<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>107523</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/06/2021 19:18</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/06/2021 19:17</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ชาวฮ่องกงแห่ซื้อ&#039;แอปเปิลเดลี&#039;ฉบับสั่งลา บก.ทิ้งทวน&#039;เหยื่อทรราชย์&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;quot;แอปเปิลเดลี&amp;quot; ตายแล้ว หนังสือพิมพ์แทบลอยด์ยอดนิยมของฮ่องกงอายุเก่าแก่ 26 ปีตีพิมพ์สั่งลาฉบับสุดท้ายวันพฤหัสบดี บรรณาธิการโจมตีผู้นำทิ้งทวน &amp;quot;เสรีภาพสื่อตกเป็นเหยื่อของทรราชย์&amp;quot; ชาวฮ่องกงต่อแถวรอซื้อตั้งแต่เที่ยงคืนจนเกลี้ยงแผงอย่างรวดเร็ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การปิดตัวอย่างปุบปับของหนังสือพิมพ์แทบลอยด์นิยมประชาธิปไตยขายข่าวกอสซิปคนดังและสอบสวนพวกที่อยู่ในอำนาจมายาวนานฉบับนี้เป็นการโจมตีครั้งล่าสุดต่อเสรีภาพสื่อของฮ่องกง ที่ก่อคำถามว่า ศูนย์กลางการเงินระหว่างประเทศแห่งนี้ยังสามารถเป็นศูนย์กลางของสื่อต่อไปได้หรือไม่ ในช่วงเวลาที่รัฐบาลจีนยังเดินหน้าปราบปรามฝ่ายที่เห็นต่างจากรัฐ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สื่อของจิมมี ไหล่ นักวิจารณ์จีนตัวยงที่กำลังถูกจำคุกฐานร่วมการชุมนุมประท้วงผิดกฎหมายเมื่อปี 2562 โดนบีบคั้นอย่างไม่ลดละนับแต่ไหล่โดนจับกุมภายใต้กฎหมายความมั่นคงแห่งชาติเมื่อเดือนสิงหาคม 2563 และเมื่อวันพฤหัสบดีที่แล้ว ทางการฮ่องกงยกกำลังเจ้าหน้าที่มากกว่า 500 นายบุกตรวจค้นและจับกุมผู้บริหารไป 5 คน โดยอ้างว่าสื่อฉบับนี้เผยแพร่เนื้อหาเป็นภัยต่อความมั่นคงจากการเรียกร้องให้นานาชาติคว่ำบาตร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทางการฮ่องกงยังอายัดทรัพย์ของบริษัท ทำให้แอปเปิลเดลีไม่มีเงินดำเนินกิจการหรือจ่ายค่าจ้างพนักงาน ต่อมาหัวหน้าบรรณาธิการและซีอีโอของเน็กซ์ดิจิทัล บริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์เจ้าของแอปเปิลเดลี โดนตั้งข้อหาสมคบคิดกับต่างชาติบ่อนทำลายความมั่นคง ซึ่งเป็นข้อหาเดียวกับไหล่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันพุธ คอลัมนิสต์อาวุโสของแอปเปิลเดลีโดนจับกุมเพิ่มอีกหนึ่งคน และวันเดียวกัน หนังสือพิมพ์ฉบับนี้ประกาศยุติกิจการทั้งสื่อสิ่งพิมพ์และสื่อออนไลน์ตั้งแต่วันพฤหัสบดีที่ 24 มิถุนายน 2564&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานเอเอฟพีกล่าวว่า หน้าหนึ่งของแอปเปิลเดลีฉบับอำลาเป็นภาพนักข่าวโบกมืออำลาฝูงชนที่รวมตัวกันอยู่ด้านล่างของสำนักงานใหญ่ หลังเวลาเที่ยงคืน สื่อออนไลน์ของแอปเปิลเดลี ทั้งเว็บไซต์, ทวิตเตอร์ และเฟซบุ๊ก ถูกปิด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;แอปเปิลเดลีตายแล้ว&amp;quot; เฉิน ปุยมัน รองหัวหน้าบรรณาธิการที่โดนจับกุมด้วยเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว เขียนจดหมายอำลาถึงผู้อ่าน &amp;quot;เสรีภาพสื่อกลายเป็นเหยื่อของทรราชย์&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;บรรดาผู้สนับสนุนแอปเปิลเดลีพากันต่อคิวรอตามร้านขายหนังสือทั่วฮ่องกงกันตั้งแต่หลังเที่ยงคืน เพื่อเก็บหนังสือพิมพ์ฉบับสุดท้าย ที่เพิ่มยอดพิมพ์เป็น 1 ล้านฉบับ มากกว่ายอดพิมพ์ปกติเกิน 10 เท่า หลายร้านขายหมดในเวลาไม่กี่นาทีและต้องสั่งสายส่งให้นำมาเพิ่ม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ย่านมงก๊กซึ่งเป็นถิ่นของผู้ใช้แรงงาน คนหลายร้อยคนต่อแถวตั้งแต่เช้ามืด บางคนร้องตะโกนว่า &amp;quot;แอปเปิลเดลี แล้วเราจะพบกันอีก&amp;quot; หญิงวัย 30 ปีที่บอกเพียงชื่อต้นว่าแซนดี กล่าวกับเอเอฟพีว่า น่าตกใจมาก ภายในเวลา 2 สัปดาห์ ทางการสามารถใช้กฎหมายความมั่นคงแห่งชาติทลายบริษัทจดทะเบียนแห่งหนึ่งลงได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนแอปเปิลเดลีฉบับไต้หวันประกาศแล้วว่าพวกเขาจะดำเนินกิจการต่อไป ถึงแม้ว่าตอนนี้ พนักงานราว 1,000 คน ซึ่งรวมถึงนักข่าว 700 คน จะต้องหยุดงานก็ตาม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สมาคมนักข่าวฮ่องกง 8 สมาคมออกแถลงการณ์ร่วมกันในวันพฤหัสบดีว่า ชาวฮ่องกงสูญเสียองค์กรสื่อที่กล้าพูดและกล้ายืนกรานปกป้องความจริง พร้อมกับเรียกร้องให้เพื่อนสื่อมวลชนแต่งชุดดำในวันพฤหัสบดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ท่ามกลางความกังวลต่อการกดขี่เสรีภาพสื่อ กลุ่มนักเคลื่อนไหวไซเบอร์ของฮ่องกงเริ่มเก็บบันทึกบทความของแอปเปิลเดลีไว้ในแพลตฟอร์มบล็อกเชนที่ทางการไม่สามารถเซ็นเซอร์ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านโฆษกกระทรวงการต่างประเทศของจีนกล่าวว่า สิทธิและเสรีภาพต้องไม่เป็นอันตรายต่อความมั่นคงแห่งชาติ ฮ่องกงเป็นสังคมที่มีหลักนิติธรรม ทุกคนเท่าเทียมกันภายใต้กฎหมาย ไม่มีใครหรือองค์กรใดอยู่เหนือกฎหมาย สิทธิและเสรีภาพทั้งหมด รวมถึงเสรีภาพสื่อ ไม่อาจอยู่เหนือความมั่นคงแห่งชาติ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/107523</URL_LINK>
                <HASHTAG>กฎหมายความมั่นคงแห่งชาติ, จิมมี ไหล่, ตีพิมพ์ฉบับสุดท้าย, ฮ่องกง, เน็กซ์ดิจิทัล, เสรีภาพสื่อ, แอปเปิลเดลี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210624/image_big_60d477830b746.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>106859</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/06/2021 22:30</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/06/2021 22:12</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตั้งข้อหา2ผู้บริหาร&#039;แอปเปิลเดลี&#039;สมคบต่างชาติ ชาวฮ่องกงแห่ซื้อนสพ.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ผู้บริหารของแอปเปิลเดลี 2 ใน 5 คนที่โดนตำรวจจับกุมระหว่างบุกตรวจค้นเมื่อวันพฤหัสบดี โดนตั้งข้อหาต้องสงสัยสมคบคิดต่างชาติ ขณะชาวฮ่องกงแห่ซื้อหนังสือพิมพ์ฉบับวันศุกร์จนเกลี้ยงแผง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หน้าหนึ่งของแอปเปิลเดลีฉบับวันศุกร์ที่ 18 มิถุนายน รายงานข่าวการบุกตรวจค้นและภาพผู้บริหาร 5 คนที่โดนตำรวจจับกุม (Photo by Leung Man Hei/NurPhoto via Getty Images)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สำนักงานของหนังสือพิมพ์แทบลอยด์ฉบับนี้โดนตำรวจฮ่องกงยกกำลังมากกว่า 500 นายเข้าตรวจค้นและยึดคอมพิวเตอร์จากห้องข่าวเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา บรรณาธิการและผู้บริหารรวม 5 คนโดนจับกุมตัวใส่กุญแจมือ ฐานต้องสงสัยว่าเผยแพร่บทความหลายชิ้นที่ละเมิดกฎหมายความมั่นคงของฮ่องกง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานรอยเตอร์และเอเอฟพีเมื่อวันศุกร์กล่าวว่า ตำรวจตั้งข้อหา ไรอัน หลอ หัวหน้าบรรณาธิการ และเฉิง กิมฮง ซีอีโอของเน็กซ์ดิจิทัล เจ้าของแอปเปิลเดลี ฐานสมคบคิดกับต่างประเทศ ส่วนผู้บริหารอีก 3 คนยังอยู่ระหว่างการสอบสวน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตำรวจยังกล่าวด้วยว่า พวกเขาจะดำเนินคดีกับ 3 บริษัทที่เกี่ยวข้องกับแอปเปิลเดลีในความผิดเดียวกัน หลังจากอายัดทรัพย์สินของบริษัทเหล่านี้รวม 18 ล้านดอลลาร์ฮ่องกง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การจับกุมผู้บริหารของแอปเปิลเดลี ซึ่งเป็นของจิมมี ไหล่ ที่โดนตัดสินจำคุกหลายกระทงในความผิดฐานเข้าร่วมการชุมนุมประท้วงผิดกฎหมาย เพิ่มความวิตกเกี่ยวกับเสรีภาพสื่อในฮ่องกง รัฐบาลตะวันตกและกลุ่มสิทธิระหว่างประเทศ รวมถึงสมาคมสื่อ พากันวิจารณ์การดำเนินการของทางการฮ่องกง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การบุกตรวจค้นแอปเปิลเดลีเมื่อวันพฤหัสบดี เป็นครั้งที่ 2 ที่ตำรวจบุกสำนักงานของสื่อเสรีนิยมอายุ 26 ปีแห่งนี้ ที่รายงานข่าวกอสซิปคนดังปนกับการสอบสวนพวกที่มีอำนาจ โดยการบุกตรวจค้นครั้งแรกเมื่อเดือนสิงหาคม 2563 นั้น ตำรวจจับกุมไหล่และอายัดทรัพย์สินของเขาในเวลาต่อมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แม้จะโดนตำรวจยึดคอมพิวเตอร์และฮาร์ดไดรฟ์จำนวนมากไปจากห้องข่าวเพื่อเป็นหลักฐาน แต่นักข่าวของแอปเปิลเดลีก็เร่งทำงานกันจนถึงดึกดื่นค่อนคืนเพื่อพิมพ์หนังสือพิมพ์ฉบับวันศุกร์ โดยได้เพิ่มยอดพิมพ์จาก 80,000 ฉบับของวันก่อนหน้านั้น เป็นถึง 500,000 ฉบับ ซึ่งเป็นยอดพิมพ์เท่ากับครั้งแรกที่โดนตำรวจบุกค้นแล้วไหล่โดนจับกุม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;บรรดาชาวฮ่องกงที่สนับสนุนประชาธิปไตยพากันซื้อแอปเปิลเดลีฉบับวันศุกร์จนหลายร้านเกลี้ยงแผงตั้งแต่เช้า ที่เขตมงก๊กมีประชาชนหลายสิบคนต่อคิวที่แผงขายหนังสือพิมพ์บางร้านตั้งแต่เที่ยงคืน ผู้อ่านคนหนึ่งบอกว่า ไม่มีใครรู้ว่าหนังสือพิมพ์ฉบับนี้จะปิดตัวเมื่อใด แผงหนึ่งที่ขายหมดแล้วมีข้อความติดไว้ใต้โลโก้แอปเปิลเดลีว่า &amp;quot;สนับสนุนเสรีภาพสื่อ&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เจ้าของแผงหนังสือคนหนึ่งที่ขายเกลี้ยงแผงเผยว่า ปกติขายหนังสือพิมพ์ฉบับนี้ได้ราว 60 ฉบับ แต่วันนี้ขายได้ถึง 1,800 ฉบับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พอลลีวัย 40 ปี ซื้อหนังสือพิมพ์ถึง 10 ฉบับ บอกว่า ฮ่องกงเคยมีเสรีภาพของสื่อมวลชนมานานมากที่เราสามารถพูดทุกสิ่งได้ แต่ภายในแค่ปีเดียว ทุกอย่างเปลี่ยนไป เสรีภาพสื่อเสื่อมลงมาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สตีเวน โจว วัย 45 ปี ซึ่งซื้อหนังสือพิมพ์ 3 ฉบับ กล่าวว่า แม้แอปเปิลเดลีไม่ใช่สื่อที่สมบูรณ์แบบ แต่ก็เป็นเสียงที่แตกต่างในฮ่องกง อาจเป็นหนังสือพิมพ์ที่คุณไม่ชอบ แต่ควรให้พวกเขาได้ส่งเสียงและตีพิมพ์ต่อไป.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/106859</URL_LINK>
                <HASHTAG>ตั้งข้อหาสมคบต่างชาติ, ผู้บริหารแอปเปิลเดลี, ฮ่องกง, เสรีภาพสื่อ, แอปเปิลเดลี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210618/image_big_60ccb599848ca.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>106717</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/06/2021 18:30</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/06/2021 18:29</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตร.ฮ่องกงยกกำลังกว่า500นายบุกค้น&#039;แอปเปิลเดลี&#039; จับ5ผู้บริหาร</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ตำรวจฮ่องกงเปิดปฏิบัติการบุกสำนักงานแอปเปิลเดลีของ &amp;quot;จิมมี ไหล่&amp;quot; เป็นครั้งที่ 2 เมื่อเช้าวันพฤหัสบดี นำกำลังกว่า 500 นายเข้าตรวจค้นยึดคอมพิวเตอร์และจับกุมผู้บริหาร 5 คน โดยกล่าวหาหนังสือพิมพ์ต่อต้านรัฐฉบับนี้ว่าลงบทความเรียกร้องต่างชาติคว่ำบาตรฮ่องกงและผู้นำจีน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาพจากแอปเปิลเดลี เผยให้เห็นตำรวจบุกเข้าสำนักงานของหนังสือพิมพ์เมื่อเช้าวันที่ 17 มิถุนายน 2564&amp;nbsp; (Photo by Apple Daily via Getty Images)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตำรวจฮ่องกงเคยยกกำลังหลายร้อยนายบุกตรวจค้นสื่อแทบลอยด์รายใหญ่ของฮ่องกงแห่งนี้เมื่อเดือนสิงหาคมปีที่แล้ว และจับกุมไหล่ เจ้าพ่อสื่อวัย 73 ปี โดยตั้งข้อหาว่าเขาสมรู้ร่วมคิดกับต่างชาติ ปัจจุบันไหล่ ซึ่งเป็นหนามยอกอกจีนมาช้านาน รับโทษจำคุกหลายคดีจากการร่วมชุมนุมประท้วงหลายครั้ง เขายังโดนอายัดบัญชีธนาคารและหุ้นส่วนใหญ่ในบริษัท เน็กซ์ดิจิทัล ที่เป็นเจ้าของแอปเปิลเดลี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานเอเอฟพีกล่าวว่า ปฏิบัติการครั้งล่าสุดเมื่อรุ่งเช้าวันพฤหัสบดีที่ 17 มิถุนายน ตำรวจฮ่องกงใช้กำลังมากกว่า 500 นายบุกเข้าตรวจค้นและจับกุมผู้บริหารของแอปเปิลเดลี 5 คน ในจำนวนนี้รวมถึงไรอัน หลอ หัวหน้าบรรณาธิการ และเฉิง กิมฮง ซีอีโอของเน็กซ์ดิจิทัล ซึ่งถูกจับใส่กุญแจมือพาตัวออกจากอาคาร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทางการฮ่องกงอ้างว่า การบุกค้นจับกุมครั้งนี้เป็นเพราะแอปเปิลเดลีเผยแพร่บทความหลายชิ้นที่ &amp;quot;ร้องขอให้คว่ำบาตร&amp;quot; ฮ่องกงและพวกผู้นำจีน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ข้ออ้างของทางการฮ่องกงครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่เนื้อหาที่สื่อรายงานนำไปสู่การจับกุมภายใต้กฎหมายความมั่นคงแห่งชาติฉบับใหม่ที่เริ่มบังคับใช้ในฮ่องกงเมื่อกลางปีที่แล้ว แอปเปิลเดลีส่งข้อความถึงผู้อ่านเตือนว่า เสรีภาพสื่อของฮ่องกงกำลังแขวนอยู่บนเส้นด้าย และแอปเปิลเดลีจะยืนหยัดอย่างไม่หวั่นไหว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตำรวจกล่าวด้วยว่า ผู้บริหารทั้ง 5 คนของสื่อสำนักนี้โดนจับกุมฐานสมรู้ร่วมคิดกับต่างประเทศหรือกลุ่มบุคคลจากภายนอกเพื่อทำอันตรายต่อความมั่นคงแห่งชาติ &amp;quot;พวกเขารับผิดชอบโดยรวมสำหรับเนื้อหา, รูปแบบ และหลักการของการรายงานข่าว&amp;quot; สตีฟ หลี่ ผู้กำกับการตำรวจฮ่องกงกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แอปเปิลเดลีไลฟ์สดขณะตำรวจบุกเข้าตรวจค้นห้องข่าวของหนังสือพิมพ์ เผยให้เห็นภาพที่ตำรวจตรวจสอบคอมพิวเตอร์ของผู้สื่อข่าว และบอกว่า ตำรวจยึดสิ่งของหลายอย่าง รวมถึงเครื่องคอมพิวเตอร์ปลายทาง, ฮาร์ดไดรฟ์ และโน้ตแพดคอมพิวเตอร์ของผู้สื่อข่าวหลายคน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จอห์น ลี รัฐมนตรีความมั่นคงของฮ่องกง ปฏิเสธจะตอบว่า บทความใดที่ละเมิดกฎหมายความมั่นคง หรือให้ความชัดเจนว่าผู้ที่แชร์บทความออนไลน์, ซื้อหนังสือพิมพ์ หรือหุ้นของแอปเปิลเดลี เสี่ยงต่อการถูกดำเนินคดีด้วยหรือไม่ โดยเขาบอกว่าทุกคนต้องตัดสินใจกันเอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เจ้าหน้าที่ยังได้ยึดทรัพย์สินของแอปเปิลเดลี 18 ล้านดอลลาร์ฮ่องกง หรือราว 72.25 ล้านบาท ซึ่งเป็นครั้งแรกที่ทางการฮ่องกงยึดทรัพย์สินของบริษัทสื่อโดยตรงภายใต้กฎหมายความมั่นคงแห่งชาติ นอกจากนี้ตลาดหุ้นฮ่องกงยังสั่งระงับการซื้อขายหุ้นของเน็กซ์ดิจิทัลด้วย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/106717</URL_LINK>
                <HASHTAG>จับผู้บริหารแอปเปิลเดลี, จิมมี ไหล่, ตำรวจฮ่องกง, บุกค้นหนังสือพิมพ์, เสรีภาพสื่อ, แอปเปิลเดลี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210617/image_big_60cb31780eb80.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>81101</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/10/2020 13:12</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/10/2020 13:12</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กอร.ฉ.ยันประกาศฉบับที่ 4 ไม่ได้สั่งปิดสื่อ แค่จัดการข้อมูลข่าวสารที่มีปัญหา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;19 ต.ค.63 - ที่กองอำนวยการร่วมแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรง (กอร.ฉ.)พล.ต.ท.จารุวัฒน์ ไวศยะ ผู้ช่วย ผบ.ตร.เปิดเผยถึงคำสั่งหัวหน้าผู้รับผิดชอบในการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรงฉบับที่ 4 ที่ให้ตราวจสอบและระงับการออกอากาศรายการที่มีลักษณะตามข้อ 2 ของข้อกำหนดออกตามความในมาตรา 9 ประกอบมาตรา 11 &amp;nbsp;แห่ง พ.ร.ก.ฉุกเฉิน 2548 ที่มีการเข้าใจคลาดเคลื่อนว่า เหตุผลที่ออกประกาศฉบับที่ 4 เนื่องจากได้รับการแจ้งจากหน่วยข่าวว่าได้มีการนำเสนอข้อมูลอันจะเกิดสับสนและปลุกปั่นก่อให้เกิดความไม่สงบได้จึงประกาษออกมา ซึ่งการประกาศเป็นประกาศที่ต้องให้ทั้ง กสทช.และกระทรวงดีอี ไปพิจารณาในเรื่องข้อมูลข่าวสารที่ได้รับว่าทำผิดกฎหมายหรือไม่ ถ้าทำผิดกฎหมายก็ให้หน่วยงานนั้นๆไปดำเนินการพิจารณาตามการบังคับใช้กฎหมายในสภาวะปกติ ถ้าต้องการถอดข้อความออกบางช่วงหรือระงับการออกอากาศต้องไปขออำนาจศาล ประกาศฉบับนี้ยังไม่ได้บังคับบใช้ เพราะจำเป็นต้องมีการกำหนดขั้นตอนหลักเกณฑ์วิธีการปฏิบัติให้เป็นมาตรฐานเดียวกันต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;ldquo;กอร.ฉ. ยังไม่มีนโยบายหรือคำสั่งที่จะกำจัดสิทธิเสรีภาพของสื่อ ไม่มีการสั่งปิดสื่อ เป็นเพียงการจัดการข้อมูลข่าวสารที่มีปัญหาเป็นชิ้นๆหรือเป็นช่วงๆเวลาไป ซึ่งเป็นข้อมูลข่างสารที่อาจจะก่อให้เกิดความสับส&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นสถานการณ์รุนแรงขึ้นได้เพื่อประโยชน์ของประชาชนส่วนใหญ่จึงจำเป็นต้องออกมาในลักษณะนี้ก่อน&amp;rdquo; ผู้ช่วย ผบ.ตร.กล่าว &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ต.ท.จารุวัฒน์ เผยต่อว่า ส่วนคำสั่งหัวหน้าผู้รับผิดชอบในการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรงฉบับที่ 13 1.เรื่องแต่งตั้งคณะกรรมการบริหารจัดการสื่อและข้อมูลข่าวสารที่มีความร้ายแรงโดยมีหน้าที่บริหารจัดการข้อมูลข่าวสารที่ปรากฏทางสื่อมวลชน เอกสารหรือข้อมูลข่าวสารอื่นใด สื่ออิเล็กทรอนิกส์ สื่อเทคโนโลยีสารสนเทศ ที่มีเนื้อหาไม่เหมาะสมอันส่งผลกระทบต่อความั่นคงของประเทศและให้รวบรวมไว้เป็นระบบอย่างมีประสิทธิภาพ 2.สืบสวนตรวจสอบพิสูจน์ทราบติดตามความเคลื่อนไหวของการสื่อวสารหรือข้อมูลข่าวสารของบุคคลที่ได้มีการเผยแพร่รวมทั้งส่งขอ้มูลให้เจ้าหน้าที่เกี่ยวข้องในการบังคับใช้กฎหมายหรือเพื่อระงับการเผยแพร่ขจ้อมูลข่าวสารที่มีเนื้อหาที่ไม่เหมาะสม 3.กำหนดมาตจรการเชิงรุกในการบังคับใช้กฎหมายหรือก่อให้เกิดความสงบเรียบร้อยในการนำเสนอข้อมูลข่าวสารที่มีเนื้อหาที่ไม่เหมาะสม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในการทำงานของ กอร.ฉ.มีปลัดกระทรวงดีอีเป็นประธานและหน่วยราชการที่เกี่ยวข้องมาเป็นคณะกรรมการพิจารณาร่วมกัน หากมีข้อมูลข่าวสารจะแบ่งออกมาเป็นรายละเอียดว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อไป เป็นข้อมูลข่าวสารที่กระทบต่อความมั่นคงหรือเป็นข้อมูลข่าวสารที่ผิดกฎหมาย ถ้าเป็นบุคคลจะเรียกมาตักเตือน ถ้าเป็นเรื่องความผิดตามกฎหมายแล้วจะให้หน่วยงานนั้นๆเป็นผู้ร้องทุกข์กล่าวโทษ หากเป็นเฟกนิวส์ทมี่สามารถใช้มาตรทางการปกครองได้ก็ให้หน่วยงานนั้นๆดำเนินการต่อไปตามอำนาจหน้าที่ ถ้ามีเรื่องเร่งด่วนจริงๆถึงจะประกาศใช้อำนาจระงับ ส่วนที่ไม่สวามารถรอให้หน่วยงานปกติทำได้ เพราะหากรอจะไม่ทันต่อเหตุการณ์หรือก่อให้เกิดความเสียหายได้จึงจำเป็นต้องใช้อำนาจประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ&lt;/p&gt;


	กอร.ฉ.สั่งตรวจสอบและให้ระงับการออกอากาศ 4 สื่อ 1 เพจม็อบ อ้างกระทบความมั่นคง!
	พุทธะอิสระ : เมื่องานเลี้ยงของม็อบเลิก เจ้าหน้าที่ค่อยยื่นบิลเก็บค่าเสียหายทีหลัง
	&amp;#39;ลุงสุทิน&amp;#39; จ้วงยับ &amp;#39;คณะประชาชน&amp;#39; ขโมยหนังเสือมาคลุมหมา!
	ฝ่ายค้านไม่เอายุบสภา! ยุพรรคร่วมรบ.ถอนตัวบีบ&amp;#39;บิ๊กตู่&amp;#39;ถอดสลักการเมือง
	เพื่อไทยยื่นศาลแพ่ง เพิกถอนประกาศพรก.ฉุกเฉิน
	คณะราษฎร ซาวเสียงม็อบ 3 นิ้ว พัก 1 วัน หรือ ลุยต่อ
	ประธานสภาฯร่อนหนังสือถึงนายกฯ ฝ่าวิกฤติการเมือง!

</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/81101</URL_LINK>
                <HASHTAG>การเมือง, ม็อบ, สื่อ, เสรีภาพประชาชน, เสรีภาพสื่อ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201019/image_big_5f8d2dc7ac9e5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>56830</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/02/2020 21:36</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/02/2020 21:19</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รัฐบาลปินส์ฟ้องยุติสัมปทานทีวีคู่กัด &#039;ดูเตร์เต&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;รัฐบาลของประธานาธิบดีโรดริโก ดูเตร์เต ยื่นฟ้องศาลสูงสุดของประเทศเมื่อวันจันทร์ เพื่อขอให้ยกเลิกสัมปทานสถานีโทรทัศน์ช่องดัง ABS-CBN ของกลุ่มสื่อรายใหญ่สุดในฟิลิปปินส์ที่มักวิจารณ์รัฐบาล ฝ่ายค้านและนักเคลื่อนไหวชี้เป็นการโจมตีเสรีภาพสื่ออิสระ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประชาชนชุมนุมสนับสนุนเสรีภาพสื่อและสถานี ABS-CBN ที่กรุงมะนิลาเมื่อวันจันทร์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานเอเอฟพีและรอยเตอร์เมื่อวันจันทร์ที่ 10 กุมภาพันธ์ กล่าวว่า รัฐบาลฟิลิปปินส์กล่าวหาว่า บริษัท เอบีเอส-ซีบีเอ็นคอร์ป เจ้าของสถานีโทรทัศน์ ABS-CBN ที่มีอายุการดำเนินงานมานาน 66 ปีและเป็นคู่ปรับของประธานาธิบดีดูเตร์เตมาตั้งแต่ช่วงการหาเสียงเลือกตั้งปี 2559 ละเมิดกฎหมายการเป็นเจ้าของสื่อและเกี่ยวข้องกับการดำเนินการอย่างผิดกฎขั้นร้ายแรง และยื่นขอให้ศาลสูงสุดยกเลิกสัญญาสัมปทานซึ่งมีอายุ 25 ปี ที่กำลังจะหมดอายุวันที่ 30 มีนาคมนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การยื่นฟ้องครั้งนี้เกิดในช่วงเวลาที่รัฐสภาฟิลิปปินส์กำลังจะพิจารณาต่ออายุสัมปทานดังกล่าว ฝ่ายต่อต้านดูเตร์เตชี้ว่าการฟ้องของรัฐบาลต้องการบีบให้สภาปฏิเสธการต่อสัญญาแก่เอบีเอส-ซีบีเอ็นคอร์ป ซึ่งมีลูกจ้างเกือบ 7,000 คนและทำงานร่วมกับคนมีชื่อเสียงในประเทศนับพันคนในการผลิตเนื้อหาทางวิทยุ, โทรทัศน์ และสื่อออนไลน์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โฮเซ คาลิดา รองอธิบดีกรมอัยการที่เป็นพันธมิตรเหนียวแน่นของดูเตร์เต กล่าวว่า เอบีเอส-ซีบีเอ็นแสดงให้เห็นถึงความละโมบมาช้านานและละเมิดสัญญาสัมปทาน &amp;quot;เราต้องการยุติสิ่งที่เราพบว่าเป็นการดำเนินการที่ผิดกฎอย่างร้ายแรงของเอบีเอส-ซีบีเอ็น ที่ให้ผลประโยชน์แก่พวกโลภมากไม่กี่คนแลกกับค่าใช้จ่ายของสมาชิกที่ภักดีหลายล้านคน&amp;quot; คำแถลงกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอบีเอส-ซีบีเอ็นปฏิเสธคำกล่าวหานี้ และว่า คำฟ้องของรัฐบาลเป็น &amp;quot;ความพยายามปิด ABS-CBN เพื่อสร้างความเสียหายร้ายแรงแก่ชาวฟิลิปปินส์หลายล้านคน&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ดูเตร์เตเคยขู่มาตลอด 3 ปีที่จะล้มการต่อสัญญาสัมปทานของ ABS-CBN ที่เขากล่าวหาว่าปฏิเสธจะออกอากาศโฆษณาหาเสียงของเขา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รอยเตอร์กล่าวว่า บริษัทปฏิเสธจะตอบโต้คำกล่าวอ้างของดูเตร์เต แต่ยูจีนีโอ โลเปซ ประธานเอบีเอส-ซีบีเอ็นเคยกล่าวไว้ในที่ประชุมผู้ถือหุ้นเมื่อปี 2560 ว่าเรื่องพวกนี้เป็นของคู่กันกับการทำงานในฐานะสถาบันสื่อ และบริษัทมักจัดการกับปัญหาเหล่านี้เป็นการส่วนตัว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ฝ่ายค้านและนักเคลื่อนไหวกล่าวว่า การยื่นฟ้องของรัฐบาลเป็นการโจมตีเสรีภาพสื่อมวลชนครั้งล่าสุดในยุคของดูเตร์เต ที่เล่นงานหนังสือพิมพ์รายใหญ่ฉบับหนึ่งและเว็บไซต์หนึ่งที่วิจารณ์รัฐบาลของเขา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เราต้องไม่ยอมให้ความอาฆาตพยาบาทของผู้ชายคนเดียว ไม่ว่าจะมีอำนาจมากมายเพียงใด มาปฏิบัติอย่างเลวร้ายต่อเสรีภาพของสื่อมวลชนที่ได้รับการรับประกันภายใต้รัฐธรรมนูญ&amp;quot; สหภาพผู้สื่อข่าวแห่งชาติของฟิลิปปินส์กล่าว และว่า ศาลสูงสุดและรัฐสภาซึ่งเต็มไปด้วยพันธมิตรของดูเตร์เต มีโอกาสที่จะพิสูจน์ตัวเองว่าเป็นสถาบันอิสระที่ไม่ได้เป็นหนี้บุญคุณดูเตร์เต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มาเรีย เรสซา นักข่าวของเว็บไซต์ แรพเลอร์ เป็นสื่ออีกรายที่กำลังเผชิญโทษจำคุกนานหลายปี ที่เธอและนักปกป้องสิทธิสื่อกล่าวกันว่าเป็นการล้างแค้นที่เว็บไซต์ของเธอวิจารณ์สงครามยาเสพติดของดูเตร์เต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อปี 2561 รัฐบาลเพิกถอนใบอนุญาตของเว็บไซต์ข่าวแห่งนี้ โดยกล่าวหาว่าปล่อยให้ชาวต่างชาติถือหุ้น ดูเตร์เตเคยเรียกแรพเลอร์ว่าเป็นสื่อข่าวปลอมที่ได้รับการสนับสนุนจากสายลับอเมริกัน เว็บไซต์นี้ยังเปิดดำเนินการอยู่ระหว่างรอการอุทธรณ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากกล่าวหาเอบีเอส-ซีบีเอ็นว่าอนุญาตให้ชาวต่างชาติถือหุ้น คาลิดายังกล่าวหาว่า สถานีนี้เปิดบริการเก็บเงิน เพย์-เพอร์-วิว โดยไม่ได้ขออนุญาตจากสภาก่อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านซัลวาดอร์ ปาเนโล โฆษกของประธานาธิบดีดูเตร์เต อ้างว่า ประธานาธิบดีไม่ได้ยุ่งเกี่ยวใดๆ กับการยื่นคำร้องนี้ และเป็นอำนาจของสภาที่จะให้สัมปทานหรือต่ออายุสัมปทาน ประธานาธิบดีไม่มีอำนาจ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/56830</URL_LINK>
                <HASHTAG>ABS-CBN, ฟิลิปปินส์, เลิกสัมปทาน, เสรีภาพสื่อ, เอบีเอส-ซีบีเอ็น, โรดริโก ดูเตร์เต</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200210/image_big_5e416942af26d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>40879</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/07/2019 17:07</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/07/2019 16:57</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โซเชียลฯแห่อ่าน!&#039;ดร.สมเกียรติ&#039;ออกบทความ&#039;นักการเมืองถือหุ้นสื่อ&#039; </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;13 ก.ค.62 - ขณะนี้สังคมออนไลน์ ให้ความสนใจและแชร์ข้อคิดเห็นเรื่อง&amp;#39;นักการเมืองถือหุ้นสื่อ&amp;#39; ของ ดร.สมเกียรติ อ่อนวิมล ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ไทยวิทัศน์ จำกัด&amp;nbsp; โดยมีเนื้อหาดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1. ผมคัดค้านเรื่องนี้มาอย่างสุดๆ ตั้งแต่เป็น สสร.1 ร่างรัฐธรรมนูญ และร่างกฏหมายลูก ปี 2540 แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สื่อมวลชนไม่ใช่อาชีพน่ารังเกียจของสังคมจนถึงขนาดถูกตัดสิทธิสิ้นเสรีภาพ และถูกอัปเปหิออกจากสารบบประชาธิปไตย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในระบอบประชาธิปไตย พลเมืองทุกคนมีสิทธิเสรีภาพเท่าเทียมกันหมด ไม่ว่าจะมีความแตกต่างกันด้วยเรื่องอันใด: เพศ, วัย, เชื้อชาติ, ศาสนา, สีผิว, ความคิด, อาชีพ ฯลฯ การตัดสิทธิทางการเมืองจนหมดโอกาสเสนอตัวรับใช้ชาติในรัฐสภา และในรัฐบาล ทำไม่ได้ เพราะไม่เป็นประชาธิปไตย แถมเป็นการดูหมิ่นศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ผู้ประกอบอาชีพสุจริตด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่จริงโจรผู้ร้ายและผู้ประกอบอาชีพทุจริตอื่นที่รัฐไม่สามารถสอบประวัติได้ ยังสามารถลงสมัครรับเลือกตั้งได้ เพราะเป็นสิทธิเสรีภาพของเขา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รัฐธรรมนูญกัมพูชาเขียนสั้นๆง่ายๆแค่ว่า &amp;quot;บุคคลอายุ 18 ปี มีสิทธิ์เลือกตั้ง และลงสมัครรับเลือกตั้ง&amp;quot; ผมกางรัฐธรรมนูญเขมรอภิปรายเรื่องนี้ แต่ล้มเหลว ไม่มีใครเอาด้วย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตอนผมเป็น สสร.1 ผมก็ภูมิใจที่มีสื่อสารมวลชนมาเป็น สสร.ร่วมกัน 5 คน บุญเลิศ-จากมติชน วรพจน์-ไทยรัฐ สมเกียรติ-แปซิฟิคฯ และ อีกสองคน หากสื่อมวลชนเป็นนักการเมืองไม่ได้ ใครจะมาต่อสู้เพื่อการสื่อสารมวลชน และใครจะมีหัวใจปกป้องความจริงสาธารณะ ขณะที่นักการเมืองอาชีพอื่นโกหกกันเต็มสภา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สื่อมวลชนนั่นเองที่ร่วมร่างรัฐธรรมนูญปี 2540 จนเกิดมาตรา 40 ว่าด้วยการจัดสรรคลื่นความถี่และการประกอบกิจการวิทยุ ทีวี และ internet ทำให้เกิด กสช. กสทช. เช่นในทุกวันนี้ ถ้าจะลำเลิกเอาบุญคุณชื่อเสียง ผมเองนี้แหละเป็นผู้เสนอร่างมาตรา 40 ในรัฐธรรมนูญปี 2540 แต่แรกเริ่ม (ผมก็ไม่อยากให้ กสทช.ทำงานแบบทุกวันนี้ หากผมมีโอกาสรับเลือกตั้งเป็น สส. / สว. อีกที ก็จะแก้ไขสิ่งผิดๆ ที่เกิดขึ้นหลังรัฐธรรมนูญฉบับตามหลังมาที่ทำเสียหาย จนสื่อมวลชนกลายเป็นอาชีพต้องห้าม มิให้มีส่วนสร้างชาติ)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในโลกนี้ไม่มีประเทศประชาธิปไตยที่ไหนเลยจะห้ามสื่อมวลชนเป็นผู้แทนราษฎร เพราะสื่อมวลชนนั้นเป็นผู้แทนปวงชน เป็นปากเสียงของประชาชน มาตั้งแต่เกิดมีหนังสือพิมพ์ในศตวรรษที่ 17 แล้ว โดยไม่ต้องมีใครเลือกตั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2. ไม่มีอาชีพไหนทำลายชาติโดยตรง มีแต่คนไม่ดีที่ทำลายชาติได้ ไม่ว่าจะเป็น หรือไม่เป็นผู้แทนราษฎร รัฐธรรมนูญในระบอบประชาธิปไตย ต้องให้โอกาสแก่ประชาชนโดยเสรี ทั้งฝ่ายสมัครรับเลือกตั้งและฝ่ายลงคะแนนเลือกตั้ง ไมว่าจะเป็นคนดีหรือไม่ดี-ซึ่งเป็นเพียงข้อมูลความเห็นเฉพาะบุคคล- ล้วนต้องมีสิทธิลงสมัครรับเลือกตั้งได้ทั้งสิ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3. ผมเศร้าใจที่สื่อมวลไทยไม่สนใจเรื่องสิทธิเสรีภาพของตนเองและสถาบันวิชาอาชีพของตนเอง ทุกสื่อเพลิดเพลิน สะใจ พร้อมใจกันขย่มทุบทำลายคุณธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ของลูกชายผม กับ น้องช่อของผม, และพรรคอนาคตใหม่ของประชาชนผู้สนับสนุนจำนวนมาก รุมกันถล่มเจ้าของนิตยสารเล็กๆ ที่ผมไม่เคยอ่านกันอย่างไม่ลืมหูลืมตาดูตัวเองที่สิ้นเสรีภาพไปนานแล้ว ทั้งนี้ก็ด้วยฝีมือการทำลายสื่อของ คสช. ที่บรรดาสื่อสนับสนุนกันสนั่นเมืองนั่นเอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พวกผู้ถือหุ้น ททบ 5, วิทยุทหาร - ยานเกราะ, ขสทบ, พล 1 รอ, อสมท, กรมประชาสัมพันธ์ ฯลฯ ล้วนเป็นหุ้นของส่วนราชการ ที่จัดการโดยรัฐบาลทั้งนั้น &amp;nbsp;ทุกคนลอยนวลกันหมด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หากการมีหุ้นในนิตยสารเล็กๆ พิมพ์ให้อ่านกันบนเครื่องบิน เป็นพิษต่อประชาธิปไตย ถ้าเป็นอย่างนั้น การใช้หนังสือพิมพ์, การทำรายการโทรทัศน์ และ internet website -twitter-instagram- ของพลเมืองไทยทุกคน ก็จะเป็นคุณสมบัติต้องห้ามตามรัฐธรรมนูญไปด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น่าเวทนาประเทศไทย!&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จะไม่เป็นประชาธิปไตยกันทั้งที ก็ยังไม่มีความเท่าเทียมกันในความไม่เป็นประชาธิปไตย.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ใน The Thai Animal Farm ....&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;สัตว์ทุกตัวไม่เท่าทียมกัน แต่มีสัตว์บางตัวมีความไม่เท่าเทียมกันมากกว่าสัตว์ตัวอื่น&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;When it comes to democracy, we are number 1.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;We are THAILAND 1.0!&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;(หากพบที่สะกดผิด พิมพ์ผิด ขออภ้ยด้วย &amp;nbsp;เพิ่งไปผ่าตัดต้อกระจกมาเมื่อวาน ตอนนี้เหลือตาเดียวชั่วคราว&amp;nbsp;วานตรวจแก้ให้ด้วยหากจะส่งต่อ)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สมเกียรติ อ่อนวิมล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;6 กรกฎาคม 2562&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับข้อคิดเห็นของ ดร.สมเกียรติ อ่อนวิมล เผยแพร่ครั้งแรกที่ ไทยทริบูน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/40879</URL_LINK>
                <HASHTAG>นักการเมืองถือหุ้นสื่อ, สมเกียรติ อ่อนวิมล, สื่อมวลชน, เสรีภาพสื่อ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190713/image_big_5d29aa133e246.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>40683</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/07/2019 09:40</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/07/2019 09:39</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ลดาวัลลิ์&#039; จวก &#039;ประยุทธ์&#039; กดหัวคนเห็นต่างหนีคดีอยู่เมืองนอก บี้ยกเลิกคำสั่ง คสช.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;11 ก.ค.62 - นางลดาวัลลิ์ วงศ์ศรีวงศ์ รักษาการโฆษกพรรคเพื่อไทยกล่าวว่า การยกเลิกคำสั่งและประกาศคสช. ไม่ได้เป็นเรื่องตื่นเต้นหรือน่ายินดีแม้แต่น้อย ตรงกันข้ามกลับสร้างความรู้สึกขมขื่นใจ ตลอด 5 ปีที่ผ่านมา คำสั่งและประกาศที่คสช.ได้บีบบังคับและคุกคามประชาชนโดยปราศจากการควบคุมตรวจสอบอย่างอิสระ การบริหารประเทศก็ล้มเหลว อยากถามพล.อ.ประยุทธ์ว่า หัวหน้าคสช.เป็นเจ้าหน้าที่รัฐใช่หรือไม่ ที่ออกประกาศยกเลิกคำสั่งที่ตัวเองเคยออกไว้ ถ้าไม่เป็นเจ้าหน้าที่รัฐแล้วเป็นอะไร แล้วทำไมใครๆก็ขัดขืนหรือโต้แย้งไม่ได้ พล.อ.ประยุทธ์จะรู้สึกอย่างไรที่ต่อไปนี้ ไม่มีมาตรา 44 ไว้ควบคุมเสรีภาพสื่อ และจำกัดสิทธิการรับรู้ข่าวสารของประชาชนอีกแล้ว การเรียกคนทำสื่อมาปรับทัศนคติ กักตัวไว้ ข่มขู่ กำราบให้หวาดกลัวเพื่อจะได้ไม่กล้าเสนอข่าวและวิพากษ์วิจารณ์ คสช.และรัฐบาลได้อย่างอิสระเสรี จะทำไม่ได้อีกต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางลดาวัลลิ์ กล่าวว่าคำขอโทษสื่อสักคำมีหรือไม่ที่หัวหน้าคสช. จะพูดออกมาด้วยความสำนึกผิด เพราะ 5 ปีที่ผ่านมาได้ใช้อำนาจพิเศษจำกัดเสรีภาพสื่ออย่างเต็มที่&amp;nbsp; ทีวีถูกปิดไปกี่ช่อง เสียหายในทางธุรกิจเท่าไหร่ ภาพลักษณ์ของไทยต้องเสียหายย่อยยับป่นปี้ไปเท่าไร พลเอกประยุทธ์รู้หรือไม่ว่าวิชาชีพสื่อเปรียบเหมือนนกที่ต้องมีเสรีภาพในการบินอยู่บนท้องฟ้า แต่ต้องถูกคสช.จับเอามาขังไว้ในกรง คือความเจ็บปวดของคนทำสื่อ นอกจากนี้ การขึ้นศาลทหารก็เช่นกันสะท้อนถึงความอยุติธรรมในกระบวนการพิสูจน์ความจริง ซึ่งโดยหลักแล้วต้องให้ศาลยุติธรรมพิจารณาคดี นี่คือความอัปลักษณ์ที่พล.อ.ประยุทธ์ได้ทำไว้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รักษาการโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า เหตุใดหัวหน้าคสช.จึงไม่ยกเลิกคำสั่งและประกาศอีกหลายฉบับที่เรียกให้ผู้ที่เห็นต่างมารายงานตัวกับคสช. หลังก่อรัฐประหารใหม่ๆ ใครไม่มาก็ถูกจับกุมดำเนินคดีมีโทษทั้งจำคุกและปรับ ขณะนี้มีผู้ที่หลบลี้หนีภัยการเมืองไปอยู่ในต่างประเทศอีกหลายคน คนเหล่านี้ต้องพลัดพรากครอบครัว พวกเขาอยากกลับ มาบ้านเกิดเมืองนอนแต่ก็ยังกลับมาไม่ได้เนื่องจากยังมีคำสั่งคสช.อยู่ อยากถามว่าพล.อ.ประยุทธ์ยังอาฆาตเคียดแค้นที่คนเหล่านี้ไม่ยอมสยบก้มหัวให้กับคสช.ใช่หรือไม่ และรู้ไหมว่านี่คือการสร้างภาระให้กับสภาผู้แทนราษฎรที่จะต้องเสียเวลาไปกับการเสนอร่างกฎหมายเพื่อให้ยกเลิกคําสั่งคสช.ดังกล่าว&amp;nbsp;เรื่องนี้จึงน่าจะเป็นประจักษ์พยานยืนยันว่า พล.อ.ประยุทธ์ไม่ได้ต้องการสร้างความปรองดองอย่างแท้จริง&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/40683</URL_LINK>
                <HASHTAG>นางลดาวัลลิ์ วงศ์ศรีวงศ์, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, ยกเลิกคำสั่ง คสช., รักษาการโฆษกพรรคเพื่อไทย, เสรีภาพสื่อ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190621/image_big_5d0cc329e6633.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
