<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>51941</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/12/2019 20:53</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/12/2019 20:50</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รัฐบาลสหรัฐเชื่อ อิหร่านฆ่าม็อบเกิน 1,000 ศพ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;รัฐบาลสหรัฐเชื่อว่าทางการอิหร่านสังหารผู้ประท้วงมากกว่า 1,000 คน ระหว่างปราบปรามการชุมนุมที่เริ่มตั้งแต่กลางเดือนที่แล้ว ขณะกระทรวงกลาโหมยอมรับว่ากองทัพกำลังพิจารณาจะส่งทหารไปเสริมกำลังในภูมิภาคนั้นเพิ่มราว 5,000-7,000 นาย ไม่ถึง 14,000 นายตามที่สื่อรายงาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ วันที่ 20 พฤศจิกายน 2562 ร้านค้าโดนผู้ประท้วงวางเพลิงระหว่างการต่อต้านการขึ้นราคาน้ำมันในเมืองชาร์เรียร์ของอิหร่าน / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานของเอเอฟพีเมื่อวันศุกร์ที่ 6 ธันวาคม อ้างคำกล่าวของไบรอัน ฮุก ผู้แทนพิเศษของสหรัฐประจำอิหร่าน ว่ารัฐบาลอิหร่านอาจสังหารพลเมืองอิหร่านไปแล้วมากกว่า 1,000 คนนับแต่เริ่มมีการชุมนุมประท้วงต่อต้านรัฐบาลทั่วประเทศตั้งแต่วันที่ 15 พฤศจิกายน แต่เขายอมรับว่าการตรวจสอบข้อมูลในอิหร่านเป็นเรื่องยาก อิหร่านควบคุมการใช้อินเทอร์เน็ตอย่างเข้มงวด แต่สหรัฐมั่นใจว่ามีผู้ประท้วงถูกฆ่าหลายร้อยคนแน่นอน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขากล่าวด้วยว่า มีชาวอิหร่านหลายพันคนได้รับบาดเจ็บจากการปราบปราม และมีผู้ประท้วงอย่างน้อย 7,000 คนถูกควบคุมตัว ในวิกฤติการเมืองครั้งเลวร้ายที่สุดของอิหร่านในรอบ 40 ปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ซึ่งให้การต้อนรับนักการทูตขององค์การสหประชาชาติที่ทำเนียบขาวเมื่อวันพฤหัสบดี กล่าวถึงการปราบปรามของอิหร่านว่า &amp;quot;โหดร้าย&amp;quot; และเป็น &amp;quot;สถานการณ์ที่น่าสะพรึงกลัว&amp;quot; ทรัมป์ประกาศกร้าวว่าภัยคุกคามของอิหร่านที่มีต่อผลประโยชน์ของสหรัฐจะเผชิญการตอบโต้ &amp;quot;อย่างรุนแรง&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันศุกร์ สำนักงานข้าหลวงสิทธิมนุษยชนแห่งยูเอ็นที่นครเจนีวา แถลงว่า มีรายงานว่าผู้ประท้วงถูกจับกุมไม่ต่ำกว่า 7,000 คน และเรียกร้องให้อิหร่านปล่อยตัวผู้ที่ถูกคุมขังตามอำเภอใจทันที สำนักงานแห่งนี้ยังได้รับวิดีโอที่ผ่านการตรวจพิสูจน์แล้ว เผยให้เห็นทหารยิงผู้ประท้วง ที่เหมือนเป็นการฆ่าโดยเจตนา ข้อมูลที่ได้บ่งชี้ว่ามีผู้คนถูกฆ่าอย่างน้อย 208 คน ซึ่งเป็นตัวเลขที่ตรงกับขององค์กรแอมเนสตีอินเตอร์เนชันแนล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตัวเลขของรัฐบาลสหรัฐนั้นใกล้เคียงกับจำนวน 1,029 ศพ ที่เผยแพร่เมื่อวันพุธโดยกลุ่มมูจาฮีดินอีคาลิก อดีตกลุ่มฝ่ายค้านติดอาวุธที่ต่อต้านระบอบอิหร่านอย่างดุดันและกำลังสานสัมพันธ์กับรัฐบาลของทรัมป์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ฮุกกล่าวว่า สหรัฐอ้างอิงยอดผู้เสียชีวิตส่วนหนึ่งจากภาพถ่ายและวิดีโอที่ผู้คน 32,000 คนส่งมาให้สหรัฐ ตามคำเชื้อชวนของไมค์ ปอมเปโอ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐ เพื่อท้าทายมาตรการจำกัดอินเทอร์เน็ตของอิหร่าน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วิดีโอหลายชิ้นจากเมืองมาห์ชาห์ร ถิ่นของชาวอาหรับที่เป็นชนส่วนน้อยในภาคตะวันตกเฉียงใต้ของอิหร่าน แสดงให้เห็นกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิหร่านใช้รถกระบะติดปืนกลไล่ต้อนผู้ประท้วงลงหนองบึงแล้วกราดยิง ฮุกกล่าวว่า ที่นี่ที่เดียวน่าจะมีคนตายมากถึง 100 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทางการอิหร่านปฏิเสธข้อมูลจำนวนผู้เสียชีวิตมากมายว่าเป็น &amp;quot;เรื่องโกหกทั้งเพ&amp;quot; โดยยืนยันว่ามีผู้ประท้วงตายแค่ 5 ราย มีเจ้าหน้าที่โดนผู้ก่อจลาจลฆ่าตาย 4 นาย และมีพลเรือนตายด้วย 1 ราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อยาตุลเลาะห์ อาลี คาเมนี ผู้นำสูงสุดของอิหร่าน ส่งสัญญาณโอนอ่อนและแสดงความเห็นใจต่อประชาชนโดยระบุว่า ผู้ที่ถูกฆ่าตายในเหตุการณ์รุนแรงจะได้รับการพิจารณาว่าเป็น &amp;quot;วีรชนพลีชีพ&amp;quot; ตราบใดที่ผู้นั้นไม่ได้ปลุกระดมความไม่สงบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ฮุกเรียกร้องให้โดดเดี่ยวอิหร่านทางการทูตมากขึ้นเพื่อตอบโต้การปราบปราม ขณะที่อีกด้านเจ้าหน้าที่กระทรวงกลาโหมสหรัฐบอกว่าสหรัฐไม่ตัดความเป็นไปได้ที่จะเสริมทหารในภูมิภาคนั้น โดยเจ้าหน้าที่รายหนึ่งเผยกับเอเอฟพีว่า มาร์ก เอสเปอร์ รัฐมนตรีกลาโหม กำลังพิจารณาแผนส่งทหารไปตะวันออกกกลางเพิ่มอีก ระหว่าง 5,000-7,000 นาย แต่ไม่ใช่ 14,000 นายตามที่วอลล์สตรีทเจอร์นัลรายงานก่อนหน้านี้.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/51941</URL_LINK>
                <HASHTAG>ฆ่าผู้ประท้วง, ตะวันออกกลาง, รัฐบาลสหรัฐ, อิหร่าน, เสริมกำลังทหาร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191206/image_big_5dea5b204a0a7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>51879</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/12/2019 21:11</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/12/2019 21:09</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เพนตากอนปัดข่าวเสริมทหาร 14,000 นาย คุมเชิงตะวันออกกลาง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;เมื่อวันพุธ เพนตากอนปฏิเสธรายงานข่าวที่ว่า สหรัฐกำลังพิจารณาส่งทหารไปเสริมกำลังที่ภูมิภาคตะวันออกกลางกว่า 14,000 นาย เพื่อรับมือภัยคุกคามจากอิหร่าน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานเอเอฟพีเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 5 ธันวาคม กล่าวว่า คำชี้แจงของกระทรวงกลาโหมสหรัฐเมื่อวันพุธเป็นการตอบโต้รายงานข่าวของหนังสือพิมพ์วอลล์สตรีทเจอร์นัล ที่อ้างแหล่งเจ้าหน้าที่สหรัฐไม่เปิดเผยนามหลายรายว่า เพนตากอนกำลังพิจารณาจะเสริมกำลังทหารในภูมิภาคตะวันออกกลาง ซึ่งรวมถึงการส่งเรืออีกหลายสิบลำ และเพิ่มจำนวนกำลังพลในภูมิภาคนี้อีกเท่าตัวจากของเดิมที่ส่งมาวางกำลังเมื่อต้นปีที่ผ่านมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วอลล์สตรีทเจอร์นัลกล่าวด้วยว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ อาจจะตัดสินใจเรื่องดังกล่าวอย่างเร็วภายในเดือนธันวาคมนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ดี คำชี้แจงของอลิสซา ฟาราห์ โฆษกเพนตากอน ผ่านทวิตเตอร์ปฏิเสธรายงานข่าวชิ้นนี้ว่าไม่จริง สหรัฐไม่ได้กำลังพิจารณาส่งทหารไปเพิ่มในตะวันออกกลางอีก 14,000 นาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภูมิภาคนี้เคยเกิดเหตุการณ์โจมตีเรือสินค้าหลายครั้ง และเมื่อเดือนกันยายน โรงกลั่นน้ำมันหลายแห่งของซาอุดีอาระเบียถูกโดรนและมิสไซล์ถล่มโดยเชื่อว่าเป็นฝีมือของอิหร่าน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รัฐบาลสหรัฐได้เสริมกำลังทางทหารในภูมิภาคอ่าวและเพิ่มการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจอิหร่าน กระพือความตึงเครียดทั่วภูมิภาค เมื่อกลางเดือนพฤศจิกายน สหรัฐเพิ่งส่งเรือบรรทุกเครื่องบินอับราฮิมลินคอล์นแล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซ เพื่อแสดงแสนยานุภาพสร้างความมั่นใจแก่ชาติพันธมิตรในภูมิภาคนี้ที่กังวลภัยคุกคามจากอิหร่าน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มาร์ก เอสเปอร์ รัฐมนตรีกลาโหมสหรัฐ เคยประกาศไว้เมื่อเดือนตุลาคมว่า สหรัฐกำลังส่งเครื่องบินรบ 2 ฝูงพร้อมกลุ่มอาวุธป้องกันมิสไซล์ไปเสริมที่ซาอุดีอาระเบีย และส่งกำลังพลชุดใหม่อีกราว 3,000 นาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก่อนหน้านั้นเมื่อวันพุธ ประธานาธิบดีฮัสซัน โรฮานี ของอิหร่าน กล่าวว่า อิหร่านเต็มใจจะกลับสู่โต๊ะเจรจาด้านนิวเคลียร์ แต่สหรัฐต้องยุติการคว่ำบาตรที่กระทบต่อเศรษฐกิจของอิหร่านและอาจเป็นสาเหตุส่วนหนึ่งที่ก่อให้เกิดความวุ่นวายในสังคมภายหลังรัฐบาลขึ้นราคาเชื้อเพลิง.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/51879</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงกลาโหมสหรัฐ, ตะวันออกกลาง, ปฏิเสธข่าว, เพนตากอน, เสริมกำลังทหาร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190923/image_big_5d88c47c1beeb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
