม่มีปากเสียง อย่างนี้ก็ไม่มีประโยชน์ที่ กกต.จะอยู่ต่อ&amp;rdquo; น.ต.สุธรรมกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ &amp;nbsp;ยืนยันว่า ยังคงทำกิจกรรมทางการเมืองกับพรรค ปชป. และที่เดินทางมาที่พรรค ก็เพื่อยืนยันในส่วนนี้ แต่ยังไม่สามารถยืนยันความเป็นสมาชิกพรรคได้ เพราะขาดสมาชิกภาพตั้งแต่ตอนที่บวช ดังนั้นจึงต้องรอจนกว่า คสช.จะปลดล็อก ทั้งนี้แม้จะเคยร่วมอุดมการณ์ต่อสู้เคลื่อนไหวกับนายสุเทพมา ก็ไม่มีปัญหาความขัดแย้งใดๆ เพราะภารกิจนั้นสิ้นสุดลง หลังจากที่มีการรัฐประหาร ผู้ที่เคยร่วมต่อสู้ ก็สามารถสานต่อเจตนารมณ์ ตามความถนัดของแต่ละคน ไม่ว่าจะอยู่ในพรรคเก่าหรือตั้งพรรคใหม่ ทุกคนทำเพื่อประโยชน์ของประเทศชาติ ไม่มีอะไรบาดหมางกัน ถือเป็นสิทธิของแต่ละคนที่จะสนับสนุนพรรคการเมืองไหน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ขอยืนยันว่า อยู่กับพรรคประชาธิปัตย์ ก็จะสานต่อเจตนารมณ์ของพรรค ที่จะร่วมกันปฏิรูปเปลี่ยนแปลงพรรคให้เป็นของประชาชนอย่างแท้จริง ตามที่หัวหน้าพรรคประกาศไว้ โดยไม่มีเงื่อนไขเรื่องการสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกฯ&amp;rdquo; นายเอกณัฏ กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ กล่าวว่า แม้จะกลับมาอยู่กับพรรค ปชป. แต่ยังเดินหน้าปฏิรูปประเทศและปฏิรูปพรรค เพื่อให้เป็นพรรคการเมืองของประชาชนอย่างแท้จริง &amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;quot;อนุทิน&amp;quot;แทงกั๊ก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนความเคลื่อนไหวสำหรับการเปิดรับเอกสารยืนยันความเป็นสมาชิกของพรรคเพื่อไทย (พท.) วันที่ 2 &amp;nbsp;เม.ย. ซึ่งเป็นวันแรกในการเปิดยืนยันสมาชิก โดยนายภูมิธรรม เวชยชัย รักษาการเลขาธิการพรรค พท. กล่าวว่า เราได้จัดบริเวณชั้นล่างของที่ทำการพรรค คือ บริเวณส่วนด้านหลังห้องสมุดชินวัตรไว้รับสมาชิก เพราะพื้นที่ดังกล่าวเป็นพื้นที่กว้างขวางพอสมควร สามารถจุคนได้หลักร้อย แต่หากมามากเกินกว่านั้นก็ไม่มีปัญหา เราสามารถเปิดขยายพื้นที่ได้ นอกจากนี้ เรายังจัดเจ้าหน้าที่อยู่ประจำตลอดช่วงเวลา และอาจมีเจ้าหน้าที่ที่เป็นนักการเมืองผลัดกันมานั่งประจำจุดเพื่อคอยให้ความรู้แก่สมาชิกด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ท.วิโรจน์ เปาอินทร์ รักษาการหัวหน้าพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า พรรคเปิดให้สมาชิกเดิมมายืนยันความเป็นสมาชิกตั้งแต่วันที่ 1 เม.ย. แต่สมาชิกส่วนใหญ่จะเดินทางมายืนยันการเป็นสมาชิกกันวันที่ 4 เม.ย. ในวันดังกล่าวจะจัดให้มีการรดน้ำดำหัวผู้ใหญ่ในพรรคในเทศกาลวันสงกรานต์ คิดว่าอดีต ส.ส.ของพรรคเพื่อไทยทุกคนจะเข้ามายืนยันความเป็นสมาชิก คงไม่มีใครไปไหน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามถึงกรณีนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯประเมินว่าพรรคเพื่อไทยจะชนะการเลือกตั้ง พล.ต.ท.วิโรจน์กล่าวว่า ทางพรรคยังไม่ได้มีการประเมิน แต่เชื่อว่ามีความเป็นไปได้ เพราะประชาชนในพื้นที่ต่างจังหวัดยังให้ความนิยมพรรคเพื่อไทยเป็นจำนวนมาก เพราะติดอกติดใจในนโยบายของพรรคตั้งแต่สมัยไทยรักไทย พลังประชาชน เพราะนโยบายต่างๆ เป็นนโยบายที่สามารถทำได้จริง&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่พรรคภูมิใจไทย เวลา 09.00 น. ได้จัดงานทำบุญพรรคภูมิใจไทย ก้าวสู่ปีที่ 10 โดยบรรยากาศในช่วงเช้า มีบรรดาแกนนำพรรคภูมิใจไทย นำโดยนายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรค มาร่วมทำบุญเลี้ยงพระกันอย่างคึกคัก มีพรรคการเมืองต่างๆ ส่งตัวแทนนำกระเช้าดอกไม้มามอบเพื่อแสดงความยินดี อาทิ พรรคเพื่อไทย โดยนายวัฒนา เมืองสุข แกนนำพรรค, นายวราวุธ ศิลปอาชา แกนนำพรรคชาติไทยพัฒนา และตัวแทนพรรคชาติพัฒนา&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภายหลังเสร็จสิ้นพิธีสงฆ์ได้มีพิธีรดน้ำดำหัวผู้ใหญ่ในพรรคเพื่อความเป็นสิริมงคลเนื่องในโอกาสวันสงกรานต์ ซึ่งเป็นวันปีใหม่ไทยอีกด้วย และให้อดีต ส.ส. และสมาชิกของพรรคได้ยืนยันการเป็นสมาชิกพรรค
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ต่อมา นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย, นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ เลขาธิการพรรค, นายสรอรรถ กลิ่นประทุม ประธานที่ปรึกษาพรรค ร่วมกันแถลงข่าว โดยนายอนุทินกล่าวว่า ขณะนี้พรรคมีความพร้อมในการเลือกตั้ง แต่ขึ้นอยู่กับ คสช.ที่จะปลดล็อกข้อห้ามต่างๆ ในการดำเนินกิจกรรมทางการเมือง ในส่วนของพรรคพร้อมรับกฎกติกาทุกอย่างภายใต้รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ และพรรคหลีกเลี่ยงการกระทำใดๆ ที่จะทำให้เกิดความสับสนวุ่นวายในบ้านเมือง พร้อมให้ความร่วมมือทุกองค์กร ให้เกิดความสงบสุข และให้ประชาธิปไตยเกิดขึ้นเร็วที่สุด และให้ความมั่นใจว่าสมาชิกและผู้สมัครของพรรคจะปฏิบัติตามกรอบที่กฎหมายกำหนด ไม่ใช้วิธีสกปรก ก่อให้เกิดความขัดแย้งขึ้น เพียงเพื่อให้เกิดการได้เปรียบในการชิงพื้นที่&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวถามถึงกระแสข่าวนายสุชาติ ตันเจริญ &amp;nbsp;แกนนำพรรค จะแยกตัวออกไปตั้งพรรคใหม่ นายอนุทิน กล่าวว่า วันนี้เห็นนายพิเชษฐ์ ตันเจริญ พี่ชายกับหลานชายนายสุชาติและทีมงานก็ยังมาที่พรรค ส่วนจากพรรคอื่นคงต้องรอดูความชัดเจนจนถึงช่วงรับสมัครเลือกตั้ง แต่ในขณะนี้ทีมงานจังหวัดพิจิตร นำโดยนายศิริวัฒน์ ขจรประศาสน์ บุตรชาย พล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์ ยืนยันมาอยู่พรรคภูมิใจไทยแน่นอน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า มีพรรคทหารประสานงานหรือจะมีการจับมือกับพรรคทหารหรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า หากพรรคการเมืองใดมีอุดมการณ์เดียวกันที่ทำให้บ้านเมืองมีความสงบสุข มีความมั่นคงเกิดขึ้นได้ ยึดตามกติกา ก็พร้อมที่จะร่วมด้วย แต่หากพรรคใดทำให้เกิดความขัดแย้งที่ทำให้บ้านเมืองเดินต่อไปไม่ได้ ก็ไม่ร่วมด้วย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;พรรคภูมิใจไทยต้องยึดกฎกติกาที่อยู่ภายใต้รัฐธรรมนูญใหม่ แล้วต้องดูสถานการณ์ตอนนั้นด้วย และยืนยันว่าจะเป็นการตัดสินใจที่ดีที่สุด ซึ่งขณะนี้เราไม่จำเป็นต้องพูดอะไรผูกมัดตัวเอง&amp;quot; หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย กล่าวถึงกรณีหาก พล.อ.ประยุทธ์มาเป็นนายกฯ คนนอกพร้อมจะสนับสนุนหรือไม่ และยืนยันว่า ทางพรรคจะส่งผู้สมัคร ส.ส. 350 เขต และมั่นใจว่าจะได้ ส.ส.มากกว่าเดิม&amp;nbsp;
&amp;quot;เสนาะ&amp;quot;หนุนรบ.แห่งชาติ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ส่วนบรรยากาศบริเวณบ้านพักริมน้ำของนายสุชาติ ตันเจริญ อดีตรองประธานสภาผู้แทนราษฎร ย่านนนทบุรี ซึ่งมีข่าวว่านัดอดีต ส.ส. และจะเชิญนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกฯ ร่วมรับประทานอาหารกลางวัน ปรากฏว่าตั้งแต่ช่วงสาย มีอดีต ส.ส.ในกลุ่ม อาทิ นายรณฤทธิชัย คานเขต อดีต ส.ส.ยโสธร, นายภิรมย์ พลวิเศษ อดีต ส.ส.นครราชสีมา, นายสรชาติ สุวรรณพรหม อดีต ส.ส.หนองบัวลำภู, นพ.เปรมศักดิ์ เพียยุระ อดีต ส.ส.ขอนแก่น ทยอยเดินทางมารอที่บ้าน ก่อนที่นายสุชาติจะเดินทางเข้ามาที่บ้านพักในเวลา 12.00 น.พร้อมกับทักทายผู้สื่อข่าว โดยที่นายสมคิดไม่ได้เดินทางมาร่วมด้วยตามที่มีกระแสข่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสุชาติกล่าวภายหลังการหารือกับอดีต ส.ส.ว่า การพบปะกับอดีต ส.ส.เพื่อหารือเกี่ยวกับการจะนำเสนอนโยบายส่งเสริมสุขภาพประชาชนแห่งชาติ (สสปช.) ให้รัฐบาลพิจารณา โดยจะเสนอผ่านนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ หรือผ่านทางนายกฯ การพูดคุยในวันนี้ไม่ใช่กิจกรรมทางการเมือง ดังนั้นไม่ผิดกฎหมาย ส่วนอนาคตทางการเมืองนั้น คงต้องรอให้ถึงเวลาที่มีการปลดล็อกให้ทำกิจกรรมทางการเมืองได้ก่อนจึงจะตัดสินใจ ขณะนี้ถือว่าตนเป็นสมาชิกพรรคภูมิใจไทยอยู่ และมีเวลาอีก 30 วันที่จะตัดสินใจในการยืนยันเป็นสมาชิก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวถามกรณี พล.อ.ประยุทธ์จะลงเล่นการเมืองในการเลือกตั้งครั้งหน้า นายสุชาติกล่าวว่า เป็นเรื่องที่ดี ทำไมต้องห้าม หากมาตามระบอบประชาธิปไตยยิ่งดีใหญ่ จะไปห้ามทำไม เพราะประชาชนจะได้มีทางเลือก&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ยังไม่มั่นใจว่าจะไปร่วมงานหรือไม่ แต่หากมีการแข่งขันกันสูง ผมจะพิจารณาถ้าชาวบ้านเรียกร้อง แต่ถ้าการแข่งขันไม่มากก็จะไม่ลง จะเปิดโอกาสให้คนรุ่นใหม่ไปสมัครแทน ส่วนนายกฯ หรือทหารจะไปตั้งพรรคหรือไม่นั้น ไม่เห็นจะต้องไปห้ามให้ประชาชนเลือก ทั้งหมดขึ้นอยู่กับประชาชนว่าเขาจะเลือกหรือไม่เลือก ส่วนที่มีข่าวว่านัดนายสมคิดมาทานข้าววันนี้นั้น ไม่ได้นัด ไม่รู้ใครปล่อยข่าว ไม่เคยมากินข้าวกันที่นี่ เคยเจอกันแต่ตามร้านอาหาร ก็เป็นธรรมดาเหมือนที่นายสมคิดพูดว่าเจอได้ทุกคน คุยได้ทุกคน&amp;quot; นายสุชาติกล่าวถึงโอกาสที่จะไปร่วมงานกับนายสมคิดตามที่เป็นข่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายเสนาะ เทียนทอง ประธานที่ปรึกษาพรรคเพื่อไทย กล่าวกรณีที่ พล.อ.ประยุทธ์จะโดดลงมาเล่นการเมืองในนามพรรคพลังประชารัฐว่า ถือว่าเหนื่อยถ้ากระโดดลงมาหลังเลือกตั้งแล้วไม่เหมือนกับการบริงาน 3-4 ปีที่ผ่านมา ที่ พล.อ.ประยุทธ์ยังไม่ได้เจอของจริงในสภา หากเจอแล้วคงจะไม่ไหว เพราะแค่เจอสื่อมวลชนยังหน้าบูดหน้าบึ้งมีอารมณ์ ทะเลาะกัน เหมือนกับไม่ดีต่อกัน ถ้าหาก พล.อ.ประยุทธ์ไปเจอกระทู้ในสภาหนักๆ หรือญัตติเรื่องสำคัญๆ จะยิ่งกว่าไส้เดือนถูกขี้เถ้าอีก &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;quot;พล.อ.ประยุทธ์อยู่ได้ทุกวันนี้เพราะมีอำนาจพิเศษรองรับ ซึ่งไม่มีอะไรที่จะไปขวางการปฏิบัติงานของรัฐบาล คสช. มีแต่สื่อมวลชนเท่านั้น เมื่อไปจี้ถาม ซึ่งดีไม่ดีเดี๋ยวโดนเตะ ทั้งนี้ ผมให้กำลังใจรัฐบาลและ คสช. มาตลอด แต่หากพูดกันตรงๆ นายกฯ พูดเก่ง แต่งานจริง ๆ การบริหารบ้านเมืองมันตกต่ำมากพอสมควร หากพูดภาพรวมคือเสียหาย แม้แต่ต่างชาติก็แอนตี้ ดังนั้นอยากให้รัฐบาลทำให้ถูกต้อง ยังไม่สาย เมื่อเสียเวลาแล้วก็เสียเวลาไป หากอยากเป็นนายกฯ ต่อก็ตั้งเป็นรัฐบาลแห่งชาติ ทุกฝ่ายต้องรับผิดชอบร่วมกัน อย่างไรก็ตาม การเลือกตั้งไม่ใช่ทางออกของประเทศ ดังนั้นจะต้องเลื่อนออกไปก่อน ทางออกของรัฐบาลน่าจะหยิบ รธน.ฉบับใดฉบับหนึ่งมาใช้แทนเพื่อการเลือกตั้งจะดีกว่า รธน.ฉบับปัจจุบันที่มีปัญหา&amp;quot; นายเสนาะกล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; นายเสนาะกล่าวด้วยว่า ตระกูลเทียนทองยังจะอยู่พรรคเพื่อไทย เพราะไม่มีอะไรที่จะต้องพิจารณาไปอย่างอื่น ตอนนี้ยังไม่มีพรรคอื่นมาทาบทาม ยังยืนยันที่จะอยู่พรรคเพื่อไทย เพราะเป็นรุ่นก่อตั้งพรรคไทยรักไทยมาก่อนเมื่อปี 2543 และชนะเลือกตั้งมาทุกครั้ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสุริยะใส กตะศิลา รองคณบดีฯ วิทยาลัยนวัตกรรมสังคม ม.รังสิต กล่าวว่า ขณะนี้คงปฏิเสธไม่ได้ว่าพรรคที่จะสนับสนุนพรรคทหารก็เดินสายทำงานลงพื้นที่ หาตัวคนเพื่อเตรียมจัดตั้งพรรคแล้ว แต่ก็เป็นเรื่องที่น่าแปลกใจที่สัญญาณปลดล็อกพรรคการเมืองและการกำหนดวันเลือกตั้งยังไม่มีใครคาดการณ์ได้ เดิมทีหลายฝ่ายคาดการณ์ว่าปลดล็อกพรรคการเมืองน่าจะเริ่มเดือนมิถุนายนนี้ แต่ถึงตอนนี้น่าจะเป็นไปได้ยากแล้ว ฉะนั้นแม้ตลาดการเมืองจะเริ่มคึกคัก แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าทุกอย่างจะเดินสู่การเลือกตั้งโดยไม่มีปัญหาอุปสรรคใดๆ จะมีความขัดเจนก็ต่อเมื่อ คสช.ยกเลิกคำสั่งห้ามพรรคการเมืองทำกิจกรรม และห้ามชุมนุมเกิน 5 คนเท่านั้น ถึงจะเห็นโรดแมปภาพรวมการเมืองได้อย่างชัดเจน. &amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/6238</URL_LINK>
                <HASHTAG>ปชป., ประยุทธ์, มาร์ค, สุชาติ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อนุทิน, เสนาะ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180401/image_big_5ac0e2fcbe62f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>6206</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/04/2018 12:13</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/04/2018 11:33</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ป๋าเหนาะ&#039;โผล่ฟันธงเลื่อนเลือกตั้ง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;ภาพจากแฟ้ม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1 เม.ย.2561 - นายเสนาะ เทียนทอง ประธานที่ปรึกษาพรรคเพื่อไทย เปิดบ้านพักให้ข้าราชการ พ่อค้า นักธุรกิจ และ นักการเมือง อวยพรเนื่องในวันคล้ายวันเกิดครบรอบ 84 ปี โดยนายเสนาะ กล่าวว่า อยากให้เห็นบ้านเมืองเกิดความราบรื่น และ นำพาชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ &amp;nbsp;และประชาชนอยู่เย็นเป็นสุข บุคคลที่อาสาเข้ามาบริหารประเทศจะต้องมีเป้าหมาย ไม่ใช่ใช้กำลังอำนาจที่จะเข้ามาแทรกแซงระบอบประชาธิปไตย ซึ่งจะไม่เป็นผลดีกับประเทศชาติในอนาคต&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ขณะนี้ไม่เชื่อว่าจะเกิดการเลือกตั้งในเดือนกุมภาพันธ์ 2562 แม้ว่า รัฐธรรมนูญจะมีผลบังคับใช้แล้วก็ตาม เพราะยังมีอะไรหลายอย่างขาดตกบกพร่อง หากรีบร้อนให้เกิดการเลือกตั้งจะทำให้เกิดการบกพร่องในเรื่องสำคัญ และจะทำให้ ส.ส.ที่เป็นตัวแทนของประชาชนจะต้องมาอภิปรายตอบโต้กันวุ่นวาย ทั้งนี้ยอมรับว่าเป็นห่วงเรื่องการใช้มาตรา 44 &amp;nbsp;เพราะอาจจะมีผลย้อนหลังในอนาคตได้&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/6206</URL_LINK>
                <HASHTAG>กุมภาพันธ์ 2562, มาตรา 44, รัฐธรรมนูญ, เลือกตั้ง, เสนาะ, เสนาะ เทียนทอง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180401/image_big_5ac06084517da.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
