<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>110802</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/07/2021 09:43</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/07/2021 09:43</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>call out ให้ทำไปเถอะ!&#039;นิพิฏฐ์&#039;เหน็บขุนพลอยพยักเยอะเจ้านายจามนิดเดียวลูกขุนน้ำมูกไหลทันที</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
23 ก.ค.64- นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ อดีตส.ส.พัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า
call out กับ ลูกขุนพลอยพยัก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;-call out ที่พูดๆกันอยู่ น่าจะหมายความว่า เป็นการขอให้ออกมาแสดงจุดยืนว่า ใครมีจุดยืนในเรื่องต่างๆ อย่างไร เช่น จุดยืนทางการเมืองเป็นอย่างไร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;-ผมนี่ สถาปนาตัวเองเป็นนักเสรีนิยมประชาธิปไตย ผมไม่ใช่นักประชาธิปไตย(เพียวๆ)&amp;nbsp; หรอก เพราะงั้น การเรียกให้คนนั้น คนนี้ call out นี่ ผมเฉยๆ&amp;nbsp; แต่สำหรับนักประชาธิปไตย มีความจำเป็น เขาอาจจะเรียกร้องให้ call out เพราะเขาต้องการกระแสหรือเสียงข้างมาก แต่นักเสรีนิยมไม่สนใจเสียงข้างมากเสียง หรือ เสียงข้างน้อยหรอก อย่าไปยุ่งกับชีวิตเขาให้มากเกินไปก็แล้วกัน ผมจึงไม่เรียกร้องให้ใคร call out หรอก เพราะผมนึกจะวิจารณ์ใครผมก็วิจารณ์ นึกจะชมใครผมก็ชม ไม่ผูกมัดว่าต้องชื่นชมใครตลอดกาลนาน หรือเกลียดใครตลอดกาลนานเทอญ แล้วแต่เหตุผลและข้อเท็จจริงเป็นเรื่องๆไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;-แต่เมื่อเราอยู่ในสังคมประชาธิปไตย การให้ประชาชนได้แสดงความเห็น หรือ ระบายอารมณ์ เวลาเขาคับข้องใจนี่มีความจำเป็น เหมือนกาต้มน้ำที่กำลังจะเดือดต้องเปิดฝาหรือมีช่องให้ความร้อนได้ระบายออก ไม่งั้นกาต้มน้ำระเบิดใส่หน้าเอา ในวงการนิติศาสตร์ เริ่มมีความคิดใหม่ๆ ว่า &amp;quot;ความคับข้องใจ ถือเป็นความอยุติธรรมอย่างหนึ่ง&amp;quot; รัฐ หรือ ศาล ต้องหาทางระงับความคับข้องใจของประชาชน หากไม่หาทางระงับ ประชาชนจะรู้สึกว่า เขากำลังได้รับความ อยุติธรรมซึ่งถือเป็นเรื่องร้ายแรง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;-วันนี้ ผมคงเขียนอะไรเข้าใจยากอีกล่ะ สรุปง่ายๆว่า ใครจะ call out ก็ให้เขาทำไปเถอะครับ ถ้าไม่รุนแรงจนเกินไป อย่าไปจับ อย่าไปดำเนินคดีกับเขาเลยครับ ใครห้ามได้ ก็ช่วยห้ามๆกันไว้หน่อย บ้านเมืองยุคนี้ มีลูกขุนเยอะ ลูกขุนพลอยพยัก น่ะครับ เยอะจริงๆ พวกนี้เจ้านายจามนิดเดียวลูกขุนน้ำมูกไหลทันที /&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/110802</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขุนพลอยพยัก, ดารา Call out, นายนิพิฏฐ์  อินทรสมบัติ, เสรีนิยมประชาธิปไตย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210723/image_big_60fa29c99d53a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>97843</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>31/03/2021 09:16</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>31/03/2021 09:16</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘นิพิฏฐ์’ชี้&#039;ปชป.&#039;เป็นพรรคเสรีนิยมประชาธิปไตย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;31 มี.ค.2564 - นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) โพสต์เฟซบุ๊กในหัวข้อ &amp;ldquo;ประชาธิปัตย์ กับ เสรีนิยมประชาธิปไตย&amp;rdquo; ระบุว่า ความแตกต่างระหว่าง ประชาธิปไตย กับ เสรีนิยมประชาธิปไตย อาจจะเข้าใจยากสำหรับคนทั่วไป แม้จะเป็นประชาธิปไตยด้วยกันแต่ก็มีจุดต่างบางประการ กระทั่งนักรัฐศาสตร์ในเมืองไทยที่เข้าใจเรื่องนี้อย่างถ่องแท้ก็หายาก นักรัฐศาสตร์ในเมืองไทยที่เป็นเสรีนิยมประชาธิปไตยในความเห็นของผม ถ้าจะระบุชื่อ(ลับหลัง) ก็น่าจะมี &amp;nbsp;ศาสตราจารย์ ดร.เกษียร เตชะพีระ, &amp;nbsp; ศาสตราจารย์ ดร.ไชยันต์ ไชยพร นอกจากนี้ผมไม่กล้าเอ่ยถึง เพราะไม่ได้ติดตามความคิดและข้อเขียนของนักรัฐศาสตร์เหล่านั้นเท่าไหร่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พรรคประชาธิปัตย์ เป็นพรรค &amp;quot;เสรีนิยมประชาธิปไตย&amp;quot; เพราะเป็นพรรคออกมาสนับสนุนรัฐธรรมนูญปี 2540 เป็นพรรคแรกๆ เสรีนิยมประชาธิปไตยในความเห็นผม เริ่มอย่างจริงจังในปี 2540 เนื่องจาก รธน.ปี 2540 เป็น รธน.ฉบับแรกที่ระบุองค์กรอิสระไว้ใน รธน. ซึ่งเป็นองค์กรใหม่ที่จะเป็นจุดตัดมาถ่วงดุลฝ่ายบริหาร มิให้ใช้อำนาจล้นเกินจนกระทบเสียงส่วนน้อย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พรรคประชาธิปัตย์ เป็นฝ่ายค้านที่เข้มแข็ง อันแสดงถึงการเป็นพรรคที่ถ่วงดุลเสียงข้างมาก คุ้มครองอิสระชนได้ดี นักการเมืองในพรรคที่เป็นแนวเสรีนิยม เช่น อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ รุ่นใหม่ก็เช่น ไอติม พริษฐ์ วัชรสินธุ แต่นักเสรีนิยมหัวขบวนทั้งคู่ออกจากพรรคไปหมดแล้ว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถ้าจะว่าไป ในความเห็นผม นักการเมืองที่ชื่นชอบเสรีนิยมประชาธิปไตยและศึกษาเรื่องนี้อย่างถึงแก่น ที่ยังหลงเหลืออยู่ในพรรคประชาธิปัตย์ ก็น่าจะมีผม และ ศาสตราจารย์ ดร.กนก วงษ์ตระหง่าน ส่วนท่านอื่นก็เป็นนักประชาธิปไตย แต่จะเป็นเสรีนิยมประชาธิปไตยหรือเปล่า ผมไม่ทราบเพราะระยะหลังผมไม่ได้คุยกับใครในเรื่องนี้อย่างถึงแก่นเท่านั้น แต่ก็ไม่แปลกอะไรเพราะเราปกครองในระบอบประชาธิปไตย เมื่อสมาชิกพรรคเป็นประชาธิปไตยก็ถูกต้องแล้ว เพียงแต่จุดเด่นของพรรค คือ&amp;quot;เสรีนิยมประชาธิปไตย&amp;quot; เพิ่มคำว่า &amp;quot;เสรี&amp;quot; นำหน้าประชาธิปไตยเข้าไป ก็เท่านั้นเอง ไหนๆ ก็เขียนมาถึงนี้แล้ว ก็แนะนำหนังสือ LIBERLiSM เสรีนิยม ของ ศาสตราจารย์ดร.เกษียร เตชะพีระ ไปอ่านสักเล่ม ท่านแปลมาจากข้อเขียนของ Michael Freeden แห่งมหาวิทยาลัยออกซฟอร์ด ผมอ่านไปหลายเที่ยว ยับเยินหมดแล้ว
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/97843</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ, ปชป., พรรคประชาธิปัตย์, เฟซบุ๊ก, เสรีนิยมประชาธิปไตย, โพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210331/image_big_6063db4a4b66d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>68036</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/06/2020 13:26</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/06/2020 13:26</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;นิพิฏฐ์&#039;ขออย่าสุดโต่งอุ้ม&#039;วันเฉลิม&#039;ชี้ให้&#039;ฆ่าความคิดเขาแต่อย่าฆ่าเขา&#039; </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7 มิ.ย.63-นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ โพสต์เฟซบุ๊กหัวข้อ &amp;quot;ฆ่าความคิดเขา แต่อย่าฆ่าเขา&amp;quot; ระบุว่า ผมไม่ชอบความคิดสุดโต่ง ไม่ว่าซ้ายจัด หรือ ขวาจัด ผมประกาศตนเป็นสาวกแห่ง&amp;quot;เสรีนิยมประชาธิปไตย&amp;quot; นานแล้ว ผมไม่ใช่พวก&amp;quot;ประชาธิปไตย&amp;quot; เฉยๆ เพราะประชาธิปไตยมีแนวโน้มจะเป็นเผด็จการเสียงข้างมากอยู่เสมอ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ผมคุยกับพวกขวาจัด และ คุยกับพวกซ้ายจัดได้ ผมไม่ฆ่าคนที่เห็นต่าง แต่ถ้าทำได้ ผมจะฆ่าความคิดของคนที่เห็นต่าง ผมถือคติว่า &amp;quot;อย่าฆ่าเขา แต่จงฆ่าความคิดของเขา&amp;quot;ผมอยู่ร่วมโลกกับคนเห็นต่างได้ ผมอ่านข่าว คนไทยในกัมพูชา ถูกอุ้มหายไป จะเป็นตายร้ายดีอย่างไรผมไม่รู้ ผมสงสารเขา ผมสงสารครอบครัว พ่อ-แม่ พี่น้อง ของเขาที่ต้องพรัดพรากจากสิ่งที่เขารัก ผมขอให้เขาปลอดภัย&amp;quot;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/68036</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ, ประชาธิปไตย, พรรคประชาธิปัตย์, อุ้มคนไทยในกัมพูชา, เสรีนิยมประชาธิปไตย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200531/image_big_5ed3052a9927e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>31476</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/03/2019 11:29</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/03/2019 11:29</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตั้งหลักดีๆ&#039;นิพิฏฐ์&#039;ย้อนเกล็ดพรรคอ้างยืนอยู่ฝ่ายประชาธิปไตย ทำไมจึงติดคุกเกือบครึ่งครม.หนีอีกก็เป็นร้อย </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;16 มี.ค.62 - นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ &amp;nbsp;รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ โพสต์ข้อความเรื่อง &amp;quot;ประชาธิปไตย กับ เสรีนิยมประชาธิปไตย&amp;quot; ลงบนเฟซบุ๊ก โดยมีเนื้อหาดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตั้งหลักกันดีๆนะครับ ประชาธิปไตยมิใช่ความคิด&amp;quot;สุดโต่ง&amp;quot; ที่ให้พี่น้องประชาชน&amp;quot;เลือกข้าง&amp;quot; เพราะประเทศไทยมีการปกครองระบอบประชาธิปไตยที่มีพระมหากษัตริย์เป็นประมุขอยู่แล้ว มิใช่ว่า หากเลือกฝ่ายนั้นจะเป็นฝ่ายประชาธิปไตย แต่หากเลือกฝ่ายนี้จะเป็นฝ่ายเผด็จการ ลองตอบคำถามง่ายๆดูนะครับ ทำไมฝ่ายที่อ้างตัวเองตัวว่าเป็นฝ่ายประชาธิปไตยจึง&amp;quot;ติดคุก&amp;quot;กันเกือบครึ่งครม.แล้ว และที่หนีอยู่ต่างประเทศก็เป็นร้อย ประชาธิปไตยมิใช่มาจากการเลือกตั้งอย่างเดียว แต่ต้องมีธรรมาภิบาล หรือ มีหลักนิติรัฐด้วย ตามคำกล่าวที่ว่า &amp;quot;ประเทศมิได้ปกครองด้วยรัฐบาล แต่ประเทศปกครองด้วยกฎหมาย&amp;quot; ประเทศไทยจึงมีพรรคการเมือง 2 ฝ่ายที่สู้กันอยู่ในสนามเลือกตั้ง อย่างเข้มข้น คือ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1.ฝ่ายประชาธิปไตย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2.ฝ่ายเสรีนิยมประชาธิปไตย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;-เนื่องจากประชาธิปไตยเป็นการปกครองด้วยเสียงข้างมาก ประชาธิปไตยจึงมีแนวโน้มเป็นเผด็จการ ที่เรียกว่า&amp;quot;เผด็จการเสียงข้างมาก&amp;quot; ระบอบประชาธิปไตยจึงพัฒนาตัวเองขึ้นมาอีกขั้นหนึ่ง เพื่อป้องกันเผด็จการเสียงข้างมาก ระบอบที่พัฒนาตัวเองขึ้นมาเรียกว่า&amp;quot;เสรีนิยมประชาธิปไตย&amp;quot; คือมีวิธีการคุ้มครองเสียงข้างน้อยจากเสียงข้างมากมากขึ้น ระบอบเสรีนิยมประชาธิปไตย ในประเทศไทยเริ่มต้นจากรัฐธรรมนูญ ปี 2540 จนถึงปัจจุบัน นับแต่ 2540 เป็นต้นมาเราจึงเห็นฝ่ายเสียงข้างมากที่ไม่มีหลักนิติรัฐหนีออกต่างประเทศ และเดินเข้าคุกกันเป็นแถว เครื่องมือสำคัญของระบอบเสรีนิยมประชาธิปไตยคือ &amp;quot;องค์กรอิสระ&amp;quot; พรรคประชาธิปัตย์ เป็นฝ่าย&amp;quot;เสรีนิยมประชาธิปไตย&amp;quot; มาตั้งแต่ 6 เมษายน 2489 ซึ่งเป็นวันก่อตั้งพรรค เราจึงมิใช่พรรคเฉพาะกิจแต่เป็นพรรคเสรีนิยมประชาธิปไตย ที่เดินเคียงคู่กับประเทศไทยมายาวนาน.&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/31476</URL_LINK>
                <HASHTAG>นิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ, ประชาธิปไตย, เสรีนิยมประชาธิปไตย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190316/image_big_5c8c7abacb1c4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>20757</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/10/2018 09:27</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/10/2018 09:27</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปชป.ฟังไว้ทำไมต้องเปลี่ยน&#039;ถาวร&#039;ห่วงพรรคตามโลกไม่ทันชูเส้นทางที่สามทุนนิยมสวัสดิการ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;26ต.ค.61-นายถาวร เสนเนียม อดีตรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์(ปชป.)ผู้สนับสนุนนพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม อดีตส.ส.พิษณุโลก พรรคประชาธิปัตย์ ชิงหัวหน้าพรรคฯ โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัว หัวข้อ &amp;quot;ทำไมต้องเปลี่ยน&amp;quot; ระบุว่า
พรรคประชาธิปัตย์ตั้งมา 72 ปีได้รับการยอมรับว่าเป็นพรรคเชิงสถาบันเป็นพรรคเด่น (Dominant Party) พรรคหนึ่งเป็นพรรคเก่าแก่และประชาชนรู้จักกล่าวขวัญถึงมากทุกครั้งที่มีการเลือกตั้ง ประกอบกับพรรคประชาธิปัตย์เคยมีบทบาทต่อสู้กับเผด็จการมาอย่างยาวนานและยึดมั่นมั่นคงตลอดมาแต่อีกด้านหนึ่งกลับมีภาพลักษณ์ไม่ก้าวหน้าไม่มีอะไรใหม่และผลโพลเมื่อเร็ว ๆ นี้พบว่าผู้นำพรรคประชาธิปัตย์ได้รับความนิยมน้อยลงเรื่อย ๆ เมื่อเทียบกับผู้นำพรรคอื่น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
สาเหตุที่เป็นเช่นนี้ ผมคิดว่าเป็นเพราะพรรคประชาธิปัตย์วางตำแหน่งนโยบายไม่ถูกกับสถานการณ์ อีกทั้งขาดความทันสมัย และตามการเปลี่ยนแปลงของโลกไม่ทัน ตำแหน่งนโยบายที่พรรคประชาธิปัตย์วางอยู่ในปัจจุบัน เสรีประชาธิปไตย ซึ่งเคยได้ผลในการต่อสู้กับเผด็จการแต่ใช้ไม่ได้กับสถานการณ์ปัจจุบันเนื่องจากการเมืองไม่ได้แบ่งขั้วสุดโต่งเป็นซ้ายกับขวางอย่างในอดีต ประกอบกับลัทธิเสรีนิยมเชื่อระบบตลาดมากเกินไปจึงปล่อยให้ตลาดลอยตัว เกิดผู้แพ้จากการแข่งขันในระบบตลาดเสรีมากมาย โดยเฉพาะคนจนและคนอ่อนแอ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ที่ถูกนั้น พรรคประชาธิปัตย์ต้องเปลี่ยนตำแหน่งนโยบายใหม่ หันเข้าสู่เส้นทางที่สาม (The Third Way) หรือทุนนิยมสวัสดิการ (Welfare Capitalism) หรือบางครั้งก็เรียกว่า &amp;ldquo;ทุนนิยมดูแลกัน&amp;rdquo; เพราะปฏิเสธไม่ได้ว่าทุกวันนี้ &amp;ldquo;คอมมิวนิสต์&amp;rdquo; หรือแนวทาง มาร์กซิสต์ ไปไม่รอด ขณะเดียวกัน &amp;ldquo;เสรีนิยม&amp;rdquo; หรือเสรีประชาธิปไตย อย่างเดียว ก็เข็นไม่ขึ้น กำแพงเบอลินพังเป็นสัญลักษณ์ของการแพ้ &amp;ldquo;คอมมิวนิสต์&amp;rdquo; จนปรากฎว่าปัจจุบันคอมมิวนิสต์ เกือบทุกประเทศเปิดหมดแล้ว ขณะเดียวกัน เสรีนิยมอย่างเดียวก็ไปไม่รอดเพราะปล่อยให้ปลาใหญ่กินปลาเล็กและเกิดปรากฎการณ์ &amp;ldquo;รวยกระจุก จนกระจาย&amp;rdquo; มีผู้พ่ายแพ้จากการแข่งขันเต็มไปหมด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;ldquo;เสรีประชาธิปไตย&amp;rdquo; อย่างเดียวมีแต่อุดมการณ์จึงมองไม่เห็นและกินไม่ได้ ทุกคนถือว่าเป็นนโยบายพื้น ๆ เพราะในระบอบประชาธิปไตย เพราะในระบอบประชาธิปไตยก็ก็ต้องมีประชาธิปไตยเป็นพื้นฐานอยู่แล้ว ทุกวันนี้คนส่วนใหญ่ไม่ได้สู้กับคอมมิวนิสต์หรือเผด็จการ ศัตรูของคนส่วนใหญ่เป็นเรื่องของปากท้องและปัญหาทางเศรษฐกิจ คนส่วนใหญ่จึงต้องการ &amp;rdquo;ประชาธิปไตยกินได้&amp;rdquo; มากกว่ายกตัวอย่างจำนวนผู้สูงอายุของประเทศเราเริ่มมีมากขึ้นเรื่อย ๆ ดังที่ทราบกัน คาดว่าจะถึง 20% ของประชากรทั้งหมดในเร็ว ๆ นี้ แต่สวัสดิการที่ผู้สูงอายุได้รับ มีเพียงเงินช่วยเหลือจากรัฐบาลนิดหน่อย และมีคนอีกไม่กี่เปอร์เซ็นต์ ได้บำเหน็จบำนาญจากข้าราชการ ส่วนระบบประกันสังคมไทย ก็ดูแลเฉพาะค่ารักษาพยาบาลของคนอายุไม่เกิน 60 ปี ถ้าเกิน 60 ปีก็ไม่มีสิทธิเบิกเงินรักษาพยาบาล&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
แต่ถ้าไปดูของต่างประเทศ ผู้สูงอายุกลับได้รับบำเหน็จบำนาญจำนวนมาก และมีฐานะความเป็นอยู่ที่ดีกว่าประเทศเรา เช่น ออสเตรเลีย 54% ฝรั่งเศษ 61% อิตาลี่ 61% นอเวย์ 53% สวีเดน79% อังกฤษ 67% ซึ่งบำเหน็จบำนาญเหล่านี้ส่วนใหญ่มาจากระบบประกันสังคม ทำให้น่าคิดว่าเราจะเข้าถึงระบบประกันสังคมของประเทศเราเป็นอย่างนี้บ้าง นอกจากนั้นผู้สูงอายุยังต้องการทำงานและสามารถทำงานได้อีกจำนวนมาก ปัจจุบัน รัฐบาลยังไม่มีกลไกอะไรสนับสนุนผู้สูงอายุซึ่งจะกลายเป็นผู้มีสิทธิเลือกตั้งกลุ่มใหม่และกลุ่มใหญ่อีกกลุ่มหนึ่งในอนาคตอันใกล้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
นี่คือตัวอย่างที่ผมคิดว่าสิ่งแรกที่เราต้องเปลี่ยน คือจุดยืนของพรรคและนโยบายของพรรค ซึ่งจะทำให้พรรคประชาธิปัตย์ &amp;ldquo;ไม่ย่ำอยู่กับที่&amp;rdquo; เหมือนคนไม่รู้จักสรุปบทเรียน จึงไม่กล้าเปลี่ยน ผมคิดว่าเราต้องหาจุดยืนและนโยบายใหม่ เพื่อยกระดับพรรคให้ทันสมัยและตามกระแสโลกได้ทัน
#เลือกหมอวรงค์เป็นหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์
#เบอร์2&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/20757</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทุนนิยมสวัสดิการ, นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม, นายถาวร เสนเนียม, ประชาธิปไตยกินได้, ผู้สมัครชิงหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์, รวยกระจุก-จนกระจาย, เสรีนิยมประชาธิปไตย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181026/image_big_5bd279f363e24.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>7963</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/04/2018 22:35</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/04/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กองทัพเลือกข้างบิ๊กตู่ ผบ.ทสส.ลั่นยังหนุนแม้เล่นการเมืองเมินถูกมองไม่เป็นกลาง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;กองทัพ&amp;rdquo; ลั่นเป็นกองหลังหนุน &amp;ldquo;ประยุทธ์-คสช.&amp;rdquo; ไม่สนถูกมองวางตัวไม่เป็นกลาง ยันมีมาตรการดูแลม็อบการเมืองช่วงครบ 4 ปีรัฐประหารแล้ว &amp;ldquo;ผบ.ทบ.&amp;rdquo; &amp;nbsp; วอนอย่าเล่นข่าวใหญ่ เพราะจะกระทบภาพลักษณ์ &amp;nbsp;&amp;ldquo;อภิสิทธิ์&amp;rdquo; ย้ำพฤติกรรมต่อรองพาชาติลงเหว โวพร้อมเป็นฝ่ายค้านหากอุดมการณ์สวนทาง &amp;ldquo;วัชระ&amp;rdquo; ย้อนอาจารย์วิษณุ-บิ๊กตู่ พูดเรื่องมาตรา 44-เลือกตั้งไม่จริงผิดกฎหมายหรือไม่ ศาลยืนส่งชื่อ &amp;ldquo;ฉัตรไชย-ปกรณ์&amp;rdquo; นั่ง กกต.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 26 เมษายน พล.อ.ธารไชยยันต์ ศรีสุวรรณ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด (ผบ.ทสส.) ให้สัมภาษณ์ถึงการดูแลสถานการณ์บ้านเมืองในเดือนพฤษภาคม ซึ่งจะมีการชุมนุมและเคลื่อนไหวทางการเมืองเนื่องในช่วงครบรอบ 4 ปีการรัฐประหารของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ว่าคงดูแลตามขอบเขตและอำนาจหน้าที่ ซึ่งเรื่องดังกล่าวหน่วยงานต่างๆ ได้เตรียมแผนการรองรับไว้แล้ว ส่วนกลุ่มผู้ชุมนุมจะปักหลักค้างคืน เราคงใช้กฎหมายเป็นหลัก พร้อมด้วยการพูดจาหารือทำความเข้าใจถึงขั้นตอนในการดำเนินการ และคิดว่าที่ผ่านมาคงได้พูดคุยกันไว้บ้างแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามถึงบทบาทของกองทัพหลังนายกฯ มีทีท่าจะเล่นการเมือง พล.อ.ธารไชยยันต์กล่าวว่า แน่นอน ทางกองทัพก็ยังเป็นเครื่องมือของรัฐบาลอยู่แล้ว การสนับสนุนรัฐบาลเป็นหน้าที่หลักของกองทัพ&amp;nbsp;
ถามย้ำว่า บทบาทของ พล.อ.ประยุทธ์เริ่มชัดเจนในการลงเล่นการเมือง เพราะดึงตัวอดีตนักการเมืองเข้ามาร่วมงานกับรัฐบาล กองทัพยังคงสนับสนุนอยู่หรือไม่ &amp;nbsp;พล.อ.ธารไชยยันต์ย้ำว่า เรายังสนับสนุนรัฐบาลและผู้นำรัฐบาลอยู่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า หลังเกษียณจะเห็นผู้บัญชาการเหล่าทัพร่วมพรรคทหารหรือไม่ ว่าทุกอย่างเป็นเรื่องของอนาคต แต่ส่วนในความคิดส่วนตัวคงไม่เกี่ยว ซึ่งตนเองคงมีหน้าที่บทบาทในเรื่องของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) แค่นั้น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามอีกว่า กองทัพต้องวางตัวเป็นกลางทางการเมือง จะรักษาจุดนี้ไว้อย่างไร พล.อ.ธารไชยยันต์กล่าวว่า การปฏิบัติงานของทหาร สนับสนุนงานตามนโยบายของรัฐบาล ซึ่งปกติจะมีแผนล่วงหน้าที่ชัดเจนอยู่แล้ว เราก็จะดำเนินการไป ส่วนนโยบายที่เพิ่มเติมหรือปัญหาเฉพาะหน้า เช่น การช่วยเหลือประชาชน หรือสิ่งที่เกิดขึ้นทันทีทันใด เราก็มีแผนงานแผนเผชิญเหตุรองรับ ซึ่งภาพรวมใหญ่ๆ กองทัพปฏิบัติตามแผนและนโยบายที่วางไว้ ส่วนที่ฝ่ายการเมืองมองว่า พล.อ.ประยุทธ์ใช้กองทัพเป็นเครื่องมือในการหาเสียงนั้น คิดว่าแล้วแต่คนมอง ซึ่งปกติตั้งแต่ดำเนินการมา ก็ทำอย่างนี้มาโดยตลอด ส่วนใครจะคิดอย่างไร เป็นเรื่องมุมมองของแต่ละคน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) กล่าวในประเด็นนี้ว่า ไม่มีอะไรที่น่าห่วงใย ซึ่งกองทัพมีแผนอยู่แล้ว แต่มองว่าการชุมนุมเป็นเรื่องของการเรียกร้องของกลุ่มคนเดิมๆ ที่อยากเลือกตั้ง ซึ่งยังไม่มีความชัดเจนสถานที่ รายละเอียด จำนวนคน แต่ยังมีเวลาในการติดตามสถานการณ์ และไม่อยากให้สื่อมวลชนนำเสนอข่าวว่าเป็นการชุมนุมใหญ่ เพราะจะเกิดผลกระทบต่อด้านเศรษฐกิจและด้านอื่นๆ ซึ่งการชุมนุมอาจไม่มีอะไรก็ได้ ซึ่งเป็นกระบวนการที่ผู้ชุมนุมกระทำต่อเนื่อง และยังอยู่ในกรอบ ตั้งแต่ก่อนเดือน เม.ย. ซึ่งไม่ได้กังวลอะไร
ชี้ยังเคลื่อนไหวในกรอบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า การเคลื่อนไหวของกลุ่มการเมืองยังอยู่ในกรอบหรือไม่ พล.อ.เฉลิมชัยกล่าวว่า การเคลื่อนไหวทางการเมืองยังอยู่ในกรอบ เป็นการแสดงความคิดเห็นในแง่มุมต่างๆ ของแต่ละกลุ่มการเมือง เป็นไปตามกระบวนการนักการเมือง ก็ต้องแสดงตัวในแง่มุมต่างๆ ก็ไม่มีปัญหาอะไร ส่วนคนที่ออกมาให้ข้อมูลโดยไม่มีหลักฐานนั้น ก็ต้องไปดูว่าใครเสียหาย ก็แจ้งความดำเนินคดีเป็นไปตามนั้น ซึ่งในข้อเท็จจริงบ้านเมืองต้องยืนอยู่บนข้อเท็จจริง การกล่าวหากันลอยๆ ไม่มีหลักฐานทำให้เกิดความสับสนวุ่นวาย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม กล่าวถึงกรณีนายวารินทร์ บัววิรัตน์เลิศ หรือโหร คมช. เสนอแนวคิดรูปแบบรัฐบาลแห่งชาติ ว่าไม่รู้ ยังไม่ได้ศึกษาเลย ได้ยินแต่พวกเราพูดกัน และเมื่อถามว่าชอบชื่อพรรคพลังประชารัฐหรือไม่ พล.อ.อ.ประจินตอบว่า เพิ่งรู้จักชื่อนี้เมื่อ 2 วันที่ผ่านมาเอง&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ ปฏิเสธกรณีโหรวารินทร์ โดยระบุว่า ไม่ทราบ ไม่รู้เรื่อง ต้องถามเขาเอง&amp;nbsp;
นายวิษณุยังกล่าวถึงกรณีนายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ตั้งข้อสังเกตหากศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยคำสั่งหัวหน้า คสช.ที่ 53/2560 ขัดรัฐธรรมนูญ อาจทำให้ต้องใช้เวลาแก้ไขกฎหมายเกือบ 1 ปีว่า เรื่องนี้เดาได้ 3 ทางคือ 1.ไม่มีอะไรเกิดขึ้น &amp;nbsp;2.แก้ไขกฎหมายนิดเดียว และ 3.แก้ไขกฎหมายเยอะ วันนี้เดาไปในทางที่ 3 ทำไมไม่เดาไปในทางที่ 1 แอบรู้คำตอบมาหรืออย่างไร วันนี้รัฐบาลไม่เดาอะไร รู้ว่ามีทางเลือก 3 ทาง เราเตรียมไว้ทั้ง 3 ทาง และหากต้องรื้อเยอะก็ใช้เวลาไม่นาน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรค ปชป.กล่าวถึงกรณีผู้มีอำนาจดึงนักการเมืองร่วมพรรคว่า รัฐบาลมีภาระหน้าที่บริหารราชการแผ่นดินตามหลักนิติรัฐและนิติธรรม โดย คสช.ที่ประกาศตัวเข้ามาว่าจะทำการเมืองให้ดีขึ้น จึงไม่ควรมีพฤติกรรมไปตอกย้ำปัญหาการเมืองที่ล้มเหลวในอดีต ส่วนที่หลายคนมองว่าเป็นการนำคนเห็นพ้องต้องกันในอุดมการณ์ทางการเมืองมารวมกัน ไม่ใช่เป็นการดูด คิดว่าเขารู้อยู่แก่ใจ และหากจะใช้คำว่าต่อรองก็คงไม่ผิด
ลั่นพร้อมเป็นฝ่ายค้าน
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอภิสิทธิ์ย้ำว่า อุดมการณ์ของพรรคคือเสรีนิยมประชาธิปไตย หมายถึงประชาธิปไตยที่ไม่ได้พูดแค่ว่าเลือกตั้ง แต่เป็นเรื่องการเคารพเสียงข้างน้อย ยอมรับการตรวจสอบถ่วงดุล พรรคไม่ได้เป็นพรรคการเมืองที่ต้องไปดิ้นรนจับมือกับใคร ถ้าพรรคมีความเห็นว่าจะทำงานกับใครแล้วไม่ตรงกับอุดมการณ์ นำพาบ้านเมืองไปผิดทิศทาง พรรคก็ทำหน้าที่ตรวจสอบ ไม่มีปัญหาอะไรเลย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวัชระ เพชรทอง อดีต ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ ปชป. กล่าวถึงกรณีนายวิษณุออกมาเตือนในการพูดว่า ขอขอบคุณอดีตอาจารย์ ม.รามคำแหง ที่ตักเตือนลูกศิษย์ แต่ท่านควรเข้าใจด้วยว่าไม่มีเจตนากล่าวหา พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และหัวหน้า คสช. แต่ประการใด เพียงได้ข่าวประการใดก็แจ้งให้รัฐบาลและประชาชนได้รู้ ส่วนจะจริงขนาดไหนหรือไม่ หรือใครไปแอบอ้าง ก็เป็นเรื่องที่ต้องพิสูจน์ข้อเท็จจริงกันต่อไป&amp;nbsp;
&amp;ldquo;ท่านจำได้หรือไม่ ปีก่อนโน้นผมเคยบอกว่ามีทหารจะตั้งพรรค เขาก็ปฏิเสธว่าไม่จริง แล้ววันนี้จริงหรือไม่ ผมเคยบอกแม้กระทั่งชื่อพรรคประชารัฐ เขาก็ปฏิเสธ แล้ววันนี้ใช้ชื่อพรรคอะไร ผมบอกถึงชื่อหัวหน้าพรรคด้วยซ้ำ แล้ววันนี้เขากำลังตั้งพรรคอะไรในทำเนียบรัฐบาล ฉะนั้นข่าวที่ผมนำมาบอกมันก็เป็นเพียงข่าว แต่ก็ขอให้ดูต่อไปนานๆ&amp;rdquo; นายวัชระกล่าว
นายวัชระกล่าวอีกว่า ดร.วิษณุบอกว่าพูดเท็จผิดกฎหมาย แล้วตัวท่านอาจารย์เองเคยบอกว่าจะไม่ใช้มาตรา 44 พร่ำเพรื่อ ใช้อย่างสร้างสรรค์ หรือเรื่อง กสทช.จะไม่ใช้กฎหมายพิเศษเข้าไปจัดการ ท่านอาจารย์ ดร.วิษณุประกาศอย่างนี้ เข้าข่ายพูดเท็จและผิดกฎหมายไหม หรือกรณี พล.อ.ประยุทธ์พูดจะจัดการเลือกตั้งตั้งแต่ปลายปี 2558, 2559 และ 2560 แล้วปรากฏว่าเป็นเท็จ ถือว่าหลอกลวงประชาชนไทย และประชาคมโลก ผิดกฎหมายไหม&amp;nbsp;
นายวัชระยืนยันว่า การที่ พล.อ.ประยุทธ์สั่งให้ฝ่ายกฎหมายไปตรวจสอบเอาผิด ก็เชิญตามสบาย แต่อย่าไปหากฎหมายใหม่นอกกรุงลงกา ซึ่งการออกมาพูดเพราะหวังดี เนื่องจากเป็นคนตรงไปตรงมา ไม่เคยแอบอุบอิบไปขอประโยชน์จาก คสช. โดยพูดแค่นี้ พล.อ.ประยุทธ์ก็โกรธ และสั่งฝ่ายกฎหมายให้เล่นงาน&amp;nbsp;
&amp;ldquo;ผมก็ศิษย์มีครู ลูกรามคำแหงไม่เคยกลัวใคร ท่านควรเปิดใจรับฟังเสียงสะท้อนและคำวิพากษ์วิจารณ์ อย่าเลือกฟังแต่สิ่งที่ถูกใจเพียงอย่างเดียว ผมต้องการให้ คสช.ลงจากหลังเสืออย่างสง่างาม ให้ พล.อ.ประยุทธ์รู้จักคำว่า ผมพอแล้ว อย่างเช่น พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรี ไม่อยากเห็นเป็นอย่างอื่น&amp;quot; นายวัชระกล่าว
ศาลส่ง 2 ชื่อเดิม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน ที่ห้องประชุมใหญ่ศาลฎีกา ชั้น 1 อาคารราชบุรีดิเรกฤทธิ์ นายชีพ จุลมนต์ ประธานศาลฎีกา ได้เรียกประชุมใหญ่ศาลฎีกา เพื่อลงมติเลือกผู้สมควรได้รับแต่งตั้งเป็นกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) สายศาล จำนวน 2 คน &amp;nbsp;โดยการลงมติครั้งนี้ มีผู้สมัครทั้งสิ้น 5 คน ประกอบด้วย 1.นายฉัตรไชย จันทร์พรายศรี ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลฎีกา 2.นายปกรณ์ มหรรณพ ผู้พิพากษาศาลฎีกา 3.นายเกษม เกษมปัญญา ผู้พิพากษาอาวุโสในศาลอุทธรณ์ภาค 4.นายทวีป ตันสวัสดิ์ ผู้พิพากษาอาวุโสในศาลฎีกา และ 5.นายประพาฬ อนมาน ผู้พิพากษาอาวุโสในศาลอุทธรณ์ &amp;nbsp;ซึ่งที่ประชุมใหญ่ได้ลงมติเลือกนายฉัตรไชยและนายปกรณ์เป็นผู้ได้คัดเลือกเป็น กกต.สายศาลยุติธรรม 2 คน รวมกับผู้ได้รับการสรรหาอีก 5 คน เพื่อเสนอให้ สนช.เห็นชอบต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ นายฉัตรไชยและนายปกรณ์ ถือเป็น 2 ชื่อเดิม ที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาเคยลงมติเลือกและส่งชื่อไปให้ สนช. แต่ถูก สนช.ลงมติลับไม่เห็นชอบ 7 รายชื่อว่าที่ กกต.ทั้งหมด ซึ่งมีรายงานว่าเหตุที่ สนช. ไม่เห็นชอบ 7 ว่าที่ กกต. เนื่องจากกังวลเรื่องขั้นตอนการเลือกของที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาในขณะนั้น ว่าอาจไม่ใช่การลงมติโดยเปิดเผยตามกฎหมาย จึงโหวตไม่เห็นชอบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่บริเวณสถานีรถไฟฟ้าสยาม ฝั่งสยามสแควร์วัน พ.อ.วันชนะ สวัสดี หรือผู้พันเบิร์ด ผู้ช่วยโฆษกกระทรวงกลาโหม พร้อมน้องเกี่ยวก้อย ตุ๊กตามาสคอตสัญลักษณ์ความปรองดอง พร้อมด้วยทูตปรองดองได้ลงพื้นที่แจกเอกสารสัญญาประชาคมของคณะอนุกรรมการด้านการประชาสัมพันธ์เพื่อสร้างความสามัคคีปรองดองในชุดคณะกรรมการเตรียมการเพื่อสร้างความสามัคคีปรองดอง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.อ.วันชนะกล่าวว่า มารณรงค์ให้ประชาชนได้ร่วมกันสร้างบรรยากาศของความสามัคคีปรองดอง ซึ่งอยู่ในข้อที่หนึ่งของสัญญาประชาคมที่พวกเราทุกคนร่วมกันคิดร่วมกันเขียนขึ้นมา พร้อมเปิดตัวแอมบาสเดอร์ สามัคคีปรองดองซึ่งเป็นน้องทหารที่ทำงานอยู่ในกระทรวงกลาโหม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.อ.วันชนะกล่าวต่อว่า จากการลงพื้นที่ครั้งที่แล้วที่บริเวณอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ได้มีคำถามว่า สิ่งที่ คสช.ทำถูกต้องหรือไม่ ตั้งแต่เข้ามาทำหน้าที่บริหารประเทศและจัดตั้งรัฐบาล ซึ่งขอชี้แจงว่าเราได้แบ่งขั้นตอนของเรื่องสามัคคีปรองดองออกเป็น 3 ระยะ คือ ระยะที่ 1 การเข้ามาของ คสช.เพื่อต้องการจัดการเรื่องความวุ่นวายที่เกิดขึ้น ซึ่งทำสำเร็จไปแล้ว, ระยะที่ 2 เมื่อเรารับทราบปัญหาความวุ่นวายที่เกิดขึ้นมาจากความเหลื่อมล้ำในสังคม เราได้ดำเนินการปฏิรูปในทุกๆ ด้าน และระยะที่ 3 รัฐบาลต้องการส่งต่อเรื่องความมั่นคงยั่งยืนต่อไปในอนาคต คือกำหนดยุทธศาสตร์ชาติ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;การแก้ไขปัญหาระยะที่ 2 และ 3 จะดำเนินการพร้อมๆ กัน เมื่อมีการปฏิรูปเกิดขึ้น พร้อมทั้งกำหนดยุทธศาสตร์ชาติ และขณะนี้มีแนวโน้มที่ดีขึ้น แต่ยังไม่สำเร็จร้อยเปอร์เซ็นต์ ยังต้องอาศัยความร่วมมือของพี่น้องประชาชนในชาติ เพื่อให้การปฏิรูปยุทธศาสตร์ชาติเห็นเป็นรูปธรรม&amp;quot; พ.ท.วันชนะกล่าว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/7963</URL_LINK>
                <HASHTAG>กองหลังหนุน, นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ, พล.อ.ธารไชยยันต์ ศรีสุวรรณ, พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท, มาตรการดูแลม็อบการเมือง, รัฐประหาร, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อย่าเล่นข่าวใหญ่, เสรีนิยมประชาธิปไตย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180426/image_big_5ae1dbb3df699.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>7912</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/04/2018 13:26</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/04/2018 13:26</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;มาร์ค&#039;เตือนคสช.อย่าตอกย้ำพฤติกรรมการเมืองที่ล้มเหลวในอดีต</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;26 เม.ย.61-นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีผู้มีอำนาจดึงนักการเมืองร่วมพรรค ว่า รัฐบาลมีภาระหน้าที่ในการบริหารราชการแผ่นดิน ตามหลักนิติรัฐ นิติธรรม และคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) ในฐานะที่ประกาศตัวเข้ามาว่าจะทำการเมืองให้ดีขึ้น จึงไม่ควรที่จะมีพฤติกรรมไปตอกย้ำปัญหาการเมืองที่ล้มเหลวในอดีต ส่วนที่หลายคนมองว่าเป็นการนำคนเห็นพ้องต้องกันในอุดมการณ์ทางการเมืองมารวมกัน ไม่ใช่เป็นการดูด คิดว่าเขารู้อยู่แก่ใจ และหากจะใช้คำว่าต่อรองก็คงไม่ผิด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เผยว่าอุดมการณ์ของพรรคประชาธิปัตย์ คือ เสรีนิยมประชาธิปไตย หมายถึงประชาธิปไตยที่ไม่ได้พูดแค่ว่าเลือกตั้ง แต่เป็นเรื่องการเคารพเสียงข้างน้อย ยอมรับการตรวจสอบถ่วงดุล พรรคไม่ได้เป็นพรรคการเมืองที่ต้องไปดิ้นรนจับมือกับใคร ถ้าพรรคมีความเห็นว่าจะทำงานกับใครแล้วไม่ตรงกับอุดมการณ์ นำพาบ้านเมืองไปผิดทิศทาง พรรคประชาธิปัตย์ก็ทำหน้าที่ตรวจสอบ ไม่มีปัญหาอะไรเลย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอภิสิทธิ์ บอกว่าเสรีนิยมประชาธิปไตยว่า มาจากคำว่า Liberal Democracy ความหมายที่สำคัญคือใครที่เคยอ้างประชาธิปไตย แต่ไม่เสรีนิยม พอมีอำนาจแล้ว นึกว่าตัวเองทำอะไรก็ได้ เสรีนิยมนี้จะเป็นตัวกำกับว่าคนที่เป็นรัฐบาล แม้จะมาจากกระบวนการการเลือกตั้งที่เป็นประชาธิปไตยก็ต้องมีอำนาจในขอบเขต ไม่เช่นนั้นจะไปละเมิดสิทธิ เสรีภาพของคนอื่น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;quot;เพราะฉะนั้นใครที่ทำการเมืองมาจากการเลือกตั้ง แต่กินรวบ รวบอำนาจ แทรกแซงองค์กรอิสระ ไม่ยอมรับการตรวจสอบ บริหารบ้านเมือง มีการไปข่มขู่คน บอกว่าใครไม่เลือกก็ไม่ทำงานให้ แบบนี้ไม่เป็นเสรีประชาธิปไตย ซึ่งผมไม่กังวลว่า เสรีนิยม หรือเสรีเฉยๆ แต่กังวลพวกที่ไม่เสรีนิยม ตัวหลักคือปัญหาของระบอบประชาธิปไตยของไทย การเจอภัยคุกคามจากทั้ง 2ด้าน คือเผด็จการในรูปแบบเดิมๆ และเผชิญกับรูปแบบของเผด็จการที่มาจากการเลือกตั้งก็ได้ ดังนั้น ผู้ก่อตั้งพรรคประชาธิปัตย์ ตอนที่เขาประกาศอุดมการณ์จึงบอกว่าเขาไม่เอาเผด็จการทุกรูปแบบเพราะเขารู้ว่ามีบางรูปแบบซ่อนมากับกระบวนการของประชาธิปไตยได้&amp;quot;นายอภิสิทธิ์กล่าว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/7912</URL_LINK>
                <HASHTAG>การเลือกตั้ง, กินรวบ#, นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ, ประชาธิปัตย์, มาร์ค, เสรีนิยมประชาธิปไตย, ไม่ยอมรับการตรวจสอบ, ไม่เอาเผด็จการทุกรูปแบบ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180115/5a5c5d2424efe.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
