<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>120228</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/10/2021 19:31</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/10/2021 19:31</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กบร. ไฟเขียวขยายเวลาช่วยเหลือแอร์ไลน์อีก 3 เดือน </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;19 ต.ค. 2564 - นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการการบินพลเรือน (กบร.)ว่า ที่ประชุมมีมติให้ขยายมาตรการช่วยเหลือผู้ประกอบการสายการบินต่ออีก 1 ไตรมาส จากเดิมสิ้นสุดไตรมาสที่ 3 ก.ค.-ก.ย.2564&amp;nbsp; เป็นไตรมาสที่ 4 ต.ค.-ธ.ค.2564 เพื่อเพิ่มสภาพคล่องด้านการเงินให้กับผู้ประกอบการเตรียมความพร้อมในการเปิดประเทศระยะที่ 2 และเพื่อเป็นการฟื้นฟูสภาพเศรษฐกิจการท่องเที่ยวของไทย โดยมีนโยบายการช่วยเหลือ โดยให้ กพท. ขยายระยะเวลาชำระหนี้ (Credit Term) และยกเว้นเงินเพิ่ม (ค่าปรับ) ให้กับสายการบินที่นำส่งค่าธรรมเนียมการเข้าหรือออกประเทศล่าช้าในไตรมาสที่ 4 ซึ่งอยู่ระหว่างเสนอเรื่องต่อที่ประชุมคณะกรรมการกำกับ กพท.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ ให้ ทอท. ปรับลดค่าบริการสนามบิน (Landing and Parking Charges) ลง 50% สำหรับเที่ยวบินภายในประเทศและเที่ยวบินระหว่างประเทศ และยกเว้นการจัดเก็บค่าบริการที่เก็บอากาศยาน (Parking Charge) ให้แก่สายการบินที่ทำการหยุดให้บริการชั่วคราวในไตรมาสที่ 4 พร้อมกันนี้ ทอท. มีมาตรการเลื่อนกำหนดชำระค่าบริการสนามบิน และค่าเครื่องอำนวยความสะดวก (Aircraft Service Charge) สำหรับงวดชำระเดือน เม.ย.-ธ.ค.64 ออกไปงวดละ 9 เดือน และให้ผ่อนชำระสูงสุดไม่เกิน 12 งวดชำระ และ ให้ ทย. ขยายระยะเวลาการปรับลดอัตราค่าเช่าสำหรับทุกกิจกรรมในอัตราค่าเช่าไม่ต่ำกว่าที่กรมธนารักษ์กำหนดเป็นเวลา 6 เดือน วันที่ 1 ต.ค.64-31 มี.ค.2565&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายศักดิ์สยาม กล่าวว่า สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ระลอกใหม่ ตั้งแต่เดือน ก.ค.64 ทำให้ผู้โดยสารในไตรมาสที่ 3 ปี 64 ลดลงอย่างมาก โดยสายการบินขอตารางเวลาบินเพียงประมาณ 39% ของขีดความสามารถที่สนามบินรองรับได้ ทำให้สายการบินยังได้รับผลกระทบอย่างหนัก จึงจำเป็นที่จะต้องยังคงมาตรการช่วยเหลือผู้ประกอบการสายการบินต่อไป ทั้งนี้จะพิจารณานโยบายความช่วยเหลือเป็นรายไตรมาส เพื่อประเมินสถานการณ์เป็นระยะ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ที่ประชุมยังได้เน้นย้ำนโยบายเตรียมความพร้อมสูงสุดในการเปิดประเทศรับนักท่องเที่ยว ตั้งแต่วันที่ 1 พ.ย.2564พร้อมทั้งสั่งให้ทุกหน่วยเฝ้าจับตา และเตรียมมาตรการรองรับในกรณีที่เกิดน้ำท่วม ซึ่งอาจส่งผลกระทบกับสนามบิน หรือการเดินทางเข้าออกสนามบินของผู้โดยสาร นอกจากนี้ให้ระมัดระวัง และเพิ่มมาตรการป้องกันภัยคุกคามทางไซเบอร์โดยเฉพาะแรนซัมแวร์ (Ransomware) ที่เจาะเข้ามาล็อคไฟล์ไม่ให้ใช้ได้ &amp;nbsp;และเรียกค่าไถ่จากเจ้าของข้อมูล เพื่อแลกกับรหัสผ่านในการปลดล็อค ดังนั้นจึงต้องป้องกันไม่ให้เกิดผลกระทบ โดยเฉพาะในช่วงที่การบินกำลังกลับมาเพิ่มขึ้นในฤดูท่องเที่ยวตามแผนการเปิดประเทศของรัฐบาล&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/120228</URL_LINK>
                <HASHTAG>คณะกรรมการการบินพลเรือน (กบร.), ช่วยเหลือสายการบิน, เสริมสภาพคล่อง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210623/image_big_60d2ed0051700.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>115133</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>31/08/2021 11:53</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>31/08/2021 11:53</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ธปท. ประสาน ธ.ออมสิน  จับมือ LINE MAN  เสริมสภาพคล่องธุรกิจร้านอาหาร และกลุ่มไรเดอร์ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;31 ส.ค. 2564 นางวิเรขา สันตะพันธุ์ ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายกำกับและตรวจสอบสถาบันการเงินเฉพาะกิจ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวว่า จากสถานการณ์การระบาดของโรคโควิด 19 ที่ยังส่งผลกระทบต่อเนื่องและรุนแรงต่อระบบเศรษฐกิจ ในเกือบทุกภาคธุรกิจ โดยเฉพาะธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับการท่องเที่ยว บริการ และร้านอาหาร สถานการณ์ดังกล่าว ธปท. เห็นถึงความจำเป็นที่จะต้องให้ความช่วยเหลือเพิ่มเติมนอกเหนือจากมาตรการช่วยเหลือทางการเงินที่ ธปท. ได้ออกไปแล้วต่อเนื่อง จึงได้เพิ่มการให้ความช่วยเหลืออีกรูปแบบหนึ่ง ผ่านการเป็นตัวกลางในการประสานระหว่างสถาบันการเงิน และผู้ประกอบการให้ได้รับความช่วยเหลือเสริมสภาพคล่องธุรกิจได้อย่างตรงจุด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;ldquo;วันนี้ถือเป็นอีกหนึ่งความร่วมมือของ ธนาคารออมสิน และ LINE MAN Wongnai ที่พยายามให้ความช่วยเหลือภาคธุรกิจเพื่อต่อลมหายใจผู้ประกอบการร้านอาหารอย่างเร่งด่วนในการเพิ่มโอกาสให้ผู้ประกอบการร้านอาหารสามารถเข้าถึงความช่วยเหลือด้านสภาพคล่องได้มากขึ้น หรือแม้กระทั่งการเข้าถึงสินเชื่อของกลุ่มไรเดอร์ เพื่อบรรเทาผลกระทบที่ได้รับ สำหรับในระยะต่อไป ธปท. จะมีการขยายความช่วยเหลือผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบในธุรกิจอื่น ๆ อีก ท้ายนี้ ธปท.ขอเป็นกำลังใจและเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยภาคธุรกิจในภาวะที่ยากลำบากขณะนี้&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
นายวีระชัย อมรถกลสุเวช รองผู้อำนวยการธนาคารออมสิน กลุ่มลูกค้าธุรกิจและภาครัฐ กล่าวว่า โครงการสินเชื่อเพื่อช่วยเหลือร้านอาหารในแพลตฟอร์มของ LINE MAN Wongnai ดังกล่าว เป็นการให้ความร่วมมือกับ ธปท. เพื่อเพิ่มสภาพคล่องแก่ผู้ประกอบการ โดยนำเสนอ 4 สินเชื่อเงื่อนไขผ่อนปรนเป็นพิเศษ ได้แก่ 1) สินเชื่อสู้ภัยโควิด 19 สำหรับร้านค้า และไรเดอร์ วงเงินให้กู้ไม่เกิน 10,000 บาทต่อราย อัตราดอกเบี้ยเพียง 0.35% ต่อเดือนเท่านั้น โดยไม่ต้องมีหลักประกันการกู้ และไม่ต้องชำระเงินต้นและดอกเบี้ย 6 งวดแรก 2) สินเชื่ออิ่มใจ สำหรับธุรกิจร้านอาหารและเครื่องดื่ม ให้กู้ รายละไม่เกิน 100,000 บาท ดอกเบี้ย 3.99%&amp;nbsp;&amp;nbsp;ต่อปี ไม่ต้องมีหลักประกันการกู้ และไม่ต้องชำระเงินต้นและดอกเบี้ย 6 งวดแรกเช่นกัน 3) สินเชื่อ Soft Loan สำหรับ SMEs ท่องเที่ยวและธุรกิจเกี่ยวเนื่อง ทั้งร้านอาหาร/เครื่องดื่ม ธุรกิจสปา/นวดแผนไทย บริการขนส่ง/นำเที่ยว วงเงินให้กู้สูงสุดไม่เกิน 500,000 บาทต่อราย ดอกเบี้ย 3.99% ต่อปี ระยะเวลาการกู้นานไม่เกิน 7 ปี ไม่ต้องชำระเงินต้น 2 ปี และ 4) สินเชื่อ Soft Loan ธปท. เพื่อฟื้นฟูกิจการ เปิดกว้างทั้งลูกค้าใหม่และลูกค้าเดิม อัตราดอกเบี้ยเฉลี่ย 5 ปีแรก 5% ผ่อนชำระนานสูงสุด 10 ปี และไม่ชำระเงินต้น 2 ปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ผู้ประกอบการที่สนใจ สามารถติดต่อยื่นขอสินเชื่อได้หลายช่องทาง ทั้งที่เว็บไซต์ธนาคารออมสิน www.gsb.or.th แอปพลิเคชัน MyMo และธนาคารออมสินทุกสาขา หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ GSB Contact Center โทร. 1115&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
นายยอด ชินสุภัคกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร LINE MAN Wongnai กล่าวว่า &amp;ldquo;หนึ่งในนโยบายสำคัญของ LINE MAN Wongnai ในช่วงการแพร่ระบาดของโควิด 19 ระลอก 3 คือการสนับสนุนช่วยเหลือร้านอาหารที่ได้รับผลกระทบอย่างต่อเนื่องผ่านแคมเปญ #Saveร้านอาหาร สำหรับการจับมือเป็นพันธมิตรร่วมกับทั้งสองหน่วยงานในโครงการสินเชื่อเพื่อช่วยเหลือร้านอาหารและไรเดอร์ครั้งนี้&amp;nbsp;จะเป็นการสานต่อความตั้งใจดังกล่าว โดย LINE MAN Wongnai ในฐานะแพลตฟอร์มที่บริหารโดยคนไทย ซึ่งมีข้อมูลร้านอาหารมากที่สุดกว่า 620,000 ร้านและไรเดอร์จากทั่วประเทศ มีความยินดีอย่างยิ่งที่จะสนองนโยบายของ ธปท. ในการขยายความช่วยเหลือด้านเศรษฐกิจแก่ผู้ประกอบการร้านอาหารและไรเดอร์ที่มีรายได้ลดลง ให้สามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนช่วยเหลือในภาวะวิกฤตเช่นนี้&amp;rdquo;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/115133</URL_LINK>
                <HASHTAG>LINE MAN Wongnai, ธุรกิจร้านอาหาร, ออมสิน, เสริมสภาพคล่อง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210831/image_big_612db505ee6f7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>100746</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/04/2021 11:25</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/04/2021 11:25</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พิษโควิดกระทบหนัก&#039;ทอท.&#039;เตรียมกู้เงิน2.5 หมื่นล้านเสริมสภาพคล่อง รับเป็นการกู้ครั้งแรกในรอบ 40 ปี นับตั้งแต่ก่อตั้ง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;26 เมษายน 2564 นายนิตินัย ศิริสมรรถการ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ &amp;nbsp;บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด(มหาชน) หรือ ทอท. เปิดเผยว่า เมื่อเดือนมีนาคม ที่ผ่านมาที่ประชุมคณะกรรมการบอร์ด ทอท.ได้อนุมัติ กรอบวงเงิน 2.5 หมื่นล้าน ซึ่ง เป็นจะสามารถกู้ได้ในปีงบประมาณหน้า สิ้นเดือน(ก.ย.) ทอท.จะนำมาเสริมสภาพคล่องเนื่องจากที่ผ่านมาได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่เชื้อไวรัสโควิด-19 และนำไปลงทุนในโครงการก่อสร้างสุวรรณภูมิเฟส2&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ทอท.ต้องประเมินสถานการณ์ปัจุบันจากการแพร่ระบาดของการแพร่เชื้อโควิด-19 และการเบิกจ่ายการลงทุนโครงการสุวรรณภูมิเฟส2 ซึ่งจากการประเมินมาณการก่อนหน้านี้ จะขาดสภาพคล่องในปี 2565 ส่วนเงินกู้ เป็นเป็นการขาดทุนครั้งแรกและกู้เงินครั้งแรก ตั้งแต่ ทอท.ดำเนินการกิจการมากว่า 40 ปี&amp;rdquo;นายนิตินัย กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามหลังจาก บอร์ดได้อนุติวงเงินกู้ 2.5 หมื่นล้าน ทอท.จะดำเนินการไปทำเครดิต เรตติ้งส์ไว้ก่อน หลังจากนั้น3-5 เดือน ที่จะมีการกู้จริงจากนั้นต้องดูว่าตลาดมีแนวโน้ม ดอกเบี้ยและเงื่อนไขเป็นอย่างไร จากนั้นจะมีการประเมินได้ว่าจะกู้ในรูปแบบไหนว่าจะออกหุ้นกูหรือจะกู้แบงค์ ซึ่งเป็นการกู้ในประเทศอย่างแน่นอน ส่วนจะได้ใช้เงินกูก้อนนี้เมื่อไรนั้น เรื่องนี้ต้องมีปัจจัยของสถานการณ์ปัจจุบันที่ที่ได้กล่าวมาก่อนหน้านี้ ตอนนี้มีสิทธิ์ที่จะได้ใช้ในงบประมาณปี 65 มาก หรือภายใน6-7 เดือนข้างหน้า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับภาพรวมปริมาณการเดินทางของผู้โดยสารภายในประเทศ ปริมาณผู้โดยสาร 6 ท่าอากาศยานที่อยู่ภายใต้การดูแลของ ทอทสนามบิน ได้แก่ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ท่าอากาศยาน ดอนเมือง ท่าอากาศยานเชียงใหม่ ท่าอากาศยานแม่ฟ้าหลวง เชียงราย ท่าอากาศยานภูเก็ต และท่าอากาศยานหาดใหญ่. หลังเกิดการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 รอบสอง ในช่วงเดือน ธ.ค.2563 พบว่าผู้โดยสารกลับมาสูงสุดอยู่ที่ราว 12,700 คนต่อวัน ในวันที่ 8 เม.ย.ที่ผ่านมา ขณะที่การแพร่ระบาดรอบสาม ปริมาณการเดินทางล่าสุด ณ วันที่ 20 เม.ย.2564 มีผู้โดยสารในประเทศรวม 6 ท่าอากาศยาน กลับมาอยู่ที่ 3.8 หมื่นคนต่อวัน &amp;nbsp;โดยมองว่าในเดือนพ.ค.นี้ จะมีผู้โดยสารไม่ต่ำกว่า 1.5 -2 หมื่นคนต่อวัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายนิตินัย กล่าวว่า ในส่วนของมาตรการการเฝ้าระวังโควิด-19 นั้น ยอมรับว่าก่อนหน้านี้มีพนักงานติดเชื้อโควิด-19 เนื่องจากต้องปฎิบัติงานอยู่หน้างาน ไม่ว่าจะเป็นสำนักงานใหญ่ ทอท. และบุคลกรในสนามบินดอนเมือง ที่ผ่านมาสำนักงานของแต่ละท่าอากาศยานได้มีข้อปฎิบัติที่ไม่เหมือนกัน แต่หลังจากนี้จะออกข้อปฎิบัติให้มีมาตรการที่เหมือนกันทุกท่าอากาศยานตามตามคำสั่งด้านสาธารณะสุข&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/100746</URL_LINK>
                <HASHTAG>กู้ครั้งแรกนับตั้งแต่ก่อตั้ง, กู้เงิน, นิตินัย ศิริสมรรถการ, บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด(มหาชน) หรือ ทอท., เสริมสภาพคล่อง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210426/image_big_60864066e187b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>60980</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/03/2020 11:57</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/03/2020 11:57</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>“ธปท.”ยันพร้อมช่วยสภาพคล่องทุกกองทุน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;26 มี.ค.2563 นางสาววชิรา อารมย์ดี ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายตลาดการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวว่า ธปท. พร้อมให้ความช่วยเหลือด้านสภาพคล่องแก่กองทุนรวมทุกกอง ที่เป็นกองทุน Money Market Fund: MMFและกองทุนรวมตราสารหนี้ที่เป็นกองเปิดทุกกอง ที่ได้รับผลกระทบจากการขาดสภาพคล่องของตลาดการเงิน โดยได้จัดตั้งกลไกพิเศษเพื่อช่วยเหลือด้านสภาพคล่องแก่กองทุนรวมตราสารหนี้ (Mutual Fund Liquidity Facility: MFLF) ซึ่งกองทุนรวมทุกกองจะขอรับสภาพคล่องผ่านธนาคารพาณิชย์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยการกู้ยืมผ่านการธุรกรรม repo หรือการกู้ยืมเงินโดยมีหลักประกันและมีสัญญาว่าจะซื้อคืน ซึ่งธนาคารพาณิชย์ที่ให้ความช่วยเหลือจะสามารถกู้ยืมสภาพคล่องผ่านธุรกรรม repo จาก ธปท. ได้ ด้วยอัตราดอกเบี้ยพิเศษ (อัตราดอกเบี้ยนโยบาย -0.5%)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ ธนาคารพาณิชย์ สามารถรับซื้อหน่วยลงทุนของกองทุนตามเกณฑ์และสามารถใช้หน่วยลงทุนมาเป็นหลักประกันในการกู้ยืมสภาพคล่องจาก ธปท. ได้เช่นกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา มีธนาคารพาณิชย์ได้เริ่มทดลองใช้กลไกพิเศษดังกล่าว แต่ปริมาณการขอรับความช่วยเหลือมีจำนวนไม่มากซึ่งเป็นสัญญาณที่ดี เนื่องจากตลาดการเงินไทยมีเสถียรภาพมากขึ้น สภาพคล่องของกองทุนรวมปรับดีขึ้นจากสัปดาห์ก่อน หลังจากผู้ถือหน่วยลงทุนลดความตื่นตระหนก ได้ศึกษาทำความเข้าใจทรัพย์สินที่กองทุนรวมลงทุนมากขึ้น รวมถึงเข้าใจว่าการไถ่ถอนหน่วยลงทุนในภาวะที่ตลาดการเงินไม่ปกตินั้น อาจทำให้ได้รับผลตอบแทนต่ำกว่าที่ควรโดยไม่จำเป็น&amp;rdquo; นางสาววชิรา กล่าว
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/60980</URL_LINK>
                <HASHTAG>กองทุนตราสารหนี้, วชิรา อารมย์ดี, เสริมสภาพคล่อง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190712/image_big_5d2807d8344bb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>59015</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/03/2020 10:04</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/03/2020 10:04</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คมนาคมตีกลับแผนกู้เงินเสริมสภาพคล่องบินไทย50,000 ล้าน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6 มี.ค. 2563 นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม เปิดเผยว่า นายสุเมธ ดำรงชัยธรรม กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท การบินไทย จำกัด(มหาชน) พร้อมด้วยผู้บริหารของสายการบินไทยสมายล์แอร์เวย์ส ได้เข้ามาเสนอแผนขอความช่วยเหลือในภาพรวม รวมถึงแผนเสริมสภาพคล่องให้กับ การบินไทย โดยเฉพาะเสนอขอให้รัฐบาลค้ำประกันเงินกู้ จากที่ได้รับผลกระทบจากการดำเนินงานในช่วงที่ผ่านมาที่ธุรกิจสายการบินมีการแข่งขันสูง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามประกอบกับช่วงนี้ได้รับผลกระทบจากไวรัสโควิด-19 ซึ่งจากฟังรายงานเบื้องต้นพบว่าแผนที่จะเสนอดังกล่าวยังไม่มีความชัดเจนในรายละเอียดของแผนที่จะดำเนินการให้เป็นรูปธรรม ดังนั้นจึงให้ การบินไทย กลับไปจัดทำรายละเอียดของแผนให้กลับมาเสนอใหม่ภายใน1สัปดาห์ โดยให้การบินไทยร่วมประชุมหารือกับ นายพีระพล ถาวรสุภเจริญ รองปลัดกระทรวงคมนาคม และนายชยธรรม์ พรหมศร ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.)ในการรวบรวมข้อมูลถึงปัญหาและแนวทางการพิจารณาแก้ไขทั้งหมด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ในแผนดำเนินการที่จะเสริมสภาพคล่องนั้น การบินไทยจะต้องทำรายละเอียดของแผนให้มีความชัดเจนทั้งรายได้ รายจ่าย แผนการปรับลดค่าใช้จ่าย ผลกระทบที่เกิดขึ้น จำนวนเงินที่ขอความช่วยเหลือว่าจะไปใช้อย่างไรบ้างให้มีความชัดเจน รวมถึงแผนการสร้างรายได้เพราะปัจจุบันการบินไทยมีรายได้น้อยกว่าประมาณการณ์ มีค่าใช้จ่ายต่อเดือนกว่า 13,000 ล้านบาท ขณะที่มีการลดเที่ยวบินลงแต่ค่าใช้จ่ายยังคงที่ อย่างไรก็ตามสภาพคล่องการบินไทยยังสามารถดำเนินการต่อได้อีกหลายเดือน แต่จากตัวเลขพบว่าในช่วงปลายปีอาจจะติดลบ เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามดังนั้นแผนที่จะขอความช่วยเหลือการบินไทยจะต้องทำให้มีความชัดเจนว่า หากรัฐบาลช่วยแล้วจะสามารถฟื้นฟูได้อย่างไรบ้าง เพราะหากข้อมูลไม่ชัดเจนการที่กระทรวงคมนาคมเสนอแผนไปยังสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (คนร.)ก็คงไม่ผ่านการพิจารณาเห็นชอบได้อย่างแน่นอน ส่วนมาตรการที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 การบินไทยก็ต้องแยกออกมาให้ชัดเจนถึงแนวทางการช่วยเหลือ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายศักดิ์สยาม กล่าวว่า ในส่วนตัวเลขเงินกู้จะเป็นเท่าใด จะขอเปิดเผยหลังปรับปรุงแผนที่ชัดเจนอีกครั้ง แต่ย้ำว่าฐานะของการบินไทยในฐานะสายการบินแห่งชาติ ยังมีความเข้มแข็งสามารถหารายได้ทุกเที่ยวบินที่ทำการบินขณะนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่าบริษัท การบินไทย จำกัด(มหาชน) ได้เสนอแผนเสริมสภาพคล่องบริษัท จำนวนกว่า 50,000 ล้านบาท ต่อนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม และผู้บริหารกระทรวงคมนาคมแล้วพบว่า ทางฝ่ายกระทรวงคมนาคม ได้ตีกลับแผนดังกล่าว เนื่องจากว่าไม่มีรายละเอียดของแผนว่าจะมีการดำเนินการใช้จ่ายอย่างไรบ้างและจะสร้างรายได้อย่างไร&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/59015</URL_LINK>
                <HASHTAG>การบินไทย, กู้เงิน, เสริมสภาพคล่อง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180904/image_big_5b8e93e9662e0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
