<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>109311</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/07/2021 09:21</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/07/2021 09:17</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> &#039;เสรีรวมไทย&#039;ผุดแคมเปญ &#039;มอบ 157 ให้นายกฯ&#039; ชวนประชาชนยื่นฟ้องที่สถานีตำรวจใกล้บ้าน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;11 ก.ค. 2564 พรรคเสรีรวมไทย นำโดย พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส หัวหน้าพรรค &amp;nbsp;ออกแถลงการณ์ระบุว่า จากสถานการณ์โรคระบาดโควิด-19 ได้แพร่กระจายไปอย่างรวดเร็ว ทำให้ประชาชนล้มป่วยเจ็บตายเป็นจำนวนมาก โดยที่รัฐบาลไม่สามารถดูแลประชาชนให้ปลอดภัยพ้นจากโรคระบาดดังกล่าวได้ ประชาชนต้องพึ่งตนเองด้วยการซื้อหน้ากากอนามัยมาสวมใส่ ต้องขวนขวายหาสถานที่ตรวจเพื่อต้องการทราบว่าตนและบุคคลในครอบครัวติดโรคระบาดบ้างหรือไม่ ต้องหาหนทางเพื่อฉีดวัคซีนป้องกันโรคระบาดและอื่นๆในราคาแพงด้วยตนเอง โดยที่รัฐบาลไม่สามารถป้องกันและรักษาโรคระบาดโควิด-19 ให้เป็นไปตามกฎหมายที่ตนเองร่างขึ้นมาได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รัฐธรรมนูญ มาตรา 47 วรรคสาม บัญญัติว่า &amp;ldquo;บุคคลย่อมมีสิทธิได้รับการป้องกันและขจัดโรคติดต่ออันตรายจากรัฐ โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย&amp;rdquo; ที่ผ่านมารัฐบาลได้กู้เงินจากต่างประเทศหลายครั้ง เป็นจำนวนเงินมหาศาล แต่กลับนำเงินกู้ดังกล่าวไปถลุงแจกจ่ายแก่ประชาชนในรูปแบบต่างๆหลายๆโครงการ โดยมิได้ก่อให้เกิดประโยชน์แต่อย่างใด แต่มุ่งหวังเพียงผลประโยชน์ทางการเมืองของตนเองและพวกพ้องเพื่อกลับมามีอำนาจอีกเท่านั้น อีกทั้งยังนำเงินกู้ดังกล่าวไปซื้อรถถัง เรือดำน้ำ เครื่องบิน อาวุธยุทโธปกรณ์ต่างๆ ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่จำเป็นหวังเพียงแต่ที่จะได้รับเงินทอนเท่านั้น เมื่อเกิดเหตุโรคระบาดโควิด-19 จึงทำให้ไม่มีงบประมาณเพียงพอที่จะจัดหาอุปกรณ์ต่างๆเพื่อป้องกันและรักษาให้ประชาชนได้รับความปลอดภัยได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การที่รัฐบาลละเว้นไม่ปฏิบัติตามกฎหมายรัฐธรรมนูญดังกล่าว จึงทำให้ประชาชนทั้งประเทศต้องขวนขวายดิ้นรนเพื่อช่วยเหลือตนเองและครอบครัวให้อยู่รอดปลอดภัยจากโรคโควิด-19 ให้ได้ดังกล่าวข้างต้น ทำให้ประชาชนได้รับความเดือดร้อน อีกทั้งยังได้รับความเสียหายจากมาตรการต่างๆที่รัฐกำหนดอย่างมากมาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พรรคเสรีรวมไทยเห็นว่า ถึงเวลาแล้วที่พี่น้องประชาชนจะต้องลุกขึ้นมาต่อสู้เพื่อเรียกร้อง และรักษาสิทธิที่มีอยู่ตามรัฐธรรมนูญดังกล่าวข้างต้น ด้วยการขับไล่รัฐบาลนี้ออกไปตามกระบวนการของกฎหมาย จึงขอให้ประชาชนทุกท่านได้กรุณานำใบเสร็จรับเงินที่ซื้อหน้ากากอนามัย ใบเสร็จรับเงินที่ท่านไปตรวจรักษา ใบเสร็จรับเงินที่ท่านต้องไปซื้อวัคซีนฉีดเพื่อป้องกันโรคระบาดโควิด-19 หลักฐานต่างๆที่ท่านได้รับความเสียหายจากมาตรการของรัฐ ไปแจ้งความที่สถานีตำรวจใกล้บ้านของท่าน ให้ดำเนินคดีกับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีทุกคน ที่กระทำการละเมิดรัฐธรรมนูญโดยละเว้นไม่ปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญมาตรา 47 และมาตรา 55 ทำให้ท่านได้รับความเสียหาย ซึ่งเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157 ฐานเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบหรือโดยทุจริต ทำให้ท่านได้รับความเสียหาย ซึ่งพนักงานสอบสวนจะต้องรวบรวมหลักฐานส่งให้คณะกรรมการ ป.ป.ช.ทำการไต่สวนตามรัฐธรรมนูญมาตรา 234(1) โดยด่วนต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่ละท่านที่ไปแจ้งความ ใบเสร็จแต่ละครั้งก็เป็นความผิดหนึ่งกรรม 2 ครั้งก็สองกรรม แจ้งความ 1 ล้านคนๆละ 2 ครั้ง ก็สองล้านกรรม พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่อหังการนักจะอยู่ได้ก็ให้มันรู้ไป ขอความร่วมมือพี่น้องประชาชนร่วมด้วยช่วยกันในครั้งนี้นะครับ เราไม่ได้ก่อกวนใคร เราไม่ได้ทำให้ใครเดือดร้อน เราไปใช้สิทธิตามกฎหมายในฐานะคนไทยที่ได้รับความเดือดร้อนและเสียหายจากการปฏิบัติหน้าที่ของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และคณะรัฐมนตรีเท่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/109311</URL_LINK>
                <HASHTAG>ฟ้องนายก, มอบ 157 ให้นายกฯ, เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส, เสรีรวมไทย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210711/image_big_60ea54861cbd5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>71364</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/07/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/07/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ดาหน้าอัดรัฐบาล เล่นเกมถอดเสรีฯ พ้นปธ.กมธ.ปปช.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;quot;พรรคร่วมฝ่ายค้าน&amp;quot; ดาหน้าโวย &amp;quot;ซีกรัฐบาล&amp;quot; เดินเกมถอดถอน &amp;quot;เสรีพิศุทธ์&amp;quot; พ้นประธาน กมธ.ป.ป.ช. &amp;quot;ทวี&amp;quot; ซัดใช้เสียงข้างมากลากไป &amp;quot;ก้าวไกล&amp;quot; เชื่อหวังปิดปากทำลายกลไกตรวจสอบ เย้ย &amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot; ไม่ทำผิดกลัวอะไร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่พรรคเพื่อไทย (พท.) วันที่ 13 ก.ค. มีการประชุมคณะทำงานพรรคร่วมฝ่ายค้านเพื่อประชาชน มีตัวแทนพรรคฝ่ายค้านเข้าร่วมประชุมอย่างพร้อมเพรียง โดย พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง เลขาธิการพรรคประชาชาติ แถลงผลการประชุมว่า นับแต่รัฐบาลประยุทธ์เข้ามาบริหารประเทศ ทำให้ดัชนีคอร์รัปชันเพิ่มสูงขึ้นทุกปี เราได้รับข้อร้องเรียนเกี่ยวกับการจัดซื้อจัดจ้างเข้ามาเป็นจำนวนมาก ขณะเดียวกันรู้สึกเป็นห่วงประเด็นการยื่นเรื่องถอดถอน พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส ให้ออกจากตำแหน่งประธานกรรมาธิการการป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ (กมธ.ป.ป.ช.) สภาผู้แทนราษฎร โดยมีความพยายามใช้เสียงข้างมาก รวมทั้งการเพิ่มสัดส่วนจำนวน ส.ส.ฝ่ายรัฐบาลเข้ามาทำหน้าที่ใน&amp;nbsp; กมธ.ป.ป.ช. ซึ่งจะส่งผลต่อระบบการตรวจสอบและการปกป้องรักษาไม่ให้เกิดการทุจริตคอร์รัปชัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายชูศักดิ์ ศิรินิล รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ควรได้ทำหน้าที่ต่อไป ที่ผ่านมาทำหน้าที่อย่างรอบคอบ ขยันขันแข็ง ไม่มีเหตุผลที่จะเปลี่ยนแปลงตำแหน่งประธานกรรมาธิการฯ&amp;nbsp; ขอเรียกร้องให้นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎรเข้ามาช่วยดูในประเด็นนี้ด้วย ไม่เช่นนั้นในอนาคตหากเกิดความไม่พอใจก็จะมีการร้องให้ปลดออกจากตำแหน่งประธานกรรมาธิการฯ ซึ่งจะยุ่งกันใหญ่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เช่นเดียวกับนายธีรัจชัย พันธุมาศ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล และโฆษกกรรมาธิการ ป.ป.ช. กล่าวว่า เหตุผลการปลด พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์คงมาจากความไม่พอใจที่ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ยื่นเรื่องให้มีการตรวจสอบนายกรัฐมนตรีกรณีถวายสัตย์ปฏิญาณไม่ครบถ้วน และการเสนอร่าง พ.ร.บ.งบประมาณ 2563 โดยมิชอบ หลังจากกรรมาธิการ ป.ป.ช.ลาออกไป ตามข้อตกลงเดิมจะต้องมี ส.ส.ก้าวไกลเข้ามาทำหน้าที่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;แต่ภายหลังฝ่ายรัฐบาลเปลี่ยนใจจะให้มีสัดส่วนในฝ่ายรัฐบาลเพิ่มขึ้น โดยสัดส่วนของฝ่ายรัฐบาลมีถึง 9 คน ฝ่ายค้าน 6 คน กรรมาธิการ ป.ป.ช.จะต้องตรวจสอบทั้งฝ่ายรัฐบาล ระบบราชการอย่างเข้มข้น&amp;nbsp; แต่ฝ่ายรัฐบาลกำลังจะใช้เสียงข้างมากลากไป โหวตให้ชนะเอาทุกอย่าง จะทำให้การตรวจสอบระบบถ่วงดุลอำนาจถูกทำลายลงไป&amp;quot; ส.ส.พรรคก้าวไกลระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนนายชัยธวัธ ตุลาธน เลขาธิการพรรคก้าวไกล กล่าวว่า ความพยายามของฝ่ายรัฐบาลในการถอดถอน พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ และการเพิ่มสัดส่วนกรรมาธิการจากฝ่ายรัฐบาลเข้ามาทำหน้าที่กรรมาธิการฯ นั้น เป็นการสะท้อนให้เห็นถึงการปิดกั้นทำลายกลไกการตรวจสอบ หาก พล.อ.ประยุทธ์มั่นใจว่าไม่ได้ทำอะไรผิดก็ไม่ต้องกลัว ขอให้สั่งไปยัง ส.ส.พรรคพลังประชารัฐให้หยุดการกระทำ ขอยืนยันฝ่ายค้านไม่ได้ใช้กรรมาธิการ ป.ป.ช.เป็นเครื่องมือทางการเมือง แต่ต้องการให้เกิดการตรวจสอบถ่วงดุลเพื่อสร้างการเมืองที่ดี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายภูมิธรรม เวชยชัย สมาชิกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า การกระทำเช่นนี้ถือเป็นการใช้เสียงข้างมากในการกดดันปิดปากการทำงานฝ่ายค้านในสภา สิ่งที่กำลังทำอาจทำให้เข้าใจผิดว่าจะหนีการตรวจสอบ เข้ามาครอบงำกระบวนการตรวจสอบไม่ให้ทำหน้าที่ได้ ขอให้มีการทบทวนในเรื่องนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายนิคม บุญวิเศษ หัวหน้าพรรคพลังปวงชนไทย กล่าวว่า ฝ่ายค้านไม่ยอมรับและจะต่อสู้ถึงที่สุด&amp;nbsp; ขอให้ผู้ยื่นเรื่องการถอดถอน พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ออกจากตำแหน่งประธาน กมธ.ป.ป.ช.ถอนเรื่องดังกล่าวออกไป.&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/71364</URL_LINK>
                <HASHTAG>ถอดถอน, พรรคร่วมฝ่ายค้าน, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200713/image_big_5f0c6b0c207e8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>57691</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/02/2020 10:43</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/02/2020 10:43</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;เสรีพิศุทธ์&#039; แบน &#039;ปารีณา&#039; เหตุกมธ.ป.ช.ช. มอบหมายงานให้แต่ไม่ทำ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20 ก.พ.63 - พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียาเวส ส.ส. บัญชีรายชื่อพรรคเสรีรวมไทย ในฐานะประธานกรรมาธิการป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ ให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวถึงกรณี น.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ หนึ่งในกมธ.ป.ป.ช. ขอตรวจสอบที่ดินของนางสมพร จึงรุ่งเรืองกิจ มารดาของนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดย พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ กล่าวว่าอยากทำ ตนก็ให้ทำ แต่เมื่อถึงวาระที่ น.ส.ปารีณาต้องทำงาน แต่คุณปารีณาไม่ยอมรับเรื่องที่มอบหมายให้แม้แต่เรื่องเดียว จะรับแต่เรื่องที่สอบสวนตนเอง ซึ่งตนดูแล้วก็ยอมให้ทำ แต่เรื่องที่ไม่ทำเป็น 10 เรื่อง จะรับเฉพาะเรื่องที่สอบสวนตนเอง เมื่อผมถามคุณปารีณาว่าจะทำงานที่ได้รับมอบหมายหรือไม่ ก็ตอบกลับมาว่าไม่ทำ ตนจึงใช้มติที่ประชุม ไม่มอบงานให้น.ส.ปารีณาทำ และ ขอคืนเรื่องที่อยู่ในความรับผิดชอบของคุณปารีณาทั้งหมด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนที่สังคมมองว่า กมธ.ป.ป.ช. ถูกมองว่าเป็นละครน้ำเน่า ตนมองว่าไม่จริง เพราะระเบียบการประชุมแต่ละวัน&amp;nbsp; 100 กว่าวาระ วันหนึ่งมีแค่ 5 นาที ที่ออกไปสู่ประชาชน จึงอยากให้ประชาชนเห็นว่ายังมีละครน้ำดีอยู่ และอยากให้สื่อเอาช่วงดี ๆ ออกสู่ประชาชนบ้าง&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/57691</URL_LINK>
                <HASHTAG>กมธ.ป.ป.ช., ตรวจสอบที่ดิน, ปารีณา ไกรคุปต์, เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181206/image_big_5c08c6e3c88f4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>55929</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>31/01/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>31/01/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เสรีฯโทษมีกมธ.ประหลาด จ่อสอบ‘ชวน’ผิดข้อบังคับ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;quot;เสรีพิศุทธ์&amp;quot; โทษ กมธ.ป.ป.ช. มีคนประหลาดๆ ทำให้เกิดเรื่องประธานสภาฯ จึงมาประชุมด้วย โวยฝ่ายรัฐบาลจ้องปลดออกจากตำแหน่งเพื่อเอาใจเจ้านาย หวังคราวหน้าจะได้เป็น รมต. เล็งสอบ &amp;quot;ชวน&amp;quot; ไม่ปฏิบัติตามข้อบังคับปมนับคะแนนใหม่ ตั้ง กมธ.ศึกษา ม.44&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่รัฐสภา วันที่ 30 มกราคม พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเสรีรวมไทย และประธานคณะกรรมาธิการการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (กมธ.ป.ป.ช.) สภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงการประชุม กมธ.ป.ป.ช.เมื่อวันพุธที่ผ่านมา ที่แม้จะมีนายชวน หลีกภัย ประธานสภาฯ ร่วมประชุมด้วย แต่ยังเกิดเหตุโต้เถียงกันในการประชุมว่า ส่วนตัวไม่ได้ไปทะเลาะด้วย แต่บรรยากาศก็เป็นไปได้ด้วยดี มีติดขัดบ้างหลังมอบหมายงานให้ น.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส.ราชบุรี พรรคพลังประชารัฐ แต่ไม่รับมอบหมายงาน แต่นายไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ กลับจะรับไปทำเอง ซึ่งมันไม่ได้ &amp;nbsp;เพราะงานของใครก็ของมัน หากเป็นเช่นนี้ก็ไม่สามารถร่วมทำงานกันได้ และกรรมาธิการไม่ว่าหญิงหรือชาย ก็ควรมีความเท่าเทียมกัน มิเช่นนั้นจะเกิดคำถามต่อการทำหน้าที่สภาผู้แทนราษฎร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ที่ประธานสภาฯ มาร่วมประชุมกับกรรมาธิการด้วยตนเอง เพราะว่าในกรรมาธิการมีคนประหลาดๆ จึงทำให้เกิดเรื่องมากมาย ทำให้ท่านสนใจ และเชื่อ กมธ.ฝ่ายรัฐบาลมีความพยายามที่จะปลดผมออกจากตำแหน่งประธาน แต่เมื่อใช้เสียงในที่ประชุม กมธ.แล้วแพ้ ก็จะไปใช้เสียงข้างมากในที่ประชุมสภาฯ เพื่อเอาใจเจ้านาย และหวังว่าคราวหน้าจะได้ตำแหน่งรัฐมนตรี ซึ่งไม่เคยมีใครเสนอปลดประธานในสมัยประชุมเดียวกันถึง 2 ครั้ง เพราะมันทำไม่ได้ นอกจากหน้าด้าน ไม่รู้ใครด้านกันแน่&amp;quot; พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายธีรัจชัย พันธุมาศ โฆษก กมธ.ป.ป.ช. แถลงผลการประชุมคณะกรรมาธิการฯ เมื่อวันพุธที่ผ่านมา โดยพิจารณากรณีนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรีถวายสัตย์ปฏิญาณไม่ครบถ้วนตามรัฐธรรมนูญ เป็นเหตุให้การบริหารราชการแผ่นดินและการเสนอร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2563 ไม่ชอบด้วยกฎหมาย โดยเชิญนายธีระพงษ์ วงศ์ศิวะวิลาส เลขาธิการคณะรัฐมนตรี และนายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานวุฒิสภา แต่ได้แจ้งเลื่อนเนื่องจากติดภารกิจ คณะกรรมาธิการฯ จึงจะพิจารณาว่าจะเชิญมาเข้าให้ข้อมูลอีกครั้งหรือไม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายธีรัจชัยกล่าวว่า กมธ.ยังพิจารณากรณีขอให้ตรวจสอบอาคารก่อสร้างโรงแรม ตำบลกะรน อำเภอเมืองฯ จังหวัดภูเก็ต รุกล้ำที่สาธารณประโยชน์ จนส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและการท่องเที่ยว ในพื้นที่ตำบลกะรน อำเภอเมืองฯ จังหวัดภูเก็ต โดยมีข้อสงสัยว่าออกเอกสารสิทธิทับที่ดินสาธารณะจริงหรือไม่ ซึ่งคณะกรรมาธิการฯ มีมติจะลงพื้นที่ตรวจสอบเดือนมีนาคมนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โฆษก กมธ.ป.ป.ช.กล่าวถึงการประชุม กมธ.ป.ป.ช.ในวันพฤหัสบดีนี้ว่า มีการพิจารณากรณีร้องเรียนการทำหน้าที่ของนายชวน หลีกภัย ประธานสภาฯ ขอให้ตรวจสอบเกี่ยวกับการไม่ปฏิบัติตามข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ข้อที่ 85 หรือไม่ ระหว่างการพิจารณาลงมติตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญศึกษาผลกระทบจากการกระทำของ คสช. และมาตรา 44 ในวันที่ 27 พฤศจิกายน 2562 ประธานสภาผู้แทนราษฎรวินิจฉัยตีความการนับคะแนนใหม่ ให้เป็นการลงคะแนนใหม่ ทั้งที่ไม่ควรให้คนที่ไม่เคยลงคะแนนเข้ามาลงคะแนน ทำให้ฝ่ายรัฐบาลสามารถเตรียมคนมาลงคะแนนให้ชนะได้ ซึ่งเป็นการทำลายการประชุมสภาฯ และวัฒนธรรมประชาธิปไตยที่ต้องเคารพเสียงส่วนใหญ่&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;โดยคณะกรรมาธิการฯ มีมติจะเชิญนายวันมูหะมัดนอร์ มะทา อดีตประธานรัฐสภา, ผู้อำนวยการสำนักกฎหมาย สภาผู้แทนราษฎร, เลขาธิการหรือรองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ที่ปฏิบัติหน้าที่ในวันประชุม, ประธานวิปรัฐบาลและประธานวิปฝ่ายค้าน มาให้ข้อมูลต่อคณะกรรมาธิการฯ ยืนยันว่าในฐานะผู้ร้องให้ตรวจสอบ ไม่ได้มีเจตนาจะเอาผิดหรือสร้างความคลางแคลงใจให้กับประธานสภาผู้แทนราษฎร แต่ทำเพื่อให้เกิดการวางมาตรฐานที่ดี เพื่อให้สภาผู้แทนราษฎรเป็นที่เชื่อถือและศรัทธาของประชาชน&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายธีรัจชัยกล่าวอีกว่า คณะกรรมาธิการฯ ในการตรวจสอบการทุจริตสหกรณ์ออมทรัพย์ครูจังหวัดขอนแก่น ที่พบว่าอาจมีการทุจริตกว่า 400 ล้านบาท ซึ่งมีการร้องเรียนและเกี่ยวเนื่องไปถึงสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรด้วย รวมถึงตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีสำนักงานศาลยุติธรรม สำนักงานอัยการสูงสุด สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามทุจริตแห่งชาติ เบิกจ่ายเงินจากสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติโดยชอบหรือไม่ โดยใช้บุคคลที่เกี่ยวข้องมาให้ข้อมูลทั้งสองกรณี.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/55929</URL_LINK>
                <HASHTAG>กมธ.ป.ป.ช., ชวน หลีกภัย, ปฏิบัติตามข้อบังคับ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200130/image_big_5e32e7ff27298.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>55840</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/01/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/01/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘ชวน’โผล่กมธ.ปราบโกง สิระโชว์ถอนหงอกเสรีฯ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;quot;ประธานชวน&amp;quot; ใช้ความสงบสยบความเคลื่อนไหว &amp;nbsp;เยี่ยมวงประชุม กมธ.ปราบโกงสุดป่วน หลัง &amp;quot;ปารีณา-สิระ&amp;quot; แค้นไม่เลิกจี้ &amp;quot;เสรีพิศุทธ์&amp;quot; ถอนคำว่า &amp;quot;เสือก&amp;quot; ชี้ต้องแก้ไขความขัดแย้งกันเอง ตอกเลือดซิบให้ทุกคนทำความเข้าใจควรมีหน้าที่อย่างไร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันพุธ เวลา 10.50 น. นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร ได้เดินทางมาเข้าร่วมประชุมกับคณะกรรมาธิการการป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ สภาผู้แทนราษฎร ที่มี พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเสรีรวมไทย เป็นประธาน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ในระหว่างการประชุมนั้น กรรมาธิการในสัดส่วนของพรรคพลังประชารัฐได้พยายามสอบถามความเห็นจากนายชวน ถึงประเด็นทางจริยธรรมของ ส.ส. เช่น นายไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ส.บัญชีรายชื่อ ได้สอบถามว่าเมื่อประธานสภาฯ เข้ามาร่วมประชุมแล้วจะมีความคิดเห็นเพื่อเป็นประโยชน์ต่อคณะกรรมาธิการฯ หรือไม่ เช่นเดียวกับนายสิระ เจนจาคะ ส.ส.บัญชีรายชื่อ ถามว่าในฐานะที่ตนเองเป็น ส.ส.สมัยแรก อยากถามว่าการที่ประธานกรรมาธิการฯ ใช้คำว่าเสือกกับกรรมาธิการฯ อย่าง น.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส.ราชบุรี สามารถกระทำได้หรือไม่ และหากมีการกล่าวเช่นนี้กับประธานกรรมาธิการฯ บ้างจะทำได้หรือไม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่กรรมาธิการฯ คนอื่นพยายามปราม นำโดยนายประเดิมชัย บุญช่วยเหลือ เลขานุการคณะกรรมาธิการฯ ที่เรียกร้องให้กรรมาธิการฯ หารือในเรื่องที่เป็นความเดือดร้อนของประชาชน แต่ทว่า น.ส.ปารีณากล่าวว่าอยากขอให้ประธานกรรมาธิการฯ ถอนคำว่าเสือกด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ด้าน พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ได้สอบถามนายชวนซึ่งนั่งอยู่ด้านขวามือของตนเองว่ามีอะไรจะกล่าวกับที่ประชุมหรือไม่ แต่นายชวนแจ้งกับ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ว่าขอให้ที่ประชุมดำเนินการประชุมไปตามระเบียบวาระปกติ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า บรรยากาศในที่ประชุมยังวุ่นวายต่อเนื่อง โดย ส.ส.พรรคพลังประชารัฐยังพยายามสอบถามเรื่องความเห็นเกี่ยวกับประเด็นทางจริยธรรมหลายครั้ง แต่นายชวนไม่ได้กล่าวอะไรกับที่ประชุม มีแต่เพียง พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์กล่าวว่า ในเมื่อประธานสภาฯ ไม่ได้มีความเห็น ก็จะดำเนินการตามระเบียบวาระประชุม เรื่องการตรวจสอบจริยธรรมก็ขอให้เป็นไปตามกระบวนการ ส่วนเรื่องคำพูดที่ขอให้ถอนนั้น จะต้องไปดูถึงที่มาด้วยว่าก่อนที่จะมีการพูดคำว่าเสือกคืออะไร เพราะที่ผ่านมามีแต่การพูดถึงเฉพาะตอนสุดท้ายเท่านั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นระหว่างที่ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์กำลังดำเนินการตามระเบียบวาระต่อไปนั้น น.ส.ปารีณาได้ยกมือพร้อมกับพูดแทรกว่า &amp;ldquo;ท่านประธานคะ&amp;rdquo; หลายครั้งไม่หยุด แต่เมื่อ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ไม่ได้สนใจ ทำให้ น.ส.ปารีณาถึงกับกล่าวว่า &amp;ldquo;ท่านอย่ามาแกล้งทำเป็นไม่ได้ยินสิคะ&amp;rdquo; ต่อมา น.ส.ปารีณาได้เดินไปหาที่นายชวนเพื่อขอให้เร่งตรวจสอบ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ที่ได้ยื่นให้นายชวนได้ตรวจสอบแล้ว แต่นายชวนไม่ได้กล่าวอะไรกับ น.ส.ปารีณา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นที่ประชุมได้ซักถามรองนายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลกะรนตามระเบียบวาระต่อไป แต่กลับเกิดความวุ่นวายอีกครั้ง เมื่อพล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ได้ซักถามนายอิทธิพร สังข์แก้ว รองนายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลกะรน ว่าวันที่จะยื่นเรื่องร้องเรียนในกรณีดังกล่าว นอกจากนายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคไทยศรีวิไลย์แล้วมี ส.ส.ที่ไม่ใช่คนในพื้นที่ร่วมด้วยอีกหรือไม่ ซึ่งนายอิทธิพรระบุว่า มีนายสิระอยู่ด้วย ทำให้ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์กล่าวว่า แสดงว่ามี ส.ส.ที่ไม่ใช่คนในพื้นที่ไปลงพื้นที่ด้วย แต่ไม่ได้รับเรื่องร้องเรียน เพราะปิดรถหนี ทำให้นายสิระขอให้ถอนคำพูดที่ว่า &amp;ldquo;หนี&amp;rdquo; เพราะทำให้ตนเสียหาย เนื่องจากนายมงคลกิตติ์เป็นผู้รับเรื่องไว้แล้ว แต่ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ยืนยันไม่ถอน ทำให้การโต้ตอบเริ่มรุนแรง และ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ได้ปิดไมโครโฟนของนายสิระหลายครั้ง ทำให้นายสิระกล่าวอย่างมีอารมณ์ว่า &amp;ldquo;ปากอย่างนี้ เดี๋ยวมีคดีอีก ตอนแก่ก็ต้องไปเจอกันที่ศาล แม้ท่านจะอายุมากกว่าผม แต่ผมจะถอนหงอกท่าน&amp;rdquo;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายชวนยังนั่งร่วมการประชุมด้วย พร้อมกับถอนหายใจเป็นระยะๆ ก่อน พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ได้ตัดบทโดยขอให้ กมธ.สรุปในเรื่องดังกล่าวและเข้าสู่เรื่องตามระเบียบวาระต่อไป นายชวนจึงขออนุญาตออกจากห้องประชุม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หลังจากนั้น ในเวลา 12.17 น. นายชวน หลีกภัย ประธานสภาฯ ออกจากห้องประชุมคณะ กมธ.ป.ป.ช. และให้สัมภาษณ์ว่า วันนี้ตั้งใจมาเยี่ยม และอยากให้กำลังใจคณะ กมธ.ทุกชุด เพราะภารกิจ กมธ.เป็นประโยชน์กับการดูแลปัญหาของบ้านเมืองตามภาระหน้าที่ของ กมธ.แต่ละชุด ส่วนคณะ กมธ.ชุดนี้มีปัญหาอยู่บ่อย จึงถือโอกาสมาสังเกตให้กำลังใจเพื่อหาทางทำงานร่วมกันให้ได้ ซึ่งพยายามหาทางให้ กมธ.แก้ปัญหากันเอง ก็จะทำให้การทำงานราบรื่น ถ้าการทำงานไม่ราบรื่นปัญหาของประชาชนที่ร้องเรียนมาอาจทำให้ล่าช้าไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายชวนกล่าวด้วยว่า สำหรับการที่มีเรื่องยื่นให้ กมธ.ป.ป.ช.ตรวจสอบตนนั้นก็ไม่มีปัญหา เพราะตนเป็นส่วนหนึ่งที่ทุกคนมีหน้าที่ตรวจสอบได้ เป็นสิทธิ์ของเขา แต่ขณะนี้มีการเสนอญัตติขอให้ถอดถอน พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส ประธาน กมธ. ซึ่งตนไม่อยากให้เรื่องนี้เกิดขึ้น จึงอยากให้ทุกคนทำความเข้าใจว่าควรทำหน้าที่อย่างไร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ก็ดีที่ผมได้เห็นบรรยากาศของการประชุม ซึ่งก็ยังมีอากาศดีอยู่ไม่มี PM 2.5 ใดๆ ได้เห็นว่าเขาประชุมกันอย่างไร ส่วนที่มีความวุ่นวายอยู่ผมไม่พูด เพราะสื่อก็เห็นอยู่แล้ว สามารถตอบได้เอง แต่ผมก็พยายามที่จะหาทางแก้ เพราะ กมธ.ชุดอื่นไม่มีข่าวคราวแบบนี้ ดังนั้นถ้าเข้าไปมีส่วนช่วยหรือให้คำแนะนำอะไรได้บ้าง ก็อยากจะทำ แต่วันนี้ยังไม่ได้มีคำแนะนำกับประธาน กมธ. เพียงแต่นั่งดูบรรยากาศเท่านั้น ซึ่งผมก็ไม่ได้มีความรู้สึกอะไร&amp;rdquo; นายชวนกล่าว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/55840</URL_LINK>
                <HASHTAG>กมธ.ป.ป.ช., กมธ.ปราบโกง, ชวน หลีกภัย, สภาผู้แทนราษฎร, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200129/image_big_5e318e45b7977.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>54758</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/01/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/01/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กมธ.ผู้ทรงถ่อยเดือด! ‘เสรีพิศุทธ์’ด่า‘ปารีณา’เสือก-คุณมันต่ำ‘สิระ’โต้ดูถูกผู้หญิง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; กมธ.ปราบโกงฟัดกันเดือด! &amp;quot;เสรีพิศุทธ์&amp;quot; หัวร้อนหลุดด่า &amp;quot;ปารีณา&amp;quot; อย่าเสือก-คุณมันต่ำ &amp;quot;สิระ&amp;quot; โดดป้องฉะสุภาพบุรุษนาแกดูถูกผู้หญิง &amp;quot;ไพบูลย์&amp;quot; นำทีม พปชร.ยื่นญัตติด่วนถอดพ้นกรรมาธิการ ฐานใช้อำนาจมิชอบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 16 มกราคม ผู้สื่อข่าวรายงานจากรัฐสภาว่า ในการประชุมคณะกรรมาธิการป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ (กมธ.ป.ป.ช.) สภาผู้แทนราษฎร ที่มี พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส ส.ส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย ในฐานะประธาน กมธ.ป.ป.ช. เป็นประธานการประชุม เกิดเหตุปะทะอารมณ์ระหว่าง พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ กับนายสิระ เจนจาคะ ส.ส.กทม. พรรคพลังประชารัฐ ในฐานะ กมธ. สืบเนื่องจากในการประชุมช่วงเช้า น.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส.ราชบุรี พรรคพลังประชารัฐ ทวงถามกรณีที่ไม่บรรจุเรื่องที่ตนเองและนายสนธิญา สวัสดี สมาชิกพรรคพลังประชารัฐ ยื่นเรื่องตรวจสอบ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ จำนวน&amp;nbsp;7&amp;nbsp;ประเด็น ซึ่งทางสำนักเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรส่งเรื่องดังกล่าวมายังคณะ กมธ.แล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ระบุถึงเหตุผลที่ไม่ยอมพิจารณาเป็นเพราะว่าไม่มีลายเซ็นของผู้ร้อง ทำให้ น.ส.ปารีณา ในฐานะผู้ร่วมคำร้องยืนยันว่าได้ลงลายมือชื่อเรียบร้อย แต่ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ยังยืนยันคำเดิม ทำให้เกิดการโต้เถียงกันกว่า&amp;nbsp;15 นาที กระทั่ง พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์โมโหและหมดความอดทน จนหลุดปากว่า &amp;ldquo;อย่ามาเสือกพูดจาแบบนี้กับผม&amp;rdquo; ทำให้ น.ส.ปารีณาโต้ตอบว่า &amp;ldquo;อย่ามาพูดจาต่ำๆ แบบนี้กับดิฉัน&amp;rdquo; ขณะที่ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์สวนว่า &amp;ldquo;ก็คุณมันต่ำ&amp;rdquo; จากนั้นที่ประชุมได้สั่งพักการประชุมชั่วคราว เนื่องจากที่ประชุมสภากดออดเรียกสมาชิกให้มาลงคะแนนตามวาระการประชุม
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมา คณะกมธ.ได้กลับมาประชุมอีกครั้ง ซึ่ง พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์กล่าวยอมรับว่าเอกสารคำร้องได้ลงนามถูกต้อง พร้อมกับตำหนิเจ้าหน้าที่ว่าไม่ยอมแจ้งเรื่องความถูกต้องให้ทราบ ทำให้ น.ส.ปารีณาขอให้ถอนคำว่า &amp;ldquo;เสือก&amp;rdquo; ออกไป แต่ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ยืนยันไม่ถอน อีกทั้งยังท้าให้ไปฟ้อง และยังไล่ น.ส.ปารีณาออกจากห้องประชุม รวมถึงสั่งตำรวจรัฐสภาผู้หญิง&amp;nbsp;2&amp;nbsp;คน ให้มาพา น.ส.ปารีณาออกจากห้องประชุม จากนั้นได้สั่งปิดการประชุมทันที
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ก่อนการสั่งปิดการประชุม นายสิระซึ่งเข้ามาร่วมประชุมรอบหลัง ได้โวยวายให้ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ถอนคำว่า &amp;ldquo;เสือก&amp;rdquo; เพราะเห็นว่าเป็นคำไม่สุภาพที่จะใช้กับผู้หญิง อีกทั้ง พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ได้รับฉายาว่าสุภาพบุรุษนาแก จึงไม่สมควรอย่างยิ่งที่จะกับคำนี้กับผู้หญิง
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์สวนกลับว่า คุณมาทำตัวแบบนี้ วันหนึ่งมาไหว้ วันหนึ่งก็มาว่า ทำให้นายสิระระบุว่า ไม่เกี่ยวกัน พร้อมกับยืนยันให้ถอนคำพูด จากนั้น พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ก็ได้เดินออกจากห้องประชุม พร้อมกับพูดว่า ช่วงนี้ปิดประชุมแล้ว พูดไปจะได้ฟ้องหมิ่นได้ &amp;nbsp;ขณะที่นายสิระกล่าวไล่หลังว่า &amp;quot;ฟ้องไปเลยครับ แต่ท่านอย่ารับเงินเดือน เพราะท่านเห็นว่าร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2563&amp;nbsp;ไม่ถูกต้องตามกฎหมาย เพราะหากรับเงินเดือนเท่ากับว่าร่วมกระทำความผิดด้วย ผมลูกผู้ชายรับไม่ได้ ด่าผู้หญิงว่าเสือก ใช้ไม่ได้&amp;quot; ทั้งนี้ หลังจาก พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์เดินออกจากห้องประชุม ได้บ่นงึมงำ โดยมีคำสบถในตอนท้ายด้วยว่า เหี้-
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หลังจากนั้น นายสิระให้สัมภาษณ์ว่า&amp;nbsp;&amp;ldquo;สังคมควรตัดสินว่าผู้ชายคนนี้ทำพฤติกรรมยังไง คุณเอ๋ก็แค่ทักท้วง แต่กลับมีคำพูดจากประธานว่าเสือก เข้าใจว่าพูดออกมาแล้วหลุดได้ แต่หลุดแล้วก็ควรจะขอโทษ ให้สังคมตัดสินว่านี่คือ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส อดีต ผบ.ตร. อดีตวีรบุรุษนาแก ถ้าเป็นที่ประชุมใหญ่คำนี้ต้องขอถอน ผมไม่อยู่ในเหตุการณ์ก็จริง แต่คุณเอ๋ปารีณาบอกให้ถอนคำพูด ไม่ยอมถอน&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า เป็นในลักษณะนี้แล้วจะทำงานร่วมกันต่อไปได้หรือไม่ นายสิระกล่าวว่า คณะอื่นยังทำได้ ตอนทำงานกับนายปิยบุตรก็ทำงานได้ ประชาชนได้ประโยชน์ ต้องยึดเสียงส่วนมาก ทำตามกฎหมายและยึดระเบียบข้อบังคับ แค่นี้ก็อยู่ด้วยกันได้ ความคิดเห็นไม่ตรงกันคือระบอบประชาธิปไตย
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;เราทำงานด้วยกันได้ ถ้าทุกคนอยู่ร่วมกันแบบไม่ดูถูกดูแคลน ไม่ใช้วาจาที่ล่วงลึกไปขนาดที่ใช้คำว่าเสือกกับผู้หญิง แบบนี้มันไปไม่ได้ ต้องถามคนที่พูดว่า พูดมาได้อย่างไรว่าเสือก&amp;rdquo;&amp;nbsp;นายสิระกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายธีรัจชัย พันธุมาศ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ ในฐานะโฆษก กมธ. กล่าวยอมรับว่า รู้สึกเริ่มเบื่อกับประเด็นวิวาทะที่เกิดขึ้น อย่างไรก็ตาม ส่วนใหญ่การทำงานที่ผ่านมาสามารถเดินไปได้ แต่จะมาติดในเรื่องลักษณะแบบนี้ และตนนอกจากจะเป็น กมธ.ทำหน้าที่สอบสวนแล้ว ก็ยังต้องเป็นกรรมการห้ามมวยด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในช่วงเช้าวันเดียวกัน นายไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ นายสิระ เจนจาคะ ส.ส.กทม. พรรคพลังประชารัฐ และนายสุทา ประทีป ณ ถลาง ส.ส.ภูเก็ต พรรคพลังประชารัฐ ร่วมกันแถลงเพื่อยื่นญัตติด่วนขอให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาให้ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์พ้นจากตำแหน่งกรรมาธิการป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ สภาผู้แทนราษฎร โดยมี ส.ส.รับรองในญัตตินี้จำนวน 52 คน ตามข้อบังคับการประชุมสภาฯ พ.ศ.2562 ข้อ 108 (5)
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายไพบูลย์ให้เหตุผลว่า เนื่องจากการประชุมคณะกรรมาธิการฯ เมื่อวันที่ 15 ม.ค. ได้มีการพิจารณาเรื่องการถวายสัตย์ปฏิญาณของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ทั้งนี้ คณะกรรมาธิการเสียงข้างมากจำนวน 8 คนจากทั้งหมด 15 คน ได้มีมติโดยการขานชื่อ เพื่อยืนยันว่าต้องการให้ยุติการตรวจสอบในเรื่องนี้ เพราะเห็นว่าเป็นเรื่องของพระราชอำนาจของพระมหากษัตริย์ ไม่ได้อยู่ในอำนาจของคณะกรรมาธิการฯ ที่จะตรวจสอบได้ เมื่อคณะกรรมาธิการเสียงข้างมากได้มีมติแล้ว ปรากฏว่า พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์กลับละเลยมติเสียงข้างมาก โดยไปอ้างข้อบังคับการประชุมสภาไม่ถูกต้อง พร้อมกับอ้างอำนาจความเป็นประธานคณะกรรมาธิการฯ เพื่อไม่ถือตามมติเสียงข้างมาก เป็นผลให้กรรมาธิการเสียงข้างมากจะต้องดำเนินการกับ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ในสภาด้วยการเสนอญัตติฉบับนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ได้อาศัยสถานะความเป็นประธานคณะกรรมาธิการฯ ทำการตรวจสอบการถวายสัตย์ฯ ของนายกฯ และคณะรัฐมนตรี ทั้งที่เรื่องดังกล่าวอยู่ในเขตพระราชอำนาจ จึงเป็นการกระทำที่มิบังควรอย่างยิ่ง ขัดต่อรัฐธรรมนูญ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์จึงไม่สมควรที่จะปฏิบัติหน้าที่ประธานและกรรมาธิการต่อไป เพราะปฏิบัติหน้าที่โดยไม่มีอำนาจตรวจสอบ ดังที่ศาลรัฐธรรมนูญได้มีคำสั่งไม่รับเรื่องดังกล่าวไว้วินิจฉัยตามคำสั่งศาลรัฐธรรมนูญที่ 32/2562 จึงขอเสนอญัตติด่วนเพื่อให้สภาพิจารณาดำเนินการ และมีมติให้ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์พ้นจากการเป็นกรรมาธิการฯ ต่อไป ผมเป็นนักกฎหมายผ่านเรื่องต่างๆ มากมาย ถ้าท่านยังไม่หยุด จะเป็นเรื่องที่ใหญ่อย่างคาดไม่ถึง&amp;quot; นายไพบูลย์ ระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายสิระกล่าวว่า หาก พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ยังอยู่ในตำแหน่งต่อไป ตนเองจะดำเนินการฟ้องร้องเป็นคดีอีกหลายคดี.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/54758</URL_LINK>
                <HASHTAG>กมธ.ป.ป.ช., กมธ.ปราบโกง, กมธ.ผู้ทรงถ่อย, ฐานใช้อำนาจมิชอบ, ปารีณา ไกรคุปต์, พรรคเสรีรวมไทย, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200116/image_big_5e2064fa771d4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>54445</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/01/2020 15:46</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/01/2020 15:46</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เสรีพิศุทธ์ ว่ายังไง &#039;สิระ&#039; จี้ดำเนินคดี ส.ส.ผ่านงบฯ 63 ตามคำขู่ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;13 ม.ค.63 - นายสิระ เจนจาคะ ส.ส.กทม. พรรคพลังประชารัฐ กล่าวถึงกรณีที่พลตำรวจเอกเสรีพิศุทธ์ เตมียเวส หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย ระบุว่า ไม่ยอมรับกระบวนการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2563 เนื่องจากเห็นว่าคณะรัฐมนตรี ยังถวายสัตย์ไม่ครบถ้วนตามรัฐธรรมนูญ จึงไม่มีอำนาจในการเสนอกฎหมายฉบับดังกล่าว และขู่ว่า จะดำเนินคดีกับส.ส.ทุกคน ที่ให้ความเห็นชอบร่างกฎหมายงบประมาณปี 63 ว่า ตนขอท้าให้พลตำรวจเอกเสรีพิศุทธ์ เร่งดำเนินคดีส.ส.ทุกคนตามที่ออกมาพูดโดยเร็ว ตนจะได้ฟ้องกลับฐานแจ้งความเท็จ เนื่องจากมีข้อเท็จจริงปรากฏอย่างชัดแจ้งแล้วว่า คณะรัฐมนตรีมีอำนาจเต็มที่ในการบริหารบ้านเมืองและเสนอกฎหมายต่อสภา ปัญหาการถวายสัตย์ของนายกรัฐมนตรี ศาลรัฐธรรมนูญก็ชี้แนวทางไว้แล้วว่า เป็นเรื่องระหว่างสถาบันพระมหากษัตริย์กับฝ่ายบริหาร ไม่มีองค์กรตามรัฐธรรมนูญใดมีอำนาจที่จะตรวจสอบได้ เรื่องก็ควรจบแค่นี้ แต่พลตำรวจเอกเสรีพิศุทธ์เล่นไม่เลิก จึงควรที่จะต้องรับผิดชอบกับพฤติกรรมสร้างความปั่นป่วน เพื่อประโยชน์ทางการเมืองของตัวเองด้วย

&amp;quot;ผมขอฝากถึงพลตำรวจเอกเสรีพิศุทธ์ และสสพรรคเสรีรวมไทยทั้งหมดด้วยว่า หากพวกท่านเห็นว่า ร่างกฎหมายงบประมาณปี 2563 ไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญหรือกฎหมายฉบับใดก็ตาม ขอให้พวกท่านประกาศให้ชัดเจนเลยว่าจะไม่รับเงินเดือนที่มาจากงบประมาณปี 2563 แบบนี้อย่าทำตัวเป็นพวก เกลียดตัวกินไข่ เกลียดปลาไหลกินน้ำแกง นายสิระ กล่าว
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/54445</URL_LINK>
                <HASHTAG>สิระ เจนจาคะ, เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190820/image_big_5d5bc1cbb75a7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
