<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>61433</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/03/2020 11:04</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/03/2020 11:04</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;เสรีพิศุทธ์&#039;โล่ง! ศาลไม่รับฟ้องคดีหมิ่น&#039;สิระ&#039;ปมด่าส.ส.สวะ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;30 มี.ค. 63 &amp;ndash; ที่ห้องพิจารณา 801 ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก ศาลอ่านคำสั่ง/คำพิพากษาชั้นไต่สวนมูลฟ้อง คดีหมายเลขดำ อ.3078/2562 ที่นายสิระ เจนจาคะ ส.ส.กรุงเทพมหานคร พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย และประธานคณะกรรมาธิการการป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ สภาผู้แทนราษฎร เป็นจำเลย ในความผิดฐานหมิ่นประมาทผู้อื่นโดยการโฆษณา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 326, 328 กรณีโจทก์ฟ้องกล่าวหา พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ หมิ่นประมาทจากการให้สัมภาษณ์ทำนองว่าเป็น ส.ส.สวะ ซื้อเสียง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คำฟ้องโจทก์ระบุพฤติการณ์สรุปว่า เมื่อวันที่ 14 พ.ย. 2562 เวลากลางวัน พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ จำเลย ขณะปฏิบัติหน้าที่ ส.ส. และประธานกรรมาธิการ (กมธ.) การป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ สภาผู้แทนราษฎร ให้สัมภาษณ์ต่อสื่อมวลชนที่อาคารรัฐสภา ถึงการปฏิบัติหน้าที่ของโจทก์ ในฐานะ กมธ.ป้องกันและปราบปรามการทุจริตฯ ด้วยข้อความลักษณะเปรียบเทียบเป็นพืชที่ไร้ประโยชน์ และมีเนื้อหาที่สื่อความหมายกล่าวหาหรือใส่ความโจทก์ทำนองว่า ปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต แจกเงินหรือทรัพย์สินเพื่อสนับสนุนโจทก์ในการปลดจำเลยออกจากการเป็นประธาน กมธ. ที่มีเจตนามุ่งทำลายชื่อเสียงโจทก์และทำลายความน่าเชื่อถือโจทก์ในการปฏิบัติหน้าที่ ส.ส.และ กมธ. ป้องกันและปราบปรามการทุจริต และเป็นการพูดในลักษณะดูถูกดูแคลนโจทก์ ซึ่งทำให้ผู้ฟังเข้าใจว่าโจทก์เป็น ส.ส.ไร้ประโยชน์ โดยถ้อยคำนั้นล้วนเป็นเท็จ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนที่โจทก์เคยให้สัมภาษณ์ต่อสื่อมวลชนว่า จะประชุมเพื่อเสนอปลดจำเลยออกจากการเป็นประธาน กมธ.ดังกล่าวนั้น เป็นการเสนอความเห็นต่อสื่อมวลชนในการปฏิบัติหน้าที่ของโจทก์และจำเลยตามอำนาจหน้าที่ ข้อบังคับการประชุมสภาฯ และข้อบังคับการประชุมกรรมาธิการฯ ซึ่งโจทก์เป็น ส.ส.ได้รับการเลือกตั้งจากประชาชน ไม่เคยทำหน้าที่ใดๆ ให้เกิดความเสียหายแก่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เหตุเกิดที่อาคารรัฐสภา ถ.สามเสน แขวงนครไชยศรี เขตดุสิต กทม.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วันนี้ โจทก์และจำเลยไม่ได้เดินทางมาศาล เนื่องจากเป็นการพิจารณาชั้นไต่สวนมูลฟ้อง โดยมีผู้รับมอบอำนาจโจทก์-จำเลย เดินทางมารับฟังคำสั่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศาลพิเคราะห์แล้ว กรณีโจทก์ให้สัมภาษณ์ว่าจะปลดจำเลยสามารถทำได้ตามระเบียบ เป็นความขัดแย้งระหว่างโจทก์กับจำเลย ผู้สื่อข่าวจึงไปถามจำเลย เป็นเรื่องปกติที่จำเลยจะไม่พอใจ จึงใช้ถ้อยคำรุนแรงไปบ้าง ก็เป็นเพียงคำไม่สุภาพเท่านั้น ไม่ถึงกับเป็นการหมิ่นประมาทโจทก์ ที่จำเลยกล่าวถึงการพูดกันด้วยเงิน การแจกกล้วย หรือคำว่าสวะนั้น เป็นการกล่าวถึงการทุจริตทั่วไป ไม่ได้เฉพาะเจาะจงระบุชื่อโจทก์ ตามที่จำเลยรับรู้จากการดำรงตำแหน่งประธาน กมธ.การป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ สภาผู้แทนราษฎร และคำว่าแจกกล้วยไม่ใช่คำด่าที่คนทั่วไปใช้ด่ากัน ที่จำเลยให้สัมภาษณ์จึงไม่เป็นความผิดฐานหมิ่นประมาท คำฟ้องโจทก์ไม่มีมูลให้รับไว้พิจารณา พิพากษายกฟ้อง.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/61433</URL_LINK>
                <HASHTAG>ยกฟ้อง, ศาลอาญา, ส.ส.สวะ, สิระ, เสรีพิศุทธ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200212/image_big_5e43a63e91d1c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>59945</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/03/2020 16:20</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/03/2020 16:20</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศาลนัดฟังคำสั่งคดี&#039;สิระ&#039;ฟ้อง&#039;เสรีพิศุทธ์&#039;หมิ่นส.ส.สวะ30มี.ค.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;16 มี.ค. 63 &amp;ndash; ที่ห้องพิจารณา 801 ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก ศาลนัดไต่สวนมูลฟ้องโจทก์ครั้งที่ 2 คดีหมายเลขดำ อ.3078/2562 ที่นายสิระ เจนจาคะ ส.ส.กรุงเทพมหานคร พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย และประธานคณะกรรมาธิการการป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ สภาผู้แทนราษฎร เป็นจำเลย ในความผิดฐานหมิ่นประมาทผู้อื่นโดยการโฆษณา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 326, 328 กรณีโจทก์ฟ้องกล่าวหา พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ หมิ่นประมาทจากการให้สัมภาษณ์ทำนองว่าเป็น ส.ส.สวะ ซื้อเสียง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คำฟ้องโจทก์ระบุพฤติการณ์สรุปว่า เมื่อวันที่ 14 พ.ย. 2562 เวลากลางวัน พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์&amp;nbsp; จำเลย ขณะปฏิบัติหน้าที่ ส.ส. และประธานกรรมาธิการ (กมธ.) การป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ สภาผู้แทนราษฎร ให้สัมภาษณ์ต่อสื่อมวลชนที่อาคารรัฐสภา ถึงการปฏิบัติหน้าที่ของโจทก์ ในฐานะ กมธ.ป้องกันและปราบปรามการทุจริตฯ ด้วยข้อความลักษณะเปรียบเทียบเป็นพืชที่ไร้ประโยชน์ และมีเนื้อหาที่สื่อความหมายกล่าวหาหรือใส่ความโจทก์ทำนองว่า ปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต แจกเงินหรือทรัพย์สินเพื่อสนับสนุนโจทก์ในการปลดจำเลยออกจากการเป็นประธาน กมธ. ที่มีเจตนามุ่งทำลายชื่อเสียงโจทก์และทำลายความน่าเชื่อถือโจทก์ในการปฏิบัติหน้าที่ ส.ส.และกรรมาธิการป้องกันและปราบปรามการทุจริต และเป็นการพูดในลักษณะดูถูกดูแคลนโจทก์ ซึ่งทำให้ผู้ฟังเข้าใจว่าโจทก์เป็น ส.ส.ไร้ประโยชน์ โดยถ้อยคำนั้นล้วนเป็นเท็จ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนที่โจทก์เคยให้สัมภาษณ์ต่อสื่อมวลชนว่า จะประชุมเพื่อเสนอปลดจำเลย ออกจากการเป็นประธาน กมธ.ดังกล่าวนั้นเป็นการเสนอความเห็นต่อสื่อมวลชนในการปฏิบัติหน้าที่ของโจทก์และจำเลยตามอำนาจหน้าที่ ข้อบังคับการประชุมสภาฯ และข้อบังคับการประชุมกรรมาธิการฯ ซึ่งโจทก์เป็นส.ส.ได้รับการเลือกตั้งจากประชาชน ไม่เคยทำหน้าที่ใดๆ ให้เกิดความเสียหายแก่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เหตุเกิดที่อาคารรัฐสภา ถ.สามเสน แขวงนครไชยศรี เขตดุสิต กทม.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยวันนี้ (16 มี.ค.) ฝ่ายโจทก์นำพยานเบิกความในชั้นไต่สวนมูลฟ้องโจทก์เพียงปากเดียว หลังจากที่ก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 3 ก.พ. 2563 นายสิระ โจทก์ ได้มาเบิกความด้วยตนเองไปแล้ว ภายหลังสืบพยานในชั้นไต่สวนมูลฟ้องโจทก์เสร็จสิ้นแล้ว ศาลกำหนดนัดฟังคำสั่งว่าจะประทับรับฟ้องคดีหรือไม่ในวันที่ 30 มี.ค.นี้ เวลา 09.00 น.&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/59945</URL_LINK>
                <HASHTAG>30มี.ค., ศาลอาญา, ส.ส.สวะ, สิระ, เสรีพิศุทธ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200212/image_big_5e43a63e91d1c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>53233</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/12/2019 12:54</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/12/2019 12:53</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ปารีณา&#039;หน้านิ่งฟังอธิบดีป่าไม้แจง&#039;กมธ.เสรีพิศุทธ์&#039;ฟาร์มไก่รุกป่า</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;25 ธ.ค. 62 - ที่ห้องประชุม 409 คณะกรรมาธิการ (กมธ.) ป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ สภาผู้แทนราษฎร ที่มี พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส ประธาน กมธ. เป็นประธานการประชุม โดยได้เชิญ นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมป่าไม้ เข้าชี้แจงกรณีที่ดิน น.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส.ราชบุรี พรรคพลังประชารัฐ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยนายอรรถพล ชี้แจงว่า หลังจากที่กรมป่าไม้ได้รับเรื่องร้องเรียน ไม่ได้นิ่งนอนใจ ก็จะเห็นว่าระยะเวลาที่เข้าไปดำเนินการ ครั้งที่ 1 ครั้งที่ 2 รวมถึงการแจ้งความดำเนินคดีใช้ระยะเวลาเพียง 9 วัน ซึ่งมีพื้นที่ 2 ส่วน โดยส่วนแรกที่เราเข้าไปตรวจพิสูจน์ที่เราพบว่าอยู่ในเขตป่าสงวนจำนวน 46 ไร่ 1 งาน 40 ตารางวา ที่ดำเนินคดีไปเมื่อวันที่ 2 ธันวาคม และอยู่ในเขตป่าสงวนอีก 41 ไร่ 1 งาน 59 ตารางวา และพื้นที่ตามพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ป่าไม้ มาตรา 54 อีก 4 ไร่ 3 งาน 81 ตารางวา รวมเป็นพื้นที่ 46 ไร่ 1 งาน 40 ตารางวา ที่ดำเนินคดีอยู่ ส่วนอื่นๆ ที่เหลือซึ่งทำกิจการฟาร์มไก่มีการตรวจสอบเพิ่มเติมพบว่า ส่วนใหญ่เป็นที่ดินของสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) โดยตรวจสอบเทียบจากแผนที่ ส.ป.ก.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในระหว่างที่นายอรรถพลกำลังชี้แจง น.ส.ปารีณา ได้เดินเข้ามาห้องประชุม และนั่งฟังคดีตัวเองด้วยสีหน้าเรียบเฉย และไม่ตอบโต้อะไร จากนั้น พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ได้เชิญผู้สื่อข่าวออกจากห้องประชุม เพื่อพิจารณารายละเอียดต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ซึ่งก่อนหน้านั้นนายไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ เสนอให้ กมธ. ยุติเรื่องที่อยู่ระหว่างการพิจารณาในคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) หรือกรณีที่อยู่ในกระบวนการยุติธรรม เพื่อไม่ให้เกิดภาระแก่ กมธ. มากเกินไป หากเรื่องใดที่ยังไม่เคยร้องคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ก็ให้ กมธ. เข้าไปสอบหาข้อเท็จจริงได้ทันที เพื่อให้ความยุติธรรมกับประชาชน เพราะหากไปทำงานซ้ำซ้อนจะไม่เกิดประโยชน์เลย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ซึ่ง พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ กล่าวว่า ในส่วนนี้ยังไม่ต้องปรับอะไรเพราะข้อกฎหมายก็ระบุไว้ชัดเจนแล้วตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 129 วรรคสี่ ที่ระบุว่า กมธ. จะพิจารณาข้อร้องเรียนได้ ยกเว้นการพิจารณาคดีในศาลยุติธรรม หรือองค์กรอิสระ ซึ่งไม่ใช่แค่ ป.ป.ช. อย่างเดียว แต่ยังรวมถึง ผู้ตรวจการแผ่นดิน สำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน หากพบว่าคดีนี้ ป.ป.ช. ดำเนินการอยู่ เราก็จะไม่เข้าไปยุ่ง หรือเชิญคนที่เกี่ยวข้องเข้ามาชี้แจงต่อกมธ. อีก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายธีรัจชัย พันธุมาศ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ เสนอเพิ่มเติมว่า หากกรณีที่อยู่ระหว่างการสอบสวนของ ป.ป.ช. เราควรที่จะยุติเรื่อง และส่งเรื่องกลับไป แต่กรณีที่ป.ป.ช. รับเรื่องไป เราก็ต้องดูว่าผู้ร้องร้องเรียนเรื่องอะไร หากไปยุติเรื่องที่ไปสู่ ป.ป.ช. หมด อาจจะไม่ได้ ไม่เช่นนั้นจะเป็นการตัดเรื่องไปทุกเรื่อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยพล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ กล่าวเห็นด้วยต่อความเห็นของนายธีรัจชัย ซึ่งการหารือครั้งนี้ได้ถือเป็นมติของ กมธ. และจะนำไปแจ้งผู้ร้องเรียน และป.ป.ช. เพื่อให้รับทราบต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มีรายงานข่าวจากที่ประชุม กมธ.ป.ป.ช.ว่า&amp;nbsp; น.ส.ปารีณา ได้สอบถามเจ้าหน้าที่กรมป่าไม้ ที่เข้าชี้แจงต่อ กมธ.ว่า ก่อนที่จะมีการปฏิรูปที่ดินของช่วงปี 2527-2554 กรมป่าไม้เคยลงสำรวจพื้นที่จริงหรือไม่ โดยอธิบดีกรมป่าไม้ชี้แจงว่า ตามระเบียบก่อนที่จะมีการส่งมอบพื้นที่ให้ ส.ป.ก นำไปปฏิรูปที่ดิน จะต้องมีการลงพื้นที่ไปตรวจสอบพื้นที่จริง ขณะที่น.ส.ปารีณาแย้งว่าไม่เชื่อว่าจะมีการลงไปตรวจสอบพื้นที่จริง เนื่องจากตามแผนที่จะเห็นว่าพื้นที่ดังกล่าวครึ่งหนึ่งเป็นภูเขา ซึ่งไม่สามารถนำไปทำการปฏิรูปที่ดินได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่อธิบดีกรมป่าไม้ยืนยันว่าก่อนส่งมอบพื้นที่ในช่วงปี 2535 มีการลงไปตรวจสอบพื้นที่จริง แต่ให้ระยะเวลาในการสำรวจพื้นที่ทั่วประเทศเพียง 3 เดือน ซึ่งอาจจะมีพื้นที่บางส่วนเป็นทั้งป่าและภูเขา และหลังจากที่มีการส่งมอบที่ดินไปแล้ว หากพบว่าเป็นพื้นที่ภูเขา ส.ป.ก. ก็จะมีการส่งพื้นที่คืนให้กับกรมป่าไม้.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/53233</URL_LINK>
                <HASHTAG>กมธ.ปราบโกง, ปารีณา, ฟาร์มไก่, ส.ป.ก., อธิบดีกรมป่าไม้, เสรีพิศุทธ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191225/image_big_5e02f81aaa816.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>52747</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/12/2019 12:44</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/12/2019 12:44</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กมธ.ปราบโกงกัดไม่ปล่อยปมถวายสัตย์ ลาก&#039;มาร์ค&#039;มาแจง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;18 ธ.ค. 62 &amp;ndash; ที่รัฐสภา เมื่อเวลา 10.00 น. มีการประชุมคณะกรรมาธิการป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ&amp;nbsp; สภาผู้แทนราษฎร ที่มีพล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส ในฐานะประธานกรรมาธิการ เป็นประธานในการประชุม ได้เชิญนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรี เข้าชี้แจงกรณีพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และคณะรัฐมนตรี ถวายสัตย์ปฏิญาณไม่ครบตามรัฐธรรมนูญ ถือว่าขัดรัฐธรรมนูญ ตามมาตรา 161 หรือไม่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ได้พยายามซักถามนายอภิสิทธิ์ในฐานะที่เคยเป็นนายกรัฐมนตรีมาก่อนว่า การถวายสัตย์ของพล.อ.ประยุทธ์ ครั้งล่าสุดถูกต้องตามรัฐธรรมนูญหรือไม่ ซึ่งนายอภิสิทธิ์ ให้ความเห็นว่า การถวายสัตย์ของนายกรัฐมนตรีไม่ครบถ้วนตามรัฐธรรมนูญ แต่จะขัดหรือแย้งต่อกฎหมายหรือไม่ เป็นเรื่องของการตีความตามกฎหมาย ซึ่งไม่สามารถให้ความเห็นได้ ทั้งนี้ ไม่สามารถระบุได้ว่าปัญหาดังกล่าวจะมีทางแก้ไขอย่างไร เพราะเรื่องแบบนี้ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน และตอนที่ตนเป็นนายกรัฐมนตรีก็ได้กล่าวตามที่รัฐธรรมนูญได้กำหนดไว้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ถามต่อว่า การที่นายกรัฐมนตรีถวายสัตย์ฯ ไม่ครบ จะทำให้ร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2563 ไม่ชอบกฎหมายด้วยหรือไม่&amp;nbsp; นายอภิสิทธิ์ ตอบว่า เรื่องดังกล่าวเป็นเหตุการณ์ที่ผ่านมานานแล้ว จึงไม่ทราบแนวปฏิบัติว่า หากถวายสัตย์ฯ ไม่ครบจะต้องทำอย่างไร&amp;nbsp; เพราะหากจากวันนั้นมา ระยะเวลาล่วงเลยมานานแล้ว และรัฐบาลก็มีการดำเนินการหลายอย่าง รวมทั้งการดำเนินการที่เกี่ยวข้องกับสภาฯด้วย แต่ส่วนตัวตอบได้แค่ว่า หากตนเองเป็นนายกรัฐมนตรี จะถวายสัตย์ฯให้ครบตามรัฐธรรมนูญ&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ยังซักถามถึงการบริหารราชการแผ่นดินในสมัยที่นายอภิสิทธ์ เป็นนายกรัฐมนตรี ทราบหรือไม่ว่ามีอดีตรัฐมนตรีหลายคนที่มีโทษถูกพิพากษาจำคุก ข้อหาปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบด้วยงบประมาณแผ่นดิน และงบประมาณปี 2563 เมื่อผ่านสภาฯ ไปแล้วจะมีการทุจริตหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ ชี้แจงว่า มีอดีตรัฐมนตรีถูกลงโทษว่าทำผิดกฎหมาย แต่ไม่แน่ว่าเกี่ยวข้องโดยตรงกับงบประมาณหรือไม่ ทั้งนี้ตนพูดมาตลอดว่าการทุจริตคอร์รัปชันเกิดขึ้นได้เสมอทุกยุคทุกสมัย แม้กระทั่งคนที่เป็นนายกรัฐมนตรีก็ไม่สามารถที่จะไปก้าวล่วงในงานที่เป็นงานเฉพาะในหลายหน่วยงานได้ แต่ถ้าเรื่องใดที่นายกรัฐมนตรี ผู้บังคับบัญชา สามารถจะเข้าไปกำกับดูแลได้ ก็ต้องเป็นหน้าที่ที่ต้องเข้าไปดูแล และไม่คิดว่าจะมีใครที่สามารถรับประกันได้ว่าจะไม่มีการทุจริต ดังนั้นไม่จำเป็นว่างบประมาณปี 2563 ผ่านแล้วจะมีการทุจริต เพราะขณะนี้ก็ทุจริตได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายไพบูลย์ นิติตะวัน กรรมาธิการฯ สอบถามว่า การที่ศาลรัฐธรรมนูญไม่รับคำร้องดังกล่าว และให้เหตุผลว่าเรื่องดังกล่าวเป็นเรื่องของพระมหากษัตริย์กับฝ่ายบริหารนั้น ถือว่าเรื่องดังกล่าวจบสิ้นแล้วลงหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ ตอบว่า ต้องแยกประเด็นให้ออก เพราะหากคณะกรรมาธิการจะตรวจสอบการทำหน้าที่ของนายกรัฐมนตรีว่าครบถ้วนหรือไม่ ควรแยกออกจากเรื่องของพระราชอำนาจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากนั้น นายธีรัจชัย พันธุมาศ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ ในฐานะกรรมาธิการฯ ได้สอบถามนายอภิสิทธิ์ ถึงการเตรียมการถวายสัตย์ฯ ของนายกรัฐมนตรี ส่วนใหญ่สำนักงานเลขาธิการคณะรัฐมนตรีจะเป็นผู้เตรียมการให้ หรือนายกรัฐมนตรีจะต้องเตรียมการเอง&amp;nbsp; โดยนายอภิสิทธิ์ ชี้แจงว่า ตามปกติแล้วสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี หรือสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี จะเป็นผู้เตรียมไว้ให้ แต่โดยปกติแล้วนายกรัฐมนตรีจะต้องกล่าวตามที่รัฐธรรมนูญกำหนด ผู้เตรียมเอกสารจะเป็นใครไม่สำคัญ แต่นายกรัฐมนตรีเป็นผู้มีหน้าที่นำคณะรัฐมนตรีถวายสัตย์ฯ จึงต้องเป็นคนรับผิดชอบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ นายธีรัจชัย ยังถามถึงความน่าเชื่อถือของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ที่มีมติไม่รับคำร้องเรื่องการถวายสัตย์ฯของนายกรัฐมนตรี เพราะตุลาการ 2 คน มาจากการสรรหาของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ที่มีที่มาจากคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) และอีก 5 คนก็ถูกต่ออายุมา โดยล่าสุดก็ยังต่ออายุอยู่ ดังนั้น การตัดสินของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญจะมีความน่าเชื่อถือได้อย่างไร ซึ่งนายอภิสิทธิ์ ไม่ขอแสดงความเห็น เพราะเป็นการก้าวล่วง
&amp;nbsp;
ต่อมานายไพบูลย์ ก็ได้ยกมือแสดงความคิดเห็นว่าการที่นายธีรัจชัยถามนั้นถือว่านอกกรอบและเป็นการก้าวล่วงอำนาจศาล หากเกิดอะไรขึ้นตนไม่ขอรับผิดชอบ เช่นเดียวกับพล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ก็เห็นว่านายธีรชัยถามนอกประเด็น เห็นด้วยกับนายไพบูลย์และกรรมาธิการคนอื่น.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/52747</URL_LINK>
                <HASHTAG>กมธ.ปราบโกง, ถวายสัตย์ไม่ครบ, นายกฯ, บิ๊กตู่, มาร์ค, อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ, เสรีพิศุทธ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191218/image_big_5df9bb2d7c3ca.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>52740</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/12/2019 10:43</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/12/2019 10:43</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ลั่นซักฟอกไม่ไว้วางใจต้องมีชื่อ&#039;บิ๊กป้อม&#039; เมินร่วมวิ่งไล่ลุง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;18 ธ.ค. 62 - ที่รัฐสภา พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส&amp;nbsp; ส.ส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย กล่าวถึงการอภิปรายไม่ไว้วางใจที่ไม่มีชื่อของพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ว่า น่าจะมี ซึ่งจะต้องมีการสอบถามกันอีกครั้ง ส่วนจะยื่นเพิ่มหรือไม่ก็ได้ทั้งนั้น เพราะเรามีข้อมูล และอยู่ที่ว่าแต่ละพรรคจะมีข้อมูลหรือไม่ และภายในพรรคยังไม่มีการพูดคุยกัน ทั้งนี้ ตนจะมีการอภิปรายรัฐมนตรีเป็นพิเศษอยู่แล้ว แต่ไม่ขอเปิดเผยเอาไว้ใกล้ๆ ก่อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามถึงกิจกรรมวิ่งไล่ลุงในปี 63 จะไปร่วมกิจกรรมด้วยหรือไม่ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธิ์ กล่าวว่า เขาก็มีเชิญมา แต่เราคิดว่าเป็นกิจกรรมที่ไม่ถึงขนาดต้องไปลงถนน เพราะการวิ่งก็เป็นการออกกำลังทั่วไปไม่ได้ไปชุมนุมอะไร เพียงแต่วิ่งไล่ลุง รัฐบาลอย่าไปคิดอะไรมาก วางใจให้เป็นกลางเฉยๆ ก็หมดเรื่อง หรือการที่เขาไปชุมนุมบนสกายวอร์ค ก็ไม่ได้ทำให้ประชาชนเดือดร้อน ไม่ควรต่อต้านเดี๋ยวจะลามไปใหญ่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;กิจกรรมพวกนี้ปล่อยๆ ปิดตาบ้าง ก็ไม่เป็นไร สำหรับผมคิดว่าเมื่อเราอยู่ในสภา ก็ต้องสู้กันในสภา ถึงแม้เสียงตอนนี้จะน้อยกว่าแต่ก็ไม่เป็นไร เราก็พยายามหาเหตุผล แม้บ้างครั้งโหวตชนะแล้วก็ให้โหวตใหม่จนมีการซื้องูเห่า ซึ่งประธานสภาฯจะต้องควบคุมการประชุมไม่ให้เหตุการณ์เกิดขึ้น หรือปล่อยให้คนที่ศาลออกหมายจับมาห้องประชุมโดยไม่ต้องดำเนินการอะไร เป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้อง เพราะประธานสภาฯ มีหน้าที่รักษาความสงบเรียบร้อย โดยไม่จำเป็นต้องทำเอง สามารถสั่งได้ ถ้าประธานสภาฯ เป็นรัฐบาล ก็จะต้องถูกอภิปรายไม่ไว้วางใจแน่ เพราะประธานสภาฯสังกัดพรรคการเมืองเหมือนกัน&amp;rdquo; พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ระบุ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามตนยังไม่ได้ตอบรับ เรียนให้ทราบว่าตอนยังไม่ได้เป็นส.ส. มี กปปส.มาเชิญขึ้นเวที ตนก็ไม่เคยไปสักที่ ไม่เหมือนหลายคนในสภาฯ นี้ แม้กระทั่งประธานยังเป่านกหวีดกับเขาด้วย กล้ายืนยันหรือไม่ว่าไม่เคย แต่สำหรับตน ถ้าไม่ก็คือไม่ ดังนั้น ตอบตรงนี้เลยว่าคงไม่ได้ไปร่วมวิ่งไล่ลุงด้วย เพราะตอนนี้เราเป็นส.ส.ต้องทำหน้าที่ให้ดี.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/52740</URL_LINK>
                <HASHTAG>ซักฟอก, บิ๊กตู่, บิ๊กป้อม, ประธานสภาฯ, วิ่งไล่ลุง, อภิปรายไม่ไว้วางใจ, เสรีพิศุทธ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191218/image_big_5df99ed4934f1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>52735</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/12/2019 16:48</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/12/2019 09:54</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;เสรีพิศุทธ์&#039;โอดอนค.ขับ4งูเห่าเข้าทางรัฐบาล ฝ่ายค้านยิ่งแพ้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;18 ธ.ค. 62 - ที่รัฐสภา พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส ส.ส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย กล่าวถึงกรณีที่พรรคอนาคตใหม่ มีมติขับ 4 ส.ส.ออกจากพรรคว่า เคยเสนอให้ใจเย็นๆ ถ้าผลักส.ส.ออกไปเขาก็จะไปอยู่กับฝ่ายรัฐบาล&amp;nbsp; จากเสียงปริ่มน้ำก็จะไม่ปริ่มน้ำ ฝ่ายค้านเสียเต็มๆ ถ้าขับออกไป 5-6 คนฝ่ายค้านก็แพ้ ซึ่งเราต้องพยายามชั่งใจมองภาพรวมว่าควรจะทำอย่างไร แต่ในส่วนของพรรคอนาคตใหม่ ตนได้คุยกับ ส.ส. บางคนว่าให้เอาเขาไว้ก่อนมีสิ่งใดจำเป็นต้องใช้ก็ใช้ ถ้าผลักไปอย่างนี้เขาก็ไปอยู่ฝ่ายตรงข้าม เราก็ยิ่งแพ้ใหญ่ ดังนั้น ขอให้มองภาพรวมยุทธศาสตร์บ้าง&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;ldquo;ในส่วนของพรรคอนาคตใหม่ผมมองแล้ว เบื้องต้นเป็นการโหวตเกี่ยวกับ พ.ร.ก.โอนอัตรากำลังพลฯ ซึ่งเป็นความจำเป็นต้องทำเพื่อพระมหากษัตริย์ ซึ่งผมก็ยังโหวตเลย แต่ร่างพ.ร.บ.งบประมาณปี 63 ผมไม่ได้โหวต ส.ส.พรรคอนาคตใหม่ 3 คนก็โหวต พ.ร.ก.โอนอัตรากำลังพลฯ&amp;nbsp;แต่มติพรรคไม่ให้โหวต จึงเป็นความบาดหมางกันในพรรค จนไม่พูดคุยกัน ไม่เชิญเข้าประชุม จึงทำให้ปัญหาลึกเข้าไปเรื่อยๆ ทั้งที่สาเหตุไม่มีอะไร&amp;rdquo; พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์&amp;nbsp; ระบุ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่าฝ่ายค้านจะพยายามดึงทั้ง 4 เสียงของพรรคอนาคตใหม่อย่างไร หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย กล่าวว่า อยู่ที่ทั้ง 4 คนว่ามีวัตถุประสงค์อย่างไร บางทีอาจจะคิดว่าจะไปหาพรรคที่เขาคิดว่ามีความเชื่อมั่น แต่พรรคเสรีรวมไทยจะวางเฉย ถ้าเขาศรัทธาเขาจะมาเอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวถามว่า ฝ่ายค้านจะพูดคุยเพื่อพลิกเกมกับปัญหาที่เกิดขึ้นหรือไม่ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ กล่าวว่า เป็นเรื่องของพรรคอนาคตใหม่ที่ขับส.ส.ออกมา จึงเป็นเรื่องของพรรคเขา.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/52735</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขับส.ส., งูเห่า, ฝ่ายค้าน, รัฐบาล, อนค., อนาคตใหม่, เสรีพิศุทธ์, เสรีรวมไทย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190726/image_big_5d3a768e5eb0e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>52246</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/12/2019 13:36</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/12/2019 13:36</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>หมอระวีเฮ! ศาลไม่รับฟ้อง&#039;เสรีพิศุทธ์&#039; คดีหมิ่นประมาท</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;11 ธ.ค. 62 - ที่ห้องพิจารณา 805 ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก ศาลนัดฟังคำสั่งจะประทับรับฟ้องหรือไม่ ในคดีหมายเลขดำ อ.1729/2562 ที่ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียาเวส อดีตผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (อดีต ผบ.ตร.) หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย มอบอำนาจให้ทนายความยื่นฟ้อง นพ.ระวี มาศฉมาดล หัวหน้าพรรคพลังธรรมใหม่ เป็นจำเลย ความผิดฐานหมิ่นประมาทผู้อื่นโดยการโฆษณา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 326 , 328&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คำฟ้องระบุพฤติการณ์สรุปว่า เมื่อวันที่ 13 พ.ค.2562 เวลากลางวัน จำเลยได้แถลงต่อสื่อมวลชน ซึ่งข้อความตอนหนึ่งว่า &amp;quot;การต่อสู้ทางการเมืองครั้งนี้ อาจมองในแง่หนึ่งได้ว่าเป็นการต่อสู้ระหว่างฝ่ายเอาสถาบันกับไม่เอาสถาบัน ดังนั้นสมาชิกพรรคของเรา จะมีมติให้เราเลือกข้างที่รักษาสถาบัน โดยพรรคพลังธรรมใหม่จึงต้องประกาศจุดยืนตามเสียงข้างมากของสมาชิกพรรคทั่วประเทศที่จะเข้าร่วมกับ พรรคพลังประชารัฐในการจัดตั้งรัฐบาล&amp;quot;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ซึ่งข้อความที่จำเลยกล่าวทำให้ประชาชนทั่วไปในสังคมเข้าใจว่า โจทก์เป็นพรรคการเมืองที่ไม่เอาสถาบันพระมหากษัตริย์ ไม่เทิดทูนและไม่จงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ ซึ่งทำให้โจทก์และสมาชิกพรรคโจทก์ ถูกดูหมิ่นเกลียดชัง ทั้งที่ความจริงแล้วพรรคการเมืองของโจทก์และพรรคการเมืองอื่นๆ รวม 7 พรรคร่วมกันแถลงเพื่อแสดงจุดยืนทางการเมือง เป็นแนวร่วมต่อต้านการสืบทอดอำนาจของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่มี พล.อ.ประยุทธ์จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรี ไม่สืบทอดอำนาจที่มีพรรคพลังประชารัฐเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลต่อไปอีก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยโจทก์และกลุ่ม 7 พรรคการเมือง เรียกตัวเองว่าฝ่ายประชาธิปไตย กล่าวอยู่เสมอว่าเป็นฝ่ายที่ยึดมั่นการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ไม่เคยนำสถาบันพระมหากษัตริย์มาใช้ในการหาเสียงตามที่ถูกกล่าวหาให้ร้ายจากพรรคการเมืองอื่น แต่จำเลยพยายามเอาใจพล.อ.ประยุทธ์ เพราะเหตุคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) คำนวณให้จำเลยได้เป็น ส.ส. ทั้งที่จำเลยมีคะแนนเพียง 35,099 คะแนน ต่ำกว่าคะแนน 71,065 ที่พึงมี ส.ส.ได้เสียอีก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การกระทำนั้นใส่ร้ายโจทก์และพรรคการเมืองอื่นๆ ว่า &amp;quot;เป็นฝ่ายไม่เอาสถาบัน&amp;quot; โดยคำว่า&amp;quot;ไม่เอาสถาบัน&amp;quot;เมื่อนำมาใช้กับความหมายรวมข้อความทั้งหมดที่จำเลยกล่าว มีความหมายในลักษณะแบ่งพวกแบ่งฝ่ายทางการเมือง ซึ่งย่อมหมายความว่าเหตุที่จำเลยและสมาชิกพรรคของจำเลย ไม่เข้าร่วมจัดตั้งรัฐบาลกับโจทก์และพรรคการเมืองอื่นๆ รวม 7 พรรค แต่ไปเข้าร่วมจัดตั้งรัฐบาลกับพรรคพลังประชารัฐนั้น เนื่องจากโจทก์เป็นหนึ่งในพรรคการเมือง 7 พรรคที่เป็นฝ่ายไม่เอาสถาบันพระมหากษัตริย์ ไม่เคารพเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ คิดที่จะล้มล้างสถาบันพระมหากษัตริย์ ซึ่งล้วนเป็นความเท็จทั้งสิ้น เพราะความจริงแล้วโจทก์และสมาชิกพรรคทุกคนมีความจงรักภักดีเทิดทูนต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ และเป็นเอกลักษณ์เฉพาะของประเทศไทยดังนั้นประชาชนชาวไทยจึงมีหน้าที่ต้องปกป้องรักษาไม่ให้บุคคลใดมาล้มล้างทำลายสถาบันพระมหากษัตริย์ การกระทำของจำเลยจึงทำให้โจทก์เสียหาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศาลพิจารณาแล้ว เห็นว่าพยานหลักฐานโจทก์ในชั้นไต่สวนมูลฟ้องไม่มีน้ำหนัก จึงไม่รับฟ้องคดีไว้พิจารณาพิพากษายกฟ้อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้าน นพ.ระวี กล่าวว่า คำวินิจฉัยของศาลที่มีคำสั่งไม่รับฟ้องนั้น ได้พิสูจน์ให้เห็นถึงความบริสุทธ์ของตนที่ได้แถลงเมื่อเดือน พ.ค. 2562 ว่าไม่ได้มีเจตนาที่จะกล่าวหาผู้ใดผู้หนึ่ง ให้ได้เกิดความเสียหาย ถูกดูหมิ่น หรือถูกเกลียดชัง เพียงแต่มีความปรารถนาดีที่จะต้องการปรามพวกที่คิดร้ายต่อสถาบันเท่านั้น อีกทั้งไม่ได้เจาะจงว่าเป็นกลุ่มบุคคลใดบุคคลหนึ่ง&amp;nbsp; ถึงแม้ว่าคดีนี้ยังไม่ถึงที่สุด แต่ตนเชื่อมั่นในกระบวนการยุติธรรมว่า จะให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่ายอย่างเท่าเทียมกัน และตนขอน้อมรับคำวินิจฉัยของศาลทุกกรณี&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;ldquo;จากนี้ผมขอมุ่งมั่นทำหน้าที่ ในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในสภาต่อไป เนื่องจากยังมีภารกิจอีกมากมายที่ต้องทำ ยังมีประชาชนอีกไม่น้อยที่ได้รับความเดือดร้อนรอความช่วยเหลืออยู่ และที่สำคัญคงไม่มีความจำเป็นที่ต้องรื้อฟื้นแก้คืนหรือฟ้องกลับในเรื่องนี้แต่อย่างใด เพราะผมไม่ได้ให้ราคากับเรื่องนี้ มากกว่าเรื่องความเดือดร้อนของประชาชนในตอนนี้&amp;rdquo; นพ.ระวี ระบุ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่ามีอะไรอยากฝากไปถึง พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ หรือไม่ นพ.ระวี กล่าวว่า ขอให้ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ให้เวลาในการทำหน้าที่ ส.ส.&amp;nbsp; เพราะท่านก็มีหน้าที่เป็นประธานคณะกรรมาธิการป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ ที่มีภารกิจที่สำคัญ ขอแนะนำให้ท่านเอาเวลาไปให้กับงานตรงนั้น เพื่อให้เกิดประโยชน์กับประเทศชาติและประชาชนจะดีกว่าหรือไม่.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/52246</URL_LINK>
                <HASHTAG>ยกฟ้อง, ศาลอาญา, หมอระวี, หมิ่นประมาท, เสรีพิศุทธ์, ไม่รับฟ้อง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191211/image_big_5df08c4da661f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
