<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>118630</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/10/2021 16:03</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/10/2021 16:02</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>แม่น้ำตาตก! ลูกชายคลั่งยาหนัก อาละวาดขู่ฆ่า จุดไฟเผาบ้านวอด </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3 ต.ค.64 - เจ้าหน้าที่ดับเพลิงเทศบาลเมืองอำนาจเจริญ พร้อมด้วย เจ้าหน้าที่ดับเพลิงองค์การบริหารส่วนจังหวัดอำนาจเจริญ และรถดับเพลิงจำนวนหนึ่ง เดินทางไประงับเหตุเพลิงไหม้บ้านพักประชาชน ในซอยสวนน้ำ ขุมชนเกษตรสิน เขตเทศบาลเมืองอำนาจเจริญ จ.อำนาจเจริญ ซึ่งได้รับแจ้งทางโทรศัพท์จากพลเมือง เรื่อง เหตุเพลิงบ้านที่บริเวณดังกล่าว&amp;nbsp; เมื่อไปถึงที่เกิตเหตุ &amp;nbsp;พบว่าเพลิงกำลังโหมลุกไหม้บ้าน 2 ชั้น ครึ่งตึกครึ่งไม้อย่างรุนแรง โดยมี นางสาววันเพ็ญ ตั้งสกุล นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดอำนาจเจริญ( อบจ.)และนายณัฐพงศ์ ตั้งสกุลกุลพัฒน์ นายกเทศมนตรีเมืองอำนาจเจริญ เดินทางมาดูแลการทำงานของเจ้าหน้าที่ดับเพลิง ด้วยตนเอง ใช้เวลาดับไฟประเมิน 45 นาที ไฟจึงได้สงบลง และพบว่า บ้านถูกไฟไหม้เสียหายทั้งหลัง พร้อม เครื่องใช้ไฟฟ้า และทรัพย์สินจำนวนหนึ่ง ซึ่งยังไม่สามารถประเมินค่าความเสียหายได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; นางบานดี ก้านทอง อายุ 79 ปี อยู่บ้านเลขที่ 66 หมู่ที่ 8 ต.บุ่ง อ.เมืองอำนาจเจริญ &amp;nbsp;เจ้าของบ้าน กล่าวพร้อมน้ำตาว่า ผู้ลงมือเผาบ้าน คือ นายสัน(นามสมมุติ) อายุ 54 ปี บุตรชายแท้ๆของตนเอง ก่อนนั้น เคยเสพยาบ้า ได้ขโมยสิ่งของในบ้าน รวมถึง สร้อยคอทองคำ ไปขาย และหนีไปอยู่ กรุงเทพฯ ต่อมา เกิดโรคระบาดโควิด - 19 จึงกลับมาอยู่บ้านกับแม่และน้องสาว คือบ้านที่ถูกไฟไหม้หลังนี้ &amp;nbsp;หัวอกแม่ถึงยังไงก็คือลูกวันยังค่ำ ก็เลยให้อภัย ที่แล้วให้มันแล้วไป คิดว่าจะเป็นคนดี กลับตัวกลับใจแล้ว แต่ไม่ใช่อย่างที่คิด คือนิสัยไม่ดีเหมือนเดิม หากไม่ได้เสพยา จะอาละวาดและขู่จะฆ่าตนเอง และน้องสาว เลยหนีไปนอนบ้านญาติ รุ่งเช้าวันนี้ คลุ้มคลั่งหนัก โวยวาย และจุดไฟเผาบนบ้านชั้นที่ 2 เกิดไฟลุกไหม้อย่างรวดเร็วและรุนแรง ส่วนลูกชายอกตัญญู เนรคุณ จุดไฟเผาบ้านเสร็จ ได้ขับรถจักรยานยนต์หลบหนีไปทาง จ.มุกดาหาร คาดว่า จะข้ามไปฝั่งประเทศเพื่อนบ้าน.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/118630</URL_LINK>
                <HASHTAG>อำนาจเจริญ, เสพยา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211003/image_big_615970071e438.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>114409</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/08/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/08/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ฝากขังหนุ่มเสพยาใช้ปืนจี้รถเมล์สาย8ตำรวจแจ้งข้อกล่าวหา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตำรวจฝากขังหนุ่มวัย 23 ปีจี้ตัวประกันบนรถเมล์สาย 8 แจ้ง 2 ข้อหาหน่วงเหนี่ยวกักขังโดยใช้อาวุธ-เสพยา เตรียมสอบพยาน 4 ปาก รอผลตรวจปืนสั้น เช็กประวัติต้องโทษอาชญากร ส่วนผู้ต้องหารับสารภาพ ทำเพราะเครียดปัญหาส่วนตัว
วันที่ 24 ส.ค. ที่ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก พนักงานสอบสวน สน.ลาดพร้าว ส่งคำร้องผ่านระบบฝากขังทางไกลผ่านจอภาพ นายพีรณัฐ แสงจันทร์ อายุ 23 ปี ผู้ต้องหาก่อเหตุจี้ตัวประกันบนรถเมล์สาย 8 แจ้งข้อหา &amp;ldquo;หน่วงเหนี่ยวกักขังและข่มขืนใจให้ผู้อื่นกระทำการใดๆ โดยใช้อาวุธ, เสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน) โดยผิดกฎหมาย&amp;rdquo;&amp;nbsp;ขอฝากขังครั้งแรกเป็นเวลา 12 วัน ตั้งแต่ 24 ส.ค.- 4 ก.ย.64 เนื่องจากจะต้องสอบพยานจำนวน 4 ปาก, รอผลการตรวจอาวุธลักษณะคล้ายปืนพกสั้นจากกองพิสูจน์หลักฐาน รอผลการตรวจลายพิมพ์นิ้วมือและประวัติการต้องโทษของผู้ต้องหาจากกองทะเบียนประวัติอาชญากร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พฤติการณ์สรุปคือ เมื่อวันที่ 22 ส.ค. 2564 เวลาประมาณ 21.00 น. ตำรวจได้รับแจ้งมีชายไทยไม่ทราบชื่อ ได้ทำการจับตัวประกันบนรถประจำทางสาย 8 จึงเดินทางไปตรวจสอบ เมื่อไปถึงพบนายสายัณห์ (สงวนนามสกุล) คนขับรถประจำทางคันดังกล่าว แจ้งว่า ได้รับชายคนร้ายขึ้นมาจากบริเวณอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ เมื่อมาถึงบริเวณแยกแฮปปี้แลนด์ แขวงคลองจั่น เขตบางกะปิ ผู้ต้องหาได้นำวัตถุคล้ายอาวุธปืนขึ้นมาแสดงและสั่งให้นายสายัณห์ขับรถวนไปส่งคนร้ายที่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิอีกครั้ง
นายสายัณห์ คนขับรถจึงออกอุบายว่า ขอเอารถไปเข้าอู่ก่อน เนื่องจากเป็นระเบียบของรถประจำทาง และใช้โอกาสช่วงที่คนร้ายเผลอหลบหนีออกมาได้ แต่ในรถประจำทางยังคงเหลือ น.ส.นวลพรรณ (สงวนนามสกุล) พนักงานเก็บเงินค่าโดยสารรถประจำทางอยู่ในรถ เมื่อเจ้าหน้าที่ทราบว่ายังมีผู้อยู่ในรถคันดังกล่าวอีกจึงได้เจรจากับคนร้าย จนทราบชื่อผู้ต้องหา จากนั้นนายพีรณัฐขอให้นักข่าวสำนักใดก็ได้มาทำข่าวตนเอง หากไม่มีจะนำอาวุธปืนที่ตนเองเตรียมมายิง น.ส.นวลพรรณ เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ทำการเจรจาต่อไป จน น.ส.นวลพรรณอาศัยช่วงที่นายพีรณัฐเผลอหลบหนีออกมาจากทางหน้าต่างด้านหน้าฝั่งซ้ายของรถประจำทางจนสำเร็จ
จากนั้นมารดาของนายพีรณัฐมาช่วยเจ้าหน้าที่ตำรวจในการเจรจาด้วยจนนายพีรณัฐยินยอมลงจากรถประจำทาง เมื่อเดินลงมาจากรถเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้แสดงตัวและเข้าจับกุม พบของกลางอาวุธลักษณะคล้ายปืนพกสั้นสีดำจำนวน 1 กระบอก สอบสวนสาเหตุที่ทำ เนื่องจากความเครียดเรื่องปัญหาส่วนตัว เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้นำตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางมายัง สน.ลาดพร้าว จากนั้นได้ทำการตรวจร่างกายผู้ต้องหา พบปัสสาวะมีผลเป็นบวก เมื่อนำไปยืนยันผลอีกครั้งที่โรงพยาบาลนพรัตนราชธานี ผลการตรวจพบว่ามีสารเสพติด (เมทแอมเฟตามีน) ในปัสสาวะของนายพีรณัฐจริง ในชั้นจับกุมและสอบสวนผู้ต้องหาให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา
เหตุเกิดที่บริเวณริมถนนแฮปปี้แลนด์ แขวงคลองจั่น เขตบางกะปิ กรุงเทพมหานคร สำหรับการกระทำของผู้ต้องหาเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 309, 310 ทวิ พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 4, 7, (1), 57, 91 แก้ไขเพิ่มเติมโดย พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ (ฉบับที่ 5) พ.ศ.2545 มาตรา 8 มาตรา 19 ประกาศกระทรวงสาธารณสุขเรื่องระบุชื่อยาเสพติดให้โทษในประเภท 1 พ.ศ. 2561 ลงวันที่ 31 ก.ค.2561 ข้อ 1 บัญชีท้ายประกาศกระทรวงสาธารณสุขเรื่องระบุชื่อยาเสพติดให้โทษในประเภท 1 พ.ศ.2561 ลำดับที่ 38 ศาลพิจารณาแล้ว อนุญาตให้ฝากขังได้.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/114409</URL_LINK>
                <HASHTAG>จี้ตัวประกันบนรถเมล์, รถเมล์สาย 8, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, หน่วงเหนี่ยวกักขังโดยใช้อาวุธ, เครียดปัญหาส่วนตัว, เสพยา, เอ็กซ์ไซต์, เอ็กซ์ไซต์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210823/image_big_61231d7e33ed5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>65313</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/05/2020 18:40</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/05/2020 18:37</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศาลอุทธรณ์สั่งคุก &#039;เสก โลโซ&#039; 2 ปี 18 เดือนไม่รอลงอาญา คดีเสพยามีปืนขัดขืนจนท.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7 พ.ค.63 - ที่ห้องพิจารณา 301 ศาลอาญามีนบุรี ถ.สีหบุรานุกิจ ศาลอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์คดีหมายเลขดำ 1662/2561 ที่พนักงานอัยการสำนักงานคดีอาญา 12 (มีนบุรี) เป็นโจทก์ยื่นฟ้องนายเสกสรรค์ ศุขพิมาย หรือเสก โลโซ ศิลปินร็อกเกอร์ชื่อดัง อายุ 46 ปี เป็นจำเลย ในความผิดฐานต่อสู้ขัดขวางเจ้าพนักงานในการปฏิบัติตามหน้าที่ฯ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 138, เสพยาเสพติด และมีอาวุธปืนเครื่องกระสุนปืนไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต ตาม พ.ร.บ.อาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืน พ.ศ.2490

กรณีเมื่อวันที่ 31 ธ.ค. 2560 เวลาประมาณ 18.00 น. จำเลยได้มีอาวุธปืนพกออโตเมติก ขนาด 9 มม. จำนวน 1 กระบอก กระสุนปืนออโตเมติก จำนวน 6 นัด และจำเลยเสพเมทเอมเฟตามีน กับเสพ 3,4 เมทิลลีนไดออกซีเมทเอมเฟตามีน อันเป็นยาเสพติดให้โทษประเภท 1 เข้าสู่ร่างกายซึ่งจำนวนและน้ำหนักเท่าใดไม่ปรากฏชัด โดยจำเลยยังต่อสู้ขัดขวางเจ้าพนักงานฯ ด้วย เหตุเกิดที่แขวงท่าแร้ง เขตบางเขน กทม. ชั้นพิจารณาจำเลยให้การรับสารภาพข้อหาตาม พ.ร.บ.อาวุธปืนฯ

ศาลชั้นต้นอ่านคำพิพากษาเมื่อวันที่ 25 ต.ค. 2561 พิพากษาว่าการกระทำของจำเลยเป็นความผิดทั้ง 3 ข้อหา ให้จำคุก ตาม พ.ร.บ.อาวุธปืนฯ 1 ปี รับสารภาพลดโทษเหลือ 6 เดือน, ฐานต่อสู้ขัดขวางเจ้าพนักงานที่ปฏิบัติหน้าที่โดยขู่เข็ญว่าจะประทุษร้ายโดยมีอาวุธปืน ให้จำคุก 1 ปี 6 เดือน และฐานเสพยาฯ จำคุกอีก 6 เดือน รวมจำคุกคดีนี้ทั้งสิ้น เป็น 1 ปี 18 เดือน และให้บวกโทษของศาลอาญาคดีทำร้ายร่างกายสาวคนสนิทอดีตภรรยาอีก 1 ปี 3 เดือน เป็นจำคุกจำเลยทั้งสิ้น 2 ปี 21 เดือน โดยศาลไม่รอการลงโทษ แม้ว่าจำเลยอ้างป่วยเป็นโรคไบโพลาร์ขณะกระทำผิด เนื่องจากพฤติการณ์การสื่อสารกับเจ้าหน้าที่ พบว่าจำเลยรู้ผิดชอบดี จึงไม่อาจอ้าวภาวะป่วยดังกล่าวได้ การกระทำของจำเลยนั้นไม่เกรงกลัวต่อกฎหมาย ศาลเคยให้โอกาสกลับตัวเป็นคนดีในการรอลงอาญาคดีอื่นไว้แล้ว แต่จำเลยยังมากระทำผิดซ้ำในช่วงเวลารอลงอาญาอีก จึงไม่สมควรให้รอลงอาญา และให้นับโทษจำเลยต่อจากคดี พ.ร.บ.อาวุธปืนฯ ของศาลจังหวัดนครศรีธรรมราชด้วย

วันนี้จำเลยเดินทางมาศาล ศาลอุทธรณ์ตรวจสำนวนประชุมปรึกษาหารือแล้ว พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดฐานมีอาวุธปืนซึ่งเป็นของผู้อื่นที่ได้รับใบอนุญาตให้มีและใช้ตามกฎหมายและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับใบอนุญาต จำคุก 5 เดือน ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 78 คงจำคุก 3 เดือน เมื่อรวมกับโทษฐานอื่นตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น เป็นจำคุก 1 ปี 15 เดือน บวกโทษจำคุก 1 ปี 3 เดือนเดือนที่รอการลงโทษไว้ในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ อ3705/2559 ของศาลอาญาเข้ากับโทษของจำเลยในคดีนี้ เป็นจำคุก 2 ปี 18 เดือน ยกคำขอให้นับโทษต่อจากโทษของจำเลยในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 971/2561 ของศาลจังหวัดนครศรีธรรมราช นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

ภายหลังมีคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ จำเลยยื่นคำร้องพร้อมหลักทรัพย์ขอปล่อยชั่วคราว มูลค่า 6 แสนบาท ศาลอาญามีนบุรีพิจารณาแล้ว เห็นควรอนุญาตส่งคำร้องขอปล่อยชั่วคราวให้ศาลฎีกาพิจารณาประกัน ซึ่งหากภายในเวลา 17.00 น. ยังไม่มีคำสั่งลงมา นายเสกสรรค์จะถูกนำไปควบคุมตัวยังเรือนจำพิเศษมีนบุรี

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับคดีนี้ สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 31 ธ.ค. 2560 เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.คันนายาว ได้เตรียมเข้าจับกุมเสก โลโซ ที่บ้านพัก &amp;ldquo;ศุขพิมาย&amp;rdquo; ภายในหมู่บ้านนันทวัน ย่านสุขาภิบาล 5 กทม. ตามหมายจับศาลจังหวัดนครศรีธรรมราช เลขที่ 478/2560 ลงวันที่ 30 ธ.ค. 2560 ข้อหากระทำผิด พ.ร.บ.อาวุธปืน โดยมีอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต, พาอาวุธปืนไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะ โดยไม่มีเหตุอันสมควรและไม่ได้รับอนุญาตให้มีอาวุธปืนติดตัว และยิงปืนซึ่งใช้ดินระเบิดโดยใช่เหตุในเมือง หมู่บ้าน หรือที่ชุมนุมชน ซึ่งมีอายุความ 15 ปี

จากกรณีที่ เสก โลโซ ก่อเหตุเมื่อเวลา 01.00 น. วันที่ 29 ธ.ค. 2560 ได้ยิงปืน 10 นัดภายในงานฉลองสมโภชและครบรอบ 250 ปี สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ในบริเวณวัดเขาขุนพนม ต.บ้านเกาะ อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช โดยอ้างว่าเป็นการบวงสรวงสมเด็จพระเจ้าตากสิน แต่ในวันที่ 31 ธ.ค. 2560 ขณะเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.คันนายาว จะเข้าจับกุม เสกได้ต่อสู้ขัดขวาง ข่มขู่ ซึ่งขณะนั้นก็มีอาวุธปืนไว้ในครอบครองด้วย จนกลายเป็นข่าวดังช่วงปีใหม่ กระทั่งถูกจับกุมแล้วจึงส่งตัวพนักงานสอบสวน สน.คันนายาว ดำเนินคดี ซึ่งเสกก็ได้ประกันตัวไปด้วยหลักทรัพย์เงินสด 150,000 บาท พร้อมกำหนดเงื่อนไขห้ามเดินทางออกนอกราชอาณาจักร เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากศาล ส่วนเหตุการณ์ที่ จ.นครศรีธรรมราช ก็ได้มียื่นฟ้องคดีไปแล้ว ศาลมีคำพิพากษาแล้วเมื่อวันที่ 15 มี.ค. 2561 ให้จำคุก 5 วันโดยไม่รอลงอาญา พร้อมปรับ 2,000 บาท&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/65313</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขัดขวางเจ้าพนักงาน, ศาลอุทธรณ์, เสก โลโซ, เสพยา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180815/image_big_5b7383dc69af0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>63602</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/04/2020 14:07</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/04/2020 14:06</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>หนุ่มขับเก๋งตกข้างทาง&#039;ดีดยา-ฝ่าเคอร์ฟิว&#039;เจอโทษอ่วม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;19 เม.ย.63- เมื่อช่วงกลางดึกวันที่ 18 เม.ย.ขณะที่ นายพันธกานต์ รัชณรงค์ ปลัดอำเภออำเภอหาดใหญ่ ชุดปฏิบัติการเคลื่อนที่เร็วพร้อมกำลัง อส.ออกลาดตระเวนพื้นที่ในช่วงเคอร์ฟิว ได้พบรถเก๋งเอ็มจี สีดำ หมายเลขทะเบียน ขษ 6213 สงขลา ตกอยู่ริมถนนสายท่าข้าม-นาหม่อม หมู่ 8 บ้านเขากลอย ต.ท่าข้าม อ.นาหม่อม และคนขับซึ่งเป็นผู้ชายติดอยู่ในรถ จึงประสานตำรวจ สภ.คอหงส์ให้มาร่วมตรวจสอบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;พร้อมกับลงไปช่วยเหลือแต่ปรากฏว่าคนขับมีอาการแปลกๆนุ่งกางเกงขาสั้นตัวเดียวไม่สวมเสื้อ และไม่ยอมเปิดประตูลงจากรถเลิกลั่ก และออกอาการนั่งไม่ติดบางครั้งก็ยิ้มบางครั้งก็ดุ เหมือนกับคนเมายา ทั้งนี้เจ้าหน้าที่พยายามเรียกและบอกให้เปิดประตูอยู่พักใหญ่สุดท้ายชายคนนี้ก็ยอมเปิดประตูเจ้าหน้าที่จึงนำตัวออกมาจากรถ ซึ่งพบว่าอยู่ในอาการเมายาอย่างหนักจนแทบไม่สามารถควบคุมสติได้พูดกันไม่รู้เรื่อง หรือที่เรียกว่าดีด ซึ่งเป็นอาการของคนที่เสพยาเข้าไปอย่างหนักจนควบคุมตัวเองไม่ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากการตรวจสอบบัตรประชาชนทราบชื่อ นายพงษ์ศักดิ์ &amp;nbsp;มุสิเกตุ อายุ 40 ปี มีบ้านอยู่ที่ถนนโชคสมาน 4 ต.หาดใหญ่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา และเจ้าหน้าที่พยายามสอบถามว่ามียาเสพติดอยู่ในรถหรือไม่ นายพงษ์ศักดิ์ ซึ่งนายพงษ์ศักดิ์สื่อสารไม่รู้เรื่อง แต่สุดท้ายก็ไม่พบยาเสพติดอยู่ในรถแต่อย่างใด โดยคาดว่าจะเสพหมดแล้วซึ่งจากอาการดีดยาขนาดนี้น่าจะเสพทั้งยาบ้าและยาไอซ์เข้าไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เจ้าหน้าที่จึงได้ควบคุมตัวส่งโรงพยาบาลสงขลานครินทร์เพื่อตรวจปัสสาวะหาสารเสพติดในร่างกายและให้แพทย์ช่วยเหลืออาการดีดยาเพื่อให้อาการทุเลาลง ก่อนที่จะควบคุมตัวไปดำเนินคดีที่ สภ.คอหงส์ ทั้งข้อหาเสพยาและฝ่าฝืนเคอร์ฟิวและจากการตรวจสอบประวัติก็พบว่าเคยถูกตำรวจ สภ.หาดใหญ่ ถูกจับกุมในคดียาเสพติดมาแล้วครั้งหนึ่งด้วย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/63602</URL_LINK>
                <HASHTAG>ปลัดอำเภอหาดใหญ่, เคอร์ฟิว, เสพยา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200419/image_big_5e9bf7d8a6573.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>61549</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>31/03/2020 10:16</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>31/03/2020 10:16</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ป.ป.ส.ฮึ่ม!ฟันโทษหนักโรงแรม-คอนโดปล่อยมั่วสุ่มเสพยา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;31 มี.ค.63-นายนิยม เติมศรีสุข เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (เลขาธิการ ป.ป.ส.) กล่าวถึงการเข้าปิดล้อมตรวจค้นและจับเยาวชนชาย/หญิงรวม 20 คน รวมกลุ่มกันเสพยาเสพติดและมีเพศสัมพันธ์กันในโรงแรมแห่งหนึ่งในจังหวัดเชียงรายเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาว่า มักพบเยาวชนนัดหมายกันไปใช้สถานประกอบการห้องพักประเภทคอนโดมิเนียม รีสอร์ท และโรงแรมเพื่อรวมกลุ่มดื่มสุรา เสพยาเสพติด และมีเพศสัมพันธ์กัน โดยในช่วง 6 เดือนที่ผ่านมา (ตุลาคม 2562-มีนาคม2563) หน่วยงานรับผิดชอบในพื้นที่ได้เข้าตรวจค้นและจับเยาวชนที่รวมตัวกันในลักษณะดังกล่าวมากกว่า 10 ครั้ง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;เลขาธิการ ป.ป.ส. กล่าวว่าตามประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี ฉบับที่ พ.ศ. 2543 กำหนดให้เจ้าของหรือผู้ดำเนินการสถานประกอบการ ต้องควบคุม สอดส่อง ดูแลไม่ให้พนักงาน หรือบุคคลภายนอกกระทำการ หรือมั่วสุมกันกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดในหรือบริเวณสถานประกอบการ ต้องมีการติดป้าย หรือประกาศที่มีข้อความเตือนเกี่ยวกับพิษภัย หรืออัตราโทษตามกฎหมายเกี่ยวกับยาเสพติด และหากพบสถานประกอบการละเลยไม่ปฏิบัติตาม มีโทษถูกปรับตั้งแต่ 10,000 - 50,000 บาท หรือถูกปิดสถานประกอบการชั่วคราว หรือถูกพักใช้ใบอนุญาตประกอบการครั้งละไม่เกิน 30 วัน ซึ่งถือเป็นหน้าที่ความรับผิดชอบของสถานประกอบการ ตามมาตรการป้องกันและปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;นอกจากนี้ เลขาธิการ ป.ป.ส. ได้กล่าวย้ำเตือนเยาวชนว่าการรวมกลุ่มกันในลักษณะดังกล่าว จะเป็นส่วนสำคัญในการทำลายอนาคตของตนเอง เพราะนอกจากฤทธิ์ของสุราและยาเสพติดจากการเสพที่มีผลต่อร่างกายและสมอง ยังเป็นความผิดตามกฎหมายแล้ว การมีเพศสัมพันธ์กันเป็นกลุ่มอาจพลาดต่อการติดเชื้อทางเพศสัมพันธ์ การตั้งครรภ์โดยไม่มีความพร้อม และโดยเฉพาะในภาวะที่ไวรัสโควิด-19 กำลังแพร่ระบาดก็อาจทำให้มีการแพร่เชื้อถึงกันได้&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/61549</URL_LINK>
                <HASHTAG>มั่วสุม, สำนักงาน ป.ป.ส., เสพยา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200331/image_big_5e82b50dba913.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>39238</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/06/2019 13:58</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/06/2019 13:58</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘ต๊ะ บอยสเก๊าท์’ไม่กลัว โดนโยงคดี’ปุ๊กกี้’ค้ายา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; หลังจากที่นักร้องสาว ปุ๊กกี้-ปริศนา พลายแสง โดนตำรวจรวบตัวพร้อมยาเสพติดชุดใหญ่ และมีข่าวลือตามออกมาว่ายังมีดาราเข้าไปพัวพันกับเรื่องนี้อีก ซึ่งหนึ่งในคนที่โดนพุ่งเป้าไปหาทันที คือ ต๊ะ บอยสเก๊าท์ หรือ วินรวีร์ ใหญ่เสมอ ที่มีความสนิทกับอีกฝ่าย และกำลังมีงานทัวร์คอนเสิร์ตร่วมกันอีกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo;ตัวผมกับปุ๊กกี้ไม่ได้คุยกันเท่าไหร่ เพิ่งมาคุยกันช่วงหลังๆ ตอนที่มีทัวร์คอนเสิร์ตด้วยกัน เห็นข่าวก็ช็อคมากๆ &amp;nbsp;น้องเขาสวย ดูดีมาก หุ่นก็อวบ ไม่น่าจะไปเกี่ยวข้องกับยาเสพติด ตอนนี้ถามว่าห่วงเขาไหม ห่วงหลานมากกว่า ตัวปุ๊กกี้ก็เป็นผู้ใหญ่แล้ว คงไม่มานั่งถามทำทำไม ทุกคนมีเหตุผลส่วนตัวของเขาหมด เราไม่ใช้เจ้าชีวิตเขา ไปวิจารณ์เขาไม่ได้ ได้แต่ให้กำลังใจ และฝากเป็นกำลังใจให้น้อง ต้องเข้มแข็ง สู้กับชีวิตต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; กลัวว่ามันจะโยงมาถึงเราไหม ไม่กลัวครับ เรื่องตรวจสอบไม่กลัว สิ่งที่ผมคุยกับแฟน เวลาดาราคนไหนโดนเรื่องนี้ เราต้องโดนเกี่ยวไปด้วยตลอดเลย ล่าสุดที่มาขอสัมภาษณ์ ผมไม่อยากพูดแล้ว เพราะจะพูดว่าผมชีวิตพัง แต่ไม่มีใครพูดว่าผมสู้คดี ผมชนะคดีนะ แต่จะดึงผมมาเกี่ยวกับยาเสพติดตลอดเวลา ฉะนั้นอยากบอกน้องๆ ว่าอย่าเข้าใกล้ยาเสพติด ถ้าวันใดพลาดแล้วจะถูกตราหน้าตลอดชีวิต &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ส่วนผลกระทบเรื่องงานคอนเสิร์ต มันมีงานถึงสิ้นปีเลย แต่ตอนนี้ก็เริ่มมีปัญหาบ้างแล้ว มีปรับแผนเอาคนอื่นมาแทนปุ๊กกี้ งานที่เขายังโอเคก็มี ส่วนที่เขาแคนเซิลไปก็มี ซีเรียสเรื่องงานโดนแคนเซิลไหม สงสารน้องมากกว่าครับ ที่จะต้องเจอต่อไป มากกว่าเสียดายงาน&amp;rdquo; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขอบคุณภาพประกอบจากอินสตาแกรม @taboyscout&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/39238</URL_LINK>
                <HASHTAG>จับปุ๊กกี้ค้ายา, ต๊ะ บอยสเก๊าท์, นักร้อง, ปุ๊กกี้ ชาลาล่า, ปุ๊กกี้ ปริศนา, ยาเสพติด, วินรวีร์ ใหญ่เสมอ, เสพยา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190623/image_big_5d0f1e198e695.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>39074</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/06/2019 13:53</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/06/2019 22:26</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> ‘กานต์ วิภากร’ให้กำลังใจ’ปุ๊กกี้’ แฉ! รู้ตัว’ดารา’ใครบ้างที่เสพยา </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; หลังจาก ปุ๊กกี้-ปริศนา พรายแสง อดีตนักร้องชื่อดังในยุค 90 ถูกตำรวจขยายผลการจับกุมพร้อมกับสามี กรณีเกี่ยวข้องกับการขายยาเสพติดและผลิตยาเสพติด โดยเฉพาะยาเค และมีการขยายผลว่ามีบุคคลในวงการบันเทิงเกี่ยวข้องด้วยหลายคน ทั้งการติดต่อพูดคุยทางโทรศัพท์ และการโอนเงินเข้าบัญชี ปุ๊กกี้ ปริศนา &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ล่าสุดรายการ เจาะประเด็น ทาง ช่อง 8 โดยมี ต่วย-ภคพงศ์ อุดมกัลยารักษ์ เป็นพิธีกรดำเนินรายการ&amp;nbsp; ได้ร่วมพูดคุยกับ พล.ต.ต.วิชัย สังข์ประไพ อดีตรองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล&amp;nbsp; หรือ ผู้การแต้ม ฉายา มือปราบหูดำ และ กานต์-วิภากร ศุขพิมาย อดีตภรรยา เสก โลโซ ที่เธอโพสต์เฟสบุ๊กให้กำลังใจปุ๊กกี้และโดนชาวเน็ถล่มยับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo;กานต์ไม่ได้รู้จักเป็นการส่วนตัวค่ะ&amp;nbsp; ไม่เคยพูดคุย แต่ตอนที่เขาออกอัลบั้มเราก็เป็นแฟนคลับ เห็นข่าวตอนแรกน้องสาวส่งข่าวมาให้ดู คิดว่าโปรโมทหนัง แล้วก็ไปค้นดูเห็นเป็นเรื่องจริง กานต์ก็เลยแชร์ข่าวแค่นั้นเอง ที่ให้กำลังใจปุ๊กกี้ผ่านเฟซบุ๊ก&amp;nbsp; เพราะในมุมของกานต์คือกานต์เป็นแฟนคลับ ตอนที่เขาเป็นศิลปิน และเป็นกำลังใจให้ในเรื่องครอบครัวมีปัญหา ตอนเขาแต่งงานและมีการเลิกรากับสามี กานต์สงสารผู้หญิงคนนี้ในชะตาชีวิตเขา ที่เดินทางผิด ตกต่ำได้ขนาดนี้ ไม่ได้สงสารคนค้ายาเสพติด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ประโยคที่บอกว่า เวลาไม่มีงานทำไมต้องขายยา&amp;nbsp; ก็กานต์เห็นเวลาศิลปินขาลง เห็นมีข่าวค้ายากันทั้งนั้น แต่กานต์ไม่ได้โพสต์ทุกคน เพราะกานต์ไม่ได้ติดตาม&amp;nbsp; แต่กรณีของปุ๊กกี้กานต์เป็นแฟนคลับ ก็เลยโพสต์ แค่นั้นเอง ให้กำลังใจในฐานะผู้หญิงด้วยกัน ให้กำลังใจที่เดินทางผิดมาตั้งแต่เรื่องครอบครัว มาจนถึงเรื่องยาเสพติด&amp;nbsp; ส่วนความผิดตามกฎหมายก็ต้องยอมรับมัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ถามว่าดารากับยาเสพติดเป็นของคู่กันไหม&amp;nbsp; ขอพูดตรงๆ นะคะ ดาราบางคนเขาอาจจะไม่ได้ติด แต่เวลาปาร์ตี้สมัยนี้มันก็มียาเสพติดมาเกี่ยวข้อง เพราะเงินมันเยอะ ส่วนรายได้ที่เยอะที่สุดก็ต้องอาชีพดารา ก็จะมีเงินมาซื้อยาเสพกันเพื่อความสนุก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ถ้าย้อนไปในอดีตมันมีชื่อของ เสก โลโซ อดีตสามี เสพยาเสพติด ออกสื่อ ถามว่าเรารู้เรื่องตอนไหน รู้เมื่อประมาณ กุมภาพันธ์ ปี 2554 เลย รู้ว่าเขาเสพ&amp;nbsp; แต่ไม่รู้มาก่อน เพราะเขาไม่ได้เสพในบ้าน เขาไปตามงานคอนเสิร์ต บางทีมาจากเจ้าภาพมาเสนอให้ ไม่ต้องเสียเงิน&amp;nbsp; ตอนนี้กานต์อยู่ด้วยกันมา 20 ปี ก็สงสัยว่าทำไมกลับจากคอนเสิร์ตนอนหลับตลอด เพิ่งมารู้ตอนหลัง&amp;nbsp; คือเห็นอุปกรณ์ตอนจะซักเสื้อผ้า ก็เลยถามเขาก็เลยบอก แล้วเขาแถลงข่าวเมื่อ ธันวาคม ว่าเสพมา 8 ปีแล้วแต่กานต์เพิ่งรู้ แต่ยืนยันเลยกานต์รู้เมื่อปี 2554 ถ้าถามว่ามาจากใคร ก็จากคนใกล้ชิด จะสั่งคนใกล้ชิดเขาที่สุดเป็นคนไปหามา ซึ่งคนใกล้ชิดนั้นก็อยู่ในวงการบันเทิงปัจจุบัน กานต์รู้เยอะแต่พูดไม่ได้ เดี๋ยวคนอื่นเขามาโดนด้วย ทุกวันนี้คนที่มีชื่อเสียงอยู่ในวังวนนี้เพราะเขาออกไม่ได้ เขาเป็นคนมีชื่อเสียง เขาเป็นคนอ่อนแอ ไม่มั่นใจ เขาจำเป็นต้องใช้ทำให้เขามีความกล้า ในวงการนี้มีเยอะ พูดไม่ได้&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นอกจากนี้ กานต์ ยังได้เขียนชื่อให้กับพิธีกรรายการ แต่ห้ามพิธีกรอ่านออกอากาศ และเมื่อพิธีกรถามว่าคนที่เขียนชื่อให้เป็นผู้ขายหรือผู้เสพ กานต์ตอบว่า เป็นผู้เสพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/39074</URL_LINK>
                <HASHTAG>กานต์ วิภากร, ช่อง 8, ปุ๊กกี้ ปริศนา, ยาเสพติด, เจาะประเด็น, เสก โลโซ, เสพยา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190620/image_big_5d0ba3649e87c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
